ฉัตรกนก บทที่ 23 : ผ้าพิมพ์ตราบัวขาว

ฉัตรกนก บทที่ 23 : ผ้าพิมพ์ตราบัวขาว

โดย : พงศกร

ฉัตรกนก นวนิยายสืบสวนสอบสวน โรแมนติก จากซีรี่ส์คุณหญิงยอดนักสืบ โดย พงศกร นิยายออนไลน์ ที่ อ่านเอา อยากให้คุณได้ อ่านออนไลน์ กับเรื่องราวของโรงพิมพ์ผ้าตราฉัตรกนกที่กำลังเป็นที่นิยม เกิดเหตุฆาตกรรมขึ้น โดยมีชายลึกลับเข้ามาเกี่ยวข้อง…ชายผู้ซึ่งไม่รู้ว่าเป็นฆาตกรหรือโจรขโมยหัวใจกันแน่

……………………………………………………………….

-23-

 

“ไปค่ะ” คุณหญิงฉัตรกนกตัดสินใจรวดเร็ว “แต่เราจะไปกันแบบนี้หรือ ฉันไม่อยากให้คนที่นั่นรู้ว่าเป็นเรา”   

ดวงตาคู่สุกกระจ่างราวดวงดาวบนฟ้าจ้องมองคนตัวใหญ่ด้วยท่าทางลังเล เธอไม่อยากให้คนของพระยาวิศวานฤมิตรู้ว่าเธอแวะไปที่โรงงานพิมพ์ผ้า

“ไม่ยากครับ” ดวงตาของตวงฤทธิ์ฉายแววสนุก “ตามผมมาทางนี้”

“ไปไหน” คุณหญิงฉัตรกนกนิ่วหน้า

“เถอะน่ะ…คุณหญิง ผมมีวิธีที่จะทำให้คนอื่นจำเราไม่ได้” ตวงฤทธิ์คว้ามือราชนิกุลสาว ดึงให้เดินออกไปจากร้านด้วยกัน

“วิธีอะไร…ทำยังไง” คุณหญิงพึมพำถาม หากยอมเดินตามไปแต่โดยดี ไม่มีคำตอบจากชายหนุ่มร่างสูงล่ำสัน นอกจากเสียงหัวเราะแผ่วต่ำในลำคอ

เขาเหลียวซ้ายแลขวา ก่อนจะเดินนำคุณหญิงฉัตรกนกเข้าไปในร้านขายเสื้อผ้าที่อยู่ถัดจากร้านอาหารไปไม่ไกลนัก ทั้งสองหายเข้าไปด้วยกันราวสิบนาที ก่อนจะกลับออกมาด้วยรูปลักษณ์ใหม่

“จะดีหรือนาย” หญิงสาวท่าทางเปิ่นๆ เชยๆ พึมพำถามชายหนุ่มหน้าตาท่าทางดุดัน

“ดี” อีกฝ่ายตอบเสียงกลั้วหัวเราะ “แบบนี้ละ”

หากไม่สังเกตดีๆ แล้วละก็ จะไม่มีใครรู้เลยว่าชายหนุ่มที่ไว้หนวดเคราเฟิ้มและหญิงสาวที่สวมวิกผมหยิกกับแว่นตาหนาเตอะก็คือตวงฤทธิ์และคุณหญิงฉัตรกนก ฝีมือการปลอมตัวของชายหนุ่มเข้าขั้นดีเยี่ยม

“สวมแว่นปลอมๆ แบบนี้ ฉันเดินไม่ถนัดเอาเสียเลย” คุณหญิงฉัตรกนกบ่นพึมพำ “รู้สึกไม่เป็นตัวของตัวเองยังไงก็ไม่รู้”

“นี่ละครับที่เราต้องการ เรากำลังปลอมตัว ไม่ให้ใครรู้ว่าเราคือใคร…คุณหญิงลืมแล้วหรือไง” ตวงฤทธิ์ว่า เขาหันไปมองหน้าของคุณหญิงฉัตรกนกแล้วอดจะหัวเราะชอบใจไม่ได้

เพียะ!

