ฉัตรกนก บทที่ 8 : ก้านบัวบอกลึกตื้น ชลธาร…

ฉัตรกนก บทที่ 8 : ก้านบัวบอกลึกตื้น ชลธาร…

โดย : พงศกร

ฉัตรกนก นวนิยายสืบสวนสอบสวน โรแมนติก จากซีรี่ส์คุณหญิงยอดนักสืบ โดย พงศกร นิยายออนไลน์ ที่ อ่านเอา อยากให้คุณได้ อ่านออนไลน์ กับเรื่องราวของโรงพิมพ์ผ้าตราฉัตรกนกที่กำลังเป็นที่นิยม เกิดเหตุฆาตกรรมขึ้น โดยมีชายลึกลับเข้ามาเกี่ยวข้อง…ชายผู้ซึ่งไม่รู้ว่าเป็นฆาตกรหรือโจรขโมยหัวใจกันแน่

……………………………………………………………….

-8-

ตลอดทางที่กลับจากโรงพยาบาล คุณหญิงฉัตรกนกอยู่ในความเงียบงัน เธอกำลังคิดว่าจะบอกเรื่องรถชนกับหม่อมอุ่นอรุณอย่างไร

“โกรธผมหรือครับคุณหญิง” ฤทธิ์ถาม

เขาได้ยินคุณหญิงฉัตรกนกถอนใจเป็นครั้งที่นับไม่ถ้วน

“เปล่า” คุณหญิงส่ายหน้า “ฉันจะโกรธนายทำไม”

“ก็เรื่องที่ผม…เอ้อ…ชกหมอเพราะกลัวเข็ม” ฤทธิ์เสียงอ่อน ดวงหน้าคมสันของเขามีเค้าอ่อนโยนเหมือนเด็กๆ

“ฉันไม่ได้โกรธ” คุณหญิงว่า “ไม่ได้โกรธจริงๆ”

เธอย้ำ ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่านายฤทธิ์ก็เป็นแค่ลูกจ้างคนหนึ่ง เหตุใดเธอจึงแคร์ความรู้สึกของเขามากกว่าคนอื่น

“แล้วทำไมคุณหญิงไม่คุยอะไรบ้างเลยครับ บ่นก็ได้ ว่าผมก็ได้” เขานั่งอยู่ทางตอนหน้าคู่กับนายมงคลซึ่งเป็นคนขับรถ

“ไม่ใช่เวลาจะมาบ่นอะไรหรอกนะ ฉันกำลังกังวลว่าจะบอกเรื่องอุบัติเหตุกับหม่อมย่าอย่างไรดี” คุณหญิงบอก พร้อมกับถอนใจยืดยาว “เฮ้อ…นี่หม่อมย่ารู้เข้า ต้องกลายเป็นเรื่องใหญ่แน่ๆ”

“ก็ไม่ต้องบอกครับ” นายมงคลช่วยแก้ปัญหาให้ “รถบุบนิดหน่อย เครื่องยนต์ก็ไม่ได้เสียหายอะไรรุนแรง ปกติหม่อมอุ่นอรุณท่านก็ไม่ได้สนใจเรื่องรถราอยู่แล้ว เราเงียบๆ ไว้ แล้วแอบให้ช่างมาซ่อมช่วงกลางคืน ทำแบบนี้…หม่อมไม่น่าจะรู้”

พอกลับมาถึงที่โรงงาน คุณหญิงฉัตรกนกก็พบว่าแก่นและเพื่อนคนงานช่วยกันลากรถเปิดประทุนคันจากที่เกิดเหตุ กลับมาจอดอยู่ในโรงรถของโรงงานเป็นที่เรียบร้อย ถ้าไม่เดินไปดูใกล้ๆแล้วจะไม่รู้เลยว่ารถมีรอยบุบ แบบนี้น่าจะแก้ปัญหาได้จริงๆ ดังที่นายมงคลเสนอแนะ

สบายใจได้ไม่ทันไร ความวุ่นวายที่สองก็เกิดขึ้น เมื่อจู่ๆ หม่อมอุ่นอรุณก็โผล่เข้ามาในออฟฟิศ พร้อมกับสุภาพสตรีวัยกลางคน รูปร่างผอมบาง หน้าเสี้ยม คางแหลม แม้ไม่ได้พบหน้ามานาน หากเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร ทำให้คุณหญิงฉัตรกนกจำได้ทันที

