เมียอันดับห้า บทที่ 22 : อุบัติเหตุ

เมียอันดับห้า บทที่ 22 : อุบัติเหตุ

โดย : โสภี พรรณราย

เมียอันดับห้า นวนิยายออนไลน์แนวชีวิตผสมโรแมนติกคอมเมดี้ใน อ่านเอา ของ โสภี พรรณราย เรื่องราวของ ‘ภีม’ หนุ่มสังคมรูปหล่อที่มีชีวิตรักแบบรักๆ เลิกๆ จนถึงขั้นเจ็ดปีเปลี่ยนเมียไปสี่คน กับ ‘ไหมแพร’ นักข่าวสายสังคมที่ไม่อาจจะปล่อยให้เรื่องแซ่บๆ นี้ผ่านไปได้ และตอนนี้เธอคือคนที่เขาสนใจ หรือเธอจะกลายเป็นเมียอันดับห้าของเขา!!

****************************

– 22 –

สนับสนุนอ่านเอาด้วยการสั่งซื้อหนังสือ “ในสวนอักษร” คลิกที่นี่

อรฤดีกับคมกริชเดินออกจากร้านนาฬิกาหรู หล่อนหันมาพูดกับเขาอย่างดีใจว่า

“ได้ของขวัญคุณพ่อแล้ว อรขอเลี้ยงขอบคุณคุณหน่อยนะคะ อรหิวแล้วละ”

“ได้เลยครับ” เขาไม่ปฏิเสธ เพราะเขาก็หิวเช่นกัน

ร้านอาหารในห้างหรูล้วนราคาแพง หล่อนให้เขาเลือก

“คุณอยากทานอาหารแบบไหนคะ”

“ผมได้ทุกอย่างครับ ผมมันลิ้นจระเข้ อร่อยหมดครับ”

“งั้นอรเลือกให้นะคะ”

ร้านที่อรฤดีพาคมกริชมาทานเป็นร้านอาหารนานาชาติมีชื่อ มีทั้งแบบจานเดี่ยวและแบบชุดที่จะเสิร์ฟทีละอย่าง

ราคาขายเป็นชุด มีตั้งแต่ราคาเริ่มต้นพันไปจนถึงหลักหมื่น

อรฤดีเลือกชุดระดับกลางๆ มื้อนี้ราคารวมสองคนก็เกือบสองหมื่น ตอนแรกคมกริชคิดว่าควรสั่งราคาถูกที่สุด แต่อรฤดีหัวเราะและย้ำว่า

“อรเป็นเจ้ามือนะคะ”

อาหารราคาแพงสำหรับชายหนุ่ม แต่เขาตื่นเต้นกับรสชาติที่อร่อยเลิศ

ขนมปังทาเนยก็รสดีมาก ขนมปังเนื้อนุ่ม

ซุปสองรส แทบจะไม่รู้ว่าทำจากอะไร ถ้าในเมนูไม่แจ้งไว้

ปลาเนื้อนุ่ม หอมกรุ่น

เนื้อราคาแพงที่ละลายในปาก แทบไม่ต้องเคี้ยว

ตับห่าน ฟัวกราส์ อร่อยจนคมกริชแทบลืมไปว่ามาจากความโหดร้ายทรมานสัตว์

และอาหารสารพัดอย่างที่เสิร์ฟมาอย่างละนิดละหน่อย ล้วนแต่มีรสชาติที่น่าลิ้มลอง ตบท้ายด้วยของหวานพิเศษอีกสองจาน ที่คมกริชไม่เคยเห็นและทานมาก่อนเลย

“เป็นไงคะ” อรฤดีถามหลังจากจิบไวน์

“ผมอิ่มมากๆ อาหารยอดไปเลยครับ สมราคาจริงๆ”

เป็นมื้อแรกในชีวิตจริงๆ

เขาไม่เคยทานอะไรแพงๆ มากหรอก เพราะต้องเก็บเงินไว้ซื้อบ้าน

บ้าน…เป็นเป้าหมายของเขา

“มีโอกาสเรามาทานกันอีกนะคะ”