เสียงดังเพียะเมื่อคุณหญิงฉัตรกนกตีเข้าที่ต้นแขนของชายหนุ่มสุดแรง

“โอ๊ย” ตวงฤทธิ์ร้อง “ตีผมทำไม”

“ก็นายหัวเราะอะไรล่ะ”

“หัวเราะคุณหญิงอย่างไรเล่าครับ…หน้าตาคุณหญิงตอนนี้ตลกดีนะครับ ผมหยิก แถมยังสวมแว่นตาหนาเตอะ” ตวงฤทธิ์พูดพลางหัวเราะพลาง

“เชอะ” คุณหญิงฉัตรกนกทำปากยื่น “พูดอย่างกับหน้าตาตัวเองดีนัก ดูเอาเถอะ หนวดเครารกครึ้มอย่างกับโจรป่า”

“แบบนี้แปลว่าเราปลอมตัวเก่ง ใครเห็นรับรองว่าจำไม่ได้แน่นอน” ตวงฤทธิ์ว่า เขาเหลือบสายตามองไปรอบๆ แล้วเอ่ยชวนคุณหญิงฉัตรกนกว่า “รีบไปกันเถอะครับ ผมอยากรู้เต็มแก่แล้วว่าที่โรงงานผ้าตราบัวขาว มีอะไรสนุกๆ รอเราอยู่บ้าง”

โรงงานพิมพ์ผ้าตราบัวขาวของพระยาวิศวานฤมิตอยู่ถัดไปไม่ไกลมากนัก ตั้งอยู่ใจกลางชุมชนที่คับคั่งไปด้วยผู้คน ด้านหน้าโรงงานเต็มไปด้วยผู้คนคับคั่ง เพราะวันนี้เป็นวันแรกที่เปิดให้เข้าชม

บรรดาผู้คนที่เดินสวนกันขวักไขว่ต่างแต่งกายงดงาม ประชันขันแข่งกันเต็มที่ คุณหญิงฉัตรกนกรู้สึกคุ้นหน้ากับแขกรับเชิญหลายคน อดรู้สึกแปลกใจไม่ได้ที่เธอและหม่อมย่าไม่ได้รับเชิญ

“แปลกดีนะคะ” เธอชะโงกหน้าไปกระซิบกับชายหนุ่ม “คุณหญิงวิศวาฯ เพิ่งไปดูงานที่โรงงานของเรามาไม่กี่วัน บอกว่าขอไปเรียนรู้ เพื่อจะเปิดโรงงานของตัวเองบ้าง…ไม่นึกเลยว่าที่จริงพระยาวิศวาฯ ซุ่มทำโรงงานจนเสร็จแล้ว”

“เท่าที่ผมพอจะทราบมา…ยังไม่เรียบร้อยดีนักหรอกครับ เครื่องจักรก็ยังติดตั้งไม่เรียบร้อย วันนี้คงจะเปิดเอาฤกษ์เอาชัยเสียมากกว่า” ตวงฤทธิ์ว่า

เขาเองก็อดจะสงสัยไม่ได้ว่าพระยาวิศวานฤมิตกำลังจะทำอะไรกันแน่ การจะเปิดโรงงานสักแห่งเป็นเรื่องใหญ่และต้องเตรียมการนาน เท่าที่รู้มา โรงงานของพระยาวิศวานฤมิตไม่น่าจะเปิดได้ในเร็ววันนี้

“ศพคุณหญิงวิศวานฤมิตยังไม่ทันเผา ท่านเจ้าคุณรีบจัดงานฉลองเสียแล้ว ช่างไม่กลัวคนเอาไปนินทาบ้างเลย”

“ใจคนยากแท้หยั่งถึง” ตวงฤทธิ์ว่า “เราไม่รู้หรอกครับว่าที่จริงแล้ว ท่านเจ้าคุณวิศวาฯ คิดอะไรอยู่…แต่ไม่ว่าท่านจะคิดอย่างไร วันนี้โรงงานก็เปิดให้คนเข้ามาเดินชมกันแล้ว…คุณหญิงกับผมมาคอยดูอะไรสนุกๆ กันดีกว่า”

