เมียอันดับห้า บทที่ 10 : งานวันเกิดคุณฉวี

เมียอันดับห้า บทที่ 10 : งานวันเกิดคุณฉวี

โดย : โสภี พรรณราย

เมียอันดับห้า นวนิยายออนไลน์แนวชีวิตผสมโรแมนติกคอมเมดี้ใน อ่านเอา ของ โสภี พรรณราย เรื่องราวของ ‘ภีม’ หนุ่มสังคมรูปหล่อที่มีชีวิตรักแบบรักๆ เลิกๆ จนถึงขั้นเจ็ดปีเปลี่ยนเมียไปสี่คน กับ ‘ไหมแพร’ นักข่าวสายสังคมที่ไม่อาจจะปล่อยให้เรื่องแซ่บๆ นี้ผ่านไปได้ และตอนนี้เธอคือคนที่เขาสนใจ หรือเธอจะกลายเป็นเมียอันดับห้าของเขา!!

****************************

– 10 –

อรัญมีน้ำใจ จึงเสนอให้ไหมแพรเพียงคนเดียว

มีหรือหล่อนจะยอมรับ จะขออภิสิทธิ์กับใครก็ตาม ต้องไม่ใช่กับนายภีม เขาเองก็มีอคติกับหล่อน ขืนหล่อนใช้สิทธิพิเศษละก็ ภีมคงได้ดูถูกหล่อนตาย

บาดแผลที่ถูกรถของภีมชนยังมีร่องรอยบนใบหน้า และบริเวณแขนขา ผ้าพันแผลถูกปกคลุมด้วยเสื้อแขนยาวกับกางเกง ส่วนใบหน้านั้นเล็กน้อยเพราะตอนล้มกระแทกแก้มนิดเดียว หล่อนต้องปกปิดด้วยแป้งหนาขึ้นตรงบริเวณรอยช้ำ

ภีมจะต้องจดจำหล่อนได้แม่นยำที่สุด

ครั้งแรกพบกันก็เจอข้อหาขโมยแหวนเพชรของจันทนี ผ่านมาจนเขาหย่ากับจันทนีก็เจอกับอุบัติเหตุรถชน มีแต่เรื่องชวนอารมณ์เสีย ชวนให้หงุดหงิด โดยเฉพาะนักธุรกิจที่บูชาเงินเป็นพระเจ้าอย่างเขา

วันนี้ตั้งใจมาสัมภาษณ์เรื่องสถานที่ก่อสร้างคอนโดฯ โครงการใหม่ แน่นอนว่าเพราะเป็นโครงการใหม่จึงต้องกว้านซื้อที่ดินรอบบริเวณ และข่าวก็ออกมาว่าคนของภีมใช้วิธีการค่อนข้างแรงกับชาวบ้าน

จริงหรือเท็จ…

นายทุนอย่างภีมย่อมรู้ดี เพราะชื่อเสียงของเขามีมาตลอดว่าเป็นนายทุนกึ่งเจ้าพ่อ มีอะไรหรือที่ภีมจะทำไม่ได้

‘ทำ’ โดยไม่แคร์เสียงด่าทอ ขอเพียงปลายทางนั้นมีคำว่า ‘สำเร็จ’ รออยู่

ระหว่างที่อรัญคุยกับไหมแพร ในวงสัมภาษณ์ใกล้ๆ นั้นภีมกำลังตอบคำถามนักข่าวจากที่ต่างๆ หกเจ็ดคนที่ส่งคำถามและรอฟังคำตอบ…สายตาของภีมเห็น…ชัดเจน

ไหมแพรกับอรัญกำลังคุยกัน

จะว่าจำหล่อนไม่ได้หรือ…ไม่แล้ว เขาจำหญิงสาวได้ ยิ่งเพิ่งผ่านมาไม่นาน รถเขาชนกับรถจักรยานยนต์หล่อน ดีที่ไม่สาหัส ดีที่ไม่ถึงตาย แต่หล่อนทำให้เขาเสียเวลา ไปสนามบินไม่ทันเวลานัดหมาย แม้จะไม่เสียหายเป็นตัวเลขจำนวนเงิน แต่เสียหายด้านชื่อเสียง

