เมียอันดับห้า บทที่ 24 : เงื่อนไข

เมียอันดับห้า บทที่ 24 : เงื่อนไข

โดย : โสภี พรรณราย

เมียอันดับห้า นวนิยายออนไลน์แนวชีวิตผสมโรแมนติกคอมเมดี้ใน อ่านเอา ของ โสภี พรรณราย เรื่องราวของ ‘ภีม’ หนุ่มสังคมรูปหล่อที่มีชีวิตรักแบบรักๆ เลิกๆ จนถึงขั้นเจ็ดปีเปลี่ยนเมียไปสี่คน กับ ‘ไหมแพร’ นักข่าวสายสังคมที่ไม่อาจจะปล่อยให้เรื่องแซ่บๆ นี้ผ่านไปได้ และตอนนี้เธอคือคนที่เขาสนใจ หรือเธอจะกลายเป็นเมียอันดับห้าของเขา!!

****************************

– 24 –

สนับสนุนอ่านเอาด้วยการสั่งซื้อหนังสือ “ในสวนอักษร” คลิกที่นี่

สายบัวเจ็บแปลบ…เจ็บปวด

ดวงตาเจ็บแสนเจ็บ แม้ผ่านมานานแสนนาน คิดว่าลืมหมด พอพบหน้าคุณฉวี ภาพต่างๆในอดีตกลับชัดเจน เจ็บอย่างไม่เคยเจ็บมาก่อน

คนป่วยแค่นหัวเราะ

“เธอแย่งทุกอย่างที่ควรเป็นของฉัน ทำร้ายฉัน ทำให้ชีวิตของฉันบิดเบี้ยวไปหมดจนถึงวันนี้”

คุณฉวีพยักหน้าช้าๆ

“ใช่…ฉันยอมรับ ฉันผิด เราก็แก่ๆกันแล้ว ฉันขอโทษจริงๆ ขอโทษ”

คนที่หยิ่งผยองอย่างท่านยอมก้มหน้า พร่ำขอโทษแล้วขอโทษเล่าอย่างสำนึกจริงๆ

“ฉันไม่ยอมรับ”

คนหนึ่งยอมรับผิดขอโทษ อีกคนไม่ยอมรับคำขอโทษ

“บัว…ยกโทษให้ฉันเถอะ ที่ผ่านมาฉันไม่สบายใจเลย”

“ดูสิ คนไม่สบายใจ ดูหน้าตาแจ่มใส ผิวผ่องขาวนวลขนาดนี้”

“ใจฉันทุกข์”

“ทุกข์อย่างไรก็ไม่เท่าฉัน”

“ฉันรู้…ฉันรู้”

“รู้อะไร…รู้อะไร…ลองมาเป็นฉันสิ”

“เป็นไปไม่ได้ จะย้อนอดีตไม่ได้”

“เธอทำอะไรกับฉัน ฉันกับสุทินรักกันมาก เราตกลงจะแต่งงานกัน เธอก็เป็นเพื่อนรักของฉัน ฉันกับสุทินไปไหน ไปเที่ยวกัน ไปดูหนัง ฉันก็ยอมให้เธอไปเป็นเพื่อน เพราะฉันเห็นเธอเป็นเพื่อนรัก เธอกลับแย่งสุทินไป เธอกลับวางแผน ใส่ร้ายฉันกับศักดิ์ว่ามีอะไรกัน ทำให้สุทินเสียใจ กินเหล้า เธอก็ใกล้ชิดเขา ทำให้เขาเข้าใจผิดต้องรับผิดชอบเธอ เธออ้างว่าท้องทั้งที่ไม่ท้อง สุทินต้องการคำอธิบายจากฉัน แต่เธออ้างเรื่องท้องให้เขารับผิดชอบ เธอโกหก เธอวางแผน จนได้ตัวสุทินไป สารพัดที่เธอใช้เล่ห์เหลี่ยม…เธอ…”

ส่วนตน…ก็หนีหน้าคนรัก เจ็บปวด…ร้องไห้ และลงเอยกับศักดิ์หลังจากที่สูญเสียสุทินให้ฉวี

แผนการที่ฉวีวางไว้ แย่งชิงอย่างหน้าด้าน สารพัดใส่ร้ายสายบัวให้ดูต่ำๆ ไม่คู่ควรกับสุทิน