แต่เดิมบริเวณที่ตั้งของโรงงานเป็นตึกแถวสองชั้นเก่าๆ สร้างขึ้นช่วงต้นรัชกาลที่หก พระยาวิศวานฤมิตกว้านซื้อมาทั้งหมด จากนั้นก็ให้คนงานทุบทิ้ง แล้วสร้างขึ้นใหม่เป็นอาคารโคโลเนียลสองชั้นขนาดใหญ่

เท่าที่เห็นด้วยสายตา โรงงานผ้าพิมพ์บัวขาวแบ่งออกเป็นสองส่วนคือส่วนของโรงงานและส่วนของร้านขายผ้า แยกออกจากกันอย่างชัดเจน ส่วนของโรงงานอยู่ด้านใน ส่วนของร้านขายผ้าตั้งอยู่ทางด้านหน้า

ในส่วนของร้านขายผ้าเป็นห้องกระจกใส คนที่เดินผ่านไปผ่านมาจะสามารถมองเห็นสินค้าในร้านได้อย่างชัดเจน ภายในห้องมีหุ่นจำลองไม่ต่ำกว่าสิบตัว สำหรับโชว์ผ้าพิมพ์สีสันสดสวย ดูแล้วน่าตื่นตาตื่นใจ ชวนให้ผู้พบเห็น เห็นแล้วอยากซื้อไปสวมใส่

“แต่งร้านสวยดีทีเดียว” คุณหญิงฉัตรกนกพึมพำ เธอกวาดสายตามองไปรอบๆ ด้วยความสนใจ มีป้ายลดราคาอยู่ทุกมุมของร้าน

“คนเยอะดีนะครับ” ตวงฤทธิ์หลบหลีกผู้คนที่เดินกันขวักไขว่เต็มหน้าร้าน ในมือของทุกคนมีผ้ากันคนละผืนสองผืน

“ต้องการให้ช่วยอะไรไหมคะ หนูช่วยเลือกผ้าให้ไหมคะคุณ…เรามีผ้าสวยๆ ทั้งนั้นเลย ผ้าของร้านเราสวยที่สุดในพระนครเลยนะคะ” เด็กสาวที่เป็นพนักงานขายเดินตรงเข้ามาหาคุณหญิงฉัตรกนกและตวงฤทธิ์ “วันนี้เปิดร้านวันแรก ผ้าทุกผืนลดครึ่งราคาเลยนะคะ ซื้อครบสิบผืน แถมฟรีอีกหนึ่งผืนด้วยนะคะ…ลองชมสักผืนไหมคะ”

“ขอบใจจ้ะ” คุณหญิงฉัตรกนกตอบเสียงเรียบ “ฉันเดินดูเองได้”

“งั้นเชิญตามสบายเลยนะคะ” เด็กสาวคนนั้นหน้าเจื่อนไป แต่ก็ยังฝืนยิ้มให้ ก่อนจะรีบเดินไปดูแลลูกค้ารายใหม่ที่เพิ่งก้าวเข้ามาในร้าน

คุณหญิงฉัตรกนกมัวแต่หันซ้ายแลขวา มองดูสินค้าด้วยความสนใจ ไม่ทันมองว่ามีสุภาพสตรีผู้หนึ่งเดินสวนมา จึงชนเข้าโดยบังเอิญ

“อุ๊ย…ขอโทษค่ะ” คุณหญิงฉัตรกนกพึมพำ

“ไม่เป็นไรค่ะ…ฉันเองก็ไม่ทันระวัง” สตรีผู้นั้นจ้องมองคุณหญิงฉัตรกนก กะพริบตาถี่ๆ เหมือนไม่แน่ใจ “เอ๊ะ…ฉันเคยเห็นคุณมาก่อนหรือเปล่า…คุ้นมากเลยนะคะ”

“เอ้อ…ปะ…เปล่าค่ะ” คุณหญิงฉัตรกนกใจหายวาบ

มล.บุปผา กุญชรฯ หรือนักเขียนชื่อดังนามปากกา ‘ดอกไม้สด’ นั่นเอง เธอเคยพบกับคุณบุปผามาแล้วหนหนึ่งตอนไปทำบุญกับหม่อมอุ่นอรุณ

