เมียอันดับห้า บทที่ 49 : ขอคืน

เมียอันดับห้า บทที่ 49 : ขอคืน

โดย : โสภี พรรณราย

เมียอันดับห้า นวนิยายออนไลน์แนวชีวิตผสมโรแมนติกคอมเมดี้ใน อ่านเอา ของ โสภี พรรณราย เรื่องราวของ ‘ภีม’ หนุ่มสังคมรูปหล่อที่มีชีวิตรักแบบรักๆ เลิกๆ จนถึงขั้นเจ็ดปีเปลี่ยนเมียไปสี่คน กับ ‘ไหมแพร’ นักข่าวสายสังคมที่ไม่อาจจะปล่อยให้เรื่องแซ่บๆ นี้ผ่านไปได้ และตอนนี้เธอคือคนที่เขาสนใจ หรือเธอจะกลายเป็นเมียอันดับห้าของเขา!!

****************************

– 49 –

สนับสนุนอ่านเอาด้วยการสั่งซื้อหนังสือ “ในสวนอักษร” คลิกที่นี่

พรุ่งนี้แล้วสินะวันแต่งงาน

เจ้าบ่าวเจ้าสาวคงไม่มีคู่ไหนเป็นแบบภีมกับไหมแพร ซึ่งต่างไม่รู้สึกยินดี

ภีม…ถือว่าแต่งเพราะความกตัญญู ไม่เดือดร้อนนัก เพราะอย่างไรก็ต้องหย่าแน่นอน ถ้าสองคนไม่รักกันจะอยู่กันอย่างไร

ไหมแพร…ก็เช่นกัน แต่งเพราะกตัญญู ผลบุญขอให้ยายมีอายุยืนยาวตลอดไป…ขอเท่านี้

ภีมยังคงมาทำงานตามปกติ ทั้งที่ตอนเช้าบนโต๊ะอาหารทั้งย่าฉวีกับอรัญและอรฤดีให้หยุดงานเพื่อวันพรุ่งนี้ เขากลับหัวเราะให้เหตุผลว่า

“หยุดอยู่บ้านเฉยๆทำไมล่ะครับ เซ็งตายเลย ผมทำงานยังมีประโยชน์มากกว่า”

“พรุ่งนี้วันแต่งงานนะครับ” อรัญว่า

พี่ชายยักไหล่

“แค่พิธีการให้สังคมรับรู้ หลังจากแต่งงานมาสี่ครั้ง พี่ยังคิดเลยว่าจะไม่แต่งครั้งที่ห้าแล้ว รักชอบก็อยู่ด้วยกันเลย เป็นการแก้เคล็ด แต่ครั้งนี้งานเล็กๆ ไม่ยุ่งยากนักก็พอไหว” เผลอพูดออกไป ย่าฉวีมองเขม็ง

อรฤดีสะกิดภีมให้มองหน้าย่า

“พี่ภีม…ย่าฟังอยู่ค่ะ”

ภีมหันมาพูดกับผู้อาวุโสที่สุดในบ้าน และผู้เป็นซูสีไทเฮาที่สามารถชี้ขาดทุกอย่าง เพราะทุกคนเคารพและรักท่าน

“ผมเชื่อว่าคุณย่าเข้าใจเหตุผลครับ”

“แค่แกยอมทำตามใจย่า ย่าก็พอใจแล้ว ส่วนเรื่องอนาคตต้องดูเป็นวันๆไป ถ้าไม่มีเหตุผลการหย่าแบบที่ผ่านๆมา คงต้องคุยกันหน่อย”

“ผมทราบครับ และถ้าหย่าผมจะมีเหตุผลมาให้ย่ารับฟัง รับทราบอย่างละเอียดแน่นอนครับ”

“เราเป็นย่าหลานกัน ไม่ใช่บริษัท เราเป็นครอบครัวจึงคุยกันได้เสมอจ้ะ แล้วแม่วรรณว่าอย่างไร พรุ่งนี้ลูกชายจะแต่งงาน พร้อมหรือยัง”

การแต่งงานของภีมครั้งนี้ คุณวรรณยังไม่ค่อยเห็นด้วย ไหมแพรเป็นคนแบบไหนคงต้องขอเรียนรู้ก่อน

