ฉัตรกนก บทที่ 14 : ตัวตน

ฉัตรกนก บทที่ 14 : ตัวตน

โดย : พงศกร

ฉัตรกนก นวนิยายสืบสวนสอบสวน โรแมนติก จากซีรี่ส์คุณหญิงยอดนักสืบ โดย พงศกร นิยายออนไลน์ ที่ อ่านเอา อยากให้คุณได้ อ่านออนไลน์ กับเรื่องราวของโรงพิมพ์ผ้าตราฉัตรกนกที่กำลังเป็นที่นิยม เกิดเหตุฆาตกรรมขึ้น โดยมีชายลึกลับเข้ามาเกี่ยวข้อง…ชายผู้ซึ่งไม่รู้ว่าเป็นฆาตกรหรือโจรขโมยหัวใจกันแน่

……………………………………………………………….

-14-

ไม่ใช่เรื่องยากที่คุณหญิงฉัตรกนกจะแอบเล็ดลอดจากตำหนักใหญ่ ไปที่รถยนต์ของฤทธิ์ซึ่งจอดรออยู่ข้างกำแพงวัง

มีประตูไม้บานเล็กซ่อนอยู่ด้านหลังสวน มีกุหลาบเลื้อยปกคลุม มองเผินๆ แทบไม่สังเกตเห็น ตามปกติไม่ค่อยมีใครใช้ประตูนั้นผ่านเข้าออก

กรุ่นกุหลาบหอมรวยริน คุณหญิงฉัตรกนกกำกุญแจเอาไว้แน่น กว่าจะไขได้ต้องออกแรงกันพอสมควร ด้วยประตูไม่ได้เปิดใช้งานมานานนับเดือน เสียงบานพับดังเอี๊ยด เสียดลึกไปในราตรีกาลอันเงียบสงบ มือเรียวยาวผลักเปิดออกไปก็เห็นรถของฤทธิ์จอดรออยู่แล้ว

เธอเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดรัดกุม ผมยาวรวบเอาไว้ที่ท้ายทอย คุณหญิงสวมหมวกแก๊ปหลุบต่ำลงปิดหน้า เสื้อเชิ้ตสีขาวตัวโคร่งปิดบังทรวดทรงองค์เอว เธอเลือกสวมกางเกงขาสามส่วนดูทะมัดทะแมง

“มองอะไรนายฤทธิ์” คุณหญิงฉัตรกนกถาม รู้สึกได้ถึงสายตาคมวาวของชายหนุ่มที่จ้องมองมาในเงามืด

“มองคุณหญิงครับ”

เขาตอบตรงตามนิสัย ฤทธิ์ไม่เคยเห็นคุณหญิงฉัตรกนกในรูปลักษณ์เช่นนี้มาก่อน นวลแสงจันทร์สีเงินยวงอาบไล้ผิวผุดผ่อง เงาของหมวกที่ราชนิกุลสาวสวม มิอาจบดบังความงดงามของเธอได้

“เสื้อผ้าชุดนี้ของคุณหญิง…เอ้อ…”

ฤทธิ์เกือบหลุดคำว่า ‘สวย’ ออกไปแล้ว หากยั้งปากเอาไว้ได้ทัน ด้วยรู้สึกว่าเป็นการเสียมารยาทเกินไป หากจะพูดเช่นนั้นกับสุภาพสตรีผู้อ่อนหวานอย่างคุณหญิงฉัตรกนก

“ฉัน…” คุณหญิงยกมือขึ้นชี้ตัวเอง “ทำไม เสื้อผ้าของฉันมีอะไรผิดปกติไปหรือ…นายฤทธิ์”

“ปะ…เปล่าครับ” ฤทธิ์รีบปฏิเสธ “เสื้อผ้าของคุณหญิงไม่มีอะไรผิดปกติไปแม้สักนิด”

“ถ้าไม่มีอะไรผิดปกติก็ไปกันได้แล้ว ขืนชักช้า กลับมาไม่ทัน หม่อมย่าหาฉันไม่เจอจะกลายเป็นเรื่องใหญ่” คุณหญิงเหลือบมองท้องฟ้า พระจันทร์เคลื่อนคล้อยไปมากแล้ว อีกไม่นานก็จะรุ่งสาง

