เมียอันดับห้า บทที่ 6 : วัด

เมียอันดับห้า บทที่ 6 : วัด

โดย : โสภี พรรณราย

เมียอันดับห้า นวนิยายออนไลน์แนวชีวิตผสมโรแมนติกคอมเมดี้ใน อ่านเอา ของ โสภี พรรณราย เรื่องราวของ ‘ภีม’ หนุ่มสังคมรูปหล่อที่มีชีวิตรักแบบรักๆ เลิกๆ จนถึงขั้นเจ็ดปีเปลี่ยนเมียไปสี่คน กับ ‘ไหมแพร’ นักข่าวสายสังคมที่ไม่อาจจะปล่อยให้เรื่องแซ่บๆ นี้ผ่านไปได้ และตอนนี้เธอคือคนที่เขาสนใจ หรือเธอจะกลายเป็นเมียอันดับห้าของเขา!!

****************************

– 6 –

ไหมแพรได้ยินทั้งหมดแล้ว

หล่อนปวดศีรษะ ลางานครึ่งวัน คิดว่าจะกลับมานอนพักที่บ้าน แต่ได้ยินที่ยายคุยกับพี่วิทยา

หล่อนได้ยินพี่ชายเร่งรัดยาย

“ยาย…ช่วยพูดกับไอ้แพรมันด้วย ให้รีบขายรถเร็วๆ ต้องให้เร็วที่สุด พวกมันโหดมาก ให้เวลาฉันไม่นาน”

“ยายก็ช่วยแกเต็มที่ บางอย่างต้องใช้เวลา ไม่ใช่ขายง่ายๆ”

“โอ๊ย…ยายไม่รู้เรอะ รถขายง่ายจะตาย ขับเข้าไปในเต็นท์ ขายได้ทันที”

“แพรต้องใช้ทำงาน”

“มีรถมอ’ไซค์อีกคันไง”

“บางทีต้องขับออกต่างจังหวัด”

“รถทัวร์สิ รถแท็กซี่อะไรเยอะแยะ”

ไหมแพรฟังอยู่และถอนใจยาว

มันใช่หรือที่หญิงชราจะแก้ตัวออกตัวแทนหลานสาว เพราะสรุปแล้วใจยายก็ตั้งใจจะให้หลานสาวขายรถอยู่แล้ว

แล้วมันเป็นหน้ที่ของไหมแพรหรือ ที่ต้องลงทุนขายรถเพื่อพี่ชายขนาดนี้

ไม่อยากเข้าบ้านอีกแล้ว จึงเดินกลับออกมาทั้งที่ปวดศีรษะ ไม่ใช้รถแล้ววันนี้ จึงเดินออกจากหมู่บ้าน จะว่าไกลก็ไม่ไกล จะว่าไม่ไกลก็ไกลพอสมควร แต่ค่อยๆ เดิน ลัดเลาะเลียบไปตามทางจนมาถึงป้ารถเมล์ กระโดดขึ้นรถปรับอากาศคันหนึ่ง

คิดไปตลอดทาง…และลงจากรถเมื่อถึงวัดแห่งหนึ่ง

วัด…แถบชานเมือง แห่งเดียวที่จะทำให้จิตใจสงบได้คือเข้าวัดนี่แหละ

บริเวณกว้างขวาง พลันสงบเมื่อย่างก้าวเข้ามา ต้นไม้ใหญ่เรียงรายอยู่รอบ หล่อนก้าวเข้าไปในโบสถ์และหามุมสงบนั่งหลับตานิ่ง…เพ่งลมหายใจตัวเอง

รับรู้จากเสียงภายนอกบ้าง แต่ตั้งใจจะไม่ลืมตา ต้องการหลับตาสมาธิให้นานที่สุด อย่างต่ำๆ ต้องเกินสิบห้านาที

ได้ยินเสียงคนเดินเข้ามา…กับเสียงหญิงชรา

“เออ…ดี…ดี…”