“คุณเป็นใครคะ ฉันไม่เคยรู้จักเลย” คุณหญิงฉัตรกนกแกล้งว่า

“ขอโทษนะคะ” มล.บุปผาอมยิ้ม ดวงหน้าของเธอสวยเก๋ “ฉันรู้สึกว่าคุณดูคล้ายคุณหญิงฉัตรกนก…หลานสาวหม่อมอุ่นอรุณน่ะค่ะ…แต่ไม่ใช่หรอก ฉันคงจำผิด คุณหญิงฉัตรกนกไม่ได้สวมแว่น”

“อ้อ…ค่ะ” คุณหญิงฉัตรกนกหันไปสบตากับตวงฤทธิ์ และถอนใจออกมาเบาๆ

“งั้นฉันขอตัวก่อนนะคะ” หม่อมหลวงบุปผาส่งยิ้ม ก่อนจะเดินไปเลือกชมผ้าในตู้กระจกทางด้านใน

“เห็นไหม” ตวงฤทธิ์ชะโงกหน้ามากระซิบกับคุณหญิง “ผมบอกแล้วว่า ไม่มีใครจำได้แน่ว่าคุณหญิงกับผมคือใคร”

“ฉันกำลังคิดว่า เราจำเป็นต้องปลอมตัวกันขนาดนี้เลยหรือ” คุณหญิงส่ายหน้า

“แปลกจัง” จู่ๆ ตวงฤทธิ์ก็เอ่ยขึ้น

“แปลกอะไรคะ” คุณหญิงเอียงศีรษะ เธอเอื้อมมือไปจับผ้าผืนหนึ่งขึ้นมาเพ่งมอง ผ้าผืนนั้นสีสวย หากทว่าลวดลายนั้นออกจะหยาบ ไม่ละเอียดเหมือนผ้าของโรงงานฉัตรกนก

“แปลกสิครับ…ถ้าโรงงานยังไม่พร้อม เครื่องจักรยังไม่พร้อม ผลิตผ้าเองยังไม่ได้…แล้วผ้าที่เอามาวางขายพวกนี้…มาจากไหน” ตวงฤทธิ์นึกสงสัย

“ไม่ยากหรอกค่ะ” คุณหญิงฉัตรกนกวิเคราะห์ผ้าที่อยู่ในมือด้วยสายตาของผู้เชี่ยวชาญ “ฉันคิดว่าผ้าพวกนี้ไม่ใช่ผ้าที่โรงงานบัวขาวผลิตเองหรอก แต่เป็นผ้าพิมพ์ที่สั่งผลิตมาจากอินเดีย…ปกติผ้าพิมพ์จากอินเดียราคาไม่แพงอยู่แล้ว ถ้าสั่งผลิตเป็นจำนวนมาก ราคาก็จะถูกลงไปอีก ได้ผ้ามาก็เอามาติดตราบัวขาวแล้วบวกราคาเพิ่ม ถึงจะลดครึ่งราคา ก็ยังได้กำไรอยู่ดี…ฉลาดมาก”

“ถึงว่าสิครับ…คุณภาพดูไม่ค่อยดีเลยนะครับ คนที่ซื้อไปใช้…คงไม่ประทับใจ ตอนแรกอาจจะชอบเพราะถูก แต่ถ้าพบว่าผ้าไม่ได้คุณภาพ ต่อไปคงไม่กลับมาซื้ออีก” ชายหนุ่มพึมพำ

ผ้าที่อยู่ในมือของเขาเป็นผ้าฝ้าย เนื้อบางกว่าผ้าตราฉัตรกนกมาก แถมราคาก็ถูกกว่ากันครึ่งต่อครึ่ง ถึงแม้ลวดลายและสีสันจะดูสดใสก็จริง แต่ถ้าลองพิจารณาโดยละเอียดแล้วจะเห็นว่าวิธีการพิมพ์ไม่ประณีตนัก มีร่องรอยสีตกเลอะเทอะ และลายเส้นของผ้าบางผืนก็ไม่ชัดเจน