“พร้อมค่ะคุณแม่ แต่งหลายครั้งจนเลิกเห่อแล้วค่ะ”

“อ้าว คุณแม่ครับ” อรัญพูดยิ้มๆ “พูดอย่างนี้พี่ภีมอาจน้อยใจนะครับ”

“โอ๊ย ภีมไม่ใช่คนขี้น้อยใจเท่าแกหรอก แกสิ อรัญ ขี้น้อยใจที่สุด”

“อ้าว เลยมาเข้าตัวเองซะงั้น”

“ใช่ไหมล่ะ แม่มีลูกแค่สองคน แกขี้น้อยใจ ขี้อิจฉา ไม่ว่าพี่ชายแกมีอะไรตั้งแต่เด็กแล้ว แกต้องมีด้วย และต้องเยอะกว่า ดีกว่าด้วย จนพี่ภีมต้องยอมให้แกเสมอ ยอมจนเคยตัว”

อรัญหัวเราะ

“แต่มีเรื่องหนึ่งที่พี่ภีมไม่ยอมยกให้ผมแน่ๆคือเมีย” แล้วเริ่มหัวเราะแห้งๆ “ผมพูดเล่นครับพี่ภีม”

ภีมโคลงศีรษะและตบบ่าน้องชายเบาๆ ใครๆก็รู้ว่าเขารักน้องชายมากเพียงไร กับคนในครอบครัว เขาสามารถเอาชีวิตเข้าแลกได้โดยไม่ลังเล

ภีมลุกจากโต๊ะอาหาร จูบแก้มลูกสาวพูดเบาๆว่า

“พ่อไปทำงานก่อน”

ดูเหมือนเด็กหญิงกุลธิดาจะซึมๆลงเล็กน้อย เพราะพรุ่งนี้พอแต่งงาน ก็จะมีแม่ใหม่มาอยู่บ้าน เด็กหญิงจะถูกแย่งคนรักไปหรือเปล่า เด็กหวงแหนบิดา ที่ผ่านมาสามแม่ยังไม่เท่าไรเพราะยังเด็กมาก ปีนี้หกเจ็ดขวบแล้ว พอรู้อะไรเป็นอะไรแล้วด้วย

ภีมไปทำงานและรู้ว่าคมกริชไม่มาทำงาน ขอลาพักร้อนสามสี่วันด้วยเหตุผลใด ใครๆในบริษัทต่างรู้ดี

ช่วงนี้คมกริชเมาเกือบทุกคืน มาทำงาน…ประสิทธิภาพการทำงานลดลงแต่หัวหน้ายังนึกสงสารเห็นใจ เขามีเหตุผลในเรื่องส่วนตัว ทั้งที่ไม่น่าจะเอามารวมกัน แต่เขาได้รับความเห็นใจจากทั้งอุบลและอรฤดี

พอตอนบ่ายๆ ภีมตั้งใจไปทำธุระจึงออกมาก่อนและไปที่จอดรถ โดยมีคนขับรถนายปัน…เตรียมรอรับเจ้านาย แค่อีกไม่กี่ก้าวก็ถึงรถแต่มีร่างคนหนึ่งถลันออกมาดัก

“คุณภีม หยุด หยุดก่อน”

ภีมชะงักและขมวดคิ้วเมื่อเห็นว่าเป็นใคร

“คม”

มีกลิ่นเหล่าระเหย…โชย และคมกริชก็หน้าแดง ต้องใช้เหล้าช่วยเพื่อมาหาเจ้านาย

“หยุดฟังผมก่อน”

“ว่าไป มีอะไร วันนี้คุณพักร้อนนี่”

“ผมมาดักรอคุณ มาขอความกรุณาจากคุณ มาขอแพรคืนจากคุณ ขอผมเถอะ คืนแพรให้ผมเถอะ ถึงผมจะคบกับแพรในฐานะคนรักแค่สองปี แต่ผมก็รักแพรมาก ผมขอ…ขอ…”

ขอความเห็นใจ เห็นแก่ความรัก…

“คุณพูดไม่เบื่อ แต่ผมฟังแล้วเบื่อ…คม…พรุ่งนี้จะแต่งงานแล้ว คุณพูดมีประโยชน์อะไร คุณก็รู้ว่าเป็นไปไม่ได้เลย” ภีมกล่าวอย่างเซ็งๆ แค่เห็นเขาเมาก็ไม่พอใจแล้ว

