เมียอันดับห้า บทที่ 21 : ข้อตกลง

เมียอันดับห้า บทที่ 21 : ข้อตกลง

โดย : โสภี พรรณราย

เมียอันดับห้า นวนิยายออนไลน์แนวชีวิตผสมโรแมนติกคอมเมดี้ใน อ่านเอา ของ โสภี พรรณราย เรื่องราวของ ‘ภีม’ หนุ่มสังคมรูปหล่อที่มีชีวิตรักแบบรักๆ เลิกๆ จนถึงขั้นเจ็ดปีเปลี่ยนเมียไปสี่คน กับ ‘ไหมแพร’ นักข่าวสายสังคมที่ไม่อาจจะปล่อยให้เรื่องแซ่บๆ นี้ผ่านไปได้ และตอนนี้เธอคือคนที่เขาสนใจ หรือเธอจะกลายเป็นเมียอันดับห้าของเขา!!

****************************

– 21 –

สนับสนุนอ่านเอาด้วยการสั่งซื้อหนังสือ “ในสวนอักษร” คลิกที่นี่

ฉวี สุททินพงษ์!

ไหมแพรงง…หล่อนน่าจะได้ยินผิด…มีคนชื่อคล้ายๆ กัน นามสกุลคล้ายๆ กันก็มาก จึงถามย้ำ

“ชื่ออะไร…ยาย”

“ฉวี สุททินพงษ์”

ได้ยินชัดเจนแล้ว ย้ำอีกครั้ง คงไม่ใช่คุณฉวี เจ้าของบริษัทในเครือสุททินพงษ์กรุ๊ป

ยายต้องเพ้อไปแล้วแน่ๆ

“ข่าวคุณฉวีเพิ่งออกหนังสือพิมพ์ ยายคงอ่านเจอ”

“ใช่…มันละ…ฉวี  เรียกมันมาพบยาย”

หญิงสาวเลิกคิ้ว ท่าทางยายเหมือนเกรี้ยวกราดขึ้น เสียงดังขึ้น ยายเอาเรี่ยวแรงที่ไหนมาพูดเสียงดังขนาดนี้ ทั้งที่สภาพร่างกายไม่เอื้ออำนวย

หญิงสาวโคลงศีรษะ

“ยายจ๋า ยายต้องการพบใครกันแน่”

“ฉวี”

“ท่านเป็นนักธุรกิจ เป็นย่าคุณภีม นักธุรกิจหนุ่มที่มีบริษัทในเครือมากมายนะจ๊ะ”

“แกฟังไม่ผิด”

“ท่านจะยอมมาพบยายหรือจ๊ะ” หล่อนไม่คิดดูถูกยาย เท่ากับดูถูกตัวเอง สังคมคนละชั้น…หล่อนกับยายคนธรรมดากินข้าวแกงริมถนนได้ แต่พวกเขาคือมหาเศรษฐีที่ดูเย่อหยิ่ง และไม่เคยสัมผัสอาหารข้างทางแน่ๆ

ยายสายบัวนิ่งเงียบชั่วครู่ หรือยายเริ่มไม่แน่ใจแล้ว และยายก็พูดเบาๆ ว่า

“วันที่ยายเข้าโรงพยาบาล ถอดเอาสร้อยกับจี้ล็อกเกตให้แกเอากลับบ้าน เอาจี้อันนั้นไปให้มันดู”

“ยาย”

“มันต้องยอมมาพบยาย”

“เพราะอะไรจ๊ะ”

“แกไม่ต้องรู้ตอนนี้”

“ยายรู้จักท่านหรือ”

“อย่าถามจู้จี้” คนป่วยรำคาญ และน้ำเสียงบ่งบอกถึงอารมณ์

“ยายรู้จักท่านจริงๆ หรือ”

หญิงสาวสงสัย งั้นวันที่ไปทำข่าวสังคมวันเกิดคุณฉวีที่โรงแรมและแวบๆ เหมือนเห็นยายที่โรงแรม ก็เป็นยายตัวจริงละสิ

“ยายไปงานวันเกิดท่าน”

