เมียอันดับห้า บทที่ 35 : ทำความรู้จัก

เมียอันดับห้า บทที่ 35 : ทำความรู้จัก

โดย : โสภี พรรณราย

เมียอันดับห้า นวนิยายออนไลน์แนวชีวิตผสมโรแมนติกคอมเมดี้ใน อ่านเอา ของ โสภี พรรณราย เรื่องราวของ ‘ภีม’ หนุ่มสังคมรูปหล่อที่มีชีวิตรักแบบรักๆ เลิกๆ จนถึงขั้นเจ็ดปีเปลี่ยนเมียไปสี่คน กับ ‘ไหมแพร’ นักข่าวสายสังคมที่ไม่อาจจะปล่อยให้เรื่องแซ่บๆ นี้ผ่านไปได้ และตอนนี้เธอคือคนที่เขาสนใจ หรือเธอจะกลายเป็นเมียอันดับห้าของเขา!!

****************************

– 35 –

สนับสนุนอ่านเอาด้วยการสั่งซื้อหนังสือ “ในสวนอักษร” คลิกที่นี่

ภีมชะงัก ปล่อยอ้อมแขนที่กอดดวงแข

ดวงตาดวงแขแดงก่ำ หล่อนร้องไห้…ร้องไห้เพราะพี่สาวอาการกำเริบทรุดหนัก หรือร้องไห้เพราะอดีตพี่เขยจะแต่งงานใหม่กันแน่

สำหรับหล่อน…ทั้งสองข้อ

เพราะหล่อนรักภีม

เพราะหล่อนกลัวว่าจะไม่ได้ใกล้ชิดกับภีมอีก ถ้าพี่สาวเป็นอะไรไป ความสัมพันธ์ระหว่างหล่อนกับภีมก็คงห่างเหิน ทุกวันนี้ยังได้พบภีมสม่ำเสมอ เพราะเขารับผิดชอบชีวิตของพี่สาว จะหาผู้ชายแบบนี้ได้อีกที่ไหน

“ใครบอกเธอ” เขาถาม

“เอ้อ…ข่าวพี่ภีมเร็วจะตาย”

ภีมพยักหน้า

“ก็จริงนะ น่าจะรู้กันหมดแล้ว”

“พี่ษาก็ทราบค่ะ”

“เพราะเธอบอก”

“เอ้อ…แขเผลอไปค่ะ แขขอโทษ”

“จะช้าจะเร็ว ษาก็ต้องรู้อยู่ดี” เขายอมรับ

“พี่ภีมจะแต่งงานครั้งที่ห้าจริงๆ หรือคะ”

“จริง”

“กับนักข่าวโนเนมที่ชื่อไหมแพร”

“ใช่…ไหมแพร”

“ทำไมคะ แขไม่เคยได้ยินว่าพี่ภีมคบหาใครในช่วงนี้”

“มันเป็นเรื่องของผู้ใหญ่จัดการ ก็เหมือนตอนที่พี่แต่งงานกับษา นั่นก็เพราะผู้ใหญ่จัดการ”

อุษา…คนแรกที่ย่ากับแม่หาให้

ไหมแพร…เป็นคนที่สอง

ส่วนน้ำทิพย์…พรวิไลกับจันทนี เป็นสามคนที่เขาเลือกด้วยตัวเอง และต้องผิดหวังกับทั้งสามคน

ดูเหมือนดวงเนื้อคู่จะไม่สมหวัง

“พี่ภีมน่าจะปฏิเสธได้ พี่ภีมมีความคิด และตอนพี่ษานั่นก็สามสี่ปีมาแล้ว”

“พี่ต้องแต่งงาน”

“แล้วพี่ไม่คิดถึงจิตใจของพี่ษาบ้างหรือคะ”