“ครับ” ฤทธิ์พยักหน้ารับ เขาสตาร์ตรถยุโรปสีเข้มคันเล็กกะทัดรัด และขับเลี้ยวลัดออกไปสู่ถนนใหญ่ด้วยความชำนาญ

เวลาวิกาลแบบนี้ถนนหนทางว่างเปล่า พระนครในเงาราตรีแลดูแตกต่างไปจากพระนครในยามกลางวันที่คุณหญิงฉัตรกนกเคยคุ้น ตึกสวยทาสีไข่ไก่ที่ปลูกรายเรียงอยู่สองข้างของถนนราชดำเนินดูมลังเมลือง ไฟสองข้างถนนส่องแสงสว่างเรืองเรื่อ ต้นไม้บนบาทวิถีแผ่กิ่งก้านใบร่มครึ้ม ยามที่สายลมเย็นแผ่วผ่าน พุ่มไม้ก็ระบัดใบไหวด้วยท่วงท่าร่าเริง

ฤทธิ์ขับรถอย่างชำนาญ แล่นผ่านถนนราชดำเนินเลี้ยวไปทางถนนเจริญกรุง คุณหญิงฉัตรกนกรู้สึกคุ้นเคยกับอาคารร้านถิ่นแถวนี้อย่างบอกไม่ถูก มีคำถามมากมายแล่นมารออยู่ที่ปลายลิ้น หากราชนิกุลสาวพยายามสะกดกลั้นเอาไว้ ในที่สุดฤทธิ์ก็พารถคู่ใจเลี้ยวมาจอดที่หน้าอาคารหลังใหญ่แห่งหนึ่ง…

ไม่สิ…สภาพที่ปรากฏตรงหน้าไม่ใช่อาคาร หากเป็นซากปรักหักพังของอาคารต่างหาก

อาคารที่เคยใหญ่โต สวยงาม…หากบัดนี้ถูกไฟไหม้จนเป็นเศษเถ้าถ่าน

แม้เวลาจะผ่านมาหลายวันแล้ว หากกรุ่นควันไฟยังลอยอวลอยู่ในอณูอากาศ คุณหญิงฉัตรกนกกวาดสายตามองไปรอบๆ แสงไฟหน้ารถส่องต้องป้ายแผ่นใหญ่ที่ตกอยู่ในกองปรักหักพังนั้น

เป็นป้ายชื่อที่ถูกไฟไหม้จนแหว่งวิ่น แต่กระนั้นก็ยังพอจะอ่านได้เป็นคำ

“ต.ภูษา…”

คุณหญิงฉัตรกนกครางเสียงแผ่ว เธอหันกลับมาทางฤทธิ์ด้วยความงุนงง

“บ้านของผมเอง” ฤทธิ์เอ่ยเสียงแผ่วหากทว่าหนักแน่น ดวงตาคู่คมของเขาจ้องมองดวงหน้าสวยหวานของคุณหญิงฉัตรกนกแน่วนิ่ง

“อะไรนะ” คุณหญิงฉัตรกนกฟังไม่ถนัด

“ต.ภูษา…บ้านของผมเอง” นายฤทธิ์เอ่ยชัดถ้อยชัดคำ

“นายฤทธิ์…โอย…” คุณหญิงฉัตรกนกยกมือขึ้นแตะหน้าอก “นี่มันอะไรกัน ฉันงงไปหมดแล้ว…ต.ภูษา คือบ้านของนายอย่างนั้นหรือ…จะเป็นไปได้อย่างไร อย่าบอกนะว่านายคือ…”

“ครับ” ฤทธิ์พยักหน้ารับ “พ่อของผมคือนายตาบ เง็กชวน…ผมชื่อตวงฤทธิ์ เง็กชวน…ไม่ใช่ฤทธิ์ ชาติสยาม อย่างที่บอกคุณหญิง”

