เมียอันดับห้า บทที่ 43 : อาหารมื้อนั้น

เมียอันดับห้า บทที่ 43 : อาหารมื้อนั้น

โดย : โสภี พรรณราย

เมียอันดับห้า นวนิยายออนไลน์แนวชีวิตผสมโรแมนติกคอมเมดี้ใน อ่านเอา ของ โสภี พรรณราย เรื่องราวของ ‘ภีม’ หนุ่มสังคมรูปหล่อที่มีชีวิตรักแบบรักๆ เลิกๆ จนถึงขั้นเจ็ดปีเปลี่ยนเมียไปสี่คน กับ ‘ไหมแพร’ นักข่าวสายสังคมที่ไม่อาจจะปล่อยให้เรื่องแซ่บๆ นี้ผ่านไปได้ และตอนนี้เธอคือคนที่เขาสนใจ หรือเธอจะกลายเป็นเมียอันดับห้าของเขา!!

****************************

– 43 –

สนับสนุนอ่านเอาด้วยการสั่งซื้อหนังสือ “ในสวนอักษร” คลิกที่นี่

สินีมองหน้าเพื่อนรักพลางกล่าวว่า

“จะเป็นเจ้าสาว จะต้องไปทานข้าวบ้านนั้นตอนเย็น ดูสิ ทำเหมือนจะร้องไห้”

ไหมแพรเหลือใครบ้างในตอนนี้ มีแต่สินีที่มีน้ำใจมาเยี่ยมยายเกือบทุกวัน ภาในห้องพยาบาลที่แสนจะเงียบเหงา ยายสายบัวที่ยังนอนไม่ได้สติ กับคนเฝ้าที่เหงาหัวใจ หัวใจเย็นเยือกจนอธิบายไม่ถูก

“แพรเป็นเจ้าสาวที่บ้านนั้นไม่ต้อนรับนะ เพราะถูกยายบังคับ คิดดูสิ จะมีความสุขหรือเปล่า”

“พอ…พอเถอะ พูดแต่แบบนี้ ไม่ให้กำลังใจตัวเองเลย แพรคนที่สู้ชีวิตคนั้นไปไหนแล้ว คนที่ลุยทุกแห่งทุกงาน คนที่ไม่เยสะทกสะท้านกับอะไรเลย ดูอ่อนแอชอบกล ไม่เอาละ นีไม่ชอบแพรที่เป็นแบบนี้”

“ใครอยากเป็นล่ะ แพรยังรู้สึกเกลียดความรู้สึกของตัวเองเลย ทำไมมันเป็นอย่างงี้ ไม่ชอบ…ไม่ชอบ”

“อย่ารู้สึกติดลบเลยนะแพร แกต้องสู้ สู้ สู้ แกเก่งพอจะผ่านมันไปได้”

และแล้วก็มีเสียงดังขึ้นว่า

“ถ้าผ่านไม่ได้ก็เลิกงานแต่งงานเสีย ยังไม่สายเกินไป ยังยกเลิกทัน ผมยังรอแพรอยู่นะ”

คมกริชเข้ามาในห้องอย่างเงียบกริบ จนพูดขึ้น ไหมแพรกับสินีจึงรู้ว่ามีคนอีกคน ถ้าเขาเคาะประตูก่อนก็คงรู้ละ แต่นี่ตั้งใจไม่เคาะ

สินีพูดขึ้นแทนว่า

“เหลือแค่สิบกว่าวัน มายกเลิกอะไรตอนนี้”

“คุณก็เห็นด้วย จะให้เพื่อนรักของคุณแต่งงานกับคนรวย”

“แพรไม่มีทางเลือกนะ”

“จะเลือกก็เลือกได้”

“ให้ขัดใจยายหรือ ให้แพรอกตัญญูหรือ”

“แพรต้องเลือก”

“แพรลำบากใจพอแล้วคม นีขอละ อย่าให้แพรทุกข์ใจมากว่านี้เลย สงสารแพรบ้าง”

คมกริชแค่นหัวเราะ

“อย่างกับแพรน่าสงสารนัก แต่งงานเพราะถูกบังคับ แต่เจ้าบ่าวเป็นใคร เป็นใคร…เป็นใคร”