“ต้องมีอะไรบางอย่างผลักดันให้เจ้าคุณวิศวานฤมิตรีบเปิดโรงงานในวันนี้ ทั้งที่ยังผลิตผ้าเองไม่ได้” คุณหญิงฉัตรกนกพึมพำ

“มาทางนี้เถิดครับ ดูเหมือนว่ากำลังจะมีการประกาศอะไรบางอย่าง” ตวงฤทธิ์จูงคุณหญิงฉัตรกนกเบียดเสียดปนไปกับฝูงชนที่เดินไปออกันอยู่หน้าเวที ซึ่งตั้งอยู่กลางร้าน

บนยกพื้นเวทีมีดอกไม้ประดับงดงาม โฆษกหนุ่มเป็นนักร้องชื่อดัง ข้างเวทีมีวงดนตรีบรรเลงเพลงไพเราะ

“เอาละครับ ได้เวลาอันสมควรแล้วนะครับ…แขกผู้มีเกียรติทุกท่าน กระผมขอเชิญให้ท่านได้พบกับคุณบัวขาว วิศวานฤมิต…เจ้าของโรงงานผ้าพิมพ์บัวขาว ขอเสียงปรบมือต้อนรับหน่อยครับ”

ดนตรีเงียบเสียงลง และโฆษกหนุ่มก็ประกาศดังก้อง พร้อมกับเสียงปรบมือจากทุกคนภายในห้องดังขึ้น ก่อนที่ใครบางคนจะก้าวขึ้นมายืนบนเวทีด้วยท่วงท่าสง่างาม

คุณหญิงฉัตรกนกเหลือบมองไปรอบๆ เห็นหญิงสาววัยยี่สิบปลายๆ ผิวสีน้ำผึ้ง รูปร่างสูงระหง ทรวดทรงองค์เอวได้สัดส่วนเต็มตึงสวยงาม

ผมของเธอรวบตึง เกล้าเป็นมวยไว้ที่ท้ายทอย เผยให้เห็นลำคอระหงที่สวมสร้อยไข่มุกเม็ดโต วันนี้บัวขาวแต่งกายตามสมัยนิยม เสื้อแขนกุดตัดด้วยผ้าลูกไม้สีแดงสด ผ้าซิ่นยาวแค่น่องที่เธอนุ่งเป็นผ้าไหมสีแดงเหมือนกับเสื้อ เชิงของซิ่นปักลวดลายละเอียดแบบที่เรียกกันว่า ‘จก’

“ขอต้อนรับแขกผู้มีเกียรติทุกท่าน สู่วันแรกของเรา…ร้านผ้าบัวขาวและโรงงานผ้าพิมพ์บัวขาวค่ะ” เสียงของบัวขาวดังเป็นกังวานใส วิธีการพูดจานั้นทำให้คุณหญิงฉัตรกนกอดนึกไปถึงดวงสุดามิได้ ท่าทางของบัวขาวดูไม่ใช่เด็กสาวอ่อนต่อโลก หากเป็นหญิงสาวผู้มีบุคลิกภาพที่ดี พูดจาฉาดฉาน มั่นใจ

“ไม่เห็นท่านเจ้าคุณเลยครับ” ตวงฤทธิ์ว่า เขาพยายามกวาดสายตามองไปรอบๆ หากไม่เห็นแม้เงาของพระยาวิศวานฤมิต

“นั่นสิคะ” คุณหญิงฉัตรกนกพึมพำ “งานสำคัญ…ทำไมไม่มา”

“โรงงานแห่งนี้เกิดขึ้นด้วยความตั้งใจของพระยาวิศวานฤมิต ที่มุ่งมั่นจะผลิตผ้าพิมพ์ลายที่มีคุณภาพดี ราคาถูกให้กับชาวพระนครได้ใช้กัน น่าเสียดายที่วันนี้ท่านเจ้าคุณยังอยู่ในความเศร้าโศกจากการสูญเสียคุณหญิงวิศวานฤมิต…ภรรยาคู่ทุกข์คู่ยากของท่าน จึงไม่ได้มาปรากฏตัวอยู่ ณ ที่แห่งนี้”