อรัญคุยกับเจ้าหล่อนด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส เหมือนเคยรู้จักเจ้าหล่อนมานาน ภีมเก็บความสงสัยและความไม่พอใจ

แล้วก็เห็นแพรไหมผละจากอรัญ ดูเหมือนหล่อนพูดว่า

“ขอตัวไปทำงานก่อนนะคะ”

เจ้าหล่อนเดินมาแล้ว มารวมกลุ่มกับนักข่าว เสียงผู้ช่วยของภีมพูดขึ้น

“ให้สัมภาษณ์คนละคำถามก็พอนะครับ คุณภีมมีธุระครับ”

คนพูดคือคมกริช

ไหมแพรเพิ่งเห็นคนรัก เขามางานด้วย มาช่วยดูความเรียบร้อยในงาน ได้สบตากับเขา หล่อนยิ้มอ่อนๆ บนใบหน้า

เคยตกลงกันแล้วว่า ถ้าเป็นเวลางานต้องทิ้งเรื่องส่วนตัว งานคืองาน ส่วนตัวคือส่วนตัว

คมกริชจัดระเบียบให้สัมภาษณ์จนมาถึงสำนักข่าวฟ้าใหม่ ที่มีสินีและไหมแพร

สินีอ้าปากจะถาม แต่ไหมแพรชิงโพล่งถาม

“ที่ดินถนนสุขุมวิทที่บริษัทสุททินพงษ์กว้านซื้อ บริเวณซอยลึกนั้นมีชุมชนแออัด เราทราบมาว่าคนของบริษัทคุณใช้วิธีรุนแรงในการขับไล่ และรื้อถอนแบบไร้ความปรานี ไร้ศีลธรรม ทางคุณจะอธิบายอย่างไรคะ”

นี่คือคำถามของไหมแพรหรือ?

คมกริชตกใจแทนเจ้านาย…

ภีมกลับสงบนิ่ง ย้อนถาม

“คุณเป็นนักข่าวสายไหนแน่ สายบันเทิงไม่ใช่หรือ”

“สายบันเทิง สายสังคมหรืออะไร ก็อยากได้คำตอบค่ะ”

“นี่เรียกว่าถาม?”

“คุณตอบจะดีกว่าไหมคะ แทนที่จะให้คนภายนอกพูดลือในทางเสื่อมเสียไม่รู้จบ!”

“ฉันจำเธอได้นะ ถูกรถชนยังออกมาทำงาน”

“อ๋อ…ค่ะ คนต้องทำมาหากิน แล้วค่าเสียหายก็ยังไม่ได้รับนะคะ รอใบเรียกเก็บจากฉันก่อนนะคะ”

อะไรกันนี่…

ภีมกับไหมแพร

ภีมรู้สึกว่าไร้สาระเกินไป จึงตอบสั้นๆ

“บริษัทเราเป็นบริษัทใหญ่ ทำอะไรถูกต้อง!”

“แต่ว่ามีคนถูกทำร้ายนะคะ”

ภีมชะงัก

“ไหน…ไหน คนไหนถูกทำร้าย”

“อ๋อ…ต้องการหลักฐาน”

“ทุกอย่างต้องมีหลักฐาน ไม่ใช่กล่าวหาลอยๆ”

“แต่ว่า…”

คราวนี้คมกริชเป็นคนเบรกไหมแพรเอง

“ขอให้ถามแค่นี้ก่อนนะครับ เชิญทุกคนไปทานอาหารและอาหารว่าง เครื่องดื่มตามสบายนะครับ”

ไหมแพรตวัดสายตาขุ่นๆ มองคนรัก

ฮึ…ขัดขวาง…คนกันเองแท้ๆ ปกป้องเจ้านาย!