“คุณย่าแช่ม…”

เธอยกมือทำความเคารพคุณหญิงวิศวานฤมิต ที่บอกว่าจะมา ‘พรุ่งนี้’

“ใครเป็นย่าของเธอกัน เรียกฉันว่าคุณหญิงจะดีกว่านะจ๊ะ สามีของฉันเป็นพระยา” คุณหญิงวิศวานฤมิตตอบอย่างไว้ตัว

“เอ้อ…” คุณหญิงฉัตรกนกอึ้งไปนิดหนึ่ง “ขอประทานโทษค่ะคุณหญิง”

“คุณหญิงเธอขอมาชมโรงงานของเราน่ะหญิงฉัตร” หม่อมอุ่นอรุณรีบบอก ก่อนที่บรรยากาศจะตึงเครียดไปมากกว่านั้น

“หญิงทราบค่ะ แต่เห็นหม่อมย่าบอกว่าคุณหญิงจะมาวันพรุ่งนี้” คุณหญิงฉัตรกนกเอ่ยด้วยสุ้มเสียงเกรงใจ

“ก็ฉันอยากเปลี่ยนใจจะมาวันนี้” น้ำเสียงคุณหญิงวิศวานฤมิตไม่ค่อยเป็นมิตรนัก “ทำไมจ๊ะ มาไม่ได้หรือ”

“มาได้ค่ะ” คุณหญิงฉัตรกนกตอบเสียงแผ่ว

“ก็ดี…นึกว่าจะต้องให้คนแก่หัวหงอกอย่างฉันมากราบกรานขอร้อง ขอเข้ามาชมโรงงานหน่อยเถิดจ้ะ…” คุณหญิงวิศวานฤมิตหัวเราะเสียงแหลม ท่าทางเจ้ายศเจ้าอย่าง แบบที่คุณหญิงฉัตรกนกซึ่งเป็นราชนิกุลแท้ๆ ในสายเลือด ไม่เคยทำ

“ไม่ได้มีปัญหาอะไรนะคะ เพียงแต่กังวลว่า หญิงยังไม่ได้แจ้งให้พนักงานทราบ คุณหญิงมากะทันหันแบบนี้ อาจจะไม่สะดวก”

พยายามสะกดกลั้นอาการไม่พอใจเอาไว้อย่างสุดความสามารถ คนอะไร จะมาขอความช่วยเหลือจากคนอื่น แล้วยังทำท่าทางยโสโอหังเช่นนี้

“ทำไมจ๊ะ โรงงานของเธอมีอะไรต้องหลบซ่อน ต้องปิดบังหรืออย่างไร จึงต้องเตรียมตัวล่วงหน้า” คุณหญิงวิศวานฤมิตรุกไล่

“เข้าใจผิดกันไปใหญ่แล้ว ไม่ใช่อย่างที่คุณหญิงคิดหรอก” หม่อมอุ่นอรุณแก้แทนหลานสาว

เธอเองก็รู้สึกอึดอัดไม่ใช่น้อย ที่เรียกอีกฝ่ายว่าแม่แช่มเหมือนเดิมไม่ได้ หลายปีที่ไม่ได้พบกัน อดีตสหายสนิทเปลี่ยนไปมาก ราวกับเป็นคนละคน

อาจเป็นเพราะว่า พระยาวิศวานฤมิตมีตำแหน่งใหญ่โตในเวลานี้ คุณหญิงวิศวานฤมิตจึงพลอยมีอำนาจบารมีไปด้วย

“หญิงฉัตรแค่กังวลว่าคนงานอาจจะไม่เรียบร้อย ห้องหับในโรงงานอาจจะสกปรก ไม่สมเกียรติคุณหญิงวิศวานฤมิตต่างหาก…ใช่ไหมหญิงฉัตร”

ผู้สูงวัยหันไปพยักพเยิดกับหลานสาว คุณหญิงฉัตรกนกแลเห็นแววตาอึดอัดของหม่อมอุ่นอรุณปรากฏชัด

