เมียอันดับห้า บทที่ 40 : เพื่อนกัน

เมียอันดับห้า บทที่ 40 : เพื่อนกัน

โดย : โสภี พรรณราย

เมียอันดับห้า นวนิยายออนไลน์แนวชีวิตผสมโรแมนติกคอมเมดี้ใน อ่านเอา ของ โสภี พรรณราย เรื่องราวของ ‘ภีม’ หนุ่มสังคมรูปหล่อที่มีชีวิตรักแบบรักๆ เลิกๆ จนถึงขั้นเจ็ดปีเปลี่ยนเมียไปสี่คน กับ ‘ไหมแพร’ นักข่าวสายสังคมที่ไม่อาจจะปล่อยให้เรื่องแซ่บๆ นี้ผ่านไปได้ และตอนนี้เธอคือคนที่เขาสนใจ หรือเธอจะกลายเป็นเมียอันดับห้าของเขา!!

****************************

– 40 –

สนับสนุนอ่านเอาด้วยการสั่งซื้อหนังสือ “ในสวนอักษร” คลิกที่นี่

คำถามของภีมตรงมากๆ

มาในฐานะอะไร

คำถามนี้ทั้งคมกริชและไหมแพรรู้สึกโกรธ ไม่พอใจ หล่อนมองหน้าคนรัก เห็นหน้าเขาแล้วเห็นใจมาก อยากเข้าไปปลอบ

ความจริงย่อมเป็นความจริง

ไม่น่าถาม เพราะคำตอบรู้ๆกันอยู่

เรารักกัน แต่เราต้องเลิกกันเพราะคนถามนั่นละ

ตอบเลย ให้เขารู้ว่าภีมเป็นส่วนเกิน เป็นมือที่สามมาทำลายความรักของเรา

ใบหน้าคมกริชน่าสงสารมาก

ใบหน้าภีมสงบนิ่ง ถามตรงๆและใบหน้าก็สงบ น้ำเสียงก็แสนราบเรียบ ภีมรอคำตอบอยู่ ต้องการคำตอบแบบไหนกันแน่ เพราะตอนนี้เขาถือว่าเหนือกว่าทุกอย่าง

และคมกริชก็ตอบ…

“เรา…เป็นเพื่อนกัน” แต่ละคำพูดออกมาช้ามาก แค่สี่คำแต่เหมือนจะยืดยาว

เพื่อน

คนที่ตกใจมากคือไหมแพร

คมกริชไม่กล้าตอบความจริง แต่ยอมที่จะหลีกเลี่ยงใช้คำว่าเพื่อนแทน

ไหมแพรถามตัวเอง…หล่อนผิดหวังหรือ

คำตอบของคมกริชกลับทำให้ภีมพอใจและหัวเราะ จากที่ใบหน้าสงบนิ่งกลายเป็นหัวเราะเบาๆ

“เออ…นะ…เพื่อน แล้วทำไมเพื่อนต้องมาอยู่ที่นี่ด้วยล่ะ” ยังมีคำถามต่อมา

คมกริชกำมือแน่น…แน่นมาก เก็บกด สุดท้ายก็กล่าวว่า

“ครับ…ผมแค่ผ่านมา ผมจะกลับแล้วครับ”

เขารีบผลุนผลันไปทันที วูบนั้น ไม่แม้แต่จะมองหน้าไหมแพร

หญิงสาวในแวบแรก ขณะนี้ก็ใจโหวงๆกลวงๆชอบกล

เพื่อน…เสียใจ แต่ก็ดีนะ ถ้าคมกริชจะทำใจว่าเป็นเพื่อน…แค่นั้น ทำใจได้ หล่อนควรจะยินดีนะกับคำตอบเช่นนั้น แต่ทำไมยังโหวงๆชอบกล

ภีมหันมาทางหญิงสาวกล่าวว่า

“ไงล่ะ…เพื่อนของเธอกลับไปแล้ว จะตามเพื่อนเธอไปด้วยไหมล่ะ”