“นาย…” ดวงหน้าของคุณหญิงฉัตรกนกซีดเผือด เธอถอยหลังไปนิดหนึ่ง มือที่ชี้ตรงไปยังร่างสูงใหญ่สั่นระริก

“หมายความว่านายหลอกฉัน…นายปลอมตัวไปที่โรงงานของเราทำไม”

“ผมขอโทษนะครับคุณหญิง…ผมไม่ได้คิดจะหลอกคุณหญิงเลยสักนิด แต่ผมมีเหตุผลที่ทำแบบนั้น…คิดอยู่แล้วเชียว ว่าเมื่อไรที่ผมบอกความจริงให้รู้ คุณหญิงคงจะโกรธ ไม่พอใจ…และผิดหวัง”

ดวงหน้าของฤทธิ์ ชาติสยาม หรือตวงฤทธิ์ เง็กชวน สลดไป

“ตกลงนายโกหกฉันทำไม เหตุผลของนายคืออะไร” น้ำเสียงของคุณหญิงฉัตรกนกแผ่วต่ำ ดวงตาที่จ้องมองชายหนุ่มมีหยาดน้ำคลอคลอง เธอยังคงตัดพ้อ “นายทำให้ฉันผิดหวังมาก ฉันสู้อุตส่าห์ไว้ใจ…หนีไปแล้วก็หนีไปเลยสิ…จะกลับมาอีกทำไม”

“ผมจำเป็นต้องกลับมา เพราะผมเป็นห่วงคุณหญิง…จริงๆ นะครับ ผมเป็นห่วงคุณหญิงมาก” ประโยคต่อมาของเขาหนักแน่น จริงจัง “เมื่อวานไฟไหม้โรงงานของผม และเกิดเหตุร้ายที่โรงงานของคุณหญิงขึ้นพร้อมๆ กัน…ผมคิดว่าทั้งหมดอาจเกี่ยวข้องกับสิ่งนี้”

ฤทธิ์ยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งให้คุณหญิงฉัตรกนก และเธอก็รับไปอย่างลังเล

ทันทีที่คลี่กระดาษแผ่นนั้นออกอ่าน ดวงตาของราชนิกุลสาวก็เบิกกว้าง

“นี่มัน…” คุณหญิงฉัตรกนกเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มร่างสูง

“ใช่ครับ” ตวงฤทธิ์พยักหน้า “จดหมายข่มขู่ให้เลิกกิจการโรงงานไปเสีย ถ้าไม่เชื่อ จะเกิดเหตุร้ายขึ้นเร็วๆ นี้”

“เหมือนกับจดหมายที่ฉันได้รับเลยค่ะ” คุณหญิงฉัตรกนกจ้องมองตัวอักษรในจดหมาย ที่ตัดมาจากหน้าหนังสือพิมพ์และนิตยสารต่างๆ ปะติดปะต่อกันขึ้นเป็นประโยค ลักษณะเดียวกันกับจดหมายข่มขู่ที่โรงงานพิมพ์ผ้าฉัตรกนกได้รับไม่มีผิด

“ไม่น่าเชื่อว่าในที่สุด ก็เกิดเหตุร้ายขึ้นกับโรงงานของเราจริงๆ” ชายหนุ่มถอนใจยาว ดวงตาเรียวยาวของเขาจ้องมองเศษซากที่หลงเหลืออยู่ของโรงงาน ต.ภูษา

“ฉันงงไปหมดแล้ว” คุณหญิงฉัตรกนกพึมพำ ไม่อาจละสายตาไปจากกระดาษในมือ นาทีนั้น ดูเหมือนเธอจะลืมเรื่องโกรธเคืองชายหนุ่มไปเสียสนิท

“ผมก็งง” เขาสารภาพ “และขอสารภาพตามตรงว่า ตอนแรกที่ได้รับจดหมายฉบับนี้ ผมคิดว่ามันถูกส่งมาจากโรงงานฉัตรกนก”

“ฉันกับย่าก็แอบคิดว่า…จดหมายที่เราได้รับ อาจจะมาจากโรงงานของคุณเช่นกัน” คุณหญิงฉัตรกนกพึมพำ

