เมียอันดับห้า บทที่ 60 : ศึกชิงใคร?

เมียอันดับห้า บทที่ 60 : ศึกชิงใคร?

โดย : โสภี พรรณราย

เมียอันดับห้า นวนิยายออนไลน์แนวชีวิตผสมโรแมนติกคอมเมดี้ใน อ่านเอา ของ โสภี พรรณราย เรื่องราวของ ‘ภีม’ หนุ่มสังคมรูปหล่อที่มีชีวิตรักแบบรักๆ เลิกๆ จนถึงขั้นเจ็ดปีเปลี่ยนเมียไปสี่คน กับ ‘ไหมแพร’ นักข่าวสายสังคมที่ไม่อาจจะปล่อยให้เรื่องแซ่บๆ นี้ผ่านไปได้ และตอนนี้เธอคือคนที่เขาสนใจ หรือเธอจะกลายเป็นเมียอันดับห้าของเขา!!

****************************

– 60 –

ไหมแพรมองหน้าน้ำทิพย์อย่างสงสัย

กับคำพูดแปลกๆ มีนัยอะไรแฝงอยู่ ที่พอเดาได้ว่าน้ำทิพย์มีเจตนาอื่นแน่นอน เธอกลับมาครั้งนี้บอกว่าจะมารับลูกไปอยู่ด้วย แต่…ไม่ใช่เลยนะ…ไม่น่าจะชิงลูกกับภีม ถ้าเดาไม่ผิด…หล่อนคนนี้จะกลับมาชิงตำแหน่งเมียเอกคืนต่างหาก !

และอะไรล่ะที่ทำให้ไหมแพรตอบโต้ไป

“ตอนนี้อยู่ที่คนที่ห้าค่ะ อยู่กับปัจจุบันนะคะ จะหกเจ็ดแปดอย่างไรฉันไม่รับรู้หรอก ถ้ามีการหย่า ตอนนี้ฉันเป็นภรรยาคุณภีม ครอบครัวเราจะอบอุ่นแน่ค่ะ ฉันเป็นแม่เลี้ยงที่มีเหตุผลและเลี้ยงเด็กแบบติดดิน”

น้ำทิพย์เลิกคิ้ว

“ใช่สิ แบบฉบับชาวบ้านธรรมดาๆ อาจไม่เหมาะกับลูกผึ้ง เพราะลูกผึ้งต้องได้รับทุกอย่างพิเศษ เห็นเหลนคนเดียวของย่าฉวี และไม่มีเมียคนไหนมีลูกกับคุณภีมได้เลยนะ”

“เด็ก…เลี้ยงแบบติดดินบ้างก็ดีนะคะ อย่าให้สูงส่งหรือวิเศษเกินไป เด็กจะยืนหยัดในสังคมไม่ได้ และจะปรับตัวอยู่กับเพื่อนๆ ไม่ได้ เด็กเป็นคนค่ะ ไม่ใช่เทวดา”

“ยิ่งพูด ยิ่งรู้ว่าถ้าผึ้งใกล้ชิดกับคุณ จะเป็นแบบคุณ พื้นๆ ธรรมดาๆ หรืออาจจะ…ล่างๆ”

ไหมแพรกำมือสั่นระริก วันนี้น้ำทิพย์เปลี่ยนไปมากจากที่พบวันแรก ดูเหมือนน้ำทิพย์จะประกาศตัวเป็นศัตรูอย่างเปิดเผยกับหล่อนแล้ว…เพราะ…ภีม

เพราะจะแย่งภีมคืน

เมียคนสุดท้ายคือศัตรู น้ำทิพย์จะกลับมายึดตำแหน่ง หาใช่กลับมาขอลูกคืน ซึ่งเป็นข้ออ้าง

“ฉันเป็นคนธรรมดาค่ะ ไมใช่ไฮโซที่ไหนเลย ถ้าฉันยังอยู่ในตำแหน่งเมียคุณภีม ยังเป็นแม่เลี้ยงของหนูผึ้ง ฉันก็จะเลี้ยงตามแบบฉบับของฉัน แบบติดดิน แบบล่างๆ ติดดินค่ะ”

“ไม่ใช่ลูกผึ้ง”

“ล่างๆ ดินๆ จะต่ำอะไรคะ ล่างก็คือใต้เท้าให้เราก้าวย่างอย่างมั่นคง ดินก็ปลูกพืชผลให้เราบริโภค จะสูงส่งขนาดไหน ก็ต้องเดิน ต้องกิน ต้องใช้ชีวิตเป็นปกติแบบที่ควรจะเป็น”