“ผมต้องพูดก่อนไม่ทัน”

“ไม่ทัน”

“อาจจะทันถ้าคุณภีมพูดคำเดียว…ยกเลิก…”

“ครั้งนี้ไม่ใช่ผมตัดสินใจ ย่าเป็นคนจัดการ ส่วนแพรก็ยายเป็นคนจัดการ เราสองคนไม่ใช่คนมีสิทธิ์เลิกหรือแต่ง”

“คุณก็ขัดใจย่าได้นี่ครับ”

“แพรขัดใจยายได้ไหมล่ะ” ภีมย้อน

“แพรกตัญญูเกินไป เชื่อยายเกินไป แบบไม่คิดถึงอนาคตตัวเอง พวกคนแก่เห็นแก่ตัว”

“พอเถอะ ผมไม่อยากฟัง อย่าก้าวร้าวคนแก่ ก้าวร้าวย่ายายคนอื่น”

“ผมขอ…ขอ…”

“ไม่ได้ อย่าพูดในสิ่งเป็นไปไม่ได้ มันมาถึงวันนี้แล้ว คุณเมาด้วยไม่ดีเลย”

“คุณภีม ผมขาดแพรไม่ได้จริงๆ”

“ในโลกนี้ไม่มีใครขาดใครไม่ได้หรอก เชื่อเถอะ ผมก็เคยผ่านมาแล้ว เมื่อคนที่เรารักเดินจากไป สุดท้ายก็ทำใจได้”

ภีมนึกถึง ‘น้ำทิพย์’ รักแรกของเขาที่จริงจังจนมีลูก หล่อนยังเป็นฝ่ายขอไปอยู่เมืองนอก

เจ็บแล้วก็จบ…

‘อุษา’ จำต้องเลิกเพราะไม่สามารถทำหน้าที่ภรรยา…ต้องจบ

ส่วนอีกสองพรวิไลกับจันทนี ไม่เจ็บเมื่อเลิก เพราะเขาเป็นฝ่ายเสนอหย่าเอง ทั้งสองมีข้อผิดพลาดที่เขายากจะยอมรับและไม่อยากพูดถึงอีก เป็นอดีตไปแล้ว

“แต่ผมรัก…ผมรักแพรมากจริงๆ ขาดแพรไม่ได้”

“บางครั้งความรักไม่ใช่จุดจบอย่างมีความสุขเสมอไป ในฐานะที่เราทำงานด้วยกัน ผมจะไม่ให้ผู้หญิงมาทำให้เสียงาน ผมจะไม่ถือสาคุณ ถ้าคุณไม่ทำอะไรให้น่าเกลียดเกินไปหรือไม่สมควร”

“ก็คุณมาแย่งของผม ถือว่าคุณร่ำรวย แพรจำต้องแต่งงานเพราะยายเธอ”

“ยายเธอป่วย แพรกตัญญู ก็เรื่องของเธอ”

“คุณแย่งคนรักของผม”

“ไม่เคยคิดจะแย่ง ผมบังคับให้แพรเข้าพิธีแต่งไม่ได้นะ”

“คุณคนเดียวล้มเลิกงานแต่งได้”

“เสียใจ” ภีมเริ่มรำคาญอีกฝ่ายที่เมาและพูดเอาแต่ใจ และคมกริชควรรู้ว่าไม่มีประโยชน์เลย

“คุณภีม คืนแพรมา คืนมา” เริ่มโวยวายเอะอะ บริเวณนี้เป็นที่จอดรถเฉพาะระดับผู้บริหารจึงค่อนข้างโล่ง ยามคนหนึ่งวิ่งมาดูเหตุการณ์ ภีมโบกมือไว้ให้ผละไป ส่วนนายปันที่ยืนใกล้ที่สุดและมองดูเหตุการณ์ไม่น่าจะมีอะไร จ้องมองคนเมาคนเดียวที่เริ่มจะหลุด

“กลับไปซะ”

“ผมไม่ยอม”

“เรื่องนี้ช่วยไม่ได้”

“ต้องได้สิ ต้องได้ เพราะคุณมีเงิน มีอำนาจเงิน ใช่…ใช่ เงินซื้อได้ทุกอย่าง รวมทั้งซื้อแพร”

