เด็กชายชาวดง บทที่ 20 : ฮ่อมผีฮบและดอยปู่เฒ่าย่าเฒ่า

เด็กชายชาวดง บทที่ 20 : ฮ่อมผีฮบและดอยปู่เฒ่าย่าเฒ่า

โดย : มาลา คำจันทร์

“เด็กชายชาวดง” นวนิยายเรื่องล่าสุด จากปลายปากกาของ มาลา คำจันทร์ ศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ ที่อ่านเอา อยากให้คุณได้อ่านออนไลน์ เรื่องราวของเด็กชายที่เติบโตขึ้นมาในหมู่บ้านเล็กๆ กับเรื่องเล่าและวัฒนธรรมล้านนาอันยิ่งใหญ่ ชีวิตที่เรียบง่ายและแตกต่างจากเด็กในปัจจุบัน จะนำมาซึ่งรอยยิ้ม และจะสร้างความอุ่นหัวใจให้กับนักอ่าน

****************************

– 20 –

ฮ่อมผีฮบยังเป็นสถานที่ข่มขู่คุกคาม ดูดุดันขึงขังในความรู้สึกของเด็กๆ เป็นฮ่อมหรือช่อง หรือร่องระหว่างภูเขาหินสองฟาก เป็นช่องทางคับขันเปี่ยมอันตราย คดเคี้ยว ขรุขระ หมิ่นเหม่ที่มีเหวหรือหุบหรือรูโพรงโว้งว้ำเหวอะแหว่งยากจะคาดคะเนถูก หากเอาบ้านเราเป็นจุดกำหนด โดยรวมๆ แล้วเป็นแนวตะวันออกเฉียงเหนือไปสู่ตะวันตกเฉียงใต้  กรายไปทางบ้านหนองพระเจ้าผดที่อยู่ลึกเข้าไปแต่ยังอยู่ในเขตตำบลเดียวกัน

ฮ่อมผีฮบเป็นสถานที่อีกแห่งหนึ่งที่เรากลัว

เราเองถูกขู่ให้กลัวมาตั้งแต่ยังจำความไม่ได้โน่นกระมัง มันคือการใส่ข้อมูล มันคือการป้ายสีบนผ้าขาวที่ยังขาวสะอาด ป้ายด้วยสีใด สีนั้นก็ติดแน่น

เรากลัวผี

แต่ก็ใช่ว่าจะกลัวไปหมดทุกผี ผีร้ายเรากลัว แต่ผีดีเราเคารพยำเกรง

ผีเข้ามาแทรกในจิตใจเราตั้งแต่เริ่มจำความได้โน่นแล้ว ก่อนที่เราจะมีพระเจ้าพระธรรมอยู่ในใจตั้งเนิ่นนาน เรารู้จักผีก่อนรู้จักพระเจ้าพระธรรม ผีมีอิทธิพลต่อจิตใจเรามากกว่าพระ

ฮ่อมผีฮบเป็นที่เขงขามคร้ามเกรงเพราะเกี่ยวข้องกับผี เป็นที่รู้จักของชาวห้วยโท้ง น้ำลัดและหนองพระเจ้าผดมาก่อน คนบ้านเราเองรับเรื่องราวและความเชื่อเหล่านี้มาจากพี่น้องสามสี่หมู่บ้านที่อยู่มาก่อนเรา

“สมัยเมื่อศึกม่านศึกเม็งมาติดเมืองเชียงใหม่” ปู่เล่า

“เมื่อแสนคันธายังคนใช่ไมตา” หลานถาม

“บ่แม่น ก่อนหน้านั้นเมินนาน  ร้อยสองร้อยปี หรือสามร้อยปีโน่นแล้ว ส่วนแสนคันธาเพิ่งมาเมื่อพ.ศ. ๒๔๒๐ นี้บ่ดาย ก่อนหน้าบ้านเราสี่สิบปี”

นึกย้อนไปในวัยเด็ก นึกไม่ออกว่าศึกม่านศึกเม็งหน้าตาเป็นอย่างไร ต่อเมื่อโตมากแล้ว ได้เป็นครูสอนนักเรียน ได้อ่านหนังสือเก่าใหม่มากมาย ทั้งหนังสือเล่มที่เป็นอักษรไทย และใบลานที่เป็นอักษรพื้นเมือง จึงได้รู้ว่าแผ่นดินไทยเรานี้กว่าจะเป็นประเทศชาติบ้านเมืองให้เราได้อาศัยอยู่กินประสบสุขสวัสดีนั้น ปู่ย่าบรรพบุรุษเราท่านเอาเลือดทาแผ่นดิน เรื่องราวในฮ่อมผีฮบแม้หนักหน่วงรุนแรงมากในความรู้สึกของเรา  แต่กลับเล็กน้อยเหลือเกินหากเทียบกับศึกเสือเหนือใต้ที่พี่น้องผองไทยเราเผชิญเรื่อยมา

