เมียอันดับห้า บทที่ 48 : คนแปลกหน้า

เมียอันดับห้า บทที่ 48 : คนแปลกหน้า

โดย : โสภี พรรณราย

เมียอันดับห้า นวนิยายออนไลน์แนวชีวิตผสมโรแมนติกคอมเมดี้ใน อ่านเอา ของ โสภี พรรณราย เรื่องราวของ ‘ภีม’ หนุ่มสังคมรูปหล่อที่มีชีวิตรักแบบรักๆ เลิกๆ จนถึงขั้นเจ็ดปีเปลี่ยนเมียไปสี่คน กับ ‘ไหมแพร’ นักข่าวสายสังคมที่ไม่อาจจะปล่อยให้เรื่องแซ่บๆ นี้ผ่านไปได้ และตอนนี้เธอคือคนที่เขาสนใจ หรือเธอจะกลายเป็นเมียอันดับห้าของเขา!!

****************************

– 48 –

สนับสนุนอ่านเอาด้วยการสั่งซื้อหนังสือ “ในสวนอักษร” คลิกที่นี่

ไหมแพรปฏิเสธเสียงแข็ง

“คุณทำให้ฉันลำบากใจค่ะคุณษา คุณไม่สบายแต่คุณยังพูดยืดยาวแบบไม่รู้สึกเหนื่อยเลย แสดงว่าคุณมีความตั้งใจจริงๆ แต่ฉันก็ไม่รับ ไม่รับของของคุณ สมบัติคุณ คุณภีมมอบให้คุณ ถ้าคุณมาให้ฉันคุณภีมคงโกรธ จะทำให้เขารู้สึกไม่มีค่า หรือคุณไม่เห็นคุณค่าในความรักที่เขามีให้คุณ”

คนป่วยโคลงศีรษะ อุษามีความตั้งใจเต็มร้อย โต้ว่า

“ความรู้สึกคุณภีมฉันรู้ดี คุณค่าความรักฉันก็เคยสัมผัสและรับรู้มาแล้ว ฉันโชคดีที่ได้แต่งงานกับเขา ฉันเป็นเมียที่คุณย่ากับคุณแม่เห็นชอบให้แต่ง คุณภีมกตัญญู แต่งกับฉันเรามีความสุขพอสมควร เมื่อฉันทำหน้าที่เมียไม่ได้ต้องหย่า ฉันก็ทำใจไว้แล้วว่าเขาต้องแต่งงานใหม่ กับฉัน…เขายังมีความรับผิดชอบ แต่ไม่เรียกว่าความรักแล้ว คุณค่าในความรักต้องถูกส่งต่ออย่างถูกต้อง ฉันไม่เคยหวงคุณภีม รักของฉันคืออยากเห็นเขามีความสุข สร้อยเพชรหัวใจควรอยู่กับผู้หญิงของเขา”

ไหมแพรโพล่ง

“ฉันไม่ใช่ผู้หญิงของเขา”

“คุณต้องรับ…และต้องใช่”

“ถ้าฉันไม่ใช่ล่ะ”

“ฉันไม่เคยมองผิด เมียสามกับเมียสี่ฉันมองว่าต้องหย่า ก็หย่า แต่คุณ ฉันมองว่าคุณคือตัวจริง”

“อย่าเลยค่ะ อย่ามั่นใจ” ไหมแพรอึดอัด

“ถ้าคุณไม่รับ แสดงว่าคุณดูถูกความจริงใจของฉัน”

“ไม่นะคะ ฉันเคารพคุณ อย่างน้อยคุณก็เป็นพี่สาว ฉันไม่กล้า…”

พูดไม่จบ อุษาก็พูดว่า

“ถ้าอยากให้คนป่วยสบายใจ คุณต้องรับ หรือคุณอยากเห็นคนป่วยทุกข์ทรมานทั้งกายและใจ”

“คุณก็รู้ว่าฉันไม่ใช่คนแบบนั้น แต่ฉันรับไม่ได้ สมมติคุณให้แหวนเงินถูกๆกับฉัน ฉันรับ แต่นี่มีค่ามากเกินไป” ไหมแพรยังคงปฏิเสธแข็งขัน “ฉันต้องกลับละค่ะ” หล่อนหมุนตัวจะออก แต่คนป่วยเรียก

“อย่าเพิ่งไป” ทำให้อีกฝ่ายต้องหันกลับมา

“ถ้าพูดเรื่องให้สร้อยเพชร ก็ไม่มีประโยชน์นะคะ”