“เธอดูแลษาอยู่ เธอน่าจะรู้ดีที่สุดนะแข…ว่าษาต้องการอะไร ษาต้องการเห็นพี่มีความสุข เวลานี้ไม่ใช่เวลามาพูดเรื่องแต่งหรือไม่แต่งแล้ว เพราะพี่ห่วงษา เราต้องดูแลษาก่อน เดี๋ยวพี่ขอไปคุยกับหมอหน่อย”

ภีมพูดจบก็ผละไปทันที ดวงแขรีบเดินตาม

อุษารักษาทั้งโรคร้าย ทั้งเรื่องตอนที่อุษาถูกรถชน เกิดอุบัติเหตุรุนแรงและอยู่ที่นี่สลับกับบ้านมาสี่ห้าปีแล้ว จึงสนิทกับหมอและพยาบาลเกือบทุกคน

ภีมได้คุยกับหมอประจำตัวของอุษา

ล่าสุด…หมอตรวจสอบเรื่องมะเร็งลำไส้ และลุกลามไปแล้ว…จึงตกลงว่าจะรักษาอุษาตามอาการ เพราะหล่อนก็มีสารพัดโรคประจำตัว และหมอก็บอกให้ภีมเผื่อใจไว้บ้าง

ดวงแขใจหายกับผลล่าสุดของพี่สาว

ภีมกลับมาที่ห้องของอุษาและเตือนดวงแข

“อย่าบอกเรื่องโรคร้ายกับพี่สาวเธออีก ห้ามพูดเด็ดขาด”

“ค่ะ…แขจะไม่พูด” พูดไปจะยิ่งบั่นทอนกำลังใจคนป่วย

ครู่ใหญ่ต่อมาอุษาตื่นแล้ว…ลืมตาเห็นอดีตสามี

“คุณภีม รบกวนคุณอีกแล้ว”

“เจ็บไข้ได้ป่วยก็ต้องมาโรงพยาบาลสิครับ”

“แขไม่น่าโทรบอกคุณ”

“ต้องบอกสิ ผมสั่งแขเองละ มีอะไรต้องบอกผมทันที”

“ก็เหมือนเดิมละค่ะ เจ็บโน่นเจ็บนี่ไปหมดทั้งตัว นี่ก็คงเป็นโรคกระเพาะมังคะ ปวดท้อง ทานอะไรก็ไม่ได้”

“นั่นสิ คุณผอมมากเลย”

“ให้น้ำเกลือพอมีแรงหน่อย เดี๋ยวษาก็ออกแล้ว”

“อืม ต้องพักนานๆ หน่อย พักที่นี่ละ อย่าเพิ่งกลับบ้าน”

“มาโรงพยาบาลทีไม่ใช่พันสองพันนะคะ มาทีเป็นแสนๆ เป็นล้าน เงินทั้งนั้น”

“อย่าคิดเรื่องนั้น แค่ให้ษาสบายตัวขึ้น ผมก็สบายใจ”

“ถ้ามีอะไรจะทำให้คุณภีมมีความสุข ษาก็สบายใจเช่นกัน” พูดด้วยเสียงเครือ

“ผมมีความสุขทุกวัน”

“กับใครสักคนนะคะ ที่อยู่ข้างๆ คอยดูแลคุณทุกเวลาทุกนาที”

ภีมจับมือและลูบเบาๆ มือของหล่อนมีแต่หนังหุ้มกระดูกอย่างน่าสงสาร

“เรื่องแต่งงานใหม่…ถึงมีใครก็ตาม ผมจะไม่ลืมษา”

“ษาถึงเกรงใจคุณภีม กี่คนๆ ก็ไม่เห็นเป็นภาระ มีแต่ษาคนเดียวเป็นภาระของคุณ”

“ภาระที่ผมเต็มใจ”

“ขอบ…ขอบคุณนะคะ”

แล้วสักวัน…สักวัน…คุณภีมจะหมดภาระเสียที อุษารู้ตัวว่าป่วยหนัก…สักวัน เขาจะหมดภาระ

 

