ฉัตรกนก บทที่ 19 :  ใต้ฟ้าราตรี

ฉัตรกนก บทที่ 19 : ใต้ฟ้าราตรี

โดย : พงศกร

ฉัตรกนก นวนิยายสืบสวนสอบสวน โรแมนติก จากซีรี่ส์คุณหญิงยอดนักสืบ โดย พงศกร นิยายออนไลน์ ที่ อ่านเอา อยากให้คุณได้ อ่านออนไลน์ กับเรื่องราวของโรงพิมพ์ผ้าตราฉัตรกนกที่กำลังเป็นที่นิยม เกิดเหตุฆาตกรรมขึ้น โดยมีชายลึกลับเข้ามาเกี่ยวข้อง…ชายผู้ซึ่งไม่รู้ว่าเป็นฆาตกรหรือโจรขโมยหัวใจกันแน่

……………………………………………………………….

-19-

ราวกับจะรู้ว่าคุณหญิงฉัตรกนกกำลังสงสัยในพฤติกรรม วันนั้นตลอดทั้งบ่าย ดวงสุดาจึงประพฤติตัวเป็นปกติดี

ถ้าตัดความน่าสงสัยต่างๆ ออกไป คุณหญิงฉัตรกนกยอมรับว่าดวงสุดาเป็นคนหัวไว เรียนรู้งานได้รวดเร็ว กิริยามารยาทอ่อนหวานช่างเอาใจ ทำให้หม่อมอุ่นอรุณที่ปกติคุ้นเคยกับคนยาก รู้สึกเอ็นดูได้ในเวลาอันรวดเร็ว

ช่วงบ่ายหลังจากดื่มน้ำชาเรียบร้อยแล้ว หม่อมอุ่นอรุณถึงกับเรียกให้ดวงสุดาคอยรับใช้อยู่ข้างกาย สอนงานให้ด้วยตัวเอง ทั้งๆ ที่เป็นหน้าที่ของคุณหญิงฉัตรกนก

เวลาบ่ายผ่านไปอย่างเชื่องช้า คุณหญิงฉัตรกนกใช้เวลากับการเช็กออร์เดอร์ผ้าและปริมาณผ้าที่ผลิตเสร็จในวันนั้น หน้าที่นี้ปกติเป็นหน้าที่ของมะลิวัลย์ แต่พอมะลิวัลย์ไม่อยู่ คุณหญิงฉัตรกนกจึงจำเป็นต้องลงมาทำแทน

เธอถอนใจยาวด้วยความกลุ้มใจ มะลิวัลย์ป่วยหนักในช่วงเวลาที่งานหนักพอดี มีออร์เดอร์ผ้าประดังเข้ามาพร้อมๆ กัน ลูกค้าทุกคนล้วนแต่เร่งอยากได้ผ้าไวๆ คุณเศวตต้องจัดตารางงานและขอร้องให้คนงานทำงานล่วงเวลาตลอดทั้งเดือน เพราะกลัวจะส่งงานไม่ทัน

หลังจากตรวจสอบยอดการผลิตจนแน่ใจ คุณหญิงฉัตรกนกก็ถอนใจออกมาได้ด้วยความโล่งอก เมื่อพบว่าหลังจากปรับแผนการทำงานใหม่ ทางโรงงานจะสามารถส่งผ้าทุกผืนให้ลูกค้าได้ทันตามกำหนด

ได้ยินเสียงคุยกันหนุงหนิง สลับด้วยเสียงหัวเราะของหม่อมอุ่นอรุณดังมาเป็นระยะ คุณหญิงฉัตรกนกแอบเงยหน้าจากเอกสารตรงหน้าขึ้นมอง ก็เห็นหม่อมย่าของเธอมีสีหน้าสดชื่นอย่างที่ไม่เคยได้เห็นมานานแล้ว