ห้ามใช้อารมณ์เวลาทำงาน แม้จะเป็นคนรักก็ตาม หญิงสาวพยายามเตือนตัวเอง

ภีมขอตัวไปต้อนรับแขก

คุณวรรณตั้งใจจะชวนมารดากลับก่อน เพราะท่าทางคุณย่าฉวีจะไม่สบาย แต่ท่านบอกว่าจะอยู่ต่ออีกชั่วโมงจึงจะกลับ

สินีสะกิดถามไหมแพรว่า

“เมื่อกี้ อารมณ์ไหนเนี่ย”

“ก็เก็บกดตั้งแต่ปีก่อนละมัง”

สินีหัวเราะ

“ใครทำยัยแพรของเราเจ็บไม่ได้เลยนะ แค้นฝังหุ่นไม่มีวันลืม”

แล้วไหมแพรก็เห็นคมกริชกำลังดื่มน้ำ จึงรี่ไปหาทันที

“คม!”

ชายหนุ่มยิ้มแห้งๆ

“แพร…แหม…ท่าทางโกรธนะ”

“แพรไม่พอใจมาก…มาก…มาก”

“ผมต้องทำตามหน้าที่” คนรักรีบแก้ตัว “ผมคนกลาง”

“กลัวถามเรื่องจริง!”

“แพรใช้อารมณ์เกินไป รู้ตัวไหม”

“รู้…รู้…รู้…แต่กับนายภีม ต้องแรงๆ”

“เขาเป็นเจ้านายของผมนะ”

“อืม…ปีนี้คงได้โบนัสหลายเดือน!” พูดประชด

“แพร เราตกลงกันแล้วนี่ งานของผม ผมต้องซื่อสัตย์ต่อหน้าที่”

“ค่ะ…แพรใช้อารมณ์ คมก็รู้นี่ว่าเขาเคยทำอะไรกับแพรไว้”

“นั่นมันเรื่องเก่า และเข้าใจแพรผิด”

“ไม่รู้…แพรเกลียด!”

ไหมแพรทำหน้าโกรธและผละไป คมกริชถอนใจยาว หันมาก็เห็นอรฤดีที่มองอยู่

หล่อนเดินมาใกล้ แทนที่ไหมแพร และถามยิ้มๆ

“คนรักคุณคมนี่เก่งและสวยนะคะ แถมยังกล้ามากด้วย ได้เห็นจะจะแล้ว กล้าปะทะกับพี่ภีมด้วยท่าทางขึงขัง”

“คุณอรเพิ่งมาทำงาน ไม่รู้อะไร แพรเคยมีเรื่องกับคุณภีมมาก่อน”

“เรื่องอะไรคะ”

คมกริชจึงเล่าเรื่องปีที่แล้ว ที่ไหมแพรมาสัมภาษณ์ภีมที่บริษัท และมีปัญหาเรื่องแหวนของจันทนีหาย และล่าสุดที่รถเก๋งของภีมชนกับจักรยานยนต์ไหมแพร

“อ๋อ…มิน่าล่ะคะ คุณไหมแพรจึงดูไม่ชอบพี่ภีมมากๆ”

“ผมเป็นคนกลาง ลำบากใจ”

“คุณคมก็ทำหน้าที่ได้ดีนี่คะ”

“สำหรับผมงานต้องมาก่อนส่วนตัวครับ”

สำหรับคมกริช ใช่…จริงๆ ละ แม้ความรักจะช่วยหล่อเลี้ยงหัวใจ แต่งานกับเงินเป็นตัวหล่อเลี้ยงชีวิต