ฉวีกลืนน้ำลายยากเย็น…บาป…นั่นคือบาปในอดีต

ที่สายบัวพูดและรู้บางเรื่อง มันยังน้อยไป ในตอนนั้นฉวีก็คือนางมารจริงๆ ทำทุกอย่างแม้จะเลวทรามให้ร้ายเพื่อนก็ทำ…เพราะแอบรักสุทิน

ทั้งใส่ร้าย ทั้งวางแผนสารพัด

สายบัวถูกกระทำ ทั้งที่บางเรื่องหล่อนอาจไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ

จนสุดท้าย…สายบัวหนีไป แล้วหล่อนก็ได้ครอบครองสุทิน แต่ทว่า…ที่ผ่านมาได้ครอบครองแต่ตัว หัวใจของสุทินไม่เคยลืมสายบัวเลย และนี่เป็นความเจ็บปวดของหล่อนเช่นกัน

“เธอสุขสบายเพราะแย่งของของฉัน ฉันไม่ควรตกต่ำขนาดนี้” สายบัวสมเพชตัวเอง

“ฉันไม่ได้มีความสุขมากมายอย่างที่เธอคิดหรอก คุณสุทินรักเธอเสมอ รักเธอคนเดียว…จนเขาตาย เขาก็ยังพึมพำชื่อเธอ”

ยิ่งเจ็บแปลบ…เจ็บหัวใจ ราวถูกเข็มทิ่มแทงเมื่อนึกถึงอดีตคนรัก

รักแรกของสาวน้อยอย่างสายบัว ก็ไม่เคยลืม

รักแรกไม่มีวันลืม ควรจะสมหวังถ้าไม่ถูกแผนร้ายของฉวีทำเอาต้องหนี ไม่กล้าเผชิญหน้า จำได้ว่าสุทินโกรธมากและตำหนิต่อว่าหล่อนรุนแรง ทั้งที่ไม่จริงเลย เท็จทั้งสิ้น สุทินกลับเชื่อฉวีมากกว่าตน

และจนวันนี้…ทุกอย่างก็สายเกินไปแล้ว

“เหรอ…เพราะแย่งของเขามา คนอย่างเธอน่าจะเป็นผู้ชนะ”

“ชนะ…ใช่ แต่ฉันก็ไม่มีความสุขเหมือนกัน”

“ดู…ดูคนไม่มีความสุข แต่ดูดีขนาดนี้”

“คุณสุทิน ถึงในส่วนลึกจะมีเธอ แต่ท่านก็ทำหน้าที่ของสามีที่ดีมาก ลูกชายก็ดี จนมีหลานสองคนก็ยังดี ถึงทำให้ฉันมีกำลังใจอยู่ได้ แต่ภายหลัง…หลังจากคุณสุทินตาย ท่านอายุสั้น ก่อนหน้าฉันก็พยายามสืบหาเธอ จะให้เธอมาพบคุณสุทินก่อนเขาตาย แต่ฉันไม่มีที่อยู่ของเธอเลย”

สายบัวแต่งงานกับศักดิ์ เหมือนตกกระไดพลอยโจน ไหนๆก็ไหนๆแล้ว มีแต่คนเข้าใจผิดว่ามีอะไรกัน ศักดิ์เป็นคนหาเช้ากินค่ำ ไม่ร่ำรวย หรือมีพื้นฐานครอบครัวเหมือนสุทิน ชีวิตสายบัวจึงลำบากมาก

คนใกล้ตัวล้มหายตายจาก ทั้งสามี ลูกสาว ลูกเขย เหลือทิ้งหลานสองคน วิทยากับไหมแพรก็ต่างพ่อ

สายบัวลำบากมากกว่าจะเลี้ยงหลานสองคน…ลำบากแต่ความรักหลานเป็นสิ่งหล่อเลี้ยง…

จนวันนี้ไม่ไหวแล้วจริงๆ ถ้าไม่เพราะวิทยาก่อหนี้และต้องหนีเจ้าหนี้ สายบัวคงไม่นัดให้ฉวีออกมาพบ

“จะให้ฉันพบสุทินทำไม ไม่กลัวฉันแย่งคืนหรือ”