“ทำไมต้องเน้น ดูหน้าแพรสิ” สินีเป็นฝ่ายไหมแพรเสมอ

“ขอผมคุยกับแพรสองคน”

สินีหยิบกระเป๋าที่วางบนโต๊ะอาหารสะพายขึ้นบ่า

“กำลังจะกลับพอดี” แล้วพุดกับไหมแพรว่า “พรุ่งนี้ถ้าว่างจะแวะมาใหม่”

“ถ้างานยุ่งก็ไม่ต้องมาหรอก”

“นีจะพยายามมา” แววตาอบอุ่นและมีความเป็นเพื่อนสูงพอจะทำให้ไหมแพรไม่รู้สึกโดดเดี่ยวจนเกินไป

พอสินีออกไปแล้ว คมกริชก็กล่าวว่า

“ได้ยินว่าเย็นนี้แพรจะไปทานข้าวบ้านคุณภีม”

“อือม” ทำเสียงในลำคอ

“เย็นนี้ ทำไมต้องเป็นวันนี้”

“คุณย่าท่านต้องการเช่นนั้น ไม่ใช่ความต้องการของแพรหรือคุณภีม”

“วันนี้…วันนี้…” คมกริชเน้น

“แพรต้องแต่งงาน ผู้ใหญ่ตองการแบบไหน อย่างไร แพรทำได้ก็จะทำ”

คมกริชแค่นหัวเราะ

“วันนี้…จนได้” เน้นอีกแล้ว

“ทำไมล่ะ ทำไมจนได้”

“แพรจำไม่ได้หรือ”

ไหมแพรโคลงศีรษะ

“ในหัวของแพรมีแต่สารพัดเรื่อง แพรคิดมากจนคิดอไรไม่ออกแล้วคม อย่าเพิ่มปัญหาให้แพรเลย”

“ว่าแล้วต้องลืมว่าเป็นวันอะไร วันที่เราตกลงเป็นแฟนกันเมื่อสองปีที่แล้ว”

“ใช่เลย…วันนี้”

ไหมแพรลืม…อย่างที่เขาพูด จนได้ ลืมจนได้ เพราะปัญหาต่างๆที่สำคัญกว่ารุมเร้า

“แพรลืม…” ไหมแพรพูดความจริง และไม่แก้ตัว

“ลืม…ลืมเพราะไปกินข้าวบ้านคุณภีมสำคัญกว่า”

“เดี๋ยวเขาจะเอารถมารับ”

“แล้วที่เราสัญญากัน เมื่อถึงวันครบคอบ เราจะไปเจอกันที่ริมน้ำที่เก่าที่เราเริ่มคบกัน”

หญิงสาวถอนใจยาว

“คม…แพรจำต้องลืมสัญญาของเราทั้งหมด ตั้งแต่วันที่แพรรับปากยายว่าจะแต่งงาน และแพรก็บอกับคมเมื่อาทิตย์ที่แล้วว่าเราต้องเลิกกัน ขอให้คมลืมแพรเสีย ไม่มีประโยชน์จะพูดเรื่องในอดีต”

“ผมเป็นคนลืมยาก”

“ไม่ลืมก็แค่เก็บไว้ในความทรงจำ”

“แต่ผมรู้สึกตัวเองเจ็บปวด มีบาดแผล ถูกทรยศหักหลัง”

“คมมีอนาคตนะ จะต้องพบกับคนที่ดีที่รักคมและเป็นคู่แท้ของคม คมกลับไปเถิด เราต้องทำใจทั้งสองคน”

จะให้เขากลับไป เพราะคมกริชไม่มีความตั้งใจมาเยี่ยมยายเลยสักครั้ง ไม่มองยายด้วยซ้ำ มีแต่ตีหน้าบึ้งแกมเศร้าบ้างและต่อว่าหล่อน

สุดท้ายต้องทำใจ…แยกจากกันในที่สุด

“ผมไม่เคยลืมสัญญาที่ริมน้ำ คืนนี้จะไปรอที่เก่า”

“อย่าทำแบบนี้สิคม”

“จะทำ จะทำไม”