“คุณย่าเดินระวังครับ พื้นอาจจะลื่น” เสียงบุรุษทุ้มๆ

“จ้ะ…ระวังอยู่แล้ว คนแก่อายุแปดสิบแล้ว ขืนล้มคงไม่ต้องลุกกันพอดี”

คนพูดพยายามจะนั่งลงกับพื้นเพื่อกราบพระ

“ถ้าคุณย่าไม่ไหวก็ยืนนะครับ”

“ยังพอได้ ลงมาคุกเข่ากราบพระประธานด้วยกันสิ อรัญ”

“ครับย่า”

“พาย่ามาวัด ขอให้เจริญๆ นะ”

“ผมรับใช้คุณย่ากับคุณแม่เสมอครับ”

“เออ…แล้วแม่แกล่ะ?”

“คุณแม่แยกไปทำบุญที่ศาลาด้านโน้นครับ ไม่อยากให้คุณย่าเดินไกล”

“อ๋อ…ดีนะ แม่แกก็ชอบทำบุญ วัดนี้ย่าก็ไม่ได้มานานแล้ว สองสามปีได้แล้วล่ะ ย่าอยากอยู่นานหน่อย เข้าวัดเข้าวา จิตใจจะได้สงบ”

“ครับ”

“แต่ดูหน้าแกสิ ใช่ว่าอยากมากับย่า”

“โธ่…คุณย่าครับ ผมมันคนว่างงาน บริการคนแก่ได้ครับ”

“พี่ชายแกก็บ้างาน”

“เห็นใจพี่ภีมเถอะครับ รายนั้นต้องคุมกิจการในเครือทั้งหมดนี่ครับ”

“คนเราต้องรู้จักแยกบ้าง”

“คุณย่าพูดเหมือนพี่ภีมแยกไม่เป็น”

เสียงผู้สูงวัยถอนหายใจยาว

“เก่งเรื่องงาน แต่ไม่เก่งเรื่องความรัก”

เสียงฝ่ายคนหนุ่มหัวเราะ

“อย่างพี่ภีมถ้าไม่เก่งเรื่องรัก ก็ไม่รู้จะยกให้ใครเก่งแล้วครับ”

ผู้สูงวัยโบกมือ

“ย่าปวดหัวกับเรื่องผู้หญิงของพี่ชายแก ไม่พูดดีกว่า แกไปดูแม่แกเถอะ อยู่ไหนแล้ว”

“แล้วย่าล่ะครับ?”

“ย่าก็จะรอแถวนี้ล่ะ ไม่ไปไหนหรอก แข้งขาไม่ค่อยมีแรง”

“ผมห่วงคุณย่า”

“ไปดูแม่แกดีกว่า”

“งั้นคุณย่าอย่าไปไหนนะครับ ผมจะไปพาคุณแม่มา”

ตลอดเวลาไหมแพรได้ยินเสียงสองยายหลานคุยกัน และมีเสียงฝ่ายชายเดินลงจากโบสถ์ เสียงฝ่ายชายดูสดใส น่าจะยังหนุ่มมาก ฝ่ายหญิงชราก็เสียงนุ่มดูเมตตาไม่น้อย

หญิงสาวไม่มีสมาธิแต่ยังคงหลับตานิ่ง

แล้วได้ยินเสียงหญิงชราเดินห่างออกไป คงจะลงจากโบสถ์ ในโบสถ์คงเหลือหล่อนคนเดียว

แล้วกลับได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือ เสียงคนตกบันไดระหว่างที่ลงจากโบสถ์

“โอ๊ย…ช่วยด้วย”

ไหมแพรลืมตาทันที รีบออกมาที่ประตูและเห็นหญิงชราล้มอยู่บันไดโบสถ์ชั้นล่างสุด

บันได…มีหลายชั้น ตกมาจากชั้นไหก็ไม่รู้ แต่ไหมแพรทั้งที่ยังเจ็บปวดเพราะถูกรถชนหล่อนก็กระโจนลงมาอย่างชนิดลืมความเจ็บบาดแผลของตัวเอง รีบประคองหญิงชรา

“เป็นอะไรหรือเปล่าคะ?”