ไหมแพรอยากถามอะไรมากมาย แต่สภาพของยายไม่อำนวย

“แพรจะทำตามที่ยายสั่ง และยายต้องฟังแพรด้วยนะ ต้องผ่าตัดนะ”

“ข้อตกลง…ถ้าสำเร็จ ทุกอย่างจะเป็นไปตามข้อตกลง”

 

อีกครั้ง…ที่คุณฉวีหยิบเอาอัลบั้มรูปเก่าขึ้นมาเปิด

ระยะนี้เปิดดูถี่ขึ้น…ความหลัง

ภาพที่เก่ามาก…มาก…คนแก่ หวนหาอดีตหรืออย่างไร

เปล่าเลย บางครั้งก็อยากลืมอดีต มีบางอย่างที่ตนกระทำไม่สมควร แม้ทุกวันนี้จะมีความสุขสบายก็ตาม แต่ความผิดบาปยังติดค้างในใจ ถูกสะกิดบาดแผลก็ไม่สบายใจ

ใช่สิ…เพราะตนยังมีจิตสำนึกอยู่ ใช่เป็นคนใจไม้ไส้ระกำ

รู้ว่าผิด แต่ก็ทำไปแล้ว…อดีต ในอดีต

หยุดอยู่นานกับภาพ…ภาพหนึ่ง

ภีมก้าวเข้ามา เขาอยู่ด้านข้างท่าน มองตามตาท่าน ท่านมองอะไรอยู่

ภาพถ่ายรูปเก่า…ภีมทรุดกายลงนั่งข้างคุณย่า ท่านขยับตัวเล็กน้อย ชายหนุ่มจิ้มนิ้วไปที่รูปใบหนึ่ง

“ย่ามองภาพนี้นานแล้วนะครับ”

หญิงชราพยักหน้าช้าๆ

“อืม…ประสาคนแก่ที่นึกถึงอดีต”

“เธอคนนี้…สวยนะครับ เพื่อนสนิทย่าหรือครับ เพราะย่าถ่ายกับเธอตั้งหลายภาพ”

เขาชี้ ‘เธอคนนี้’ เพื่อนของย่า

ภีมยังพูดต่อ

“ตอนสาวๆ ย่าสวยมากนะครับ”

“แต่เธอคนนี้สวยกว่า” ย่าพูดเบาๆ

“นี่ถ่ายกันตอนอายุเท่าไรครับ”

“สิบแปด…สิบเก้า”

“สวยครับ หน้าคม”

“เธอคนนี้คมกว่า เด่นกว่า” ย่ากลับเอ่ยชมอีกคนตลอด

“แล้วตอนนี้เธออยู่ไหนครับ ไม่เห็นคุณย่ามีเพื่อนรุ่นเก่าสักคนนี่ครับ”

“ก็…หลังจากแต่งงานกับปู่ของแก ก็เลิกติดต่อกัน”

“ทำไมล่ะครับ”

“เอ้อ…” จะตอบหลานชายอย่างไร

“ย่าถ่ายภาพคู่เธอตั้งหลายใบ ยืนติดคุณปู่เลยครับ คุณปู่ก็รูปหล่อ คุณปู่ดูมีความสุขมากนะครับ ควงผู้หญิงสวยตั้งสองคน”

ภาพหนุ่มน้อยควงสองสาววัยรุ่น

ท่าน…คุณสุทิน กับ…ย่าฉวี

กับ…กับอีกคน ที่สวยกว่า เด่นกว่า สูงกว่า เด่นกว่าฉวีเห็นๆ

เธอ…ชื่อสายบัว

อดีต…เพื่อนรัก

อดีต…คนรักของคุณสุทิน

แล้วตน…ฉวี ก็ใช้มารยาหญิงแย่งมา ด้วยเล่ห์เหลี่ยม แผนร้าย

ใช่…ไม่สง่างาม แต่ก็ทำ…ทำไปแล้ว

ในขณะนั้น…ไม่รู้สึกเสียใจที่ทำมากมายนัก เพราะดื่มด่ำกับความสุข กับความสำเร็จ ความสมหวัง