“คมกลายเป็นคนดื้อมาก รู้ไหม”

“แพรก็เป็นคนใจร้ายมาก รู้ไหม” เขาย้อน

“แพรยอมรับทุกอย่างที่คมต่อว่า คมพอใจหรือยัง”

“แพร”

“กลับไปเถอะคม”

“ไล่ผมหรือ”

“แพรบอกดีๆ”

“จำไว้ คมไม่ลืมสัญญาของเรา จะไม่ลืม วันนี้ที่เราสัญญารักกัน จะรอ จะรอ รอแพร” เขาพดจบก็ผละไป

ไหมแพรได้แต่พูดไล่หลัง และต้องพูดอีกกี่ครั้งเขาถึงจะเข้าใจหนอ

ไม่มีประโยชน์…คม…แพรใจร้าย เพราะแพรยอมรับความจริง อดีตผ่านไปแล้ว…ผ่านไปแล้ว เราต้องมองอนาคต !

นายปันเอารถมารับไหมแพรที่โรงพยาบาล หล่อนรู้จักนายปันแล้วตั้งแต่เกิดอุบัติเหตุ ติดต่อมารับค่ารักษาพยาบาล พออยู่บนรถจึงคุยกัน

ตอนแรกไหมแพรคิดจะนั่งหน้าคู่กับเขา แต่นายปันเชิญให้หล่อนนั่งเบาะหลังแทน และพูดกับไหมแพรอย่างสุภาพ เพราะทราบว่าไหมแพรกำลังจะแต่งงานกับนายของเขา

“เป็นชะตาลิขิตนะครับ สุดท้ายคุณไหมแพรมาเป็นเจ้านายของผม”

นายปันอายุห้าสิบแล้ว ไหมแพรก็พูดอย่างเด็กพูดกับผู้ใหญ่

“เราคงต้องเจอกันทุกวัน ขอเรียกน้าปันก็แล้วกันนะ”

“เรียกนายปันดีกว่าครับ”

“เรียกน้าดีกว่า ไม่เป็นไรหรอกค่ะ”

“ใครๆก็เรียกผมว่านายปันครับ คุณเป็นเจ้านายผมด้วยครับ”

“ถือว่าฉันไม่เหมือนใครๆก็ได้ แต่งงานก็แค่สวมหัวโขนน่ะ แค่นั้น…”

หล่อนคงพูดอะไรมากไม่ได้ แต่เรื่องหล่อนกับภีม คิดว่าคนที่บ้านต้องรู้หมดแล้ว ลึกตื้นหนาบาง ต้องรู้ทุกคน รวมทั้งคนขับรถ หรือแม่บ้าน เด็กที่บ้านทุกคน

เมื่อไหมแพรเงียบ นายปันจึงเงียบด้วย จนมาถึงบ้าน

ไหมแพรตื่นเต้น ใจเต้นแรงแต่ต้องระงับ นี่ไม่ใช่ครั้งแรก…เคยมาแล้ว หล่อนอดกังวลไม่ได้ กังวลสารพัดสารพัน

รถจอดหน้าตึก…

นายปันวิ่งลงมาเปิดประตู แต่ไหมแพรชิงเปิดก่อนและลงมาก่อน นายปันจึงกลับขึ้นรถและแล่นไปจอดที่โรงจอดอีกมุมของตึก

เงยหน้ามองตึกใหญ่ สูดลมหายใจลึกๆ บอกกับตัวเองว่ากลัวอะไรล่ะ กลัวอะไรกันแน่ ต้องก้าวนะ ต้องไปข้างหน้า ปลุกปลอบกำลังใจตัวเอง

ยังไม่ทันก้าวขึ้นตึกก็ได้ยินเสียง

“คุณผึ้งคะ คุณผึ้งอย่าวิ่งค่ะ อย่าวิ่งเร็วเกินไป ระวังล้มนะคะ”

พยาบาลเกษรเตือนเด็กหญิง เด็กหญิงวิ่งปรู๊ดปร๊าดและแล้วก็สะดุดกับไหมแพรตรงหน้า ล้มลงไปอีกครั้งแล้ว

“ว๊าย คุณผึ้ง”