คำกล่าวประโยคต่อมาของบัวขาว ช่วยไขข้อข้องใจให้กับคุณหญิงฉัตรกนกและตวงฤทธิ์ รวมถึงแขกรับเชิญคนอื่นๆ

“ผ้าเป็นปัจจัยสี่ที่สำคัญ” บัวขาวกล่าวต่อ “ผ้าคืออาภรณ์สร้างความสง่างามให้กับสุภาพสตรี ความนิยมในการใช้ผ้าพิมพ์ลายมาตัดเย็บเสื้อผ้า ทำให้เกิดร้านค้าและโรงงานพิมพ์ผ้าขึ้นมากมายหลายแห่ง…แต่ขอให้มั่นใจนะคะ ว่าโรงงานบัวขาวจะเป็นทางเลือกใหม่ให้กับทุกท่าน…โรงงานของเราผลิตแต่ของดีมีคุณภาพ ไม่เหมือนโรงงานอื่น”

“อ้าว…ทำไมพูดยังงั้นล่ะ” ตวงฤทธิ์เผลอส่งเสียงดังออกมา หากคุณหญิงฉัตรกนกรีบดึงแขนของเขาเอาไว้ ด้วยเกรงว่าชายหนุ่มจะทำเสียเรื่อง

“ใจเย็นไว้ก่อน ลองฟังว่ายัยบัวขาวจะว่าอย่างไร” คุณหญิงเอ็ดตวงฤทธิ์ ที่จริงเธอก็ไม่พอใจที่บัวขาวพูดอย่างนั้น หากพยายามข่มใจเอาไว้ ด้วยอยากฟังว่าอีกฝ่ายจะพูดอะไรต่อ

“นอกจากผลิตของดีมีคุณภาพ…ผ้าทุกผืนของเรายังมีลวดลายสวยงาม สีสันสดใส แถมยังมีราคาถูกอีกด้วยนะคะ” บัวขาวยังพูดต่อไปด้วยเสียงอันดัง “ที่ผ้าของเรามีคุณภาพดี เพราะเราใช้เครื่องจักรรุ่นใหม่ล่าสุดจากเยอรมนี ไม่ได้ใช้เครื่องจักรตกรุ่น ย้อมแมวขายเหมือนอย่างโรงงานอื่น”

“คุณหญิง” คราวนี้ตวงฤทธิ์เป็นฝ่ายดึงคุณหญิงฉัตรกนกเอาไว้บ้าง “ใจเย็นครับ ฟังต่อให้จบ”

“ได้ยินยัยบัวขาวพูดหรือเปล่า จะโฆษณาว่าตัวเองดีอย่างไร ฉันไม่สน…แต่การโฆษณาตัวเองโดยเอาคนอื่นมาเหยียบย่ำแบบนี้…ฉันคิดว่าไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย” คุณหญิงแค่นเสียงลอดไรฟัน นี่ถ้ากระโดดขึ้นเวทีได้ละก็ เธอคงขึ้นไปโต้กับบัวขาวแล้ว

“เอาเถิดคุณหญิง…ไหนๆ ก็ฟังมาถึงตอนนี้แล้ว อดทนอีกสักหน่อย รอฟังให้จบดีกว่าครับ” ตวงฤทธิ์เองก็รู้สึกไม่พอใจเช่นกัน หากเขาบอกตัวเองให้ใจเย็น

“และที่สำคัญ…” บัวขาวยังคงพูดต่อไป โดยไม่รู้ตัวว่ากำลังโป้ปดอย่างร้ายกาจ “ที่ร้านของเราขายผ้าราคาถูกได้ ก็เพราะท่านเจ้าคุณวิศวานฤมิตตั้งปณิธานเอาไว้อย่างแรงกล้า ท่านอยากให้พ่อแม่พี่น้องใช้ของดีราคาถูก ไม่ได้อยากร่ำอยากรวย เอากำไรแต่เพียงพอดี ไม่ได้เอากำไรมากจนเกินไป เหมือนอย่างโรงงานอื่นๆ อย่างไรเล่าคะ”

Don`t copy text!