เราจะฝันถึงกันตลอดไป Part 11 บทที่ 7 : ประชา

เราจะฝันถึงกันตลอดไป Part 11 บทที่ 7 : ประชา

โดย : วันฉัตร

เราจะฝันถึงกันตลอดไป โดย วันฉัตร…เรื่องราวของธามไท ผู้ที่ไม่เคยคิดว่าโลกของความฝันมีอยู่จริงๆ แต่แล้วเมื่อโลกของความฝันและโลกของความจริงเชื่อมหากัน พร้อมภารกิจที่เกี่ยวพันกับชีวิตและอนาคตของอลิตา…หญิงสาวที่เขาตกหลุมรัก… ภารกิจที่ว่าคืออะไร อ่านเอามั่นใจว่า คุณจะประทับใจในทุกตัวอักษรที่ได้อ่านออนไลน์

****************************

– Part 11 –

เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นมาตอนตีห้า ประชาตื่นนอนขึ้นมาด้วยความอ่อนเพลีย เมื่อคืนเขานั่งทำงานจนถึงตีสามเพราะเก้าโมงเช้าวันนี้มีนัดประชุมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ของบริษัท เขาในฐานะรองหัวหน้าทีมการขายได้รับมอบหมายงานจากหัวหน้าให้เตรียมงานนำเสนอที่สมบูรณ์ที่สุด เนื่องจากวันนี้มีผู้เข้าฟังมากมายตั้งแต่ระดับเจ้าของกิจการ หัวหน้าหน่วยต่างๆ ผู้เกี่ยวข้อง รวมถึงลูกค้าที่ทางบริษัทได้ส่งหนังสือเชิญ ความกดดันทั้งหมดจึงตกอยู่ที่เขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ประชาลุกจากเตียงนอน เดินเข้าห้องน้ำ มองหน้าตัวเองที่สะท้อนในกระจก ปีนี้เขาดูทรุดโทรมลงไปมาก ผมร่วงหนัก ถุงใต้ตาห้อยย้อยมากขึ้น ดูท่าเสร็จโปรเจคนี้คงต้องพักงานสักวันหนึ่งเพื่อดูแลตัวเองบ้าง เขาคิดแบบนี้มาหลายรอบแล้ว แต่สุดท้ายไม่เคยทำได้ เพราะตัดใจทิ้งงานไม่ลง ชีวิตของเขาจึงวนเวียนอยู่กับงานและงาน

สุวิภาเลือกเชิ้ตสีฟ้าให้เขา เพราะเป็นสีมงคลเรื่องโชคลาภในวันพฤหัสบดี การนำเสนอจะได้ราบรื่นประสบผลสำเร็จ เธอคอยเป็นกำลังใจและเป็นฝ่ายสนับสนุนที่ดีให้กับสามีเสมอมา ประชาภูมิใจเรื่องนี้มาก เธอเป็นสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตของเขา เป็นทั้งยอดภรรยาและซุปเปอร์มัมของลูกๆ

วันนี้ประชารีบ จึงไม่ได้อยู่กินข้าวเช้ากับสุวิภา เดินออกจากบ้าน แวะร้านสะดวกซื้อหาอาหารง่ายๆ กิน นั่งรถเมล์สายเดิมเพื่อไปทำงานที่บริษัท รถเมล์หกโมงเช้าคนยังไม่แน่นมากนัก เขายังพอหาที่นั่งได้ ประชามองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นผู้คนมากมายเดินสวนไปมาด้วยอาการเร่งรีบ ยามเช้าเป็นเวลาเข้าสู่สนามรบของบรรดาเหล่ามดงาน มีภารกิจมากมายกองเป็นภูเขารอให้จัดการ เข้าออฟฟิศก็ก้มหน้าก้มตาทำงานไป รู้ตัวอีกทีพระอาทิตย์ก็ตกดินแล้ว ชีวิตเขาเองก็วนเวียนอยู่ในวงจรนี้มาสามสิบห้าปีแล้ว เขาถามตัวเองอยู่เสมอว่าตัวเองทำงานหนักเกินไปหรือเปล่า หากยังเป็นแบบนี้ต่อไป ร่างกายอาจทนไม่ไหว แต่เมื่อคิดถึงภาระในบ้าน หนี้สินที่ยังผ่อนชำระไม่หมด การเลี้ยงดูเสกสรรที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ เขาก็ต้องรีบลบความคิดเรื่องการหยุดงานออกไป ยังดีที่เสกสิทธิ์ใกล้จบแล้ว อย่างน้อยภาระเรื่องนี้ก็ลดลงไป เขาเชื่อว่าลูกชายคนนี้จะเป็นกำลังสำคัญในการต่อสู้เพื่อครอบครัว

 