ไหมแพรรีบประคอง

“คุณผึ้ง” แต่เด็กหญิงเมื่อเห็นไหมแพรก็ทำหน้าตกใจ คราก่อนล้ม ครั้งนี้ก็ล้มอีก เด็กทำทากลัว โผหาพี่เลี้ยง

“พี่ษร”

เกษรพอเห็นว่าเป็นใคร ความไม่พอใจลึกๆเก็บไว้เกือบระเบิด แต่ต้องไม่แสดงออก

“เจ็บมากไหมคะคุณผึ้ง”

“เจ็บ…เจ็บขาค่ะ”

ไหมแพรรีบพูดว่า

“ฉันไม่ได้ตั้งใจนะ เด็กวิ่งมาชนฉัน ดูสิมีบาดแผลไหม”

“คุณแพรก็น่าจะหลบเด็กสักหน่อย คุณผึ้งชอบวิ่งเล่น เคยมีบทเรียนมาแล้วไม่จำ คราวที่แล้วคุณผึ้งก็เลือดตกยางออก ดวงคุณผึ้งไม่สมพงษ์กับคุณเลย”

ไหมแพรตาโต พูดไม่ออก กว่าจะพูดได้ก็ตั้งสติว่าเกษรไม่เป็นมิตรแต่แรก

“คุณพดผิดแล้ว คงไม่เกี่ยวกับดวงมัง มันเป็นการกระทำมากกว่า”

“จะโทษคุณผึ้งผิดหรือ”

“ยังไม่ได้พูดเลย อย่าด่วนสรุป”

เกษรกำลังจะพูดก็มีเสียงขัดจังหวะ อรฤดีลงจากตึก

“คุณแพรมาแล้วหรือคะ เชิญเลย อ้าว…เกิดอะไรขึ้น”

เกษรจึงรายงานว่า

“คุณผึ้งวิ่งชนคุณแพรน่ะค่ะ ษรห้ามไม่ทัน เด็กตัวนิดเดียวล้มเลย แรงหน่อยค่ะ”

“แล้วเป็นอะไรไหม”

“ไม่มีบาดแผลค่ะ แต่คงฟกช้ำ ษรจะทายาให้ค่ะ”

“โอเค…โอเค งั้นก็ไม่เป็นไร คุณษรช่วยดูแลผึ้งด้วย อรจะพาคุณแพรไปข้างบน”

อรฤดีจูงมือไหมแพรอย่างสนิทสนม เพื่อมิให้อีกฝ่ายเก้อเขิน เนื่องจากเข้าใจจิตใจของผู้หญิงด้วยกัน พาไปพบคุณย่าฉวีกับคุณวรรณที่รอที่ห้องรับแขก

ไหมแพรยกมือไหว้ผู้สูงวัยทั้งสอง เมื่อก่อนตอนพบกันที่วัดไม่รู้สึกอะไรเลย เหมือนผู้อ่อนวัยกว่าเจอผู้สูงวัยกว่าปกติ วันนี้ไม่ปกติ หล่อนจะมาเป็นสมาชิกในบ้าน ความรู้สึกจึงแตกต่างลิบลับ

คุณย่าฉวีต้อนรับอย่างอบอุ่นว่า

“มาเลย…มา แพร หนูต้องมาบ่อยๆ อีกไม่กี่วันแล้วสินะ จะมาเป็นหลานสะใภ้ของย่า”

คุณวรรณ เพื่อเอาใจแม่สามีจึงพูดดีกับไหมแพรว่า

“ทำตัวตามสบายนะ ฉันไม่อยากให้ใครนินทาว่าแม่ผัวกับลูกสะใภ้มีปัญหากัน”

“ดูสิ หน้าตาสะสวย ใกล้เป็นเจ้าสาว มีสง่าราศีแบบเจ้าสาว ดูสวยงาม หน้าตาแม้จะเหมือนเหน็ดเหนื่อย แต่ก็สวยนะ” ย่าฉวีชม

“ขอบคุณค่ะ”

“ยายเป็นอย่างไรบ้าง” ระบุ ยาย คำนี้จำเป็นต้องพูดออกมา

“ยังไม่ฟื้นเลยค่ะ”