เขามาจากครอบครัวพื้นเพค่อนข้างยากจน ต้องดิ้นรนหากินตั้งแต่เด็ก พ่อกับแม่ไร้ปัญญาจะเลี้ยงดู เขาเติบโตมาแบบต้องช่วยเหลือตัวเอง ต้องทำงานหาค่าเรียน ค่าเช่าบ้าน ค่ากินอยู่ ความที่ลำบากมามาก เงินจึงสำคัญต่อเขา และเขาก็พอใจที่มาทำงานกับภีม มีรายได้อยู่ได้อย่างสบายๆ

แม้ต้องทำงานหนัก แต่ก็คุ้มค่ากับรายได้

“พี่ภีมไม่ชมใครง่ายๆ ท่าทางจะชอบการทำงานของคุณคม”

“ผมทำตามคำสั่งเสมอครับ”

และแล้วนายประมวลก็เดินมาเรียกหาบุตรสาว

“ยัยอร!”

“คะ…คุณพ่อ?” อรฤดีเลิกคิ้ว

“มาอยู่แถวนี้ทำไม ไปดูแลคุณย่าฉวีหน่อย เห็นท่าทางท่านไม่ค่อยสบาย”

“ค่ะ…ค่ะ”

นายประมวลก็มัวแต่จ้องเอาใจท่านๆ ของบ้าน และส่งลูกสาวให้เอาอกเอาใจญาติผู้พี่อย่างคุณวรรณ เพื่อหวังสบายในอนาคต

พออรฤดีผละไป ประมวลก็พูดกับคมกริชว่า

“แค่สอนงานอรก็พอ อย่านอกเรื่อง!”

คมกริชทำหน้างงๆ

“ผมก็แค่สอนงานน้องใหม่ตลอดมาครับ ไม่เคยนอกเรื่อง”

“ฉันขี้เกียจพูดหลายครั้ง อรเพิ่งมาทำงาน อรเป็นหลานสาวคุณวรรณ น่าจะรู้ว่าฉันหมายถึงอะไร อยากเตือนสติ อย่าใกล้ชิดอร!”

“ครับ…ผมเข้าใจความหมายของคุณ”

“อรต้องมีอนาคต ต้องมีอนาคต!”

คมกริชหน้าชา

อรฤดีเป็นเด็กใหม่ มาเรียนรู้งาน ถึงมีศักดิ์เป็นหลานสาวห่างๆ ของคุณวรรณ แต่ท่านก็รักอรฤดีมากเหลือเกิน

หล่อนเป็นฝ่ายมาสนิทสนมกับเขาเอง โดยที่เขาไม่ได้คิดอะไรเกินเลย เพราะเขามีไหมแพรอยู่ทั้งคน

“ผมมีคนรักแล้วครับ”

“ใช่…แกต้องคิดเสมอว่าแกเป็นใคร!”

แก…เป็น…ใคร

แก…มันก็แค่พนักงานกินเงินเดือน กระจอกสินะ คมกริชหน้าชา ยังไม่พูดอะไรตอบโต้ ประมวลก็ผละไปแล้ว

ด้านภีม คุยกับเพื่อนสนิทคุณย่าฉวีซึ่งมีไม่กี่คน บรรดาผู้เฒ่าผู้แก่ต่างพากันรักและชื่นชมภีมที่เขาเป็นคนเก่ง และยังกตัญญู สักครู่หนึ่งภีมก็ขอตัวไปห้องน้ำ

ออกจากห้องน้ำ…เขาเห็นไหมแพร

ไหมแพรก็ออกจากห้องน้ำ เจอหน้ากันจังๆ ต่างชะงัก แล้วไหมแพรเป็นฝ่ายทัก…ไม่ปล่อยโอกาสทองให้ผ่านไป ขอสัมภาษณ์ต่ออีกนิด หวังว่าเขาจะตอบ

“คุณภีมคะ”

เขาทำท่าจะผละไปแล้ว เพราะจากสายตาเขาไม่พอใจหญิงสาวเอามากๆ แม้แต่จะคุยด้วยยังไม่อยากคุย

เขายอมหยุด แต่นิ่งมองหล่อนด้วยสายตาดุดัน

“ยังโกรธฉัน ที่สัมภาษณ์คุณเมื่อครู่หรือคะ”

“คำถามเธอเหมือนจะหาเรื่อง”

“เปล่าเลยนะคะ เราได้ข้อมูลมาก็ถามความจริง”

“เธอตั้งใจหาเรื่อง!”