หญิงชราก็คือคุณย่าฉวี…ย่าของภีม…ท่านแต่งกายด้วยผ้าไหมราคาแพง ทั้งเสื้อและผ้าถุงไหมไทยที่ทอลายงดงาม

“ลงบันไดโบสถ์ อยู่ๆ ขาก็หมดแรงเสียเฉยๆ คนแก่ไม่มีอะไรดีเลย”

“นั่งพักก่อนนะคะ” หล่อนประคองหญิงชราจากพื้นให้นั่งบนขั้นบันได บริเวณนี้มีแต่หล่อนกับท่าน ที่หญิงสาวชอบมาวัดนี้ก็เพราะความเงียบสงบและปราศจากผู้คนนี่แหละ

“ขอบใจจ้ะ…หนู”

ตอนล้มไม้เท้ากระเด็นไปอีกทาง ไหมแพรหยิบไม้เท้ามาวางข้างๆ ท่าน

“เป็นอะไรหรือเปล่าคะ?”

ต่างคนต่างได้เห็นหน้ากันเต็มตาก็ตอนนี้ ไหมแพรรู้สึกคุ้นๆ นะ เคยเห็นหญิงชราที่ไหน ครู่เดียวก็นึกออกว่า…ท่านคือคุณฉวี…แห่งตระกูลสุททินพงษ์ ท่านไม่ค่อยออกงานมากนัก ค่อนข้างเก็บตัวด้วยซ้ำ

โลกกลมจริงๆ…หล่อนถูกรถของภีมชน และตอนนี้ก็มาวัดเจอกับย่าของเขา

หญิงชรามองไหมแพร สภาพของหญิงสาวยังมีผ้าพันแผลทั้งมือและขา ใบหน้าก็อิดโรยอ่อนแรง

“นี่…หนูเองก็ได้รับบาดเจ็บเรอะ?”

ก็ฝีมือคนขับรถหลานชายท่านแน่ะล่ะ แต่หล่อนไม่บอก

“เกิดอุบัติเหตุรถชนนิดหน่อยค่ะ”

“ดูไม่นิดล่ะนะ”

“ไม่เป็นไรค่ะ ท่านสิคะ ตกบันไดลงมา น่าจะไปโรงพยาบาลนะคะ”

“รอสะใภ้กับหลานชายฉันก่อน แต่ฉันคงไม่เป็นไรมากหรอก แค่ปวดๆ หน่อย ขอบใจหนูมากนะ คนแก่เห็นสาวๆ เข้าวัดแล้วรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก เห็นตั้งแต่อยู่บนโบสถ์แล้ว”

“มาหาความสงบค่ะ” แล้วมองหาญาติของท่าน “ให้แพรไปตามญาติของท่านไหมคะ”

“ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวพวกเขาก็มา” ถอนใจยาว “ขาไม่ค่อยมีแรง แต่ไม่คิดว่าอยู่ๆ ก็อ่อนแรงเฉยเลย นานๆ จะเป็นทีแน่ะ ฉันก็คอยระวังตัวอยู่นะ นี่มาเป็นตอนลงบันได จับราวไม่ทัน หนูชื่อแพรเรอะ?”