“เห็นไหมครับว่าคุณหญิงและหม่อมอุ่นอรุณก็คิดแบบเดียวกับผมและพ่อ” ตวงฤทธิ์ว่า “ในพระนครมีโรงงานพิมพ์ผ้าแค่สองโรง…คือ ต.ภูษาและฉัตรกนก ถึงเราจะไม่ได้แข่งขันกันโดยตรง แต่เราก็ทำธุรกิจเดียวกัน ถ้าโรงงานของผมต้องเลิกกิจการไป ผู้จะได้รับประโยชน์ก็คือโรงงานของคุณหญิง…การที่ผมได้รับจดหมายข่มขู่ จึงไม่แปลกที่ผมจะคิดไปว่า มันมาจากคนของคุณหญิง”

“เพราะอย่างนี้ คุณถึงได้ปลอมตัว แอบแฝงเข้าไปในโรงงานของฉัน” คุณหญิงฉัตรกนกเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวต่างๆ เข้าด้วยกัน

“ครับ” เขาพยักหน้ารับอย่างตรงไปตรงมา “ผมสงสัย และทางเดียวที่จะตอบคำถามในใจของตัวเองได้ คือปลอมตัวเข้าไปสืบข่าวในโรงงานฉัตรกนก”

“มิน่าล่ะ นายถึงดูไม่เหมือนคนงานทั่วไป” คุณหญิงฉัตรกนกเม้มริมฝีปากแน่น “แล้วยังไง…ปลอมตัวเข้ามาสืบ ได้ความว่าอย่างไรบ้าง”

“เมื่อเข้ามาทำงานในโรงงานของคุณหญิง ผมเริ่มมองหาหลักฐานต่างๆ และบอกกับตัวเองในที่สุดว่า…ไม่หรอก…จดหมายนี่ไม่ได้ส่งมาจากคุณหญิงแน่ๆ แถมผมได้รู้จากคุณเศวตด้วยว่า คุณหญิงเองก็ได้รับจดหมายลักษณะนี้เหมือนกัน”

“นายเศวต…พูดมากจริงนะ” คุณหญิงฉัตรกนกส่ายหน้า

“อย่าว่าคุณเศวตเลยครับ” ตวงฤทธิ์บอก “คนซื่อสัตย์ รักเจ้านายอย่างคุณเศวตหาไม่ง่ายนักหรอกนะครับ…คุณเศวตจงรักภักดีกับคุณหญิงและหม่อมอุ่นอรุณมาก ที่เขาเล่าให้ผมฟังเรื่องจดหมาย เพราะเขาเป็นห่วง เลยอยากให้ผมช่วยเป็นหูเป็นตาให้อีกแรง…อยู่ในโรงงานของคุณหญิงไปเรื่อยๆ ผมสารภาพว่ามีความสุขมาก จากที่คิดว่าจะมาอยู่เพื่อสืบข่าวแค่ไม่กี่วัน กลายเป็นว่า ผมตัดสินใจอยู่ต่อนานเป็นเดือนๆ ยิ่งอยู่ไป ผมก็ยิ่งเข้าใจแล้วว่าทำไมผ้าจากโรงงานของคุณหญิงถึงเป็นที่นิยมมากกว่าผ้าของ ต.ภูษา…”

“ทำไม” คุณหญิงฉัตรกนกเองก็อยากรู้เช่นกัน

“เพราะผ้าจากโรงงานของคุณหญิง…Weaving with love…ถักทอออกมาด้วยความรักอย่างไรเล่าครับ” เขาเอ่ยจากใจจริง