วันนี้…บางขณะก็ลืม แต่บางขณะไม่ลืม ไม่ลืมก็รีบตัดออกจากสมองอย่างรวดเร็ว จนได้พบเจออีกครั้ง คราวนี้สลัดอย่างไรก็ไม่หลุดสักที

“ใช่…ตอนหนุ่มๆ ปู่แกหล่อมาก มีสาวๆ มาพัวพันหลายคน”

“แต่คุณย่าก็เป็นสาวคนเดียวที่ชนะใจคุณปู่นี่ครับ”

ท่านกลืนน้ำลายยากเย็น

“ก็ไม่เชิง”

“หรือคุณปู่หลายใจครับ”

ท่านรีบโบกมือปฏิเสธ

“เปล่าเลย…เปล่า ปู่แกค่อนข้างจะรักเดียวใจเดียวด้วยซ้ำ ไม่เคยลืมรักแรกง่ายๆหรอก”

“หรือคุณปู่มีรักแรก”

ท่านเสหัวเราะ

“ผู้ชายจะมีรักเดียวหรือไง อย่างแกล่ะ อย่างแกผ่านเมียมาสี่คนแล้ว อย่าบอกว่ามีรักเดียวนะ”

ภีมหัวเราะตามเบาๆ ว่า

“ผมไม่โชคดีอย่างคุณย่านี่ครับ ไม่โชคดีที่หาผู้หญิงอย่างย่าได้ ผมอาจโชคร้ายเรื่องเนื้อคู่”

“โชคดีหรือ…ภีม โชคร้ายหรือ…ภีม บางอย่างต้องดิ้นรนเพื่อไขว่คว้าฉวยเอาเป็นเจ้าของนะ หลานย่ารู้ไหม ของที่ต้องการไม่ได้มาอย่างง่ายๆ หรอก ถ้าเราไม่ดิ้นรน…บางครั้งต้องแย่งชิงทุกวิถีทาง”

ชายหนุ่มยังคงหัวเราะ

“สำหรับผมไม่ได้แย่งชิงครับ มันมาเองตั้งสี่ครั้ง”

“ย่าว่าภีมต้องเหนื่อยบ้างละ”

“ก็…ครับ…บางที ผมอยากหยุดกับใครสักคนที่ผมรักและเธอเป็นคนดีที่รักผมจริงๆ”

“บอกตามตรงนะ ที่ย่าเห็นรักแกจริงๆ โดยไม่มีเงื่อนไขก็อุษา…”

“ษาเป็นผู้หญิงที่คุณย่ากับคุณแม่หาให้ผม เธอทำให้ผมรักได้เพราะเธอน่ารัก น่าสงสาร”

“อาภัพที่สุด อ่อนแอขี้โรค แถมยังเกิดอุบัติเหตุ ไม่รู้อะไรจะโชคร้ายขนาดนั้น หลังจากอุษา ย่าก็ไม่อยากหาผู้หญิงให้แกเลย ลองให้แกหาเองบ้าง ตั้งแต่เมียคนแรกของแกก็ชอบชีวิตอิสระไปอยู่เมืองนอก มาถึงนักแสดงแต่งตัวโป๊ ก็ชอบมีข่าวคาวทำให้แกเสื่อมเสีย สุดท้ายเลขาของแกก็ใช้เงินเก่ง แถมยังแอบเล่นพนัน เป็นเรื่องที่ย่ารับไม่ได้จริงๆ”

“ก่อนแต่งงานไม่มีเรื่องพวกนี้นี่ครับ”

“ใช่น่ะสิ เพราะเงินเปลี่ยนคนได้ สิ่งแวดล้อมก็เปลี่ยนคนได้”

“แต่อะไรก็เปลี่ยนความรักคุณปู่ที่มีต่อคุณย่าไม่ได้นะครับ”

หัวใจคุณย่าฉวีกระตุกแวบหนึ่ง แล้วเหมือนถูกแทง เจ็บแปลบ

“รัก…”