ตาเองก็เป็นคนผู้หนึ่งที่เกี่ยวข้องกับฮ่อมผีฮบ แต่ไม่ได้เกี่ยวในฐานะนักรบผู้กล้า แต่เกี่ยวข้องในฐานะขโมยลักควายเมื่อวัยยังหนุ่ม ย้อนไปเมื่อบ้านใหม่เวียงแมตั้งติดใหม่ๆ ตาเป็นบ่าวร้าย คำไทยว่าหนุ่มเกเร  ตาคบเพื่อนร้ายเลยหลงเข้าหมู่ร้ายไปเป็นขโมยลักควาย มักพาควายหลบหนีเข้าฮ่อมผีฮบเพราะหากไม่ใช่คนใจกล้าใจแข็งดุดันจริงๆ จะไม่มีใครกล้าเข้าไปในเวลากลางคืน ช่องทางมันลับลี้น่ากลัว มีหลุมมีโพรง มีหุบมีเหว ตาไม่ใช่หัวหน้าซ่องโจรแต่เป็นลูกน้อง ตาเคยพลั้งเผลอฆ่าเจ้าทรัพย์ตายโดยไม่ได้ตั้งใจ เป็นบาปตกค้างในใจ ต่อมาหัวหน้าซ่องโจรถูกฆ่าตายซ่องโจรเลยแตก ตำรวจตามจับแต่พ่อกำนันปกปิดซ่อนเร้นเพราะเห็นว่าเป็นคนในตำบล ตาจึงไม่ติดคุก เป็นบุญคุณผูกพันกันมา แม้พ่อกำนันตายไป แล้วลูกท่านขึ้นมาเป็นกำนันสืบต่อ บุญคุณก็ยังติดอยู่ในใจตา ต่อมากำนันเป็นโรคป้อแป้ปวกเปียก เป็นง่อยโงยเสียแข้งเสียขา เอาทิ้งไว้ที่ไหนก็กองเอาะเหยาะอยู่ตรงนั้นเหมือนผ้าขี้ริ้วเก่าๆ พ่อหมอผู้รักษาว่าต้องใช้ดีงูเห่ามาเข้ายา ตาเองถือดีในคาถาหับปากงู จึงล่างูเอาดีไปขายให้พ่อกำนัน แต่สุดท้ายตาก็โดนงูเห่าห้อมพ่นพิษใส่ดวงตาทั้งคู่จนบอดตลอดชีวิต

“แล้วที่ตาเดินเข้าหาไอ้ขโมยลักควายล่ะ ที่มันจ้องปืนใส่ตา”

“มันเป็นสหายเก่า เคยคบกันสมัยซ่องโจร รู้ตีนรู้มือกันดี”

“เมื่อใด”

“เมื่อได้กับยายเอ็งไม่นาน”

“มันเอาปืนจ้อง ตาไม่กลัวหรือ”

“บ่กลัว ไอ้ผู้นั้นมันรู้ดี ตาข่าม

“เดี๋ยวนี้ตายังข่ามอยู่ไหม”

“ตาปล่อยไปแล้วละเอ็ง ตั้งแต่ปลงใจได้ยอมรับบาปรับกรรม ตาตาบอด ใช่เป็นแต่บาปกรรมอันได้ฆ่างู บาปเก่ากรรมหลังของตาซับซ้อนนักเอ็ง ส่วนใหญ่เป็นแต่ยึดมั่นถือมั่นในวิชาอาคมที่ทรงไว้ ตัดใจได้ ปลงปล่อยลอยไปได้ก็สบายใจขึ้นนักละเอ็ง”

“ข้าเสียดาย” ไอ่อ้ายแทรก

“บ่ต้องเสียดาย มันร้อน มันไหม้ อยู่บ่ม่วน กินบ่ลำ”

ข่ามคือหนังเหนียว คงกระพันชาตรี ยิงแทงไม่เข้า ตาเชื่อมั่นนักหนาในคาถาอาคมที่ทรงไว้ได้ ตาทระนงถือดี เชื่อมันในคุณวิเศษลึกลับ มันเป็นสาเหตุชักจูงเข้าสู่ซ่องโจร ตาเลิกเป็นขโมยลักควายไม่ใช่เพราะสำนึกในบาปกรรม แต่เป็นเพราะซ่องโจรแตกแล้วพ่อกำนันซ่อนเร้นอำพรางออกจากเอกสารทางราชการ พ่อกำนันขอไว้ว่านับแต่นี้มึงเลิกเถิด กูปกปิดมึงได้ก็ครั้งเดียวเท่านั้น ครั้งต่อไปก็ยากแล้ว ปล้นฆ่าท่านกินมันบาป ถึงรอดคุกแต่ไม่รอดนรก จงเชื่อกู