“ไหมแพรค่ะ ชื่อเล่นแพรค่ะ”

“เออ…หน้าตาสะสวยจัง ชอบนะไม่ต้องแต่งหน้าจัด แบบธรรมชาติดีที่สุด” อยู่ๆ ท่านก็ถูกชะตากับหญิงสาวคนนี้ “ลูกเต้าเหล่าใครกัน ทำงานที่ไหนจ๊ะ” ท่านถาม

แต่ยังไม่ทันตอบ คุณวรรณกับอรัญก็มาถึง

“คุณย่าครับ…เป็นอะไรครับ?” ชายหนุ่มถามอย่างแปลกใจ ที่เห็นย่าอยู่กับหญิงแปลกหน้า

“อ๋อ…อรัญ…ย่าตกบันไดแน่ะ ได้หนูแพรช่วยประคองย่า”

“ขอบคุณมากนะครับ” อรัญกล่าว

อรัญ…น้องชายของภีม…ที่กลับจากนอก เขาอยู่เมืองนอกมากกว่าเมืองไทย รู้กันอยู่ว่าทายาทสุททินพงษ์กรุ๊ปมีสองคน คือ ภีม กับ อรัญ

“ขอบใจหนูนะจ๊ะ” คุณวรรณก็เอ่ยปากอีกคน

ไหมแพรยิ้มรับ

“แพรขอตัวนะคะ” เมื่อญาติของท่านมาแล้วก็หมดหน้าที่ของหล่อน ปล่อยให้ดูแลกันเอง

เมื่อเดินผละออกมาก็ได้ยินทั้งสะใภ้ท่านและหลานชายท่านสอบถามอาการอย่างเป็นห่วง

ดูภายนอกทั้งสามน่ารักมาก…แต่ทำไม…เฉพาะภีม…ต้องเป็นตัวปัญหา หล่อนถูกชะตากับทุกคนยกเว้นภีมคนเดียว!

ออกจากวัดจิตใจสบายขึ้นแล้ว ไหมแพรจึงโทรศัพท์หาคมกริช

คมกริชทำงานอยู่ที่บริษัท รับโทรศัพท์ก็เห็นชื่อคนรัก

“ว่าไง…แพร?”

“แพรอยากเจอคม”

เสียงทางนั้นหัวเราะ

“ทำไมเสียงอ้อนจัง”

“เจ็บตัวและกลุ้มใจ…อยากอ้อนหน่อย”

“เป็นอะไร?”

“มาเจอตัวค่อยคุยนะ”

“ได้…ได้…แพรอยู่ที่ไหน เสร็จงานพอดีจะไปหา”

“ร้านกาแฟที่เดิม”

“โอเค…รอที่นั่นล่ะ”

คมกริชจึงเก็บงาน ด้วยหน้าที่ที่เป็นผู้ช่วยภีม เขามีงานค่อนข้างเยอะและแผนกนี้ก็ขึ้นตรงกับภีม มีเลขาภีมอีกคนที่ชื่ออุบล ก็งานมากเช่นกัน จนต้องมีอรฤดีมาช่วยงานอีกคน

อรฤดีเพิ่งเรียนจบมหาวิทยาลัย ก็ใช้เส้นมาทำงานทันที มาเรียนรู้งานในแผนกเลขา เพราะบิดาของอรฤดีอยากให้ลูกสาวได้เป็นเลขาของภีมในอนาคต

บิดาของอรฤดีคือ ประมวล

ประมวลเป็นลูกพี่ลูกน้องห่างๆ ของคุณวรรณ ถือเป็นญาติฝ่ายแม่ ประมวลเป็นพ่อม่ายและมีลูกสาวคนเดียว ตัวประมวลเองก็ทำงานที่บริษัทด้วย เขาจะถือว่าเป็นน้องชายของคุณวรรณ คนในบริษัทจึงเกรงใจ และเกรงกลัวเพราะประมวลจะคอยรายงานความเป็นไปในบริษัทให้คุณวรรณรับทราบเสมอ

อรฤดีเป็นหลานสาวห่างๆ คุณวรรณ เพราะคุณวรรมีแต่ลูกชาย ภีมกับอรัญ ความที่ไม่มีลูกสาว พอมีหลานสาวช่างประจบก็ชื่นชอบเป็นพิเศษ

อีกทั้งประมวลจะคอยสั่งสอนให้ลูกสาวเอาใจป้าวรรณ และเอาใจภีมมากๆ ความหวังสูงสุดคืออยากให้ลูกสาวกับตนเองสบายในอนาคต

เห็นคมกริชรีบร้อนเก็บงาน อรฤดีแซว

“แฟนโทรมาใช่มั้ยคะ รีบใหญ่เลย”

ชายหนุ่มอมยิ้ม

“ใช่ครับ”

“อิจฉาจังเลยค่ะ”

“อ้าว! ทำไมล่ะครับ?”