“ทำไมหรือครับย่า” เห็นสีหน้าคุณย่าดูแปลกๆ ไป

“เอ้อ…ปู่เขาก็มีความรักความหลังเหมือนกัน”

“ปู่ไม่ได้มีย่าคนเดียวหรือครับ”

“อย่างที่บอกละ…ปู่เป็นคนพูดน้อยและเก็บความรู้สึก”

“ผู้หญิงในอดีตของคุณปู่ เป็นใครครับ”

ท่านอึดอัดที่จะตอบ ภีมจึงเปลี่ยนคำพูด

“ผมสรุปว่าอย่างไรคุณปู่ก็มีคุณย่าคนเดียว ภาพคุณปู่สุทินที่ผมจดจำได้เสมอ คือสุภาพบุรุษที่รักและดูแลคุณย่าอย่างดีที่สุด ผมยังทำอย่างคุณปู่ได้ไม่ถึงครึ่งเลยครับ”

“คุณปู่เป็นคนดีจริงๆ ดีมากๆ ใครได้แต่งงานด้วย คือสบายชั่วชีวิต”

“ย่าของผมก็เป็นคนดี”

คุณฉวีเงียบ…ยิ้มแห้งๆ ยังไม่กล้าพูดกับหลานชายถึงเรื่องที่เคยทำผิดในอดีต…ไม่กล้าพูด

เลิกงานแล้ว คมกริชกำลังจะกลับบ้าน วันนี้เขาเอารถเข้าอู่ จึงต้องกลับรถไฟฟ้า ขณะเดินอยู่ริมถนนก็มีรถเก๋งคันหนึ่งจอดเทียบข้างๆ

“อ้าว คุณอร”

อรฤดีจอดรถ เลื่อนกระจกลงและถาม

“ไม่ได้เอารถมาหรือคะ”

“รถเข้าอู่ครับ”

“จะไปไหนคะ…อรไปส่ง”

“รถไฟฟ้าข้างหน้าครับ”

“ขึ้นมาค่ะ ไม่ต้องเดิน”

คมกริชรีบก้าวขึ้นรถ มีรถนั่งดีกว่าต้องเดิน พอรถแล่นไปก็เห็นว่าคนละทางกับที่อรฤดีกลับบ้าน ไม่ใช่ทางผ่านไปรถไฟฟ้าด้วย

“บ้านคุณอรต้องไปทางโน้นนี่ครับ ทำไมผ่านมาทางนี้”

“อรกำลังจะไปห้างค่ะ จะไปซื้อของให้คุณพ่อค่ะ เออ…จริงสิ คุณเป็นผู้ชายเหมือนคุณพ่อ มีเวลาไปช่วยอรเลือกซื้อไหมคะ”

“อ๋อ…ได้เลยครับ ผมว่าง”

“ขอบคุณมากเลย หลังจากซื้อของ อรจะส่งคุณกลับบ้านเอง”

ร้านที่อรฤดีเข้าไปซื้อของในห้าง คือร้านจำหน่ายนาฬิกาหรูราคาแพงที่คมกริชไม่เคยคิดจะก้าวเข้าไปสักครั้ง

อรฤดีบอกกับเขาก่อนว่า

“เลือกราคาห้าหกแสนนะคะ อรอยากให้คุณพ่อมากๆ ท่านเลี้ยงอรมาอย่างดี ตั้งแต่แม่ตาย อรก็มีแต่พ่อคนเดียวค่ะ”

อรฤดีให้คมกริชลองกับข้อมือ รุ่นแล้วรุ่นเล่า ที่ทำให้คมกริชตื่นเต้น นาฬิกาหรูบนข้อมือ คนขายก็อยากขายราคาแพง เรือนละเป็นล้าน

“ก็ไม่เลวเลยนะคะ ราคาเก้าแสนกว่า บนข้อมือคุณคม คุณว่าจะเหมาะกับคุณพ่อไหมคะ”