ทันทีที่รถเมล์จอดป้าย ประชารีบเดินลง ตรงไปที่บริษัททันที เขาต้องใช้เวลาที่เหลือสำหรับการเตรียมตัวนำเสนอ พอมาถึงโต๊ะทำงาน เขาเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ โหลดงาน จัดเอกสาร ทบทวนข้อมูลนำเสนออีกครั้ง

“คุณประชาทานอาหารเช้าหรือยังคะ” เสียงของแม่บ้านดังขึ้นมา เธอเริ่มงานเช้ากว่าคนอื่น เพราะต้องทำความสะอาดออฟฟิศทั้งหมด

“ยังครับ ผมรบกวนขอกาแฟสักแก้วได้มั้ย”

แม่บ้านยิ้ม ประชาให้เธอชงกาแฟให้เป็นประจำ เธอก้มมองดูนาฬิกาข้อมือ

“ความจริงยังพอมีเวลา จะรับอาหารเช้าทานด้วยมั้ยคะ”

“ไม่เป็นไรครับ ผมทานมาบ้างแล้ว ขอบคุณครับ” ตอนเช้าเขาทานขนมปังไส้หมูหยอง 1 ก้อน

พูดจบเขาก็เข้าสู่โหมดการทำงาน แม่บ้านรู้ว่าประชาไม่ชอบให้ใครกวนเวลาเตรียมงาน แต่เธอห่วงใยประชาจากใจจริง เขาสนใจแต่เรื่องงาน ทำงานแบบถวายชีวิต ไม่เคยสนใจเรื่องอาหารการกิน รวมถึงเรื่องสุขภาพ เธอได้ยินมาว่าครอบครัวเขามีปัญหา ลูกชายคนโตนอนเป็นผักไม่รู้สติอยู่ที่บ้าน เธอรู้สึกสงสารเขามาก แต่ไม่ได้พูดออกไปเพราะคิดว่าเขาคงไม่อยากให้ใครพูดถึง อีกอย่างมันเป็นเรื่องที่ก้าวล้ำสิทธิส่วนบุคคลเกินไป

 

ใกล้เวลาแปดโมงเช้า พนักงานบริษัททยอยเดินเข้างานมากขึ้น ทุกคนเห็นประชากำลังวุ่นอยู่ที่โต๊ะทำงาน

“น่าสงสารพี่ประชาจัง ถูกหัวหน้าพงษ์โยนงานมาอีกแล้ว” ชาลินาบ่นกับเพื่อนสาวของเธอ

“ใครใช้ให้พี่ประชาเป็นคนเก่งล่ะ หัวหน้าถึงได้โยนทุกอย่างให้พี่ประชาทำแล้วค่อยเก็บเกี่ยวดอกผลทีหลัง”

“อะแฮ่ม” เสียงกระแอดังขึ้นมา เจ้าหน้าที่ทั้ง 2 คนตกใจ หันไปมองเห็นหัวหน้าพงษ์ยืนหน้าเข้มฟังอยู่ด้านหลัง

“ถ้าว่างกันนักก็ไปช่วยพี่ประชาได้นะ” น้ำเสียงที่พูดออกมา ฟังดูก็รู้ทันทีว่าคนพูดกำลังอารมณ์ไม่ดี

“ไม่ว่างค่ะหัวหน้า เรากำลังจะเคลียร์งานเก่ากันอยู่ค่ะ” พูดจบทั้งสองคนก็รีบเดินกลับไปที่โต๊ะตัวเอง

หัวหน้าพงษ์มองตามพนักงานสาวด้วยความหงุดหงิด บริษัทนี้นินทากันได้ทุกเรื่อง หัวหน้าหันไปมองที่โต๊ะประชา เดินเข้าไปทักทาย

“เป็นไงบ้าง พร้อมมั้ยคุณประชา”

“สวัสดีครับหัวหน้า ข้อมูลเตรียมเรียบร้อย เหลือซ้อมนำเสนอเล็กน้อย ไม่ต้องห่วงครับ”

“ขอบคุณมากครับ เสร็จงานนี้ ผมอนุญาตให้คุณพักผ่อนสองวันเพื่อเป็นการขอบคุณ”

“ไม่เป็นไรครับหัวหน้า งานเยอะแบบนี้ ขืนหยุดไปบริษัทจะแย่เอา”

หัวหน้าพงษ์ยิ้ม ทุกอย่างเป็นไปตามที่เขาคิด ประชาไม่มีทางยอมพักงานแน่นอน แต่นั่นก็ไม่ใช่ความผิดอะไรของเขาที่ประชาขยันทำงาน ดีเสียอีกที่ประชาเป็นคนแบบนี้ งานของเขาจะได้ก้าวหน้า เขามองประชาเป็นเหมือนบันไดให้ตัวเองเดินขึ้นไปสู่ความสำเร็จที่สูงขึ้น

อีกไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็จะถึงเวลาประชุม อยู่ๆ ประชาก็รู้สึกปวดหัวมากเหมือนมีคีมขนาดใหญ่กำลังบีบหัวเขาอยู่ เขาพยายามสงบสติอารมณ์ บอกตัวเองว่าอย่าเครียด เรื่องใหญ่กว่านี้ก็เคยผ่านมาแล้ว ครั้งนี้ก็ต้องผ่านมันไปได้เช่นกัน

“พี่ประชาเป็นอะไรหรือเปล่าคะ หน้าซีดเชียว” ชาลินาเดินเข้ามาทักเพราะเห็นอาการไม่ค่อยดี

“ไม่เป็นไร ปวดหัวนิดหน่อย สงสัยคาเฟอีนโดสต่ำไป ขอกาแฟให้ผมสักแก้วสิ”

ชาลินาลังเล มองแก้วกาแฟที่วางอยู่บนโต๊ะ เธอคิดว่าประชาน่าจะต้องการการพักผ่อนมากกว่าดื่มกาแฟ แต่ตอนนี้ใกล้เวลานำเสนองานแล้ว การโด๊ปคงง่ายกว่าการพัก ชาลินาจึงพยักหน้ารับคำสั่ง

“ได้ค่ะพี่ประชา”

หลังจากดื่มกาแฟเสร็จ อาการปวดหัวของประชาดีขึ้นเล็กน้อย เขาเข้าห้องน้ำ ล้างหน้าให้สดชื่น หวีผมที่มีหรอมแหรมบนหัวให้เรียบร้อย บอกตัวเองว่าทนอีกนิดเดียว เดี๋ยวก็ผ่านไป วันนี้เขาคงต้องขอหัวหน้าทำงานแค่ครึ่งวัน เพลียจริงๆ กลับไปบ้านคงสลบแน่นอน

ก่อนนำเสนอ ประชาเรียกชาลินามาเตรียมงานอีกครั้ง ท่าทางของเขาผิดกับเมื่อครู่ลิบลับ ชาลินารู้สึกว่าประชาคืนฟอร์มแล้ว สงสัยเมื่อครู่เธอคงกังวลไปเอง เธอรู้สึกชื่นชมที่ประชาเป็นคนเก่งรับผิดชอบงาน เห็นประชาแล้วคิดถึงพ่อของตัวเอง ทั้งคู่มีนิสัยคล้ายกัน เธอดีใจที่ประชามีสีหน้าดีขึ้นและดูพร้อมกับงานใหญ่วันนี้

ในห้องประชุมใหญ่ ประชายืนนำเสนอโปรเจคอยู่หน้าห้องด้วยความมั่นใจ ท่าทางและน้ำเสียงของเขามีความเป็นมืออาชีพ ประธานบริษัทและกรรมการมองเขาอย่างชื่นชม โปรเจคไหนให้ประชาดูแล รับรองหายห่วง เพราะเขาทำงานให้บริษัท 120% นี่เป็นอีกเหตุผลที่ทำให้งานของประชามากกว่าคนอื่น แต่เขาไม่แคร์ เพราะมันคือความไว้วางใจ ประสิทธิภาพ ความภาคภูมิใจ และโบนัส

ในที่สุดหนึ่งชั่วโมงแห่งความกดดันก็จบลง ประชานำเสนอโปรเจคเรียบร้อย เสียงปรบมือดังสนั่นห้อง เพราะนี่คือการนำเสนอที่สมบูรณ์แบบที่สุดเท่าที่มนุษย์คนหนึ่งจะทำได้ ไม่ต้องพูดถึงผลที่จะตามมา บริษัทคู่ค้าที่มาร่วมรับฟังพึงพอใจเป็นอย่างมาก ตัดสินใจเซ็นสัญญาร่วมงานทันทีตั้งแต่ฟังสิบนาทีแรก ประชารู้สึกปลาบปลื้มใจกับเสียงปรบมือ เขาอยากให้ภรรยาและลูกชายได้มาฟังเสียงที่ทุกคนชื่นชมเขาในตอนนี้จริงๆ จะได้รู้ว่าเขาเก่งและเป็นที่ยอมรับขนาดไหน

ในขณะที่ประชากำลังจะเดินออกนอกห้อง เขารู้สึกปวดหัวอย่างรุนแรงอีกครั้ง เหงื่อแตกไปทั้งตัว เขาพยายามหาที่นั่ง อยู่ๆ ภาพห้องประชุมเบื้องหน้าที่เคยมองเห็นชัดเจนกลับกลายเป็นบิดเบี้ยวเหมือนภาพในจอทีวีเวลาสัญญานขัดข้อง จากนั้นภาพทุกอย่างก็ดับมืดลงราวมีคนมาปิดสวิทซ์ เสียงกรีดร้องของคนในห้องประชุมดังขึ้น จากนั้นร่างของประชาก็ล้มลงศีรษะกระแทกพื้น นอนนิ่งอยู่หน้าห้องประชุม



Don`t copy text!