“ต้องมีสิ เพราะฉันรู้ว่าสร้อยนี้ควรเป็นของคุณ”

“คุณคิดผิด อีกไม่กี่เดือนฉันก็หย่ากับเขา”

“นั่นละ ที่ฉันคิดว่าคุณต้องรับ ฉันกล้าพูดว่าพวกคุณจะไม่หย่า แต่ถ้าหย่า คุณก็เอามาคืนฉัน”

“คุณษา”

“ฉันจะไม่ยอมตาย จะรอวันนั้น รอคุณเอามาคืนดีไหม ยิ่งคุณไม่หย่า ฉันก็ยิ่งอายุยืน รอพวกคุณหย่าไง”

“แต่ว่า…”

“ก็คุณมั่นใจว่าหย่าไงล่ะ ก็รับไปก่อนสิ ถือว่าฝากไว้กับคุณ ถ้าของจะเป็นของคุณก็ต้องเป็นของคุณ”

“เพื่อให้คุณสบายใจ ฉันจะรับไปก่อน” ไหมแพรยอมแพ้

“วันแต่งงานก็ช่วยสวมด้วยนะคะ ถือว่าช่วยฉันแล้ว ให้สร้อยเส้นนี้ได้เข้าพิธีกับคุณ”

“ฉันแค่รับฝากค่ะ”

“คืนต่อเมื่อหย่า”

“ค่ะ ค่ะ หย่าเมื่อไร ฉันนำมาคืนทันที”

ดูแววตาคนป่วยสบายใจและหมดแรงเอาเฉยๆ

ไหมแพรรับมา กล่องสร้อยเพชร…รูปหัวใจ…ล้ำค่า ด้วยความรู้สึกยากอธิบาย อุษาตั้งใจมอบให้เห็นๆ ล้ำค่าเช่นนี้อุษาไว้ใจหล่อนได้อย่างไร ถ้าหล่อนเกิดโลภล่ะ ไม่คืนล่ะ

คนป่วยอ่านแววตาออก พูดเสียงแผ่วเบา…เบามาก หมดเรี่ยวแรงแล้ว

“ถ้าวันไหนโลภ ไม่คืนหลังหย่า สมบัติจะเป็นของคุณ สบายใจได้นะ”

คนฟังได้แต่พยักหน้าช้าๆ มีการตกลงแปลกๆแบบนี้ด้วย

 

ไหมแพรถูกจับเข้าคอร์สเจ้าสาวในสี่วันสุดท้าย

ความจริงแล้วหล่อนควรเข้าคอร์สมานานแล้ว เพราะอรฤดีช่วยจัดการให้แต่เนิ่นๆเป็นเดือน แต่หล่อนก็เบี้ยวและไม่ไปเฉยๆ จนสุดท้ายอรฤดีต้องขู่ว่า

“จ่ายเงินเป็นแสนๆแล้วนะคะ สี่วันสุดท้ายขอได้ไหมคะ อย่าให้ต้องจ่ายฟรีๆ ไม่งั้นอรต้องรายงานพี่ภีมแล้ว ให้พี่ภีมมาฉุดคุณเอง”

หล่อนคิดในใจว่า

แล้วใครให้จ่ายล่ะ เงินเป็นแสนๆ เสียดายจะตาย

“ว่าไงคะ จะให้พี่ภีมฉุดคุณเข้าคอร์สดีไหมคะ”

“เหลือสี่วัน ทำไมต้องวุ่นวาย”

“ก็เอาแบบเร่งรัดค่ะ ขัดผิว อบตัวหน่อย ให้ทางนั้นช่วยจัดการให้”

ขัดผิว อบตัวหรืออะไร ก็ไม่มีประโยชน์เลย หล่อนแค่แต่ง…แต่งเพียงในนามเท่านั้นละ

แต่จำต้องยอม ไม่อยากให้ภีมมาเกี่ยวข้อง จำต้องเข้ามาในสถานบริการเสริมความงามครบวงจร เป็นบริษัทในเครือของบริษัทที่จัดงานแต่ง

จะทำอะไรก็ทำ เริ่มต้นจากอาบน้ำให้สะอาดและมานอนบนเตียงในห้องที่มีแสงสลัว มีกลิ่นเทียนหอมและเพลงเพราะกล่อมให้หลับง่ายๆ