แต่กระนั้น ก็เหมือนกับมีอะไรบางๆ จางๆ ติดค้างอยู่ในใจของคุณหญิงฉัตรกนกอยู่ดี…

“รีบกลับบ้านหรือเปล่าแม่สุดา” คำของหม่อมอุ่นอรุณทำให้คุณหญิงฉัตรกนกถึงกับกะพริบตาถี่ๆ ไม่อยากเชื่อว่าหม่อมย่าของเธอจะเอ่ยชวนอีกฝ่ายง่ายๆ แบบนี้ “ไปทานข้าวเย็นที่วังของฉันด้วยกันก่อนไหม จะได้ทำความรู้จักกันให้มากขึ้น ฉันรู้สึกถูกชะตากับหล่อนแบบที่ไม่เคยถูกชะตากับใครอย่างนี้มานานแล้ว”

“หม่อมย่าคะ…” คุณหญิงฉัตรกนกท้วงเบาๆ

“ขอตัวดีกว่าค่ะ” ดวงสุดารีบบอก เธอเหลือบมองคุณหญิงฉัตรกนกด้วยสายตาเกรงใจ “บังเอิญวันนี้สุดามีธุระ ขอเป็นโอกาสหน้าดีกว่านะคะหม่อม สุดาต้องกราบขออภัยหม่อมด้วยนะคะ”

“อ้าว…มีธุระเสียแล้ว ถ้างั้นก็ไม่เป็นไรจ้ะ เอาไว้โอกาสหน้าก็ได้” หม่อมอุ่นอรุณพยักหน้าให้ดวงสุดา เธอเอื้อมมือไปหยิบกระเป๋าสานที่ถือติดตัว แล้วหันไปทางหลานสาวคนโปรด “กลับกันเถิดหญิงฉัตร”

อาจเพราะเดือนนี้ย่างเข้าฤดูหนาว ท้องฟ้าจึงมืดเร็วกว่าปกติ หลังจากพระอาทิตย์ลับฟ้า อากาศรอบกายก็เริ่มยะเยือกเย็น ท้องฟ้าสีน้ำเงินเข้มจนเกือบดำแตะแต้มด้วยหมู่ดาวอันระยิบระยับ

หลังรับประทานอาหารค่ำเสร็จเรียบร้อย หม่อมอุ่นอรุณก็เตรียมตัวจะเข้านอน ครั้นพอส่งหม่อมย่าเข้านอนเรียบร้อย คุณหญิงฉัตรกนกก็เตรียมตัวจะเข้าห้องเพื่อพักผ่อนบ้าง ก็พอดีกับที่เสียงกริ่งโทรศัพท์ในห้องรับแขกดังขึ้น

และเมื่อคุณหญิงเอื้อมมือไปรับสาย ก็ปรากฏว่าเป็นโทรศัพท์จากหม่อมเจ้าหญิงฉวีนารี ซึ่งเป็นลูกค้าประจำของโรงงานฉัตรกนกนั่นเอง

“ป้าต้องขอโทษหญิงด้วย ที่โทรมารบกวนถึงที่วัง เวลาค่ำมืดดึกดื่น” หม่อมเจ้าหญิงฉวีนารีแทนพระองค์ว่าป้า เพราะมีศักดิ์เป็นญาติผู้พี่ของหม่อมเจ้าเปรมปุษาณ

“ไม่เป็นไรเลยเพคะท่านป้า” คุณหญิงฉัตรกนกรีบบอก “ท่านป้ามีอะไรให้หญิงรับใช้เพคะ”

“แหม…ปากหวานจริงนะเรา” ท่านหญิงทรงสรวล “ใครจะกล้าใช้ลูกสาวชายปุษาณจ๊ะ ขืนใช้ พ่อเขาได้มาเอ็ดป้าเอาน่ะสิ…คือยังงี้จ้ะ ป้าสั่งพิมพ์ผ้าเอาไว้สิบกว่าผืน กะว่าจะเอามาตัดใส่ไปงานเต้นรำที่หัวหิน กำหนดรับผ้าคือช่วงสิ้นเดือน ซึ่งป้าออกจะกังวลว่าจะไม่ทันงาน วันนี้เลยใช้ให้เลขาโทรไปเช็กกับทางโรงงาน คุณเศวตแจ้งว่าผ้าของป้าทำเสร็จแล้วบางส่วน”