“เธอก็คอยให้ท้ายหลานแบบนี้น่ะสิ” คุณหญิงวิศวานฤมิตหันไปสอนหม่อมอุ่นอรุณ “แบบนี้ไม่ได้นะจ๊ะแม่อุ่น ประเดี๋ยวลูกหลานจะได้ใจหมด”

“ทำยังกับเธอเคยมีลูกมีหลานอย่างนั้นละ” หม่อมอุ่นอรุณอดไม่ได้

คุณหญิงวิศวานฤมิตสมรสกับพระยาวิศวานฤมิตนานแล้ว หากไม่มีบุตรด้วยกัน อีกทั้งความสัมพันธ์ในระยะหลังของบุคคลทั้งสองก็ไม่ค่อยดีนัก

“ทำไม” คุณหญิงวิศวานฤมิตขึ้นเสียง “ถึงไม่มีลูกไม่มีหลาน แต่ฉันก็เห็นอะไรมามาก รู้เลยว่าถ้าผู้ใหญ่คอยให้ท้ายลูกหลานแบบนี้ เป็นผลเสียแน่นอน”

“เราจะไปชมโรงงานกันเลยไหมคะ บ่ายแก่ๆ แบบนี้ ใกล้ได้เวลาเลิกงานของคนงานแล้วละค่ะ ขืนช้ากว่านี้ อาจจะได้ชมไม่ทั่ว” คุณหญิงฉัตรกนกถามตัดบท เธอนึกอยากให้การมาเยือนของคุณหญิงวิศวานฤมิตจบลงโดยเร็ว

“อะไรกัน” ผู้สูงวัยกว่าหันมาเลิกคิ้ว “ชมวันนี้ไม่ทั่ว ก็ค่อยมาอีกวันหลัง”

“หา” หม่อมอุ่นอรุณชะงัก “จะมาอีกหรือคุณหญิง”

“แน่ละ” คุณหญิงวิศวานฤมิตหัวเราะชอบใจ “ทำไม…หวงวิชา หรือกลัวว่าโรงงานของฉันจะขายดิบขายดีกว่าหรือไง”

“ไม่ใช่อย่างนั้น” หม่อมอุ่นอรุณเม้มริมฝีปากแน่น ขณะที่คุณหญิงฉัตรกนกไม่เข้าใจเลยว่าเหตุใดหม่อมย่าของเธอจึงต้องยอมลงให้คุณหญิงวิศวานฤมิตมากถึงขนาดนี้

“ฉันแค่กลัวว่าแม่แช่ม…”

“คุณหญิง…” คุณหญิงวิศวานฤมิตลงเสียงหนัก

“จ้ะ” คุณหญิงฉัตรกนกเห็นหม่อมอุ่นอรุณกำหมัดแน่นจนปลายเล็บจิกลงในเนื้อ “คุณหญิง…ฉันแค่กลัวว่าคุณหญิงจะเสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์ โรงพิมพ์ผ้าก็ไม่ได้ใหญ่โตอะไร ดูจริงๆ แค่วันเดียวก็ทั่วแล้ว”

“ไม่ต้องห่วง ฉันเตรียมจดมาหมดแล้ว ว่าอยากจะดูอะไรบ้าง” คุณหญิงวิศวานฤมิตว่า “แต่นี่เพิ่งมาถึง จะไม่ให้นั่งพักเลยหรือไง จะเร่งให้ไปดูโรงงานเลยหรือ น้ำร้อนน้ำชาล่ะ ไม่มีมาต้อนรับแขกเลยหรือจ๊ะคุณหญิงฉัตรกนก”

“หญิง…” คุณหญิงฉัตรกนกเม้มริมฝีปาก

“ไม่ต้อง…”

หลานสาวกำลังจะเอ่ยอะไรออกมาสักอย่าง หากหม่อมอุ่นอรุณรีบตัดบทขึ้นด้วยการเรียกหาเลขานุการของคุณหญิงฉัตรกนก

“มะลิวัลย์ เธอช่วยเตรียมชามาเสิร์ฟคุณหญิงวิศวานฤมิตหน่อย”