ยายสายบัวยังไม่ฟื้น

ไหมแพรลาพักงานแบบไม่ขอรับเงินเดือน เพราะกังวลในอาการของยาย

พี่ชายไปวิ่งวุ่นหาห้องแถวเพื่อจะเปิดทำการค้า แวะมาดูอาการยายบ้างแบบแวบๆ แล้วก็หายไปทั้งวัน

ขาดไหมแพรคน แผนกจึงต้องอาศัยสินีกับอมร ต้องทำงานเพิ่มขึ้น พอมีเวลาว่างจะแวะมาเยี่ยมไหมแพรพอให้หายเหงา

ไหมแพรอยู่เฝ้ายายจนเกือบทุ่ม จึงตั้งใจจะแวะไปหาอะไรทาน เดินลงมาชั้นล่างว่าจะเดินออกไปทานข้างนอกก็เห็นคมกริช

“แพร…”

ขณะนี้ต่างคนต่างน่าจะอารมณ์ดีกว่าวันก่อนแล้ว ใบหน้าชายหนุ่มจึงผ่อนคลายเมื่อเดินมาหาคนรัก

“คุยกับผมก่อนนะ”

แม้จะหิวแสนหิวแต่หล่อนก็พยักหน้า

“ได้สิ”

ทั้งสองทรุดกายลงนั่งบริเวณทางเข้าออกหน้าโรงพยาบาล มองเห็นประตูเปิดปิดและมีผู้ใช้บริการเข้าออกเป็นปกติ

“ไม่แต่งงานได้ไหม” ประโยคต่อมาเขาไม่รีรอที่จะพูดอย่างที่ใจอยากพูด

“แพรสัญญากับยายแล้ว แพรต้องรักษาคำพูด”

“ก็ยายแก่แล้ว ไปตกลงอะไรเหลวไหล”

“ยายทำเพื่อพวกเรา เอ้อ…หมายถึงแพรกับพี่วิท”

“แต่ตอนนี้ยายยังไม่รู้ตัว ก็เลื่อนไปก่อน”

“จะช้าหรือเร็วก็ต้องทำตามสัญญา”

“ไม่จริง สัญญาบ้าบอ”

“ผู้ใหญ่จัดการนะคม อย่าว่าบ้า”

“ผมไม่ยอมรับ และจะไม่ให้แพรแต่งงาน”

“ยายคนเดียวเท่านั้นที่บังคับแพรได้”

“แล้วเรา…ความรักของเรา”

“แพรไม่อยากให้ลืม แต่เก็บไว้เป็นความทรงจำ”

“เราต้องเลิกกัน”

“แพรขอโทษ…ขอโทษจากใจจริง” รักหรือ…เจ็บปวดนะ แต่ต้องพยายาม พยายามเพื่อเดินไปข้างหน้า

“รู้ไหม ท่าทีของแพรทำให้ผมคิดว่าแพรกำลังดีใจมากกว่าเสียใจ แพรเย็นชาต่อความรักของเรา พูดให้เป็นอดีต แต่แพรกำลังเลือกอนาคตที่สุขสบาย เพราะคุณภีมร่ำรวย มีสังคมหรูหรา แพรจะไปเป็นไฮโซแล้ว”

หญิงสาวเม้มริมฝีปาก

“ถ้าขืนยังพูดแบบนี้อีก เราไม่ต้องคุยกันอีกเลย”

“แล้วจะพูดอะไร ในเมื่อแพรเอาแต่ยืนยันจะแต่งงาน แต่งงาน แต่งงาน”

“ถ้าถามใจแพร แพรไม่อยากแต่ง ไม่อยากแต่งกับคนที่ไม่ได้รัก แต่แพรต้องแต่งเพื่อยาย จะอ้างว่ายายก็ได้ เฉพาะยายคนเดียวที่แพรต้องเชื่อฟัง”

“โบราณ ไร้สาระ”

“ว่าใคร”