“ผมไม่รบกวนหรอกครับ”

“คุณอุตส่าห์มาช่วยเลือกนาฬิกาให้คุณพ่อ อรก็อยากขอบคุณ ตอบแทนค่ะ”

คนรวยใช้เงิน…ช่างแตกต่างจาก…ตน

คมกริชรู้ดีว่าอรฤดีคือหลานสาวคนโปรด ชีวิตของหล่อนโรยด้วยกลีบกุหลาบมาตั้งแต่เล็ก

เรียน…ใช้ชีวิตสุขสบาย จบก็มีงานดีๆ เงินเดือนสูงๆ รองรับ…จนตาย เจ้าหล่อนก็ไม่เดือดร้อน มีฐานอย่างครอบครัวสุททินพงษ์รองรับอยู่

เขา…กับไหมแพร

ไหมแพร…อยู่ๆ ก็นึกถึงคนรักอีกแล้ว อย่าว่าแต่กินอาหารหลักหมื่นเลย หลักพันก็ยังต้องคิดแล้วคิดอีก

คนรักต้องประหยัดมากๆ เพราะภาระที่บ้าน มีทั้งยายกับพี่ชายที่ไม่เอาไหน พี่ชายหล่อนทำงาน แต่เงินไม่พอใช้ นั่นยังพอทน แต่เอาไปเล่นการพนันนั่นเหลือทนแล้ว

“ผมแค่เป็นนายแบบข้อมือ”

อรฤดีหัวเราะ

“หุ่นคุณพอๆ กับคุณพ่อเลยค่ะ คุณพ่อคงชอบ”

“ลูกสาวซื้อให้คุณพ่อ ท่านต้องพอใจสิครับ”

“อรมีคุณพ่อคนเดียว อรแทบไม่มีใครเลย”

“คุณมีพี่ชายแสนดีอีกสองคน ทั้งคุณภีมและคุณอรัญ”

“พี่ภีมก็ทำแต่งาน พี่อรัญก็ชอบเที่ยว ยังดีมีป้าวรรณให้อรอ้อนได้ค่ะ”

“คุณโชคดี…โชคดีมากครับ”

หล่อนมองตาเขา

“ไม่รู้ทำไม ทานอาหารกับคุณคมแล้วอร่อยจังค่ะ มาทานกับอรบ่อยๆ ได้ไหมคะ”

มองตาอย่างมีความหมายบางอย่าง อรฤดีชื่นชอบคมกริช ทำไมจะมองไม่ออก ชัดเจนขนาดนั้น

เขาตอบไม่ถูก หล่อนรีบโบกมือ

“เปล่านะคะ ไม่คิดจะแย่งคุณมาจากคุณไหมแพรหรอกค่ะ แค่มาทานข้าวอร่อยๆด้วยกันเท่านั้นค่ะ”

คมกริชยิ้มแห้งๆ เท่านี้เขาก็คิดเปรียบเทียบแล้ว เปรียบเทียบก่อนอรฤดีจะพูดถึงไหมแพรด้วยซ้ำ

สุขสบายแตกต่างกัน ระหว่างสองสาว

ใจเขามีไหมแพรแน่นอน…แน่นอนจริงหรือ พอมาสนิทกับอรฤดี เขาต้องหันมามองอรฤดีบ่อยขึ้น ด้วยใจโลเล

ไวน์ช่างรสดีนัก

กับไหมแพรอย่างมากสุดก็คือเบียร์ ธรรมดาก็คือน้ำอัดลม และประจำก็คือน้ำเปล่า

จะโอ้เอ้ถ่วงเวลาได้สักกี่น้ำ

ยายสายบัวรอผ่าตัด แต่ก่อนผ่าจะต้องพบกับคนชื่อ ‘ฉวี สุททินพงษ์’ ก่อน คือเงื่อนไขของยาย