“ผึ้งเป็นคุณหนูบอบบาง”

“ไม่ค่ะ…ฉันยอมรับเคยทำหนูผึ้งล้มหลายครั้ง แต่ล้มแล้วลุกขึ้นได้”

“ใครๆ ก็เอาใจผึ้งทั้งนั้น แต่คุณ…”

“ฉันมีรูปแบบของฉันค่ะ และฉันเอาใจใครไม่เป็น แต่ฉันมีความจริงใจให้ ดีกว่าอย่างอื่น”

“คุณหวังผลอะไรแน่”

“เปล่าค่ะ ฉันแต่งงานเพราะผู้ใหญ่จัดการ”

“แต่คุณก็ได้ไปเยอะ”

“เรื่องเงินผู้ใหญ่จัดการ”

“อ๋อ อ้างแต่ผู้ใหญ่ เพื่อจะอ้างว่าไม่หวังประโยชน์ การเจรจาผลประโยชน์เนื่องจากผู้ใหญ่ทั้งนั้น”

“เรื่องจริงไงล่ะ ฉันไม่ร้องขอ”

“ยายคุณเป็นคนร้องขอ” แล้วหัวเราะเบาๆ “แบบขอทาน ขอแบบตรงๆ เลย”

ไหมแพรกลืนน้ำลายยากเย็น

“เท่าที่รู้ ยายกับคุณย่าฉวี ท่านมีอะไรติดต้างกันมาก่อน ท่านจึงคืนให้ด้วยความเต็มใจ”

“ติดค้างบ้าบอ แก่ๆ กันขนาดนี้แล้ว”

“เพราะแก่ไงคะ ถึงต้องเคลียร์ก่อนจะไม่ได้เคลียร์ ผู้ใหญ่ต้องการความสบายใจทั้งสองฝ่าย”

“แต่ดูแล้วคุณได้เปรียบ”

“ฉันไม่เคยอยากแต่ง ได้เปรียบเรื่องเงินถือเป็นสินสอด แต่อย่างไรฉันก็ไม่เคยอยากแต่ง”

“งั้นก็หย่าเสียเลย พ่อแม่ลูกจะได้อยู่ด้วยกัน”

“ที่จริงคุณคิดจะกลับมาอยู่กับคุณภีม ทั้งที่ตอนแรกคุณเป็นฝ่ายทิ้งพวกเขาไป”

น้ำทิพย์เชิดหน้าปฏิเสธว่า

“เปล่า ฉันกลับมาทวงลูก”

“แต่คุณไม่ตั้งใจทวงลูก เป็นแค่ข้ออ้าง ลึกๆ ของคุณยังต้องการคุณภีมกลับมาเป็นครอบครัวกับคุณ ตอนนี้คุณทนได้แล้วหรือคะ ที่จะอยู่กับครอบครัวใหญ่”

น้ำทิพย์ชะงัก…ทนได้แล้ว เหงามาหลายปี ถึงจะแต่งงานใหม่ที่เมืองนอก แต่เมื่อสามีเสียชีวิต หล่อนก็รู้ว่าไม่เคยมีความสุข จึงกลับมาเพื่อแสวงหาความสุขจริงๆ

และมีอีกคนที่ชะงัก…ภีม

เขาขับรถตามมาโรงเรียน และได้ยินทุกถ้อยคำระหว่างอดีตภรรยากับไหมแพร

ภีมไม่ปรากฏตัว หันหลังและเดินออกจากที่นั่น…

 

คุณวรรณนั่งจิบกาแฟพักผ่อนอยู่ที่ริมสระน้ำ และประมวลเดินมาหาญาติห่างๆ ที่มีศักดิ์เป็นผู้พี่

“พี่วรรณครับ เมื่อวานผมออกไปพบลูกค้า ร้านปลาสลิดบางบ่อมาขาย ผมซื้อมาสองกิโลเพราะรู้ว่าพี่วรรณชอบ”

“ขอบใจมาก เธอนึกถึงพี่เสมอเลยนะ”

“ผมกับลูกอรได้อาศัยใบบุญของพี่อยู่สุขสบาย”

“อรน่ารัก อรเหมือนลูกสาวพี่เลย มีแต่ลูกชายสองคน ไม่รู้จักเอาใจแม่เท่าอรคนเดียว”