เขินเหมือนกันนะ ต้องโป๊ มีแค่ผ้าปิดบังร่างกายบางส่วนสำคัญ พนักงานเป็นสาวใหญ่ที่มือเบา บรรจงใช้สมุนไพรนานาชนิดนวดทั่วร่าง หล่อนเผลอหลับไปด้วยบางขณะและฝืนให้ตื่นเป็นช่วงๆ และพนักงานก็ปล่อยให้หลับโดยไม่รบกวน

และเมื่อตื่นก็เปลี่ยนไปห้องอบตัวพิเศษ บริเวณห้องค่อนข้างกว้าง ไหมแพรใช้ผ้าเช็ดตัวนุ่งกระโจมอก และมีแขกมาใช้บริการในห้องอีกสองคน อยู่คนละมุม

ตอนเข้ามาก็แค่ยิ้มๆ พยักหน้าทักทายด้วยรอยยิ้มเท่านั้น

ทุกคนต่างเงียบ…จนหญิงคนหนึ่งเดินออกไปก่อน เหลือหล่อนกับหญิงอีกคน แล้วหญิงคนนั้นก็เริ่มทักทาย

“สวัสดีค่ะ มาบ่อยหรือเปล่าคะ”

ไหมแพรตอบทันที

“สวัสดีค่ะ ไม่เลย ครั้งนี้ครั้งแรก”

“หรือคะ แล้วคุณจะติดใจมาใช้บริการบ่อยๆ”

“คงไม่ละค่ะ ฟังว่าแพงมาก ฉันเสียดายเงินค่ะ”

“อ้าว…แล้วครั้งนี้”

“อ๋อ มีสปอนเซอร์จ่ายเงินให้”

“แหม…ดีจังนะคะ ที่นี่แพงมากจริงๆ หรูหรา สะดวกสบาย บริการเลิศ เครื่องดื่มที่บริการก็หอมสมุนไพร ต้องขอดื่มหลายๆ แก้วเลยค่ะ ชอบมากค่ะสมุนไพรหอมๆ”

การชวนสนทนาชวนเป็นมิตร ต่างไม่มีเครื่องสำอางสักนิด หน้าสด และเห็นว่าอีกฝ่ายมีวัยสูงกว่าเล็กน้อย แต่เธอก็ดูสวยมาก ไหมแพรชอบมองใบหน้าอีกฝ่าย

“คุณสวยมากค่ะ” ไหมแพรชม

เธอคนนั้นหัวเราะเบาๆ

“จะสวยสู้คุณได้อย่างไรล่ะคะ รัศมีเจ้าสาวเปล่งประกาย ใครก็สู้ว่าที่เจ้าสาวไม่ได้หรอกค่ะ”

ไหมแพรตาโต

“คุณรู้”

“ใครไม่รู้ล่ะคะ ในนาทีนี้ ชื่อคุณไหมแพร ว่าที่เจ้าสาวคุณภีม ฉันอ่านเจอในหนังสือพิมพ์ค่ะ”

หล่อนไม่คิดว่าตัวเองเป็นคนดังได้นะ รู้ว่าตอนนี้สื่ออาจวิ่งหาหล่อนขอสัมภาษณ์ แต่ไหมแพรพยายามหลีกเลี่ยงและหลบเงียบๆ หล่อนแทบไม่แต่งหน้า ยังขี่มอเตอร์ไซค์และแต่งตัวง่ายๆ ไม่ให้เป็นที่สังเกต

หล่อนยังเป็นนักข่าวกะโปโล…ไหมแพรคนธรรมดา ไม่ใช่ว่าที่ภรรยาภีม ไม่ใช่สาวไฮโซที่ไหนเลย

“ยังมีคนจำฉันได้อีก” หล่อนพึมพำเบาๆ

“คุณหน้าเด็กมาก ไม่แต่งเติมอะไรก็สวยธรรมชาติ คุณภีมผ่านมาสองคนที่สวยฉูดฉาดอย่างคุณพรวิไลกับคุณจันทนี มาเจอคุณอาจจะชอบมาก”

ถ้าเธอคนนี้จะรู้จักคุณภีมก็ไม่แปลก ที่พูดใครๆ ก็รู้ว่าภีมเป็นใคร มีประวัติแต่งงานมากครั้งเพียงไร สังคมชอบข่าวแบบนี้ ซุบซิบนินทาต่อไป ไหมแพรต้องเตรียมรับข่าวรายวันอย่างแน่นอน