ช่วงเดือนฤดูหนาว พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระราชินี มักจะเสด็จแปรพระราชฐานไปประทับที่พระราชวังไกลกังวล ทุกวันหยุดสุดสัปดาห์ก็จะจัดให้มีงานลีลาศเต้นรำอยู่เป็นประจำ ทุกครั้งจะทรงเชิญพระราชอาคันตุกะและพระบรมวงศานุวงศ์ไปร่วมงานเลี้ยงเป็นประจำ

“ใช่เพคะ…ลายดอกกุหลาบพิมพ์เสร็จแล้ว เหลือลายผีเสื้อ หญิงเพิ่งวาดแบบเสร็จ กำลังจะลงมือพิมพ์สัปดาห์หน้า”

คุณหญิงฉัตรกนกจำได้แม่น เธอเพิ่งลงสีลายผีเสื้อเสร็จ กำลังส่งไปให้ช่างทำแบบและทำบล็อกสี ขั้นตอนพิมพ์ผ้าสำหรับหม่อมเจ้าฉวีนารีนั้นออกจะยากกว่าปกติ ด้วยเป็นการพิมพ์ลงไปบนผ้าไหม ซึ่งต้องใช้เทคนิคพิเศษ

“พอดีป้าจะแวะไปเฝ้าเสด็จที่ข้างใน เลยจะได้ผ่านไปแถวเต๊งวันพรุ่งนี้ จึงอยากรบกวนขอรับผ้าลายกุหลาบไปให้ช่างตัดก่อน ลายผีเสื้อตัดไม่ทันไม่เป็นไร อย่างน้อยมีลายกุหลาบไปสวมอวดใครๆ ก็น่าจะดี”

เต๊งที่หม่อมเจ้าหญิงฉวีนารีตรัสถึงนั้น คืออาคารสองชั้นในเขตพระราชฐาน อยู่ตรงกำแพงชั้นในถัดจากประตูช่องกุดไป เป็นอาคารที่ปลูกสร้างขึ้นมาในสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นที่อยู่ของข้าราชการสตรีหรือคุณพนักงานที่ทำงานในวังสำหรับพำนักอาศัย

คุณพนักงานเหล่านี้ มักมีฝีมือการบ้านการเรือนไม่ด้านใดก็ด้านหนึ่ง บางคนถนัดทำขนม บางคนร้อยมาลัย ทำน้ำอบน้ำปรุง ทำการฝีมือปักผ้า ประดิดประดอย บ้างก็เป็นช่างตัดผ้า ช่างทำทอง จึงเปิดร้านที่แถวเต๊ง ทำการค้าขายประหนึ่งเป็นตลาดเล็กๆ อยู่ภายในพระบรมมหาราชวังนั่นเอง

“ได้เพคะ” คุณหญิงฉัตรกนกรับปากเสร็จก็เริ่มไม่แน่ใจว่าผ้าลายกุหลาบนั้น พิมพ์เสร็จเรียบร้อยแล้วจริงๆ หรือไม่ “หญิงจะเตรียมผ้าเอาไว้ให้เรียบร้อย ช่วงก่อนเที่ยง…ท่านป้าส่งคนมารับได้เลยเพคะ”

“แหม…ขอบใจหญิงมากๆ” หม่อมเจ้าหญิงฉวีนารีสรวลชอบใจ “ไม่ผิดหวังเลยจริงๆ ที่เป็นลูกค้าโรงงานนี้”

สนทนากันอีกนิดหน่อย หม่อมเจ้าหญิงฉวีนารีก็ทรงวางสายลง ขณะที่ใจของคุณหญิงฉัตรกนกนึกกังวลถึงแต่เรื่องนี้จนนอนไม่หลับ สุดท้ายจึงตัดสินใจลุกขึ้นมาเปลี่ยนเสื้อผ้าเสียใหม่ให้รัดกุม เตรียมพร้อมจะย้อนกลับไปที่โรงงานอีกครั้งหนึ่ง

แต่…

ดึกป่านนี้แล้ว จะไปอย่างไร…

นายฤทธิ์…เอ้อ…คุณตวงฤทธิ์’