“ลูกชายสองคนพี่วรรณห่วงใครมากกว่ากัน”

“แหม ถามได้ ก็ต้องอรัญสิ น่าห่วงมาก ภีมติดลมไปแล้ว อรัญยังลูกผีลูกคน ไม่รู้เมื่อไหร่จะเอาการเอางาน”

“ผมก็ห่วงอรัญครับ ห่วงมากด้วยสิ ยิ่งตอนนี้ยิ่งน่าห่วงครับ”

“เป็นไงหรือ บริษัทมีปัญหาหรือ”

“บริษัทก็เรื่องหนึ่งครับ ภีมให้น้องชายไปช่วย อรัญยังไม่เก่งครับ แต่เรื่องทางบ้าน พี่วรรณไม่รู้สึกอะไรเลยหรือครับ อรัญทำอะไรเกินหน้าเกินตากับพี่สะใภ้ เรื่องซื้อรถให้ใช้”

คุณวรรณกลืนน้ำลายยากเย็น

“ก็…ก็…รู้สึกบ้าง”

“ต้องมากด้วยสิครับ แปลกมากๆ สามียังไม่ซื้อรถให้เมียเลย น้องชายกลับซื้อให้พี่สะใภ้ อรัญคิดอะไรของเขา”

“อือม…ถูก…เธอพูดถูก คงไม่…ไม่…”

“สายตาที่อรัญมองไหมแพรก็ดูแปลกเหมือนกันนะครับ ผมฟันธงเลย อรัญแอบชอบพี่สะใภ้อยู่ละครับ”

คุณวรรณโบกมือเป็นพัลวัน

“เหลวไหล…ไม่หรอก ต้องไม่ แค่ผู้หญิงธรรมดาๆ คนหนึ่ง ภีมก็มีเมียมาแล้วตั้งสี่คน”

ประมวลหัวเราะแปร่งๆ

“แต่คนนี้ดูแตกต่างจากคนอื่นครับ หัวแข็งเหมือนเมียคนแรก เป็นตัวของตัวเอง กล้าจะเถียง กล้าจะทำอะไรตามใจตัวเอง คนแบบนี้จะเอาคุณภีมอยู่หมัด และคุณอรัญก็แอบสนใจด้วย”

“โอ๊ย…ไม่…ต้องไม่ อรัญเป็นลูกรักที่สุดของพี่”

ยอมรับว่ารักลูกไม่เท่ากัน คนเราต้องมีบ้างละ ก็อรัญเป็นลูกคนเล็กนี่นา เลี้ยงมากับมือ ผิดกับภีม ตอนมีลูกคนแรกให้พยาบาลเลี้ยง และตอนนั้นตนไม่สบาย ไม่เคยให้นมภีม ส่วนอรัญได้กินนมของตนเอง ได้เลี้ยงใกล้ชิดกว่า จึงรู้สึกผูกพันมากกว่า

“มันจะไม่ดีครับ ถ้าลูกรักของพี่วรรณจะแอบหลงรักพี่สะใภ้เสียอย่างงั้น”

“ตายแล้ว…แกอย่าพูดให้พี่ใจเสียสิ”

“บางอย่างบางเรื่องต้องรีบเคลียร์ครับ ตัดไฟแต่ต้นลมครับ” และเหลือบไปเห็นอรัญที่กำลังเดินมาพอดี “มาแล้วครับ ดีเลยครับ พี่วรรณถามเลย”

อรัญเดินมาถึงก็ถาม

“คุยอะไรกันครับ มองผมใหญ่เลย ผมมีอะไรแปลกหรือครับ”

“มา..ลูก ดื่มอะไรดี ชาหรือกาแฟ มีทั้งสองอย่าง”

“ไม่ละครับ ผมจะไปหาเพื่อน เครียดครับ”

“อ้าว ทำไมล่ะ”

“งานเมื่อวานสิครับ พี่ภีมให้ไปคุมงานก่อสร้างคอนโดใหม่ พอผมไปถึงก็เจอพวกอู้งาน ด่าพวกมันไปชุดใหญ่ หัวหน้ามันออกมารับหน้าแทน ผมเลยด่ามัน มันทำท่าไม่พอใจ ไอ้พวกนี้มันกินเงินเดือนเรา ยังทำท่าโกรธอีก คอยดูสิ ถ้าเจออีกครั้ง ผมไล่ออก”