“เรื่องราวมันเกิดขึ้นที่ไหน ตา”

“ในฮ่อมผีฮบ”

“ฮ่อมผีฮบอีกแล้ว”

“มันเป็นทางเปลี่ยว เป็นทางที่คนทั่วไปไม่อยากผ่าน ไอ้น้อยอุ่นพาอีบัวผันหนี มันเลือกหนีเข้าฮ่อมผีฮบเพราะคิดว่าหนีรอด แต่เคราะห์กรรมจำเพาะ ไปตกเหวตายทั้งคู่” ตาบอดขาวของตาดูลอยๆ เมื่อพาดพิงถึงโศกนาฏกรรมในช่องเขา “มันเป็นทางผ่านของขโมยลักควาย ไอ้สหายโจรมันพ้นคุกออกมาแต่ยังไม่เลิกลักควาย พ่อกำนันรู้ก็มาขอพ่อด้วยตัวท่านเองว่ามึงช่วยกูด้วย ตาก็ยินดีช่วยเพราะท่านมีบุญคุณล้นเหลือ พ่อกำนันก็ส่งคนไปบอกพ่อหลวงบ้านหนองพระเจ้าผดให้เอาคนมาจุกช่องสกัดทาง ตาก็ตามพ่อกำนันไปติดไต่ไล่ตามมัน แต่แรกตาก็ไม่รู้ว่าเป็นมันหรอก นึกว่าซ่องโจรเกิดขึ้นใหม่ จนได้ยินเสียงมันจึงจำได้ว่าเป็นสหายเก่า”

“แล้วเป็นอย่างใดตา”

“รู้ตีนรู้มือกันดีอยู่ มันขู่ว่าผู้ใดเข้าไป มันยิงทั้งนั้น ตาก็เดินเข้าไปหาแล้วถามว่าสหายมึงจำกูได้หรือไม่ มันว่าจำได้ ตาก็ว่ามึงฟังคำกูนะสหาย คืนควายให้เจ้ามันเสีย มึงออกไปกับกู บ่มีไผบุบตีฆ่าฟันมึง มันฟังคำ ตาก็จูงแขนมันออกมาให้พ่อกำนัน”

สถานที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งในละแวกบ้านเราสี่ห้าหมู่บ้านคือดอยปู่เฒ่าย่าเฒ่า อยู่ทางทิศเหนือบ้านใหม่เวียงแม อยู่ทางตะวันตกบ้านน้ำลัด อยู่ทางใต้บ้านโป่งหมี แต่ดูเหมือนโป่งหมีจะไม่อยู่ในเขตตำบลห้วยโท้ง อันนี้ไม่ค่อยแน่ใจนัก รูปทรงสัณฐานของดอยปู่เฒ่าย่าเฒ่าเป็นดั่งคนแก่สี่ห้าคนนั่งสุมหัวหันหน้าเข้ากัน พ่อแก่แม่เฒ่าเล่าว่าเวลาบ้านเมืองเดือดร้อน หรือเกิดเคราะห์ใหญ่ภัยหลวง จะมีเสียงคนเฒ่าคุยกันอุมอำๆ ดังมาจากดอยปู่เฒ่าย่าเฒ่า หากสำเหนียกรู้ทัน ก็อาจผ่อนนักเป็นเบาได้

ดอยดงขงแขวงย่านนี้เป็นสถานที่สำคัญพิเศษของคนหลายหมู่บ้าน ไม่มีใครกล้าบุกรุกโก่นโค่นแผ้วถางเอาเป็นที่ทำกิน ต้นไม้ยังขึ้นเป็นดงเป็นดำ สัตว์เสือเนื้อนกอาศัยในดอยย่านนี้จะไม่ถูกล่า ถือกันว่าเป็นสัตว์เลี้ยงของปู่เฒ่าย่าเฒ่าทั้งหลาย ท่านเป็นใคร มาจากไหนไม่มีใครรู้ รู้แต่ว่าเป็นอารักษ์ปกปักรักษาผู้คนแวดล้อมให้อยู่ดีมีสุข สัตว์จากป่าอื่นหากถูกล่าบาดเจ็บแล้วหนีเข้าระวงขงแขวงแวดล้อม เขาจะไม่ติดตามเข้าไป

“ในดอยปู่เฒ่าย่าเฒ่ามีถ้ำผีแมนอยู่แห่งหนึ่ง”ปู่เป็นคนเล่า

“ผีแมน บ่เคยได้ยิน มันเป็นผีตัวใด อี่ปู่”