ไหมแพรรับปากแล้วจึงต้องมาที่บ้านหลังนี้

รถออกไปทีละคัน…หล่อนเห็นรถของภีม…รถของอรัญ และรถของประมวลกับลูกสาวไปคันเดียวกัน

ที่บ้านน่าจะเหลือแต่คุณฉวีกับคุณวรรณ

ไม่ใช่ครั้งแรกที่จะได้พบบุคคลทั้งสอง เคยพบที่วัดและเคยประทับใจในความเป็นกกันเองของผู้อาวุโส ดูท่านมีความเมตตา ไม่ได้ร้ายกาจอย่างที่เคยมีข่าวออกมาว่าร้ายกับเมียของภีม จนแต่ละคนอยู่ไม่ได้

ท่านเคยเมตตาหล่อนขณะพบกันที่วัด แต่วันนี้ หล่อนมีชนักติดหลังอยู่เรื่องที่รับปากท่านว่าไม่ลงข่าวตบตีในงานวันเกิดคุณย่าฉวีออกสื่อ สุดท้ายมีจนได้ แม้ไม่ใช่ความผิดโดยตรง เพราะเจ้านายเล่นเอาไปลงเฉย ผิดคำพูดกับหล่อน หล่อนจึงผิดคำพูดกับท่านทั้งสอง

อย่างไรก็คงหนีความผิดไม่พ้นว่า ผิดนั่นละ

การพบครั้งนี้อาจไม่มีรอยยิ้มไมตรีเช่นเดิม

ไหมแพรทำใจไว้แล้ว อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด

หล่อนมาหยุดอยู่หน้าประตูรั้วและมองเข้าไป ได้ยินเสียงหัวเราะของเด็กและเสียงเตือน

“อย่าขับเร็วค่ะคุณผึ้ง”

เห็นเด็กหญิงตัวน้อยกำลังขับรถคันเล็ก เป็นรถไฟฟ้าสำหรับเด็ก ทำทุกอย่างเกือบเสมือนจริง และพี่เลี้ยงวิ่งตามคอยเตือนเพราะเกรงอันตราย

เด็กก็คือเด็ก เร่งความเร็ว และหัวเราะอย่างสนุกสนานที่เห็นพี่เกสรไล่ไม่ทันรถ

ไหมแพรยังคอยเบรกรถแทนในใจ เพราะเด็กหญิงเล่นขับเร็วและทำท่าจะชนสองทางทั้งที่มีต้นไม้กั้นและมีก่ออิฐเป็นแนวกั้นบางช่วง

“ระวังค่ะคุณผึ้ง อย่าขับเร็ว ช้าๆ หน่อยค่ะ”

เด็กหญิงไม่ยอมรับฟัง ยังคงคะนองตามประสาเด็ก รถเด็กเล่นไฟฟ้าคันนี้ อรัญเพิ่งซื้อให้หลานสาวไม่นานมานี้เอง

เด็กเห็นไหมแพรที่อยู่ประตูเล็ก จึงเร่งมาหาอย่างสงสัยว่าใครมา

ไหมแพรเตือนเมื่อเห็นเด็กหญิง

“ระวังค่ะ…ระวัง”

รถกลับพุ่งเร็วขึ้น จนชนประตูเล็กเสียงดังโครม

“ว้าย” เกสรร้องลั่น

รถพลิกตะแคงและเด็กหญิงกุลธิดาก็หล่นจากรถ เอาศีรษะลงกระแทกค่อนข้างแรง

ไหมแพรอยู่ใกล้สุด รีบเปิดประตูเล็กติดประตูรั้วใหญ่ ประตูเล็กสำหรับคนเดินเข้าออก วันนี้ไม่ได้ล็อกเพราะเด็กออกไปตลาดและคิดว่าไม่นานก็กลับ

ประตูเปิดได้ ไหมแพรจึงบิดลูกบิดประตูเข้าไปในบ้าน และถึงตัวเด็กหญิงก่อนเกสรที่ยังวิ่งไม่ถึง

รีบประคองร่างเด็กหญิง

“หนู…หนู เป็นอะไรมากหรือเปล่า”

แค่นี้เด็กน้อยก็ร้องไห้โฮ

“เจ็บ…เจ็บ”