“คุณอรัญมีอะไร แจ้งผู้จัดการเลยครับ ให้ผู้จัดการจัดการเอง”

“โอ๊ย…ชักช้า เสียเวลา มันต้องใช้วิธีแอบไปจับผิด แล้วไล่ออก”

แต่ตอนนี้คุณวรรณไม่ได้สนใจเรื่องงานของลูกชาย กำลังรู้สึกร้อนใจเรื่องอรัญจะสนใจพี่สะใภ้เป็นพิเศษหรือเปล่า จากคำพูดของประมวล

“เรื่องงานไปคุยที่บริษัท อรัญมา…แม่อยากถามแกหน่อย เรื่องรถคันใหม่ของแพร แกคิดอย่างไรไปซื้อรถให้แพร…หา…”

“อ๋อ ไม่มีอะไรครับ เห็นคุณแพรขี่มอเตอร์ไซค์ทุกวันแล้วขัดใจครับ”

“รถบ้านเราเยอะแยะ”

“เธอไม่กล้าเอาไปใช้นี่ครับ ซื้อคันใหม่ให้เธอเสียเลย”

“แกจะข้ามหน้าข้ามตาพี่ชายแกนะ”

“โอ๊ย…พี่ภีมเหรอ ไม่ค่อยสนใจคุณแพรหรอก”

“แต่เรื่องซื้อรถเป็นหน้าที่ของพี่ชายแก”

“ผมเป็นน้อง ช่วยได้ก็ช่วย พี่ภีมกระด้างจะตาย ไม่ละเอียดอ่อนหรอกครับ สะใภ้บ้านเราไม่มีรถขับ มันยังไงอยู่นะ”

“อย่างไรก็ไมใช่หน้าที่ของน้อง”

“คุณแม่ให้เราช่วยๆ ดัน ผมกำลังแบ่งเบาภาระพี่ภีมอยู่นะครับ ทุกเรื่อง”

“แต่เรื่องแพร ไม่ต้องไปวุ่นวายด้วยก็ได้”

“อ้าว…ทำไมครับ ครอบครัวเราต้องรักกันไม่ใช่หรือครับ”

“ใช่…รัก แต่แม่ว่าจะดูแปลกๆ นะ เรื่องแพรให้พี่ภีมไปจัดการเองเถอะ”

“พี่ภีมไม่เห็นพูดกับผมเรื่องนี้เลย”

“เอ้อ…แกคง…คงไม่ได้คิดอะไรกับแพร” เอาละ ถามตรงๆ เลย

อรัญหัวเราะเบาๆ

“โธ่ คุณแม่ คุณแพรน่าสนใจครับ แต่ตอนนี้เธอเป็นพี่สะใภ้ ผมรู้ตัวดีครับ”

“ฟังแกพูดแล้ว แม่ค่อยโล่งอก” แต่ทั้งสายตาคุณวรรณและประมวลก็ยังมีอะไรแอบแฝงอยู่ลึกๆ

 

และวันนี้…ไหมแพรมาทำงานวันแรก ทันทีที่หล่อนปรากฏตัว บรรยากาศในชั้นผู้บริหารชั้นนี้ก็พลันเงียบกริบ ทั้งที่ปกติก็เงียบอยู่แล้ว แต่ยิ่งเงียบราวกับไม่มีใครอยู่เลย

ไหมแพรรู้ว่าหล่อนต้องพบเจอกับอะไรบ้าง…โดยเฉพาะคมกริช

อรฤดีก็คอยมองอยู่ คมกริชใจเต้นแรง หลายอาทิตย์แล้ว หลังแต่งงานไม่พบกับไหมแพร ทำไมดูหล่อนสวยขึ้น เด่นขึ้น รัศมีของความเป็นเมียเจ้าของบริษัทจับจนเหมือนมีแสงออกจากร่างหล่อน จน…จนเขาไม่อาจเฉียดใกล้ แต่ไม่…ไม่เลย รู้ว่าเขายังรักหล่อนเช่นเดิม ยังลืมหล่อนไม่ได้ ยิ่งพบเจอยิ่งรู้สึกรัก อยากคว้าแต่มิอาจคว้า