“เอ้อ…เธอคงไม่ทำผิดศีลธรรม”

“แต่เธอทำ…”

พูดอะไรออกไปดูเหมือนจะเข้าตัวฉวี…ความจริงที่ท่านต้องยอมรับ

“นั่นเป็นบาปของฉัน ซึ่งฉันต้องการให้เธออโหสิ”

“หลังจากผ่านมาเกือบหกสิบปี”

“ฉันอายุมากแล้วและอยากตายอย่างสบายใจ ไม่อยากมีอะไรติดค้าง แค่ได้พบเธอ ได้ขอโทษเธอ ฉันรู้สึกสบายใจในระดับหนึ่ง ตอนแรกฉันกลัวนะ…กลัวความผิด”

“เธอควรจะกลัว…กลัวชั่วชีวิต”

“เธอจะไม่ยกโทษให้ฉันหรือ”

“ไม่”

“อย่าทำแบบนี้เลย…อย่าเลย…บัว…เพื่อนรัก”

“อย่าใช้คำว่าเพื่อนรักกับฉัน”

“เพื่อนทรยศก็ได้ ฉันทรยศต่อเพื่อน จะให้ฉันทำอย่างไร เธอจึงจะหายโกรธและยกโทษให้ฉัน”

คนป่วยพยักหน้าช้าๆ

“ได้…ได้…เธอทำได้”

“บอกมาเลย ฉันยอมทุกอย่าง”

“สัญญาว่าจะยอม”

คุณฉวีพยักหน้าช้าๆ

“ก็แก่จนปูนนี้แล้ว เธอจะต้องการอะไรจากฉัน คุณสุทินก็จากไปนานมาก อีกไม่นานฉันก็คงไปพบเขา อย่างน้อยถ้าทำอะไรให้เธอพอใจได้ ชดเชยความผิดได้ คุณสุทินคงอภัยให้ฉัน ฉันจะได้สงบเสียที ไม่อยากติดค้างในใจจนตาย บอกมาเถอะ…ฉันจะยอมทุกอย่าง

 

ภีมตื่นสายมาก เพราะเมื่อคืนไปงานเลี้ยงรุ่นและดื่มจนตีหนึ่ง ไปต่อบ้านเพื่อน กลับเกือบเช้า วันนี้จึงตื่นเกือบเที่ยง

พอมาที่ห้องนั่งเล่น เห็นเกษรกำลังทำแผลให้เด็กหญิงกุลธิดาจึงรีบถามอย่างห่วงใย

“เกิดอะไรกับยัยผึ้ง”

เด็กหญิงพอเห็นบิดาก็เบ้ปากจะร้องไห้ ด้วยอ้อนตามประสาเด็กที่รู้ว่าบิดารักมากเพียงไร

“พ่อคะ ผึ้งเจ็บ”

เกษรหันมาตอบเจ้านายหนุ่ม

“เมื่อวานเกิดอุบัติเหตุค่ะ รถมอเตอร์ที่คุณอรัญซื้อให้คุณผึ้ง รถล้มเพราะคุณผึ้งเธอเห็นแขกที่มาพบคุณย่าท่าน ทำให้เสียสมาธิขับชนประตูเล็กค่ะ”

เพราะขับเร็ว เพราะไม่ยอมเบรก นั่นไม่ต้องพูดถึง สาระสำคัญคือโยนให้ต้นเหตุก่อน

“เป็นอะไรมากหรือเปล่า”

“แผลถลอกค่ะ”

“มีเลือดด้วยค่ะคุณพ่อ” น้ำผึ้งว่า

“ไม่มีใครโทรบอกฉันเลย” ภีมพูดกับพี่เลี้ยงสาว

“ษรเห็นว่าคุณฉวีกับคุณวรรณก็อยู่ และไม่กล้าโทรรบกวนคุณภีม”

“ใครมาพบคุณแม่กับคุณย่า”

“เธอชื่อไหมแพรค่ะ ระบุมาพบคุณย่าท่านค่ะ”

ภีมหยุดชะงัก ขมวดคิ้ว

“ไหมแพรอีกแล้วหรือ”