“ไม่จำเป็นค่ะ”

“เพื่อนดีนะ น่ารักนะ อุตส่าห์มา”

“คมมีน้ำใจ”

“อืม…มีน้ำใจดีมาก หรือว่า…หรือว่าจะเป็นแค่หมาหวงก้าง”

ไหมแพรตาโต

“คุณพูดไม่สุภาพเลย”

“หมาหวงก้างเป็นแค่สำนวนนะ สำนวนไทยโบราณเก่าแก่ ไม่สุภาพตรงไหน ดูที่การกระทำดีกว่ามั่งว่าจุดหมายคืออะไรกันแน่”

หล่อนกัดฟัน…นายภีม…นายภีม

“คมรู้จักคิดและมีสติ”

“เหรอ…มีสติเหรอ ตามตื๊อไม่เลิกสิท่า”

“ฉันกับคมต่างคนต่างมีเหตุผล”

“นั่นสิ เหตุผล และเวลาเหลือไม่มาก และตอนนี้สังคมก็รับรู้ว่าเธอจะเป็นเมียคนต่อไปของฉัน อย่าให้ต้องถูกนินทา หรือสังคมซุบซิบจนฉันเสื่อมเสียชื่อเสียง”

ฮึ…นึกว่าชื่อเสียงของคุณดีนักเหรอ

เจ็ดปี สี่เมีย

ใช้เมียเปลืองเหลือเกิน

ตลก น่าขำ ตลกร้าย…แล้วก็ต้องเจ็บปวด หล่อน…หล่อนก็เป็นหนึ่งในเรื่องตลกร้ายของเขา

ขำเหรอ…หัวเราะไม่ออก

อรัญกำลังงงๆที่ไหมแพรกับพี่ชายคุยกันแบบที่เรียกว่า ‘หน้าตึง’ ไม่ใช่คนที่ใกล้จะแต่งงานกันเลย

บรรยากาศแบบนี้ไม่ใช่เลย จึงแทรกขึ้นว่า

“พี่ภีมอุตส่าห์มาแล้วก็วิจารณ์ชุดได้เลยครับ ออกความเห็นได้เลยครับ”

“พี่บอกแล้วไงว่าไม่ออกความเห็น”

“แต่ว่า”

พี่ชายโบกมือ

“แกจัดการก็ได้ แกก็อยู่ที่นี่ แต่พี่ต้องไปแล้ว” พูดจบก็มองหน้าไหมแพร แววตาแสดงออกแต่หล่อนอ่านไม่ออกจริงๆว่าแววตาแสดงออกอย่างไร รู้แต่ว่าไม่ดีต่อหล่อนแน่นอน

ภีมไปแล้ว

อรัญช่วยแก้ตัวแทนพี่ชายว่า

“พี่ภีมก็เป็นอย่างนี้ละครับ ห้วนๆ จะมาก็มาจะไปก็ไป งานพี่ภีมเยอะ ต้องทำอะไรรวดเร็ว”

“เป็นประเภทปากเสียด้วยหรือเปล่าคะ”

อรัญหัวเราะเบาๆ

“ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับ พี่ภีมตอนอยู่บ้านน่ารักจะตาย กับคุณแม่ กับคุณย่า กับหลานน้ำผึ้ง พี่ภีมมีเสียงสองเสียงสามนะครับ ถ้าคุณได้ยินจะไม่เชื่อเลยว่าเป็นพี่ภีม”

“กับฉันมีแต่เสียงแข็ง”

“ก็ธรรมดาครับ สำหรับคนไม่คุ้นเคยกัน”

“และคงไม่คุ้นเคยตลอดไป”

“อะไรกันครับ จะแต่งงานกันแล้ว เรื่องไม่คุ้นเคยคงไม่ใช่แล้วละครับ”