เกสรมาถึงตัวแล้ว และเป็นคนประคองเด็กหญิงไว้แทนไหมแพร

“คุณผึ้ง…ผึ้ง…เจ็บตรงไหนคะ”

“หัวและแขน”

“พี่สรดูให้นะคะ” ในฐานะพยาบาลจึงตรวจสอบเบื้องต้น ศีรษะเริ่มปูด บวมแดงเล็กน้อย บริเวณขมับขวามีเลือดออกซิบๆ เพราะแผลถลอก และมือก็มีแผลถลอกเพราะพยายามจะใช้มือยัน “ไปทำแผลที่บ้านเถอะค่ะ”

“เจ็บ…ผึ้งเดินไม่ไหว”

“พี่อุ้มไปเอง” เกสรแข็งแรงและอุ้มเด็กหญิงมาตั้งแต่ยังเป็นทารก จึงช้อนร่างเด็กหญิงไว้ในอ้อมแขน ไหมแพรรีบเดินตาม แล้วต้องชะงักเมื่อเกสรหันมาถาม

“คุณเป็นใคร”

“ฉันชื่อไหมแพร มาพบคุณฉวีค่ะ”

“อ๋อ แขกท่านหรือ คุณไปรอที่ห้องรับแขกก่อน”

จากประตูรั้วมาถึงตัวตึกต้องใช้เวลาเดินพอสมควร เกสรร้อนใจที่มีกุลธิดาในอ้อมแขนและได้รับบาดเจ็บจึงทั้งเดินทั้งวิ่งให้เร็วที่สุด

ไหมแพรตามมาติดๆ จนมาถึงห้องรับแขก เกสรจึงวางร่างเล็กๆ ไว้บนโซฟาและวิ่งไปห้องพยาบาล เพื่อจัดเตรียมเครื่องมือปฐมพยาบาลเบื้องต้น

ในขณะนั้นคุณย่าฉวีกับคุณวรรณเดินเข้ามา

เมื่อเห็นสภาพของหลานสาว ทั้งทวดทั้งย่าก็ตกใจ

“ตายแล้ว ยัยผึ้งเป็นอะไรไป” ย่าวรรณร้อง

“เหลนฉัน” ทวดฉวีเข้าไปปลอบเพราะเด็กหญิงร้องไห้สะอึกสะอื้นชี้ไปที่ไหมแพร

“คนนั้นทำผึ้งล้ม” เด็กหญิงโทษเป็นความผิดของไหมแพร เพราะเห็นคนแปลกหน้าที่หน้ารั้วประตูเล็ก ประตูเล็กเป็นช่องๆ มองเห็นผู้มาเยือนได้ชัดเจน

เพราะเห็นคนแปลกหนาจึงเร่งเครื่องจนชนรั้ว

เพราะไหมแพรเป็นต้นเหตุ

เด้กหญิงจึงโทษต้นเหตุ

“พี่หรือ” ไหมแพรตาโต งง

อ้าว…เป็นงั้นไป แทนตัวเองเป็นพี่

“เธอ” คุณวรรณตาโตยิ่งกว่า “ทำไมเป็นเธอ”

ไหมแพรจึงยกมือไหว้

“สวัสดีค่ะ”

คุณวรรณแสดงความไม่พอใจชัดเจน

“มาบ้านเราทำไม บ้านนี้ไม่ต้อนรับเธอหรอกนะ แปลกคน”

“คือ…”

“ฉันไม่พอใจมาก ฉันไม่ชอบคนไร้สัจจะ เธอรับปากว่าจะไม่มีรูปอดีตสะใภ้ฉันจะตบตีกัน นั่นเป็นงานวันเกิดคุณแม่ เป็นงานมงคลแท้ๆ กลับมีภาพนั้นออกข่าวสังคม ข่าวดาราคาวๆ ยอดขายคงกระฉูด ถ้าทำไม่ได้ วันหลังก็อย่ารับปากส่งๆ มันทำให้หมดความเชื่อถือ”

คิดอยู่แล้วว่าหล่อนต้องโดนแน่ๆ

“คือว่า…ขอโทษนะคะ”