คุณหญิงฉัตรกนกนึกถึงชายหนุ่มคนนั้นเป็นคนแรก เธอเหลือบดูนาฬิกาหางแมงดาข้างผนัง นึกภาวนาว่าตวงฤทธิ์คงจะยังไม่เข้านอน เธอรีบยกโทรศัพท์กดไปยังชุมสาย บอกเจ้าหน้าที่ให้ต่อโทรศัพท์หาเขา

“คุณหญิง” น้ำเสียงของอีกฝ่ายบอกถึงความดีใจชัดเจน “โทรหาผมแบบนี้ มีธุระอะไรหรือเปล่าครับ คิดถึงผมใช่ไหม”

“ขี้ตู่…ใครเขาคิดถึงนายกัน” คุณหญิงฉัตรกนกพึมพำ อดหน้าแดง หูแดงไม่ได้

“ถ้าไม่คิดถึง ทำไมคุณหญิงจะโทรมาเอาดึกป่านนี้เล่าครับ” ตวงฤทธิ์แกล้งเย้า “พรุ่งนี้เราก็เจอกันแล้ว”

“มีธุระด่วนน่ะสิ ฉันรบกวนคุณขับรถมารับที่วังหน่อยได้ไหม” คุณหญิงออกจะเกรงใจ แต่ไม่มีทางเลือก

เธอตั้งใจจะกลับไปจัดการธุระเงียบๆ ไม่บอกให้หม่อมอุ่นอรุณรู้ แต่จะขับรถไปโรงงานด้วยตนเองก็ยังขับไม่เป็น ครั้นจะให้คนไปตามนายขันถึงที่บ้านก็จะกลายเป็นเรื่องใหญ่ ถ้าจะให้เรียกรถเจ๊กไปเองในยามวิกาลเช่นนี้ก็คงไม่เหมาะสมนัก

“ได้สิครับ” ตวงฤทธิ์รับปากรวดเร็ว ทั้งที่ยังไม่รู้ว่าคุณหญิงฉัตรกนกจะให้เขาขับรถพาไปไหน

“นายจะไม่ถามหน่อยหรือ ว่าฉันจะให้พาไปไหน” คุณหญิงว่า

“นั่นสิ” ตวงฤทธิ์หัวเราะเบาๆ “จะให้ผมพาไปไหนครับ”

“โรงงาน” คุณหญิงตอบสั้นๆ

“โรงงาน” ตวงฤทธิ์ประหลาดใจ ประโยคต่อมาเริ่มจะวิตก “กลับไปโรงงานกลางค่ำกลางคืนแบบนี้ มีอะไรหรือเปล่าครับ”

“มี” คุณหญิงอธิบายเหตุผลให้อีกฝ่ายทราบ ก่อนจะจบด้วยคำสั่งแกมขอร้องว่า “นายมาจอดรออยู่ที่ด้านหลังวังเหมือนครั้งก่อนนะ ฉันจะไปเงียบๆ รีบไปรีบกลับ ไม่อยากให้หม่อมย่ารู้”

“ได้ครับ” ตวงฤทธิ์รับคำแข็งขัน “ผมจะรีบไปทันที ขอเวลาแต่งตัวประเดี๋ยว…อีกครึ่งชั่วโมงพบกันนะครับคุณหญิง”

ตวงฤทธิ์เป็นคนรักษาคำพูดและรักษาเวลาได้ดี เมื่อคุณหญิงฉัตรกนกเหลือบมองนาฬิกา เห็นว่าผ่านไปสามสิบนาที ก็รีบออกมาที่ประตูด้านหลังของวังเกษกนก และพบว่ารถยนต์คันหรูของตวงฤทธิ์มาจอดรออยู่แล้ว