“คุณรู้จักอดีตภรรยาของคุณภีมหรือคะ คณวิกับคุณนี”

“ไม่รู้จักเลยค่ะ รู้ว่าคนหนึ่งเป็นดารา อีกคนเป็นเลขา แต่ไปกันไม่รอด คุณจะแต่งงานเป็นเมียล่าสุด คนปัจจุบัน ถือว่าโชคดีนะคะ”

ไหมแพรจำต้องฉีกยิ้ม กับคนแปลกหน้าคงพูดความจริงไม่ได้ อย่างไรก็ต้องรักษาหน้าให้ทั้งตัวเองและภีม

“ค่ะ…โชคดี”

“ผู้หญิงต่างอิจฉาคุณ รู้ไหมคะ”

“เอ้อ…หรือคะ” เริ่มอึดอัดแล้วที่ต้องพูดถึงเขา

“เป็นอะไรหรือคะ” เธอคนนั้นสังเกตเห็นท่าทางที่แปลกไป

“อือม เปล่าค่ะ…เปล่า”

“เป็นนักข่าวแต่ได้แต่งงานกับคุณภีม เหลือเชื่อเลยนะคะ อยู่ๆ คุณได้เป็นซินเดอเรลล่า จนฉันอยากสัมภาษณ์คุณจัง”

ไหมแพรเลิกคิ้ว

“คุณเป็นนักข่าวหรือคะ”

“ไม่ใช่ค่ะ เป็นประเภทสอดรู้สอดเห็นน่ะค่ะ” พูดถึงตัวเองแล้วหัวเราะกับตัวเอง

ไหมแพรได้แต่ยิ้มแห้งๆ เธอยังพูดต่อ

“เป็นผู้หญิงขี้อิจฉาด้วยค่ะ เอ้อ พูดเล่นค่ะ อือม..รู้สึกร้อนมากแล้ว ขอตัวออกไปก่อนนะคะ”

แล้วเธอคนนั้นก็ออกจากห้อง ไหมแพรมองตามอย่างงงๆ

 

ไหมแพรกลับมาบ้านเกือบเที่ยงคืน หลังจากไปเยี่ยมยายที่โรงพยาบาลและอยู่เป็นเพื่อนยายจนดึก

วิทยาเอาชุดมาอวด

“แกเห็นไหมแพร ชุดของฉัน ซื้อเพื่อไปงานแต่งงานของแกโดยเฉพาะเลยนะ”

ไหมแพรมองดูชุดสำเร็จรูปของพี่ชายแล้วพยักหน้า

“เห็นแล้ว”

“แกว่าแพงไหม เสื้อสูท กางเกง กับเสื้อขาว ทั้งชุดแค่ห้าพันเองนะ”

“สำหรับแพร มันยังแพงอยู่ล่ะ ผ้ากับการตัดยังไม่เรียบร้อยดี”

“อะไรวะ ซื้อในตลาดนัดที่ติดแอร์ เขาว่าเป็นแบรนด์ดังมาลดราคาเชียว จากราคาเป็นหมื่นๆเลยนะโว้ย”

“แบรนด์ปลอมจ้ะ พี่วิท ดูก็รู้”

“อ้าว อ้าว ฉันโดนหลอกหรือวะ”

“ไม่เป็นไรหรอกพี่ แต่งตัวแต่พอดี”

“ไมได้ว่ะ เพราะแกเป็นน้องสาวฉัน ฉันไม่อยากให้แกอับอายขายหน้า”

“แค่พี่วิทอยู่เฉยๆ ทำมาหากินปกติ ไม่ก่อเรื่อง ก็ไม่มีอะไรต้องอับอายขายหน้า”

“เออ เออ ฉันก็พยายามอยู่”

“ของซื้อมาแล้วก็ใส่ อย่าดิ้นรนไปซื้อใหม่ล่ะ ประหยัดหน่อย” หล่อนรีบบอกพี่ชาย กลัวว่าพี่ชายจะใช้เงินเปลือง “ตกแต่งร้านเสร็จไปถึงไหน แพรไม่มีเวลาแวะไปดูเลย”

“จะเสร็จแล้ว สั่งของเข้าร้านแล้วด้วย ใจร้อนอยากเปิดเร็วๆ อยากให้แกเห็นว่าคนอย่างฉันก็ทำมาหากินเป็น ให้คุณภีมเห็นว่าคนอย่างฉันเหมาะจะเป็นญาติกับเขา” กล่าวอย่างภาคภูมิใจ