“ยายสายบัวน่ะสิ”

ไหมแพรหน้าเข้ม

“ยายยังไม่ฟื้น ยายต้องไม่ได้ยินคำพวกนี้ ทำไมคมไม่เข้าใจเลย แพรกลุ้มใจจะตาย คมไม่ได้ช่วยให้แพรสบายใจขึ้นเลย เจอหน้าก็กังวลว่าคมจะพูดอะไร คมเคยให้กำลังใจบ้างไหม มีแต่บั่นทอนกันแท้ๆ”

“อ้อ…แสดงว่าแพรไม่อยากพบผม ไม่อยากเจอ ความรักของเราที่ผ่านมามันไม่มีผลอะไรต่อแพรเลย”

“ความรักจะเก็บไว้เป็นความทรงจำ อนาคตแพรไม่รู้จะเป็นอย่างไร ชีวิตจะดีหรือร้าย และตอนนั้นแพรจะเผชิญด้วยตัวเอง ตอนนั้นคมจะเป็นอดีต”

“คิดถึงใจผมบ้างสิ”

“แพรถึงรู้สึกผิดต่อคม แพรขอโทษ”

“ผมไม่ยอมรับ ไม่ยอม”

“ถึงพูดอย่างไรก็ไม่มีประโยชน์ เราก็พูดแต่ประโยคเก่าๆ เพราะเราต่างมีเหตุผลของตัวเอง เรื่องนี้ถือว่าแพรผิดต่อคมก็ได้”

ไหมแพรไม่รู้จะพูดอย่างไรกับเขา ยิ่งพูดจะยิ่งไปกันใหญ่ จึงเดินออกมาและเห็นรถของภีมจอดอยู่หน้าตึก

คมกริชวิ่งตาม ทั้งที่ตอนแรกว่าจะไม่ตาม แต่ต้องชะงัก เมื่อเห็นภีมเดินมาหาไหมแพร จึงหยุดและสงสัย

คุยอะไรกัน

ภีมพูดกับหล่อน ออกคำสั่ง

“ไปขึ้นรถ”

หญิงสาวปฏิเสธทันที

“ไม่ค่ะ ฉันไม่ต้องทำตามที่คุณสั่ง เรายังไม่ได้เป็นอะไรกัน ยังไม่ได้แต่งงาน”

“ยิ่งจำเป็นต้องขึ้นรถ”

“ถ้าคุณมีเหตุผล”

“เหตุผลง่ายๆ เพราะเราต้องทำความรู้จักกัน ก่อนแต่งงาน”

หล่อนว่าจะปฏิเสธแต่เขาชิงพูดอีก

“หรือเธอจะกลับหลังหันไปกับคมกริชฉันก็ไม่ว่า เขากำลังมองเธออยู่ เป็นสิทธิ์ของเธอ”

หญิงสาวกำลังตัดสินใจ หล่อนต้องเดินหน้าไม่ถอยหลัง ไม่อยากให้คมกริชต้องเสียใจ ให้ตัดใจเสียตอนนี้ ทั้งหล่อนกับคมกริชต้องรู้ ‘หน้าที่’ และเดินหน้าจริงๆ หล่อนจึงต้องเดินหน้าก่อนให้คนรักเห็นชัดๆ เดินไปขึ้นรถของภีม

คมกริชเจ็บแปลบ ในที่สุด…ไหมแพรก็เลือกภีมตามที่ยายต้องการมากกว่าจะเลือกความรัก

รถแล่นออกไปแล้ว

“จะไปไหนคะ” หล่อนถามภีมที่นั่งอยู่ข้างๆ

“เธอคงยังไม่ได้กินข้าว ไปกินข้าวกัน”

“ฉันไม่หิว ส่งฉันลงที่รถใต้ดินข้างหน้าก็ได้นะคะ”

“ไม่หิว แต่ฉันได้ยินเสียงท้องเธอร้อง”