ในใจส่วนลึก คมกริชอิจฉาคุณประมวล

ในความเป็นจริง คุณประมวลก็ไม่ได้ร่ำรวยอะไรหรอก เป็นแค่ญาติห่างมากๆ ของคุณวรรณ มาทำงานบริษัท คุณวรรณเมตตาให้เงินเดือนสูงลิ่ว หลายแสน พออยู่ได้อย่างสบายๆ ที่สำคัญคุณวรรณรักอรฤดีเหลือเกิน ตั้งแต่เป็นเด็กหญิงขี้ประจบตอนนั้น ส่วนภีมและอรัญก็ประสาเด็กผู้ชาย ไม่ออดอ้อนแม่เหมือนอรฤดีทำ

อรฤดีจึงได้ทั้งเงินทอง เพชรพลอยเป็นของขวัญเสมอ ในทุกเทศกาล คุณวรรณแทบจะเห็นอรฤดีเป็นลูกสาวคนหนึ่ง

“ว่าไงคะ เหมาะกับคุณพ่อไหมคะ” อรฤดีถามย้ำ

“คุณอรว่าจะซื้อแค่ห้าหกแสนนี่ครับ นี่มันเกือบล้าน”

“ไมเป็นไรค่ะ ถ้าคุณว่าสวย อรมีเงินตั้งเยอะ ป้าวรรณโอนให้เป็นทุนการศึกษาตั้งแต่เด็ก หลายสิบล้าน อรให้คุณพ่อเอาไปลงทุนเพิ่มพูนขึ้นในสิบปีที่ผ่านมา”

หลายสิบล้าน…แถมลงทุนได้เพิ่มพูนขึ้น

คิดในหัวอย่างรวดเร็วว่าอรฤดีในตอนนี้จะมีเงินเท่าไร คิดอย่างไรก็แค่คาดเดาว่าน่าจะสามสี่สิบล้าน…หรือมากกว่านั้น

สำหรับเขาอีกกี่ปีจึงจะสัมผัสเงินก้อนเป็นล้านๆ อย่างหล่อนได้บ้าง

“ครับ…สวยครับ”

“ดีใช่ไหมคะ”

“แบรนด์นี้ราคาแพงอยู่แล้ว”

“ใช่ค่ะ เก็บไว้เป็นทรัพย์สินได้ด้วยนะคะ บางรุ่นราคาแพงขึ้นทุกปี ขายยังมีกำไรเลยค่ะ ถึงจะเป็นมือสอง”

“ครับ สำหรับคนรวย” ประโยคนี้เขาพูดเบามากๆ

อรฤดีเลิกคิ้ว

“คะ”

“เอ้อ…เปล่าครับ”

“งั้นอรเลือกเรือนนี้ เพราะคุณใส่สวยที่สุดเลยค่ะ”

สวยที่สุด แต่ไม่ได้ให้เขา สวยที่สุดสำหรับคุณประมวล อยู่ๆ ชายหนุ่มก็ถอนใจยาว ในขณะที่พนักงานกำลังจัดการกับสินค้าราคาแพง และอรฤดีหยิบเครดิตการ์ดชำระเงิน

เขาถอนใจยาวอีกครั้ง

ความแตกต่างของ ‘เงิน’ กับ ‘ไม่มีเงิน’

คนรวยกับคนธรรมดาอย่างเขา

ความแตกต่างของอรฤดีกับ…กับ…ไหมแพร

อยู่ๆ เขานึกเปรียบเทียบทำไม

ไหมแพรจะซื้ออะไรแต่ละอย่าง ต้องคิดแล้วคิดอีก ปีก่อนนัดเขาไปซื้อนาฬิกาให้พี่ชายเป็นของขวัญวันเกิด ตั้งเป้าไว้งบแค่สามพันบาท หล่อนเลือกแล้วเลือกอีก เป็นแบรนด์ธรรมดา ราคาเต็มหกพันเศษ และลดราคาห้าสิบเปอร์เซ็นต์ เหลือสามพันเศษ

นั่นละ ไหมแพรจึงได้ตัดสินใจซื้อ และพูดว่าคุ้มค่ามาก ซื้อถูกครึ่งต่อครึ่ง…

 

Don`t copy text!