“ได้ค่ะ” เลขาฯ สาวที่นั่งตัวลีบอยู่มุมห้องรีบลุกขึ้น

“เดี๋ยว” คุณหญิงวิศวานฤมิตเรียกมะลิวัลย์เอาไว้ “ชาที่จะเสิร์ฟ ชาอะไร”

“ชาจีนค่ะ” มะลิวัลย์ตอบท่าทางงงๆ

“ชาจีน” สตรีสูงวัยหน้าเสี้ยมร้องเสียงหลง ราวกับมีใครฆ่ากันตายอยู่ตรงหน้า เธอหันไปทางหม่อมอุ่นอรุณและถามขึ้น “นี่เธอเสิร์ฟชาจีนให้ฉันเหรอ…แม่อุ่น”

“ชาจีน…เดิมคุณหญิงก็ชอบอยู่ไม่ใช่หรือ” หม่อมอุ่นอรุณเลิกคิ้ว

“ฉันเลิกดื่มชาจีนมานานแล้ว” คุณหญิงวิศวานฤมิตทำเสียงเยาะ “สำหรับฉันต้องชาฝรั่งเท่านั้น จึงจะคู่ควร”

“หลานมี Earl Grey กับ Peppermint tea ท่านพ่อทรงสั่งมาจากอังกฤษ เพิ่งให้คนรถส่งมาให้เมื่อช่วงสาย” คุณหญิงฉัตรกนกหันไปทางผู้มาเยือน เอ่ยถามเสียงเรียบ “คุณหญิงจะรับชาแบบไหนดีคะ”

“เอ้อ…” คราวนี้คุณหญิงวิศวานฤมิตเป็นฝ่ายชะงักไปบ้าง “มีอะไรบ้างนะ”

“Earl Grey และ Peppermint ค่ะ” คุณหญิงฉัตรกนกทวนชื่อชาทั้งสองชนิด

“รับอะไรนะ…อ้อ…ชาเออเก๋ รับเออเก๋ก็แล้วกัน ปกติก็ดื่มอยู่เป็นประจำ กลิ่นหอมเหมือนนมแมว ฉันชอบ” คุณหญิงหัวเราะเสียงแหลมโดยไม่มีเหตุผล

“เออเก๋…Earl Grey…นมแมว…” คุณหญิงฉัตรกนกกลอกตามองบน

หอมเหมือนนมแมว นั่นต้อง Vanilla tea ต่างหาก…เธอนึกในใจ หากไม่ได้เอ่ยออกมา

มะลิวัลย์กุลีกุจอไปชงชา Earl Grey มาเสิร์ฟสหายเก่าแก่ของหม่อมอุ่นอรุณ คุณหญิงวิศวานฤมิตเรียกหาบิสกิตสำหรับรับประทานกับชา เธอนั่งจิบชาไป ชวนหม่อมอุ่นอรุณคุยเรื่องนั้นเรื่องนี้ จนกระทั่งเวลาผ่านไปเกือบหนึ่งชั่วโมงนั่นละ คุณหญิงวิศวานฤมิตจึงลุกขึ้น พร้อมกับประกาศเสียงกร้าวว่า

“เอาละ…ตอนนี้ฉันพร้อมจะชมโรงงานของเธอแล้ว…แม่อุ่น”

หากจะกล่าวว่าเหตุการณ์ในออฟฟิศเป็นเรื่องเลวร้ายแล้วละก็ คุณหญิงฉัตรกนกอยากจะคิดว่าการเดินชมโรงงานของคุณหญิงวิศวานฤมิตนั้น เป็นยิ่งกว่าหายนภัย!