ว้าย…เขาได้ยินจริงๆ หล่อนหิวมาก ท้องร้องลมตีขึ้นเพราะเครียดกับคมกริช เครียดลงกระเพาะ

ภีมสั่งนายปันให้ไปส่งที่โรงแรม เป็นโรงแรมที่เขามีหุ้นส่วน เป็นส่วนหนึ่งของสุททินพงษ์กรุ๊ปที่ไหมแพรคุ้นเคย เพราะล่าสุดมาทำข่าวงานวันเกิดคุณฉวี

แล้วทั้งสองก็มานั่งที่โต๊ะ

“อยากกินอะไรก็สั่ง”

“ฉันไม่ค่อยคุ้นกับอาหารที่นี่ ขอเป็นข้าวผัดกุ้งสักจานก็พอค่ะ”

“สั่งง่ายเกินไปไหม”

“ไหนว่าเรามาทำความรู้จักกันไงคะ ฉันไม่ได้เน้นเรื่องทานอาหาร”

เขาหัวเราะแล้วสั่งสเต๊กเนื้อราคาแพงสำหรับตัวเอง ข้าวผัดสำหรับหล่อน เครื่องดื่มของเขาเป็นไวน์ที่เขาชอบ แต่หล่อนปฏิเสธไม่ดื่ม ขอเป็นน้ำเปล่า

“อืม ก็เลี้ยงง่ายดี”

“ฉันไม่ได้อยู่เพื่อกินค่ะ”

“แรกๆ ก็แบบนี้ละ แต่ต่อไปไม่แต่กินอาหาร จะกินอย่างอื่นอย่างมูมมามด้วยซ้ำ”

อะไรนะ…เลี้ยงแค่ข้าวผัดจานเดียว ต้องมาทนให้เขาพูดไร้สาระแบบนี้หรือ ไม่ใช่ไหมแพรแน่ๆ

“ฉันมีการศึกษา มีมารยาทพอ และไม่ทานมูมมามแน่นอน”

“อืม ก็น่าคิด โอกาสมาถึงตัวแล้ว”

“โอกาสที่ไม่ต้องการ”

“อย่าปากแข็ง มีเงินในบัญชียี่สิบล้านแล้ว ยิ่งกว่าถูกรางวัลใหญ่ จะมีกี่คนที่ได้แบบเธอ”

“เพราะความจำเป็น”

“อ้างอีกแล้ว ยอมรับความจริงเสียที”

“นี่คือการทำความรู้จักของเราหรือคะ”

ของเรา…เรา…ไหมแพรรู้สึกอับอายขึ้น แต่สำหรับเขาคงไม่มีคำว่าเรา

“ทำเป็นโกรธ ฉันยังไม่โกรธ เธอกลับโกรธก่อน”

“อย่างน้อยคุณควรให้เกียรติฉันบ้าง” ไหมแพรต้องเดินหน้า และถ้าต้องแต่งงานก็ควรมีศักดิ์และศรี หล่อนจะไม่ยอมให้เขากดหัวหล่อนราวกับเห็นหล่อนกระหายเงิน และปลื้มกับการร่วมชีวิตกับเขา

ฝันไปเถอะ

“จะเรียกร้องเกียรติ”

“ถ้าเป็นผู้ดีก็ต้องรู้ว่าอะไรควรพูด อะไรไม่ควรพูดค่ะ”

“ไหมแพร” ภีมกำลังตบะแตก โกรธที่ถูกหล่อนสั่งสอน แต่แล้วก็ได้ยินเสียงหวานๆ อยู่ตรงหน้า…พรวิไล…เจ้าหล่อนก็มาทานอาหารที่นี่ และเห็นอดีตสามีกับไหมแพร จึงเดินมาพูดว่า

“แหม นึกว่าสาวที่ไหน ที่แท้ว่าที่เมียอันดับห้าของคุณภีมนี่เอง”



Don`t copy text!