“ช่วยขยายความได้ไหมคะ ฉันไม่เข้าใจ” คุณหญิงฉัตรกนกขมวดคิ้ว

“ได้สิครับ…สิ่งแรกเลย…เพราะคุณหญิงเป็นคนออกแบบลวดลายผ้าด้วยตัวเอง ออกแบบด้วยใจรัก ลายที่คุณหญิงวาดจึงสวยงาม อ่อนหวาน เหมาะกับผู้หญิง ในขณะที่โรงงาน ต.ภูษา ใช้ผู้ชายเป็นคนออกแบบ แถมลายก็เป็นลายรุ่นเก่าๆ โบราณ ดูเชย ไม่ทันสมัย…ประการต่อมา ถึงแม้ว่าผ้าของคุณหญิงจะมีราคาสูง แต่ก็มีคุณภาพที่ดี ผืนหนึ่งใช้ได้นานหลายปี สีไม่ซีด สีไม่ตก เครื่องจักรที่ใช้พิมพ์ผ้าก็เป็นเครื่องจักรรุ่นล่าสุดที่ทันสมัย ทำให้ผ้ามีความคงทน ประการที่สำคัญ…คนงานทุกคนของคุณหญิงน่ารัก ทำงานกันอย่างมีความสุข และที่พวกเขาเป็นแบบนี้ ก็เพราะมีเจ้านายที่ดี ดูแลและเอาใจใส่ทุกคนเป็นอย่างดี ทำให้เขารู้สึกเป็นเหมือนกับครอบครัว ด้วยเหตุนี้ คนงานของคุณหญิงจึงทุ่มเทให้กับการทำงานเป็นอย่างมาก…แตกต่างจากโรงงานของผมโดยสิ้นเชิง”

ตวงฤทธิ์ไม่ได้ป้อยอหรือพูดคำหวานๆ เพื่อให้คุณหญิงฉัตรกนกรู้สึกพอใจ หากทว่ารู้สึกเช่นนั้นจริงๆ

คุณหญิงฉัตรกนกฟังแล้วได้แต่นิ่งไปด้วยความรู้สึกนานัปการ

ทั้งซาบซึ้ง ทั้งภาคภูมิใจ

ใช่…สิ่งที่ตวงฤทธิ์เอ่ยขึ้นมานั้น เป็นความจริงทุกประการ

งานที่โรงงานพิมพ์ผ้านั้นหนักหน่วงมาก ทั้งคุณหญิงฉัตรกนกและหม่อมอุ่นอรุณ ทุ่มเททั้งชีวิตกับโรงงานแห่งนี้ เป็นผู้หญิงเพียงไม่กี่คนในพระนคร ที่ลุกขึ้นมาทำธุรกิจใหญ่โตที่แม้แต่บุรุษก็ยังลังเล

พวกเธอลงมือทำในสิ่งที่ไม่เคยทำ จากชาววังนั่งเย็บปักถักร้อย ลุกขึ้นมาทำโรงงาน เป็นการปรับตัวขนานใหญ่ คนส่วนใหญ่ที่รู้เรื่องต่างพากันอ้าปากค้าง ด้วยไม่คิดว่าผู้สูงวัยอย่างหม่อมอุ่นอรุณจะทำได้ เลิกงานทุกๆ วัน ร่างกายนั้นเต็มไปด้วยความอ่อนล้าและเหน็ดเหนื่อย หากไม่ใช่เพราะความรักในสิ่งที่ทำ เธอและหม่อมย่าคงจะเลิกล้มความตั้งใจ ปิดโรงงานไปนานแล้ว

“ฉันนึกอยู่แล้วว่านายไม่ใช่คนงานธรรมดา…แถมยังพูดภาษาต่างประเทศได้ดีอีกด้วย” คุณหญิงฉัตรกนกพึมพำออกมาในที่สุด

เธอรู้มาว่านายตาบ เง็กชวน เจ้าของโรงงาน ต.ภูษามีลูกชายคนเดียว เขาส่งลูกชายไปเรียนที่ต่างประเทศ แต่ประเทศไหนนั้นคุณหญิงไม่แน่ใจ

“ผมเรียนจบวิศวกรรมมาจากเยอรมนีครับ”

ไหนๆ ก็เปิดเผยตัวตนให้รู้แล้วว่าเขาคือใคร ตวงฤทธิ์จึงเล่ารายละเอียดทั้งหมดของตัวเองให้คุณหญิงฟัง