เจ้าหล่อนจะมาพบท่านด้วยเรื่องอะไร เรื่องภาพถ่ายในงานวันเกิดท่านหรือเปล่า

“รู้ไหม เธอมาทำไม”

จริงๆแล้วเกสรไม่ควรรู้ เพราะท่านให้หล่อนพาเด็กหญิงกลับไปห้องพัก แต่ด้วยนิสัยอยากรู้อยากเห็น เรื่องราวในบ้านนี้มีอะไรที่เกษรไม่รู้บ้างล่ะ รู้ทุกเรื่อง

พยาบาลสาวอ้างไปห้องน้ำกับเด็กหญิง และกลับมาแอบฟัง ได้ความว่ามีการตกลงกันเพราะจี้ห้อยคอเป็นสำคัญ แต่หล่อนจะเล่าชัดเจนมากไม่ได้ จะถูกกล่าวหาว่ารู้เรื่องมาก จึงตอบเลี่ยงๆว่า

“ตอนนั้นษรต้องดูแลคุณผึ้งที่ได้รับบาดเจ็บ แค่ได้ยินแว่วๆว่าเธอมาขอให้คุณท่านไปพบยายของเธอค่ะ เช้านี้คุณท่านก็รีบไป ไปตามนัดค่ะ ไปกับคุณวรรณ”

“นั่นสิ ไม่เห็นคุณย่ากับคุณแม่เลย”

“ท่านออกไปสักพักใหญ่ๆแล้วค่ะ”

“วันนี้ฉันตื่นสายด้วย รู้ไหมพวกเขานัดพบกันที่ไหน”

“ได้ยินแว่วๆว่าที่โรงพยาบาลค่ะ ยายเธอป่วยหนักต้องผ่าตัด แต่ก่อนผ่าต้องให้คุณท่านไปพบ อะไรทำนองนี้ล่ะค่ะ”

ยายเธอป่วยหนัก

“เกี่ยวอะไรกับคุณย่า” เขาสงสัย

“ตนแรกก็เห็นคุณวรรณโกรธและไล่เธอนะคะ แต่สุดท้ายกลับรับปากง่ายๆเลยค่ะ คงเห็นแก่คุณท่าน”

“คุณย่าเป็นคนมีเหตุผล…แต่ทำไม…ทำไม…”

“ยังดีมีคุณวรรณเป็นเพื่อนนะคะ คุณท่านคงไม่ถูกหลอก”

“ไม่หรอก ต้องมีเหตุผลพอสมควร เดี๋ยวฉันจัดการเอง”

ภีมโทรศัพท์ถึงคุณย่าก็ไม่รับสาย โทรถึงมารดาท่านก็ไม่รับสายเช่นกัน จึงโทรถึงคนขับรถ จึงทราบว่าท่านกำลังเดินทางกลับบ้าน

คุณฉวีและคุณวรรณนั่งหลังเบาะที่กว้างสบาย เป็นรถตู้ที่ปรับภายในที่นั่งกว้างเป็นพิเศษ มีเคาน์เตอร์สำหรับวางอาหารและเครื่องดื่ม

คุณวรรณกำลังรอคำตอบจากท่าน

“คุณแม่คะ คุณแม่คุยอะไรกับเธอคะ”

ใบหน้าคุณฉวีสงบนิ่ง

เรียบร้อยแล้ว ตอบตกลงไปแล้วทุกอย่าง ข้อเรียกร้องของเพื่อนเก่า ทั้งที่ไม่จำเป็นต้องตอบตกลง แต่ท่านต้อง…ต้อง…เพราะความผิด เพราะบาปในอดีตจะกัดกินใจท่าน

ยิ่งระยะหลังท่านเข้าวัดบ่อย ทำให้ยิ่งคิดถึงบาปกรรม สิ่งที่ทำไปแล้วไม่อาจลบล้าง แต่ถ้ามีอะไรบางอย่างช่วยให้สบายใจขึ้นก็ต้องทำ

“วรรณ…แม่มีอะไรบางอย่างที่เคยทำผิดกับสายบัวตอนเป็นสาว แม่ไม่สบายใจ สายบัวมาเรียกร้องบางอย่างให้แม่ชดใช้ และแม่จำเป็นต้องรับปาก”

“คุณแม่ทำอะไรผิดคะ”