“อ๋อ…ขอโทษ คำเดียวง่ายๆ”

“แพรก็ไม่คาดคิดว่าเจ้านายจะลงข่าวนั่นค่ะ”

“โอ๊ย อย่ามาแก้ตัว ผิดคำพูดก็คือผิดคำพูด”

“ใช่ค่ะ ผิดคำพูด” หล่อนต้องยอมรับ

“แล้วนี่ยังมาทำหลานสาวฉันอีก”

“แพร” อ้าว…หล่อนผิดอีกแล้ว เพราะคำพูดของเด็ก เด็กกำลังพูดกับทวดว่า

“ผึ้งตกใจ เห็นคนนั้น เลยขับรถชน”

เกสรกำลังทำแผลให้กุลธิดา ท่านถามเกสรว่า

“ทำไมไม่เตือนยายผึ้ง รถเด็กเล่นและขับเร็วไม่ได้ ดูสิได้เลือดเลย เป็นไงบ้าง”

“ดูแล้วไม่เป็นไรค่ะท่าน ที่มีเลือดออกก็เพราะแผลถลอก”

“ต้องไปโรงพยาบาลไหม”

“ยังไม่ต้องหรอกค่ะ”

“งั้นก็เฝ้าดูให้ดีๆ ล่ะ”

“ค่ะ…ค่ะ”

เกสรจ้องมองไหมแพรด้วยสายตาไม่สู้เป็นมิตรนัก พลอยโทษไหมแพรด้วย ถ้าไม่มีเจ้าหล่อนโผล่มาอยู่นอกรั้ว บางทีก็ไม่เกิดอุบัติเหตุ ทั้งที่อีกใจคิดอยู่ว่าขับเร็วแบบนั้นเกิดอุบัติเหตุแน่ๆ ถ้าเกิดจริงๆ ตนอาจถูกตำหนิ โล่งอกไปทีที่ไม่ถูกตำหนิ

คุณวรรณพูดกับไหมแพรว่า

“ถ้าจะมาแก้ตัวละก็ ไม่ต้องหรอกนะ ไปได้แล้ว เราต้องดูแลลูกหลานของเรา”

ต่างเตรียมจะรุมโอ๋เด็กหญิง หากเจ้าหล่อนยังไม่ขยับไปไหน

“แพรมาพบคุณฉวีค่ะ”

คุณฉวีเลิกคิ้ว

“อ้าว…เหรอ เธอมีธุระอะไรกับฉันล่ะ”

คุณวรรณชิงพูดว่า

“มาขอความช่วยเหลืออะไรแน่ๆ เจอที่วัดหลายหนก็คิดว่าเป็นคนดี แต่ชักไม่แน่ใจแล้วว่าเธอเป็นคนแบบไหนกันแน่”

“แพรมาขอค่ะ แต่ไม่ใช่ความช่วยเหลือ มาขอให้ท่านไปพบยายสายบัวค่ะ”

สายบัว…ชื่อนี้อีกแล้ว ที่ทำให้หลายวันมานี้ท้องไส้ปั่นป่วน ปวดหัวตัวร้อนเหมือนเป็นไข้ พยายามจะลืม…ลืม…รู้สึกดีขึ้นบ้าง แต่พอชื่อนี้ปรากฏ อาการท้องไส้ปั่นป่วนก็กำเริบอีก แถมหัวใจเต้นแรง

“สายบัวไหน” คุณวรรณสงสัย เป็นฝ่ายถาม

“ยายของแพรเองค่ะ ยายบอกว่ายายเคยเป็นเพื่อนคุณฉวี อ๋อ…ยายให้เอานี่มาให้ดูด้วยค่ะ”

ไหมแพรส่ง ‘ของ’ ให้คุณฉวี

จี้ที่เปิดปิดได้ และมีภาพคู่ในล็อกเกต

ประมุขของบ้านรับมาในมือ สังเกตเห็นว่ามือของท่านสั่นระริกเล็กน้อย เมื่อยื่นมารับ…

Don`t copy text!