“เธอจะนอนขนาดไหนกันนะ จะไม่ฟื้นมาดูหลานสาวแต่งงานหรืออย่างไร ทั้งที่เป็นความต้องการของเธอ น่าจะฟื้นได้แล้ว”

“ค่ะ” ไม่รู้จะพูดอะไร

“อาหารกำลังขึ้นโต๊ะ รอหน่อยนะ อย่างที่แม่วรรณบอก ให้ทำตัวตามสบาย ให้เหมือนเป็นบ้านตัวเอง เพราะต่อไปที่นี่จะเป็นบ้านของหนู”

ณ ขณะนี้ นอกจากอรฤดีก็มีคุณย่าฉวีนี่ละ ที่เป็นมิตรและดูจริงใจ

หล่อนยังไม่เห็นภีมเลย พอคิดถึงกได้ยินเสียงภีมพูดกับลูกสาว

“พี่ษรทายาให้แล้วใช่ไหม ไม่เป็นไรแล้วละ”

เด็กหญิงอ้อนบิดา

“คุณพ่อแตะแผลของผึ้ง ผึ้งหายเลยค่ะ”

ภีมเห็นไหมแพรแล้ว แต่ทำเหมือนไม่เห็น พูดกับย่าฉวีว่า

“เชิญที่โต๊ะอาหารได้แล้วครับคุณย่า คุณแม่”

พอมาที่โต๊ะอาหาร ก็เห็นอรัญกับประมวลรออยู่ก่อน อรัญกล่าวเสียงดังว่า

“คุแพร เชิญเลยครับ เชิญ” เขารู้ว่าหล่อนต้องนั่งตรงไหน อยู่ข้างพี่ชายแน่นอน เขาเป็นคนเลื่อนเก็าอี้ให้หญิงสาวนั่ง หน้าที่นี้ควรเป็นของภีมมากกว่า แต่ภีมก็ไม่ได้ทำ

ไหมแพรเพิ่มอรัญในบัญชีคนเป็นมิตรอีกคน

แล้วพอเด็กหญิงเห็นใครนั่งใกล้บิดาก็ร้องว่า

“ผึ้งจะนั่งข้างคุณพ่อค่ะ”

คุณวรรณบอกหลานสาวว่า

“มานั่งข้างย่าเหมือนเดิมดีกว่า”

เด็กหญิงกุลธิดากลับพูดว่า

“วันนี้อยากนั่งกับคุณพ่อค่ะ” คือที่ของไหมแพร หล่อนรู้ว่าเดกหญิงตั้งใจ ไหมแพรลกทันที

“ให้คุณผึ้งมานั่งที่นี่เถอะค่ะ ฉันเลื่อนไปอีกที่ได้ค่ะ”

ตำแหน่งที่นั่งเปลี่ยนไปเล็กน้อย คุณฉวีท่านเป็นประธาน ด้านหนึ่งภีม เด็กหญิง ไหมแพรและอรฤดี อีกด้านคุณวรรณ อรัญ กับประมวล

ปกตินายประมวลจะไม่มาร่วมโต๊ะ แต่วันนี้พิเศษ คุณวรรณเรียกตัวให้มา

อาหารพร้อม ไหมแพรแทบจะตักไม่ถูก วันนี้ป้านิ่ม แม่ครัวมาบริการกับเด็กชื่อลำดวน ส่วนเกษรก็คอยดูแลน้ำผึ้งอยู่ด้านหลัง

ไหมแพรอึดอัดจะตาย ไหนจะคนบนโต๊ะ ไหนจะคนอยู่ข้างหลัคอยบริการเติมน้ำเติมข้าว หล่อนพยายามวางตัวให้สบายที่สุด เป็นธรรมชาติที่สุดและต้องทานให้อิ่ม รู้ทั้งรู้ตนเองก็เป็นเป้าสายตา ทั้งคนที่มองตรงๆ ทั้งคนที่แอบชำเลืองมองมา ไม่เป็นไรหรอก ทานข้าว ก็แค่ทานข้าวกับครอบครัวนี้เท่านั้น…



Don`t copy text!