อดีตสหายสนิทของหม่อมอุ่นอรุณติได้ทุกสิ่งทุกอย่าง ตั้งแต่ทิศทางของห้อง ความสะอาดของโรงงาน ไปจนถึงเครื่องแต่งกายของพนักงาน

“ตายจริง ทำไมประตูโรงงานหันไปทางทิศตะวันตก…ไม่ได้ ไม่ได้…แบบนี้ไม่ดีเลย ไม่เป็นมงคล” คุณหญิงวิศวานฤมิตเอ่ยเสียงดัง จงใจให้บรรดาคนงานที่ยังไม่เลิกงานได้ยิน

“แล้วจะให้ทำยังไงครับ รื้อโรงงานสร้างใหม่เลยดีไหม” น้ำเสียงของฤทธิ์หงุดหงิด ทั้งเจ็บแผล ทั้งรำคาญหญิงสูงวัยท่าทางเจ้ายศเจ้าอย่างเต็มทน

เศวตยังจัดการแก้ไขเรื่องสีย้อมผ้าไม่เรียบร้อย จึงมอบหมายให้เขาเดินเป็นเพื่อนคุณหญิงฉัตรกนก พาแขกผู้มีอาวุโสชมโรงงานพิมพ์ผ้า

“ถ้ารื้อได้ก็คงดีกว่านี้” คุณหญิงวิศวานฤมิตตวัดเสียง

เธอเอื้อมมือไปจับลูบขอบหน้าต่างบานที่อยู่ใกล้ แล้วยกมือขึ้นมามอง

“ฝุ่น…สกปรก…ทำไมปล่อยให้โรงงานสกปรกแบบนี้ แม่อุ่น” คราวนี้เธอหันไปทางหม่อมอุ่นอรุณ

“แหม…” หม่อมอุ่นอรุณพึมพำ “โรงงานพิมพ์ผ้า ทอผ้า ยังไงก็หนีไม่พ้นเรื่องฝุ่นนี่ คนงานก็ทำความสะอาดกันทุกวัน ทั้งเช้าทั้งเย็นอยู่แล้วละ”

“เสื้อผ้าของพนักงานอีก…มอมแมม ไม่น่ามองเลย ทำไมที่นี่ถึงดูแลคนงานไม่ดีเลย” คุณหญิงวิศวานฤมิตยกเรื่องใหม่มาโจมตี

เธอกวาดสายตามองไปยังคนงานสองสามคนที่ช่วยกันพับผ้าที่เพิ่งพิมพ์ออกมาจากเครื่องจักร เสื้อและผ้านุ่งที่เด็กสาวเหล่านั้นสวมดูขะมุกขะมอม เพราะทำงานอยู่กับฝุ่นผ้ามาตั้งแต่เช้า ทุกคนรู้ดีว่าการนั่งหน้าเครื่องจักรในโรงงานจะต้องเป็นแบบนี้ นี่คือเรื่องปกติของการทำงาน พอเลิกงานแล้ว พวกเธอก็จะอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่

“ที่นี่ดูแลคนงานดีมาก ผมยืนยันได้” ฤทธิ์อดรนทนไม่ไหว “ที่คุณหญิงเห็นเสื้อผ้ามอมแมม เพราะเป็นเสื้อที่สวมเวลาทำงาน เพราะเนื้อตัวจะเลอะและเต็มไปด้วยละอองฝุ่น แต่พอกลับบ้านทุกคนก็จะอาบน้ำ แล้วเปลี่ยนเสื้อตัวใหม่”

“ใครถามแก…สาระแน” คุณหญิงหันมาทำเสียงแหลม ดวงตาโปนแทบจะถลนคู่นั้น จ้องมองชายหนุ่มร่างสูงใหญ่อย่างไม่พอใจ

“ไม่มีใครถามผมหรอกครับ” ฤทธิ์ย้อน “แต่ผมเห็นว่าคุณหญิงกำลังเข้าใจผิด ก็ต้องชี้แจง”

“ฉันก็แค่ออกความเห็นด้วยความหวังดี” คุณหญิงวิศวานฤมิตว่า “ไม่เชื่อ ไม่ทำตาม ฉันก็ไม่ว่าอะไร แต่บอกเลยว่าโรงงานของฉันจะต้องดีกว่านี้ ข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นที่โรงงานฉัตรกนก จะต้องไม่เกิดขึ้นที่โรงงานวิศวานฤมิตเด็ดขาด”

“คุณหญิง…” ฤทธิ์หันมาทางคุณหญิงฉัตรกนก กระซิบถามเสียงเบาพอได้ยินกันแค่สองคน “นี่มันอะไรกันครับ”