แต่งงาน…และยิ่งใกล้วันแต่ง หล่อนคงต้องคุยกับภีมอีก ให้ถือว่าเป็นการแต่งจอมปลอมนะ

“ก็…สำหรับฉันกับคุณภีม อย่างไรก็…” หล่อนหยุดแล้วพูดต่อ “รอให้ถึงวันนั้นก็รู้เองค่ะ”

น้ำเสียงตอนท้ายเศร้าเหลือเกิน

เศร้าจนอรัญอยากเข้าไปโอบกอดและปลอบ แต่ไม่ได้…ไม่สมควร เพราะหล่อนกำลังจะเป็นพี่สะใภ้ของเขา

 

อรฤดีหลังจากพบแพทย์ไม่สบายเป็นหวัดแล้ว อาการกก็เริ่มดีขึ้น แต่กลายเป็นว่างานแต่งงานของญาติผู้พี่มีรายละเอียดปลีกย่อยเยอะมาก และดึงเวลาหล่อนไปเกือบทั้งหมด

โดยเฉพาะเตรียมของชำร่วย เดินสายแจกการ์ดแต่งงานเฉพาะผู้ใหญ่จริงๆแทนพี่ชาย วันๆก็ทำได้แค่รายสองราย ส่วนใหญจึงต้องส่งทางไปรษณีย์

อรฤดีลองชวนไหมแพรทางโทรศัพท์ว่าให้ไปเลือกของชำรวยกัน คำตอบของไหมแพรยังยืนยันเสียงแข็งเสมอว่า

ข้อตกลงกับภีมคือ…หล่อนจะพาตัวเองไปงานแต่งเท่านั้น…ระหว่างนั้นหนึ่งเดือนก่อนแต่ง หล่อนจะไม่ยุ่งเกี่ยวอะไรทั้งสิ้น

ปากแข็งและใจแข็ง

อรฤดีจึงวิ่งวุ่นราวกับตัวเองเป็นเจ้าสาวก็ไม่ปาน

แค่ครึ่งเดือน น้ำหนักของหล่อนก็ลดลงหนึ่งกิโล จนคุณวรรณกับนายประมวลเห็น และคุณวรรณก็พูดขึ้นว่า

“ดูสิ ดูผอมไปเยอะ”

อรฤดีหัวเราะเบาๆ

“น้ำหนักลงไปกิโลเดียวค่ะ”

“แต่ดูเหมือนหลายโลเลย”

“เพราะอรตัวเล็กมังคะ”

“แถมยังเพิ่งหายจากหวัด อ่อนแอ” นายประมวลแทรกขึ้น “ตั้งแต่จัดการเรื่องงานแต่งคุณภีม วันๆก็หายตัวไปเลย ไปทำธุระให้คุณภีมอย่างเดียว”

“เพราะย่าไว้ใจอรนี่คะ”

“แกเสนอตัวเองต่างหาก อยู่ดีไม่ว่าดี ไปเสนอตัวช่วย” บิดาไม่ค่อยพอใจ

“แหม คุณพ่อคะ ช่วยพี่ภีมของเรานะคะ”

“กับนักข่าวนั่น…ไหมแพร คุ้นกันหรือ”

“เธอก็ถูกบังคับเหมือนกันค่ะ”

“แต่งงานกับคุณภีมสบายไปทั้งชาติ” ประมวลนึกเสียดายลึกๆว่าทำไมภีมไม่มองอรฤดีเลย เป็นญาติห่างๆกันแต่งงานกันได้ แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมา ภีมหรืออรัญต่างมองอรฤดีเป็นน้องสาวแท้ๆ ไม่ใช่มองแค่เป็นญาติผู้น้องห่างๆ

“สมัยนี้สาวๆเลือกความรักมากกว่าเงินนะคะคุณพ่อ”

“ไม่จริงหรอก อย่าโลกสวยเลย ที่แกพูดได้เพราะแกมีเงิน แกไม่เคยเดือดร้อนเวลาท้องหิว เวลาอดอยาก เวลาไม่มีเงิน จะรู้ว่ารักกินไม่ได้หรอก หัดมีสมองหน่อย”