“เมื่อเรียนจบก็กลับมาช่วยพ่อทำโรงงาน หลายปีมานี้โรงงานของเราล้าสมัยมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเครื่องจักร เรื่องลวดลาย รวมถึงเรื่องการบริหาร พ่อของผมทำธุรกิจแบบคนรุ่นเก่า ผมกำลังปรับปรุงแก้ไขระบบงานอยู่ ก็พอดีเกิดเรื่องขึ้นเสียก่อน”

คุณหญิงฉัตรกนกพยักหน้า พึมพำว่า

“ฉันนึกอยู่แล้วว่านายต้องปลอมตัวมา ไม่มีชื่อฤทธิ์ ชาติสยาม อยู่ในสารบบประชากรสยาม เพียงแต่ฉันยังสืบไม่ได้ว่านายคือใคร”

“นั่นยังไง” ตวงฤทธิ์หัวเราะออกมาเบาๆ “คุณหญิงเองก็ตามสืบผมเหมือนกัน…แบบนี้หายกันนะครับ คุณหญิงห้ามโกรธผม เพราะที่ผมทำไปมีเหตุผลส่วนตัว และผมก็ไม่ได้เป็นพิษเป็นภัยกับคุณหญิงเลยสักนิด”

“เรื่องยกโทษให้นาย…ฉันต้องคิดดูก่อน” คุณหญิงฉัตรกนกถลึงตามองอีกฝ่าย ยอมรับว่าหลังจากได้ฟังเหตุผลของตวงฤทธิ์แล้ว ความโกรธที่กรุ่นอยู่ในตอนแรกลดลงไปมาก แต่จะบอกให้ชายหนุ่มรู้ตอนนี้ ก็ดูจะทำให้อีกฝ่ายได้ใจ

“โธ่ คุณหญิง” ตวงฤทธิ์อุทธรณ์ เขาเอื้อมมือมาจับมือของคุณหญิงไปแนบที่หน้าอก “อย่าโกรธผมเลย…นะครับ นะครับ”

“ไม่” คุณหญิงฉัตรกนกหน้าแดง หัวใจเต้นแรงขึ้นมาโดยไม่มีเหตุผล เธอพยายามดึงมือออกจากการเกาะกุมของเขา พึมพำเสียงแผ่วว่า “นายเป็นคนผิด ไม่มีสิทธิ์ต่อรองอะไรทั้งนั้น…อีกอย่าง ถ้านายเป็นฉัน รู้ว่าคนงานใช้ชื่อปลอมมาสมัครงาน นายจะสืบหาความจริงแบบฉันหรือเปล่าล่ะ”

คุณหญิงฉัตรกนกย้อนถาม

“คนงานหนุ่ม ท่าทางดูดี อ่านคู่มือเครื่องจักรที่เขียนด้วยภาษาเยอรมันออก ไม่มีหลักฐานการสมัครงานใดๆ สืบไม่รู้ว่าบ้านอยู่ไหน…”

“คุณหญิงเลยแอบสงสัยผม” ตวงฤทธิ์พยักหน้าหงึกๆ กับตนเอง

“แน่ละ” คุณหญิงยอมรับ “ยิ่งนายมาหายตัวไปในวันเกิดเหตุ…ทุกอย่างประจวบเหมาะกันพอดี”

“คืนนั้นผมต้องรีบกลับบ้าน เพราะมีคนส่งข่าวว่าเกิดไฟไหม้โรงงาน” ตวงฤทธิ์เล่า “ตอนแรกผมคิดว่าไฟไหม้เล็กน้อย แต่พอมาถึงกลับกลายเป็นเพลิงไหม้ใหญ่ รุนแรงกว่าที่คิดไว้มาก”

“ข่าวบอกว่า…คนงานทิ้งก้นบุหรี่ ผ้าเลยติดไฟ แล้วเลยไหม้ลามไปใหญ่โต” คุณหญิงฉัตรกนกพูดตามที่ได้ยินมา

“คุณหญิงเชื่ออย่างนั้นหรือครับ” ตวงฤทธิ์หัวเราะหึๆ ในลำคอ ขณะที่คุณหญิงฉัตรกนกได้แต่จ้องมองดวงหน้าคมสันของอีกฝ่าย…ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความไม่เข้าใจ…

Don`t copy text!