“เพื่อนหม่อมย่า กำลังจะเปิดโรงงานแบบเดียวกันกับเรา เลยขอมาดูงาน” คุณหญิงฉัตรกนกพึมพำตอบ

“อะไรนะ” ฤทธิ์ทำตาโต “แล้วคุณหญิงก็ให้มาดูหรือครับ…แบบนี้ไม่ดีเลยนะครับ”

“ฉันไม่มีทางเลือก” คุณหญิงฉัตรกนกส่ายหน้า “คุณหญิงวิศวานฤมิตสนิทกับหม่อมย่า ก่อนหน้านี้เคยโกรธกันอย่างรุนแรง เพิ่งจะกลับมาพูดกันได้ไม่นาน ทีนี้พระยาวิศวานฤมิตคิดจะเปิดโรงงานพิมพ์ผ้าให้คุณหญิงแกดูแล คุณหญิงเลยอยากมาดูว่าเราทำอะไรอย่างไร หม่อมย่าเลยกลัวว่า ถ้าหากปฏิเสธไม่อนุญาตให้มาชมโรงงานของเรา จะโกรธกันไปอีก”

“ผมว่า…กับคนบางคนปฏิเสธไปเลยน่าจะดีกว่า” ฤทธิ์พึมพำ หากยังไม่ทันจะว่าอย่างไรต่อไป คุณหญิงตัวต้นเหตุก็กวักมือเรียกเขา

“แก…มานี่หน่อยสิ”

ฤทธิ์เหลือบมองไปรอบๆ ก็ไม่เห็นว่าจะมีใครอื่นนอกจากตนเอง

“แกนั่นละ…มานี่หน่อย”

“เรียกคนอื่นว่าแก…ไม่ดูถูกกันเกินไปหน่อยหรือครับ” ฤทธิ์ทนไม่ได้

“ต๊าย” คุณหญิงวิศวานฤมิตร้องเสียงลั่น ยกมือขึ้นทาบอก จ้องมองฤทธิ์ราวกับเขาเป็นผู้ร้ายฆ่าคนตาย

“แม่อุ่น…ทำไมคนงานของเธอถึงก้าวร้าวแบบนี้…ไพร่แท้ๆ เธอไม่เคยอบรมสั่งสอนคนของเธอเลยหรือ อีกหน่อยก็ไพร่กันทั้งโรงงานหรอก”

“อ้าว…คุณหญิง” คราวนี้ฤทธิ์โกรธจนหน้าแดง “พูดแบบนี้ได้ยังไงครับ ใช้ปากพูดหรือเปล่า คนเป็นผู้ดีเขาพูดกันแบบนี้หรือครับ”

“เออ…ฉันจะพูดแบบนี้ละ ใครจะทำไม” คุณหญิงวิศวานฤมิตลอยหน้าลอยตา “ไอ้ไพร่…ไอ้ไพร่…แกจะทำไมฉัน”

“จะทำไมน่ะหรือ…อยากรู้นักใช่ไหมคุณหญิง…อยากรู้ใช่ไหม”

ฤทธิ์ยังย่างสามขุมตรงเข้าไปหาคุณหญิงวิศวานฤมิตอีกด้วย

ร่างสูงใหญ่ของเขา ข่มให้ร่างผอมบางของอีกฝ่ายดูเล็กจ้อย

“ฤทธิ์…” คุณหญิงฉัตรกนกรีบดึงชายหนุ่มเอาไว้ “ฤทธิ์…ใจเย็น…ใจเย็น”

“ไม่” ฤทธิ์แค่นเสียง “ปล่อยผม…ผมจะสั่งสอนยัยแก่คนนี้ให้รู้เสียที ไม่ว่าผู้ดีหรือไพร่ ทุกคนล้วนมีศักดิ์ศรีของความเป็นคนเหมือนกัน…อย่าเที่ยวดูถูกคนอื่นเขา”

“ว้าย…” คุณหญิงวิศวานฤมิตร้องกรี๊ด วิ่งไปแอบหลังหม่อมอุ่นอรุณ “ออกไปนะ ไอ้ไพร่…แกจะฆ่าฉันใช่ไหม…ช่วยด้วย ช่วยฉันด้วย”

Don`t copy text!