“ผีชาวแมน”

“ชาวแมน เป็นชาวใด หมู่เดียวกันกับชาวในดงแม่นบ่”

“บ่แม่น ชาวแมนเป็นชาวเก่าแก่ดั้งเดิม เก่าแก่พอๆกันกับชาวลัวะ ออกในตำนานเชียงใหม่ปางเดิม”

“ข้าใคร่อ่าน”

“ใคร่อ่านก็เข้าไปบวช สรรพะตำนานอยู่ในใบลาน”

ซึ่งในช่วงที่แสงเมืองอยู่ในผ้าเหลือง ไม่มีโอกาสได้อ่านตำนานเชียงใหม่ปางเดิม กว่าจะได้อ่านก็ราวพ.ศ. ๒๕๒๐ กว่า ช่วงที่ยังเป็นครูหนุ่ม ตำนานเชียงใหม่ปางเดิมเป็นตำนานเก่าแก่ดั้งเดิมของเมืองเชียงใหม่สมัยก่อนที่พญามังรายจะสถาปนาอาณาจักรล้านนาขึ้นมา เนื้อความเกี่ยวกับชาวแมนมีว่าชาวแมนหรือผีแมนยกทัพลงมาล้อมเมืองเรา ชาวเมืองเราสู้ไม่ได้จึงหนีไปพึ่งลัวะ ลัวะให้เรานุ่งผ้าเหมือนลัวะ แล้วให้ลัวะตัดผมเหมือนเรา ผีแมนไล่ตามไปถึงเมืองลัวะ แต่แยกไม่ออกว่าอันไหนไทยอันไหนลัวะจึงถอยทัพกลับไป

“ถ้ำผีแมนมันเป็นอย่างใดอี่ปู่”

“ก็เป็นอย่างถ้ำทั่วไป แต่ภายในถ้ำมีพาทย์ฆ้องกลองวง วัน ๘ ค่ำ ๑๕ ค่ำ จะได้ยินเสียงผีแมนไห่ฆ้องไห่กลองสรงเสกบูชาพระเจ้า ม่วนงันเป็นดั่งเสียงดนตรีทิพย์”

“ปู่เคยได้ยินหรือ”

“เคย สมัยเป็นละอ่อน ได้ยินบ่อย ในถ้ำผีแมนนะเอ็ง นอกจากจะมีพาทย์ฆ้องกลองวง ยังมีถ้วยโถโอชามสารพัด คนแต่ก่อนหากมีปอยลามหามแห่ ก็จะไปยืมถ้วยยืมถาดเอามาใช้ เสร็จงานก็เอาไปส่ง แต่ต่อมาคนบ่ซื่อบ่ใสต่อผีแมน ยืมแล้วบ่ส่ง ผีแมนก็เลยกลิ้งหินปิดปากถ้ำไว้เสีย”

 

ดอยปู่เฒ่าย่าเฒ่าเป็นพื้นที่สูงส่งศักดิ์สิทธิ์ของคนหลายหมู่บ้าน แม้แต่คนบ้านหนองพระเจ้าผดที่อยู่ห่างออกไปทางปลายฮ่อมผีฮบเขาก็ยังเคารพนับถือ คนโป่งหมีอยู่ห่างไปทางเหนือราวครึ่งวันก็เคารพนับถือ มาร่วมพิธีกรรมดำหัวขอขมาคารวะต่อปู่เฒ่าย่าเฒ่าทุกปี  เป็นงานใหญ่งานหลวงเกี่ยวโยงคนสี่ห้าหมู่บ้านเข้าด้วยกัน เป็นงานม่วนงันเอิกเกริกประจำปีของเด็กๆ มีการประโคมโหมแห่ตีฆ้องตีกลองก้องดง เหล่าคนชายใหญ่กล้าเขาจะฟ้อนดาบฟ้อนเชิงอวดกัน กินข้าวกินเหล้าอันเป็นซากสังเวยปู่เฒ่าย่าเฒ่าด้วยกัน เรื่องราวเหล่านี้ยังเข้มข้นอยู่ในสมัยแสงเมืองยังเป็นเด็กชายชาวดง แต่ในวัยปลาย เสียดายที่กลายเป็นเพียงเรื่องเล่าเก่าก่อนไปเสียแล้ว ดงดอยปู่เฒ่าย่าเฒ่าเปลี่ยนแปลงไปมากมาย กลายเป็นที่มีทะเบียนถูกต้อง เป็นกรรมสิทธิ์ของสำนักวิปัสสนา มีกำแพงสูงใหญ่กั้นไว้โดยรอบ ชาวบ้านจะทำพิธีต้องทำที่นอกกำแพง

Don`t copy text!