หน้าที่ของอรฤดีตามเดิม ที่ประกาศกับคนในแผนกสิบกว่าคนว่า

“คุณแพรจะมาช่วยงานที่บริษัท ตำแหน่งผู้ช่วยคุณภีม ตามที่มีหมายประกาศให้ทราบแล้วทุกคนในแผนกนี้ เราปรบมือต้อนรับคุณแพรกันนะคะ”

แล้วเสียงปรบมือก็ดังทั้งชั้น ไหมแพรพูดขึ้นว่า

“ขอให้ฉันทำงานอย่างปกติที่สุด แบบพวกคุณทุกคน ฉันขอเป็นพนักงานธรรมดาคนหนึ่งนะคะ ต้องเรียนรู้และเริ่มต้นใหม่ ขอบคุณนะคะ”

คมกริชจ้องมอง…มอง…

อรัญพูดขึ้นบ้าง

“เท่าที่ทราบอยู่ที่เก่าคุณแพรทำงานเก่ง จนตอนนี้ก็ยังไม่ให้ออก ต้องรอคนใหม่ก่อน มาที่นี่ก็คงเก่งเหมือนเดิมครับ”

“อย่าพูดเลยค่ะคุณอรัญ งานใหม่ต้องเรียนรู้ใหม่เลยค่ะ”

อุบลจัดให้ไหมแพรนั่งอยู่หน้าห้องภีม แต่คนละด้านกับคมกริช

และเริ่มต้นให้ศึกษาเอกสารที่ไหมแพรต้องรับผิดชอบ

พอมีจังหวะ คมกริชก็ลุกจากโต๊ะ เดินมาหาอดีตคนรัก

“แพรครับ”

“คม” ไหมแพรเงยหน้า เตรียมตัวต้องพบกับเขา ใช่…ต่อไปต้องพบเกือบทุกวัน วันแรกอย่างไร วันต่อไปก็ต้องเป็นเช่นนั้น ต้องทำตัวปกติ รู้ว่าถูกสายตาหลายคู่จับจ้อง

“ในที่สุดเราก็พบกัน”

“ในฐานะเพื่อนร่วมงาน”

“เปล่า…ฐานะเมียของเจ้านาย”

“ไม่ใช่…คม…วันนี้และวันต่อๆ ไป แพรมาทำงาน มาช่วยงานคุณภีมเท่าที่สามารถจะช่วยได้”

“อย่าเอางานมาอ้าง แพรสวยขึ้นนะ ดูดีขึ้น ดูสง่า ดูมีราศี ดูมั่นใจ ดูไฮโซ ดู…”

“พอเถอะ แพรยังเป็นแพรเหมือนเดิม และขอแพรทำงาน ทำงานจริงๆจังๆ ไม่มีอดีตมาเกี่ยวข้อง”

“คิดถึงแพรมากเลย ลืมแพรไม่ได้ อยากให้วันเก่าๆ กลับคืน”

ไหมแพรสะดุ้ง

“ระวังคำพูดด้วย โตๆ กันแล้ว รู้ว่าอะไรเหมาะอะไรควร อย่าทำให้แพรต้องลำบากใจ”

“ใช่สิ เป็นเมียคุณภีม เป็นสาวไฮโซแล้ว พูดกับอดีตคนรักลำบากใจมาก อึดอัดมาก”

“เราเป็นเพื่อนกันในปัจจุบัน อย่าพูดอดีต เราต้องเดินหน้า”

“ใช่อีก พูดอีกก็ถูกอีก อนาคตแพรสดใสเหลือเกิน ผิดกับคมที่ยังกระจอกเดินดิน”

“คม…ขอเถอะ อย่าดูถูกตัวเอง อย่าตีราคาของคนด้วยเงิน เราต่างมีหน้าที่”

“แพร” เขาทำท่าจะยื่นไปจับมือหญิงสาว แต่แล้วประตูห้องภีมก็เปิดอก ภีมเดินออกมา ถามไหมแพรขณะสายตามองคมกริชสลับกับหญิงสาว

“มีปัญหาอะไรหรือเปล่า”

“ไม่…ค่ะ” ไหมแพรตอบตะกุกตะกัก

ภีมหันมาถามคมกริช

“แล้วคุณล่ะ มีปัญหาไหม”

“ไม่ครับ” คมกริชตอบอย่างรวดเร็ว ภีมจึงพยักหน้าและพูดกับไหมแพร

“งั้นเราไปกัน ออกไปข้างนอกกับผม” อย่ารวดเร็ว จับมือหญิงสาวเดินไปทันที



Don`t copy text!