อรฤดีฟ้องคุณวรรณว่า

“ป้าวรรณฟังสิคะ คุณพ่อว่าอร หาว่าอรไม่มีสมอง”

“พ่อพูดด้วยความหวังดี ป้าคิดเหมือนกันนะ แต่งงานเพราะรัก กับแต่งงานเพราะเงื่อนไข มันต้องมีอะไรแอบแฝง ใช่เลย สุดท้ายเพราะเงิน ไม่มีเงิน รักก็ล่มได้เหมือนกันจ้ะ”

“อรไม่เคยคิดมากหรอกค่ะเรื่องความรัก”

“วัยเราต่างกันนะ อาจคิดต่าง แต่ฟังผู้ใหญ่บ้างก็ดี”

“งั้นที่คุณแพรแต่งกับพี่ภีมก็น่าจะดีใช่ไหมคะ เพราะฟังผู้ใหญ่ไงคะ”

“ร้ายนักนะเรา” คุณวรรณพูดกลั้วหัวเราะ

“ป้าวรรณไม่ชอบคุณแพรหรือคะ”

“ก็…เจอกันตอนแรกๆก็ชอบนะ เห็นว่าไปวัดไปวา น่ารักออก แต่พอเจอกันอีก ป้าเคยขอร้องเรื่องอย่าลงข่าวเมียสามเมียสี่จะตบตีกัน เธอรับปาก แต่อยู่ๆก็มีข่าวออกมาจนได้ ขอแค่นั้นไม่ได้หรือไง”

“เธอก็มีเหตุผลค่ะ หนังสือพิมพ์ฟ้าใหม่ไม่ใช่ของเธอนะคะ เธอกินเงินเดือน บางเรื่องเธอก็ควบคุมไม่ได้”

“ควบคุมไม่ได้ก็ไม่ควรรับปากสิ”

อรฤดีได้แต่กรอกตาไปมา หล่อนเข้าใจไหมแพรนะ แต่ผู้ใหญ่กลับไม่เข้าใจ

 

ยายสายบัวยังนอนไม่รู้สึกตัวบนเตียง

ไหมแพรใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่เป็นเพื่อนยาย เฝ้ารอว่าเมื่อไรยายจะฟื้น หวังวาจะมีปาฏิหาริย์ฟื้นในเร็ววัน และยกเลิกงานแต่งงานได้ทัน

จะว่าวันๆผ่านไปเร็วเหลือเกินก็ได้ จะว่าช้าเหลือเกินก็ได้

เมื่ออยู่กับยาย เวลาผ่านไปช้าเหลือเกิน แต่เมื่อกลับบ้าน นอนและตื่นลืมตากลับรวดเร็ว นับวันแทบไม่ทัน

วันนี้…อยู่ๆพนักงานแผนกการเงินก็นำเอกสารมาให้ไหมแพรเซ็นว่าจะย้ายยายสายบัวไปอีกโรงพยาบาลหนึ่ง ซึ่งเป็นโรงพยาบาลที่ใหญ่กว่าและแพงกว่า โดยรถพยาบาลจะส่งตัวในตอนเที่ยง

ไหมแพรงง…ใครให้ย้าย เมื่อถามพนักงานก็ระบุว่าคนสั่งย้ายคือภีม

ภีมทำอะไรของเขาหล่อนรีบโทรศัพท์ถึงภีมโดยตรง และเขาไม่รับสาย ซึ่งเป็นเรื่องที่หล่อนคาดเดาเอาไว้แล้ว

ไหมแพรจึงโทรศัพท์ถึงอรฤดี ซึ่งญาติของภีมก็รับทันที และเมื่อทราบต้นสายปลายเหตุจึงว่า

“อรจะให้คุยกับพี่ภีมโดยตรงเลยนะคะ  รอสักครู่ค่ะ”

“เขาจะยอมคุยกับฉันหรือเปล่า”

“เรื่องสำคัญแบบนี้ต้องคุยค่ะ”