“พูดยากนะ แม่ไม่อกาจอธิบายได้ สายบัวเป็นรักแรกของคุณสุทิน แม่ไม่ใช่รักแรก แต่แม่ได้มา ณ จุดนี้เพราะแม่ใช้เล่ห์มารยา แม่จึงรู้สึกผิดกับสายบัว สายบัวพูดถูก เธอควรอยู่ในจุดที่แม่อยู่ ณ เวลานี้ วรรณน่าจะเข้าใจนะ วันที่คุณสุทินเสีย ท่านเพ้อถึงใคร…คนหนึ่ง”

คุณวรรณก็อยู่ในวันที่คุณสุทินเสีย ท่านเพ้อแล้ว อาการหนักแล้ว แต่เสียงเบาแสนเบา ในตอนนั้นหล่อนไม่ทราบหรอกว่าท่านพูดคำไหน แว่วๆได้ยินแต่…บัว…บัว ที่แท้ชื่อเต็มก็คือ…สายบัว…

“บัว คำนี้ที่วรรณได้ยิน”

“ใช่…สายบัว มีแต่แม่ที่เข้าใจ แม่ก็พยายามจะตามหาให้มาพบครั้งสุดท้ายตามที่คุณสุทินต้องการ แต่ไม่พบ”

“แต่ทุกอย่างก็เป็นอดีตนะคะ คุณแม่ไม่จำเป็นต้องทำตามคนชื่อสายบัวเรียกร้อง”

“เพื่อความสบายใจ”

“เธอเรียกร้องเท่าไหร่คะ”

“เบื้องต้นก็ยี่สิบล้าน”

“โอ้โห…ง่ายไปไหมเนี่ย ว่าแล้วต้องเกี่ยวกับเงิน”

“สำหรับสายบัวอาจจะมาก แต่สำหรับแม่ ไม่มากเลย”

“ในเมื่อคุณแม่ไม่สบายใจ ก็จ่ายๆไปเถอะค่ะ วรรณอยากเห็นคุณแม่สบายใจ”

“เงินไม่ใช่ปัญหา มีคนบอกว่าถ้าเงินแก้ไขได้ก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่โตอะไร แต่มีอีกเรื่องที่แม่ต้องให้วรรณเห็นด้วย ให้ภีมเห็นด้วย”

“จะเรื่องอะไรก็ตาม วรรณไม่เคยมีปัญหาค่ะคุณแม่ ทั้งภีมก็เหมือนกัน ภีมไม่เคยปฏิเสธคำขอคุณแม่เลยนะคะ ภีมเคารพและรักคุณแม่ที่สุด”

“ใช่…แม่ก็มั่นใจว่าวรรณจะเห็นด้วย และภีมต้องทำตามที่แม่ขอ”

“เรื่องอะไรคะ”

“เรื่อง…”

 

เมื่อก้าวเข้ามาบนตัวตึกแล้ว

ภีมก็ถลามารับย่ากับมารดาด้วยอาการสงสัยและเป็นห่วง

“ผมกำลังคิดจะไปตามคุณย่ากับคุณแม่ แต่คนรถบอกว่าท่านกำลังกลับ ผมเลยรอ เมื่อวานไหมแพรมาบ้านเรา ผมไม่รู้เรื่องเลย เธอมาเรียกร้องให้คุณย่าไปพบยายของเธอ มันอะไรกันครับย่า”

คุณวรรณพูดกับลูกชายคนโตว่า

“ให้คุณย่าท่านพักผ่อนก่อนดีไหม ท่านเหนื่อย”

แต่คุณฉวีโบกมือ และจับมือหลานชาย

“ไปคุยกับย่าที่ห้องหน่อย”

ห้องนั่งเล่นส่วนตัวที่เป็นส่วนตัวจริงๆ โดยที่คุณวรรณพยักหน้ากับลูกชายให้ไปกับคุณย่า

คุยกันสองต่อสอง…ชายหนุ่มประคองให้หญิงชราทรุดกายลงนั่งก่อน จึงนั่งใกล้ๆท่าน

“คุณย่าจะพูดอะไรกับผมครับ”

“เรื่องหาเมียให้แกน่ะภีม…เมียคนที่ห้า”

 

Don`t copy text!