ภีมโคลงศีรษะ

“พูดแล้วคิดบ้าง เท่ากับดูถูกแพร”

“เงิน เพราะเงิน ลองนายคมคนนี้มีเงิน แพรจะไปไหนพ้น คุณภีม…ขอ…ขอ…แพร”

“กลับไปเลย” ภีมเสียงแข็ง

คมกริชกลับจับแขนจับมือภีมเขย่า

“ต้องคืนแพรให้ผม”

“เมาแล้วกลับไปนอน” พยายามจะสลัดให้หลุด คนเมาก็จับแน่นเหลือเกิน ภีมจำเป็นต้องใช้แขนสะบัดอย่างแรง ครั้งนี้อาจแรงไปจนคนเมาเซและเสียหลักล้มบนพื้น

ภีมไม่สนใจ ก้าวขึ้นรถและนายปันรู้หน้าที่ ก้าวขึ้นประจำที่คนขับ สตาร์ทรถ เคลื่อนออก ปล่อยคนเมาร้องลั่น

“มาก่อน กลับมา เอาแพรคืนมา”

คมกริชยังรักไหมแพร สำหรับผู้หญิงที่แอบหลงรักเขา หล่อนเจ็บปวดมาก

“คุณคม อรจะพาคุณกลับบ้าน” จะฉุดเขายืน เขากลับตะโกนว่า

“ไอ้คนเลว ไอ้คนเห็นแก่ตัว ถือว่าร่ำรวยจะทำร้ายใครก็ได้ แกไม่ได้รักแพรเลย แต่จะทำร้ายแพร”

อรฤดีตกใจ

“หยุดพูดเถอะ ถ้าพี่ภีมได้ยิน คุณอาจตกงานเลยนะ”

“บริษัทที่มีเจ้านายแบบมัน ไม่อยากทำงานด้วย ไม่ทำแล้วโว้ย”

“หยุดพูด หยุด”

อรฤดีเหนื่อยนะ เหนื่อยที่จะพาเขาขึ้นรถ พาไปส่ง…และนายประมวลก็วิ่งมาทัน ในจังหวะที่คมกริชนั่งอยู่ในรถแล้ว และลูกสาวกำลังจะขึ้นรถก็ต้องชะงักเพราะเสียงบิดา

“แกทำอะไร ยัยอร”

“พาคนเมาไปส่งบ้านค่ะ”

“แกไม่เคยฟังที่พ่อพูดหรือ กับคนแค่ตำแหน่งเลขาผู้ช่วยคุณอุบล กินเงินเดือนแค่นี้ แกจะทำอะไรของแก”

“เพื่อนช่วยเพื่อนค่ะ”

“เพื่อนในบริษัทเยอะแยะ ทำไมต้องเป็นแก”

“ตอนนี้อรว่างค่ะ”

“ให้คนอื่นไปส่ง”

แต่คนบนรถยังส่งเสียงตำหนิต่อว่าภีม

“ไอ้คนเลว แย่งคนรัก ใช้เงินซื้อผู้หญิง”

ประโยคพวกนี้ไม่ควรมีใครได้ยิน อรฤดีเกรงคมกริชจะเดือดร้อนเพราะเมา ขาดสติ อาจตกงานจึงยอมขัดใจบิดา พูดอย่างเร็วว่า

“ขออรไปส่งก่อนค่ะ ในฐานะเพื่อน…เพื่อนนะคะ” แล้วก้าวขึ้นรถขับออกไปทันที ไม่ยอมให้บิดาขัดขวาง

นายประมวลมองรถที่แล่นจากไปด้วยความรู้สึกผิดหวังในตัวลูกสาว เขาไม่มีทางยอมให้ลูกสาวคบกับคมกริช เป้าหมายของนายประมวลใหญ่กว่านั้น อยากให้คบกับภีมด้วยซ้ำ ถ้าไม่ได้…อรัญก็วิเศษ ให้ลูกสาวเป็นสะใภ้คุณวรรณ เพื่อให้ตำแหน่งมั่นคง การเงินมั่งคั่ง ถึงตายก็ตายตาหลับ