อรฤดีเคาะประตูห้องทำงานของภีม โดยผ่านอุบลและคมกริชเข้าไปเนื่องจากเป็นเรื่องเร่งด่วน เมื่อเข้ามาก็ส่งโทรศัพท์ให้พลางกล่าวว่า

“พี่ภีม สายคุณแพรค่ะ ต้องคุยนะคะ พี่ภีมไปจัดการย้ายยายเธอไปโรงพยาบาลอื่น ต้องชี้แจงกับเธอค่ะ”

ภีมพูดเสียงดังกับญาติผู้น้องว่า

“ย้ายไปแพงกว่า ดีกว่า ทำไมต้องเรื่องมาก”

ไหมแพรได้ยินชัดเจน พอชายหนุ่มรับสาย ไหมแพรจึงพูดทันที

“ยายของฉัน คุณทำอะไรไม่ยอมปรึกษา และยายก็รักษาอยู่ดีๆไม่มีเหตุผล”

“มีสิ อย่างฉันทำอะไรต้องมีเหตุผล โรงพยาบาลยายเธอไกลไปหน่อย ฉันไปเยี่ยมไม่สะดวก”

“พูดอย่างกับคุณไปเยี่ยมยายบ่อย ไม่ใช่เหตุผล ฉันสะดวกของฉัน ฉันไม่ย้าย”

“จะขัดคำสั่งฉันหรือ ทั้งที่ฉันจัดการย้ายที่ใหม่ให้แล้ว บ่ายนี้จะเตรียมรับตัวแล้ว และถ้าเหตุผลจริงๆละก็ โรงพยาบาลนี้มีหมอเก่งมากๆ เผื่อยายจะฟื้นเร็ว เผื่อการตกลงแต่งงานจะเปลี่ยนแปลง ถ้ายายเธอฟื้นและเกิดเปลี่ยนใจ ลองหมอของฉัน ฉันจะให้หมอเก่งสุดรักษายายเธอ และจะเป็นผลดีกับเธอด้วยไม่ใช่หรือ”

เหตุผลที่ดี…ไหมแพรเริ่มอ่อนลง จริงอย่างที่เขาพูดหรือเปล่าและเสียงก็อ่อน

“แต่ที่นี่แพงมาก ค่ารักษาก็ขึ้นชื่อ” ยังพูดไม่จบ

“ฉันจะจ่ายให้” เสียงเขาดังมาก

แล้วหล่อนก็ต้องรับข้อเสนอของเขา ใช่หรือไม่

เงิน…สุดท้ายเงินก็สำคัญ ถ้าจะช่วยยายได้อย่างที่พูด

ไหมแพรจะปฏิเสธสิ่งที่ดีกว่าให้ยายได้อย่างไร

เมื่อคุยแล้ว ภีมส่งโทรศัพท์คืนให้อรฤดี ญาติผู้น้องเอ่ยว่า

“ย้ายยายของคุณแพร พี่ภีมไม่บอกเธอก่อนเลยหรือคะ”

“สิ่งที่ดีกว่า ต้องบอกหรือ”

อรฤดียิ้มแห้งๆ

“ยายของเธอนะคะ”

“ยายสายบัวเคยมีเรื่องในอดีต ผูกพันกับปู่และย่าฉวี พี่ก็อยากให้สิ่งที่ดีที่สุดกับยายคนนี้”

“นึกว่าพี่ภีมจะโกรธยายสายบัวเสียอีก ที่บังคับพี่ภีมแต่งงาน”

“บังคับแต่งงานพี่ไม่พอใจ แต่คนเจ็บไข้ได้ป่วยต้องแยกประเด็น ต้องรักษา”

“เพราะปู่ของพี่ภีมเคยรักยายสายบัว พี่ภีมจึงเห็นความสำคัญ

“ใช่…ก็บอกแล้ว มันเป็นเรื่องอดีต ที่พี่ยังต้องหาความจริงต่อไป”

Don`t copy text!