ชายหนุ่มรีบลงมาเปิดประตูรถด้านข้างคนขับให้คุณหญิงฉัตรกนกขึ้นนั่ง

ค่ำวันนี้ตวงฤทธิ์แต่งกายลำลอง เขาสวมเสื้อเชิ้ตขาวติดกระดุมต่ำ เผยให้เห็นแผงอกหนั่นหนาและไรขนบางๆ ที่แผ่ลามลึกลงไป กางเกงสีน้ำตาลเข้มและรองเท้าบูตตัดจากหนังกวางสูงถึงหน้าแข้ง ทำให้บุคลิกของเขาแลดูเป็นชายหนุ่มผู้ทรงเสน่ห์ คุณหญิงฉัตรกนกเห็นแล้วอดจะหน้าแดงขึ้นมาไม่ได้

“หม่อมอุ่นอรุณเข้านอนแล้วหรือครับ” ตวงฤทธิ์เอ่ยถามอย่างจะชวนคุยมากกว่า

“ค่ะ” คุณหญิงฉัตรกนกพยักหน้า “ฉันไม่ได้บอกให้หม่อมย่ารู้หรอก เพราะจะถูกซักไซ้ไล่เลียงและสุดท้ายก็ไม่อนุญาตให้ไป ฉันไม่อยากโทรศัพท์ไป เพราะป่านนี้คนงานที่ทำงานล่วงเวลาคงจะกลับบ้านกันหมดแล้ว”

“นี่คุณหญิงหนีออกจากวังในยามวิกาลถึงสองครั้งแล้วนะครับ” ตวงฤทธิ์หัวเราะชอบใจ “หนีออกมากับผู้ชายเสียด้วย”

“ไม่มีใครรู้หรอกน่ะ” คุณหญิงพึมพำ “ฉันทำเพราะความจำเป็น”

“คุณหญิงตัดสินใจถูกแล้วครับ ที่ไปดูความเรียบร้อยในคืนวันนี้ เพราะถ้าหากเกิดอะไรผิดพลาดคลาดเคลื่อน เราก็ยังแก้ไขได้ทัน” ตวงฤทธิ์สนับสนุน “ลูกค้าทุกคนมีความสำคัญ ผมเชื่อว่าท่านหญิงจะต้องประทับใจและบอกต่อ…แบบนี้เท่ากับคุณหญิงได้คนช่วยประชาสัมพันธ์โรงงานไปในตัว”

“ใช่” คุณหญิงฉัตรกนกเห็นด้วย “ท่านหญิงฉวีนารีทรงกว้างขวาง เป็นที่รักใคร่ของเจ้านายมากมาย อีกอย่าง…ท่านทรงเป็นพระญาติของเราด้วย”

“อ้อ” ตวงฤทธิ์พยักหน้าหงึกๆ หากไม่ออกความเห็นอะไร เขาสตาร์ตรถแล้วขับเคลื่อนไปในความมืด มุ่งหน้าไปยังโรงงานทอผ้าซึ่งอยู่ห่างออกไปไม่ไกลมากนัก

ถนนราชดำเนินในราตรีกาลสวยงามราวความฝัน ไฟถนนส่องสะท้อนตึกแถวที่รายเรียงอยู่สองข้างทางให้อร่ามเรือง ที่สุดปลายด้านหนึ่งแลเห็นพระที่นั่งอนันตสมาคมสีขาวมลังเมลือง หลังคาทรงโดมดูโดดเด่นเป็นสง่า ตวงฤทธิ์กดปุ่มเปิดประทุนหลังคา เผยให้เห็นท้องฟ้ากว้างที่เต็มไปด้วยหมู่ดาวระยิบระยับ

สายลมเย็นแผ่วผ่านมารวยริน คุณหญิงฉัตรกนกเคยผ่านถนนราชดำเนินมาหลายครั้งแล้ว หากไม่เคยรู้สึกว่าจะมีครั้งใด ที่หมู่สถาปัตยกรรมสองข้างทางจะงดงามเหมือนกับค่ำคืนนี้

ตวงฤทธิ์ขับรถลัดเลี้ยวอย่างชำนาญ คุณหญิงฉัตรกนกนึกอะไรขึ้นมาได้ เลยเอ่ยถามเขา

“จริงสิ…มัวแค่คิดถึงเรื่องตัวเอง…ฉันลืมถามไปเลยว่าคุณตาบ…คุณพ่อของนายเป็นอย่างไรบ้าง”