ตนเป็นญาติห่างๆคุณวรรณ หวังมาตลอดตั้งแต่อรฤดียังเด็ก ถ้าผ่านจากภีมหรือตกขบวนกับอรัญ ชีวิตของอรฤดีก็จะได้แต่งงานกับคนร่ำรวยเป็นเจ้าของกิจการ ซึ่งจะเป็นใครก็ได้ ต้องไม่ใช่คมกริช

 

ค่ำคืนที่ไหมแพรรู้สึกไม่ปกติ พรุ่งนี้จะแต่งงาน แต่หล่อนยังอยู่โรงพยาบาล ทั้งที่พรุ่งนี้มีนัดตีห้าแต่งหน้าทำผม

งานพิธีเช้าจะเริ่มสิบโมง พิธีเข้าหมั้น และช่วงเย็นมีงานฉลองที่โรงแรม

เวลานี้ควรกลับบ้านอาบน้ำและนอน แต่หล่อนยังอยู่โรงพยาบาล มีสินีเป็นเพื่อน

สินีลางานเพื่ออยู่เป็นเพื่อนไหมแพรตลอดทั้งคืนและอยู่จนพรุ่งนี้ ไม่ให้ไหมแพรโดดเดี่ยว

วิทยาไม่สามารถใกล้ชิดเท่าสินี สินียังล่วงรู้ความลับและความในใจของไหมแพรมากกว่าพี่ชายด้วยซ้ำ

“แพร…กลับบ้านนอนกันเถอะ พรุ่งนี้เราต้องตื่นตีสี่นะ ไปโรงแรมเตรียมตัว” สินีกล่าว

“พรุ่งนี้” คำว่าพรุ่งนี้ยังงงๆสำหรับว่าที่เจ้าสาว แล้วรู้สึกใจหายอย่างอธิบายไม่ถูก “แพร แพรเหมือนหายใจไม่ออก”

สินีบีบต้นแขนเพื่อนรัก

“สูดลมหายไว้ลึกๆเสมอจะดีขึ้น นี่ขนาดยังไม่เข้าพิธีนะ พรุ่งนี้แกไหวหรือเพื่อน…นีจะอยู่ข้างๆ จะเป็นกำลังใจให้ตลอดเวลา” แล้วคนพูดก็รู้สึกว่าก็แค่…พรุ่งนี้ ที่เป็นกำลังใจให้ข้างๆ ได้แค่พรุ่งนี้…แล้วตอนกลางคืนละ ตอนเจ้าสาวไปบ้านเจ้าบ่าวละ นั่นมีเพียงไหมแพรคนเดียว…ลำพังกับภีม ตอนนั้นไหมแพรต้องแก้ปัญหาเพียงลำพัง ต้องใช้กำลังใจของตัวเองเท่านั้น “แพร…แกเก่ง แกแกร่ง นีเชื่อจริงๆ แกจะต้องผ่านไปได้กับอนาคตของแก กับสิ่งที่แกทำเพื่อยาย ความกตัญญูจะช่วยให้แกเจริญรุ่งเรือง”

จากที่ทำหน้าเซ็งๆเศร้าๆ ไหมแพรยิ้มออก พลางกล่าว

“พูดอย่างกับคนแก่เลยนะแก”

“ทำให้แกหัวเราะได้ นียินดีจ้ะ”

“ยังดีมีแกคอยอยู่เป็นเพื่อน”

“แต่คืนพรุ่งนี้สิ…”

ไหมแพรใจเต้นแรง

“โอ๊ย ไม่อยากจะคิด…ไม่อยากคิด”

“แกต้องเป็นเมียคุณภีมนะ”

“ก็แค่ในนาม เขาไม่ได้รักแพร เราไม่มีอะไรกันหรอก”

“ห้องหอตามลำพังสองต่อสอง อุ๊ย…แค่คิดแทนแก ก็ขนลุกไปหมด แพร…คุณภีมหล่อจะตาย ถ้าไม่ติดประวัติเจ้าชู้มีหลายเมีย อยู่ในอ้อมแขนเขา…อุ๊ย…”

“บ้าสินี ช่วยพูดในแง่บวกหน่อย แพรเกลียดเขาจะตาย เขาดูถูกเราหาว่าเป็นขโมย หาว่าเราร่วมมือกัน จุดเริ่มต้นที่เลวร้ายมาก แพรไม่ยอม”

Don`t copy text!