หากคนฟังกลับอึดอัด การแต่งงานครั้งนี้ไม่ใช่การแต่งงานแบบยั่งยืนเลยสักนิด แต่งแบบชั่วคราวตามที่ยายเรียกร้อง คนอย่างไหมแพรจะอยู่กับนายภีมที่ร่ำรวยเจ้าอารมณ์ได้หรือ เขาเองก็ต้องรีบหย่าเช่นกัน

ยังไม่ทันพูดอะไรต่อ โทรศัพท์มือถือของไหมแพรดัง

“ดึกดื่นเที่ยงคืน ใครโทรมาวะ” วิทยาถามลอยๆ

เจ้าของโทรศัพท์มองก็รู้ว่าเป็นคมกริช หล่อนจึงกดรับและเดินออกไปที่ระเบียง

“คม…มีอะไร”

เสียงทางนั้นอ้อแอ้ตามเคย เมาอีกแล้ว

“แพร แพร อกมาพบผมหน่อยสิ”

“นี่มันกี่โมงแล้ว”

“ผมอยากพบแพร”

“ไม่ล่ะ ไม่ออก”

“แพร ผมจะไม่ไหวแล้ว”

“เราต้องเข้าใจปัญหานะคม ไม่เพิ่มปัญหาให้ตัวเองและคนอื่น”

“ผมอยากพบแพรจริงๆ จะไม่ไหวแล้ว จะทนไม่ได้แล้ว ออกมาเถอะ ผมอยู่ร้าน…ที่เดิมที่เราชอบ”

ไหมแพรกำมือแน่น พูดเสียงขึงขังหนักแน่น

“ไม่ ไม่ออกไปแน่…แพรต้องนอนแล้ว ดึกมากแล้ว”

“ใช่สิ ต้องนอนพักผ่อนมากๆ อีกไม่กี่วันจะเป็นเจ้าสาวคุณภีม จะเป็นเจ้าสาวของมหาเศรษฐีหนุ่มที่ทั้งหล่อและร่ำรวย กลัวโทรมสิ กลัวเขาจะไม่รักสิ กลัวเขาจะไม่มองเห็นตัวเองสวยสิ ใครไหนจะมามองคนรักเก่าที่จนและยังกินเงินเดือนคนรวยอย่างนายภีม”

“คมเมาและพูดไม่รู้เรื่อง”

“รู้สิ รู้ทุกอย่าง รู้ว่าแพรเปลี่ยนไป กลายเป็นคนอื่นที่ผมไม่รู้จัก”

“จะเปลี่ยนอย่างไรก็ตาม ตอนนี้เราเป็นแค่เพื่อน”

“แล้วไง แล้วออกมาพบเพื่อนไม่ได้หรือไง”

“แพรเหนื่อยจริงๆ ไม่ไหวแล้ว”

“เหนื่อยเพราะเตรียมเป็นเจ้าสาว วันๆก็ขัดสีฉวีวรรณ โอ๊ย ไม่ ไม่…ไม่ได้”

“แพรจะพูดอีกครั้ง คม…เรียกรถกลับบ้านซะ…อย่าพูดเพ้อเจ้อ แพรไม่อยากฟัง”

หล่อนตัดใจกดปิดเครื่อง ใจแข็งเพราะต้องจบ

ถ้ายังยืดเยื้อ ปัญหาต่างๆจะตามมาอีกแน่ จบต้องจบ เจ็บต้องเจ็บ

คมกริชพยายามกดโทรอีก…โทรออก…โทร…แต่ไร้ผล

และ…อีกคนที่เขาคิดถึงจะช่วยเขาได้ จะพาคนเมากลับบ้านได้คืออรฤดี หญิงสาวที่แอบรักเขา

โทรหาอรฤดี…และเป็นอย่างที่คิด หล่อนมาพาเขากลับบ้าน ในระยะนี้ กี่ครั้งแล้ว กี่คืนแล้วที่เป็นแบบนี้

อรฤดีมาส่งที่บ้าน และบัญชาก็เอาแต่โคลงศีรษะ เกรงใจอรฤดีมากที่เพื่อนสร้างแต่ปัญหา หล่อนเต็มใจนะ เต็มใจด้วยความปวดหัวใจ รู้ว่าแอบรักคนอื่น ทรมานแบบนี้ละ…



Don`t copy text!