“ก้อคุณคมหน้าตาดี การงานก็ดี ใครได้เป็นแฟนโชคดีจัง”

ชายหนุ่มหัวเราะ เขาจะพอใจกับคำชื่นชมเสมอ

“ใครเป็นแฟนคุณอรก็โชคดีเหมือนกันครับ”

“โอ๊ย…อรเป็นเด็กฝึกงานนะคะ เพิ่งทำงานเองไม่กี่เดือน”

“แต่คุณอรเป็นลูกสาวคุณประมวล เป็นหลานรักของคุณวรรณด้วยครับ”

อรฤดีเบ้ปาก

“ก็แค่ญาติห่างๆ ค่ะ อรโชคดีที่ป้าวรรณเมตตาอรแค่นั้น”

“เด็กเส้นใหญ่ครับ ผมต้องฝากเนื้อฝากตัวด้วย”

“คุณคมก็พูดเล่นได้ อร…หลานห่างมากๆ มากๆ เลยค่ะ”

“อะไรก็ไม่สำคัญเท่าคุณวรรณรักคุณอร”

“ป้าวรรณอยากมีลูกสาวแน่ะค่ะ พี่ภีมกับพี่อรัญเป็นผู้ชาย ป้าวรรณบ่นกับอรเสมอ…อยากมีลูกสาว”

“มีลูกสาวน่ารักอย่างคุณอร ท่านสมใจแล้วครับ”

อรฤดีตาโต หัวใจเต้นแรง

“อรน่ารักจริงๆ หรือคะ?”

หล่อนถามอย่างดีใจ แววตาที่มองคมกริชฉายแววอะไรบางอย่างที่หล่อนเองก็พยายามจะระงับ

อรฤดีแอบชื่นชอบคมกริช

สาวน้อยเพิ่งเรียนจบ และมาฝึกงานกับคมกริช รุ่นพี่ที่รูปหล่อและน้ำเสียงนุ่มนวล ทำให้หล่อนหัวใจหวั่นไหว

ยังไม่เคยมีความรัก…

ความใกล้ชิดหรือ…ที่ทำให้รู้สึกรัก…เริ่มจากชื่นชอบ…และเห็นเขาทุกอิริยาบถยามทำงาน

เขาทำงานเก่ง กระตือรือร้น ใครๆ ก็ชื่นชม

แต่…คมกริชมีคนรัก…

ทว่า…หล่อนก็ยังแอบชื่นชม และแอบอิจฉา

ความรู้สึก…เกิดขึ้นแล้ว พยายามจะไม่คิด แต่ยิ่งห้ามหัวใจตัวเอง กลับยิ่งชอบ…ยิ่งทรมาน

ได้เห็นหน้าทุกวัน ได้ทำงานใกล้ชิดก็ดีแล้ว

“ผมไปล่ะ” เขาโบกมือให้หญิงสาว

หล่อนยิ้มแห้งๆ

“เที่ยวให้สนุกนะคะ” ปากอวยพรเขากับคนรัก แต่ใจกลับต่อต้าน และแอบเบ้ปากเมื่อเขาเดินออกจากห้องทำงาน

อิจฉาไหมแพรจัง…พยายามอย่าคิด พยายามจะห้ามหัวใจ ต้องทำให้ได้สินะ…อรฤดีบอกกับตัวเอง

Don`t copy text!