“ทำไมคุณคิดอย่างงั้นล่ะคะ”

“เธอเจ็บตัวเพราะถูกรถชน เธอต้องการเอาคืน”

“โอ้โฮ…ระดับคุณภีม คิดได้แค่นั้นเองหรือคะ”

“เธอจะเอาอย่างไรแน่”

“นักข่าวต้องการแต่ความจริงค่ะ และต้องหาความจริงไปเรื่อยๆ”

“แต่เธอเอาเรื่องส่วนตัวมารวมกับงาน”

หล่อนถอนใจยาว

“จริงๆ แล้วฉันก็ไม่อยากโกหกหรอกนะคะ เพราะฉันโกหกไม่เก่ง และฉันชอบความจริงมากกว่า ฉันอาจเอาอารมณ์มาปนเปเล็กน้อย คือคนเราไม่จำเป็นต้องสวมหน้ากากเข้าหากัน คุณคงไม่ถูกชะตากับฉันตั้งแต่แรกพบ ฉันเองก็ไม่ถูกชะตากับคุณ”

“พูดยืดยาวเพื่ออะไร”

“อ๋อ…ลืมไป เวลาเป็นเงินเป็นทองสำหรับคุณ”

“เธอรู้จักกับอรัญได้อย่างไร” อยู่ๆ เขาก็ถาม

ไหมแพรตาโต

“โอ้…รู้แล้ว…คุณอรัญน่ารักกว่าคุณตั้งเยอะ เธอพาคุณย่ากับคุณแม่ไปวัด เป็นผู้ชายอบอุ่นมากนะคะ”

ภีมพยักหน้าช้าๆ

“อ๋อ…รู้จักกันที่วัด”

“ค่ะ…ว่าแต่ว่า ฉันยังสงสัยนะคะ เรื่องบริษัทคุณทำเรื่องขาดศีลธรรม ไล่ที่คนจน ใช้พวกนักเลงไปทำร้ายเขา วิธีแบบนี้น่าจะหมดไปแล้วนะคะในยุคนี้”

“นั่นสิ…บ้านเมืองมีกฎหมาย ยังทำแบบนั้นด้วยเรอะ”

“มีคนแจ้งความนะคะ”

“แล้วไง?”

หล่อนชะงัก…หล่อนทราบเรื่องมาจากอมร เพื่อนที่ทำงานและอยู่สายโรงพัก ที่เล่าว่ามีคนมาแจ้งความว่าถูกทำร้าย เพราะเรื่องที่ไม่ยอมย้ายออก เพราะมีโครงการใหญ่จะมาสร้างคอนโดฯ เขาอ้างว่าอยู่มาตั้งแต่เด็ก จะให้ย้ายไปที่ไหน จึงถูกรุมทำร้าย แต่หลังจากนั้นก็เงียบไปเลย

ใครถูกทำร้าย…แจ้งความ…เงียบ

เงียบ…ทุกราย…อย่างแปลกประหลาด

อิทธิพล…ภีม อิทธิพล…เงิน เงินปิดปากได้ แต่ไม่กับทุกคนแน่ๆ เพราะมีคนยอมเงียบ แต่ก็ยังมีคนโวยต่อมา จบไปคนก็มีเพิ่มคน ชุมชนใหญ่ขนาดนั้น ต้องมีคนกล้าชนกับสุททินพงษ์กรุ๊ปแน่ๆ

ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ



Don`t copy text!