“พ่อเหรอครับ” ตวงฤทธิ์ถอนใจเบาๆ “ตอนนี้ก็พยายามทำใจกับเรื่องโรงงานอยู่น่ะครับ โรงงานแห่งนี้เป็นชีวิตจิตใจของพ่อ ท่านทุ่มเงินทั้งหมดที่มีในชีวิตเพื่อทำโรงงานผ้า พอวอดไปแบบนี้ก็ต้องเสียใจเป็นธรรมดา”

“เรื่องแบบนี้ กว่าจะทำใจได้ คงต้องใช้เวลาพอสมควร” คุณหญิงฉัตรกนกนึกเห็นใจ

“ครับ” ตวงฤทธิ์ว่า “แต่อย่างน้อย พ่อก็สบายใจ ที่คนงานส่วนหนึ่งได้งานที่โรงงานของคุณหญิง ไม่ต้องตกงาน…พ่อฝากขอบคุณมาด้วยนะครับ”

“ไม่เป็นไรหรอก” คุณหญิงฉัตรกนกว่า “ของแบบนี้ก็ได้ประโยชน์ด้วยกันทั้งสองฝ่าย ฉันเองก็กำลังอยากได้คนงานเพิ่มอยู่พอดี”

“โรงงานของพระยาวิศวาฯ ใกล้เปิดแล้วนะครับ คุณหญิงรู้แล้วหรือยัง” ตวงฤทธิ์เล่า ชายหนุ่มเพิ่งได้ข่าวนี้มาจากหัวหน้าคนงานเก่าของโรงงาน ต.ภูษา พระยาวิศวานฤมิตกำลังกว้านตัวคนงานที่มีฝีมือในการทอผ้าไปทำงานที่โรงงานที่กำลังจะเปิดในอีกไม่กี่วัน

“รู้ค่ะ…หม่อมย่าได้ยินข่าวเรื่องนี้มาจากร้านทำผม” คุณหญิงพึมพำ ร้านทำผมมักจะเป็นแหล่งข่าวที่ดีที่สุดสำหรับความเป็นไปต่างๆ ในพระนคร “เห็นบอกจะให้แม่บัวขาวเป็นผู้จัดการดูแลโรงงานแทนคุณหญิงวิศวาฯ”

“คุณหญิงเคยพบแม่บัวขาวอะไรนี่ไหมครับ” ตวงฤทธิ์ถาม

“ไม่เคย” คุณหญิงฉัตรกนกส่ายหน้า “แต่หม่อมย่าเล่าว่าท่านเคยเจอที่ร้านทำผมสองสามครั้ง ท่าทางเรียบร้อยดี พูดจาไพเราะ ฉลาดเฉลียว ช่างเอาอกเอาใจ…คนละแบบกับคุณหญิงวิศวาฯ เลย”

“หลังจากนี้ ท่านเจ้าคุณคงจะแต่งแม่บัวขาวเป็นภรรยาออกหน้าแน่ๆ” ตวงฤทธิ์สันนิษฐาน

“คงไม่ละมัง” คุณหญิงฉัตรกนกไม่แน่ใจ “เทียบอายุกับบัวขาว…ท่านเจ้าคุณแก่คราวพ่อ อายุปูนนี้แล้ว คงไม่แต่งใครเป็นภรรยาออกหน้าแล้วละ”

“ผมไม่คิดอย่างนั้น” น้ำเสียงของตวงฤทธิ์แผ่วต่ำในลำคอ “เท่าที่ผมทราบมา…บัวขาวรอเวลานี้มานาน และเจ้าคุณก็รอเวลานี้มานานเช่นกัน…แต่น่าเสียดายที่คุณหญิงวิศวาฯ เป็นก้างขวางคอชิ้นใหญ่ ช่างบังเอิญเหลือเกินที่จู่ๆ คุณหญิงวิศวาฯ มาด่วนตายไป…ความตายของคุณหญิงวิศวาฯ ครั้งนี้ เอื้อประโยชน์ให้บัวขาวเต็มๆ เลยละครับ”

 

Don`t copy text!