เมียอันดับห้า บทที่ 62 : พักตรงนี้…ดีกว่า

เมียอันดับห้า บทที่ 62 : พักตรงนี้…ดีกว่า

โดย : โสภี พรรณราย

เมียอันดับห้า นวนิยายออนไลน์แนวชีวิตผสมโรแมนติกคอมเมดี้ใน อ่านเอา ของ โสภี พรรณราย เรื่องราวของ ‘ภีม’ หนุ่มสังคมรูปหล่อที่มีชีวิตรักแบบรักๆ เลิกๆ จนถึงขั้นเจ็ดปีเปลี่ยนเมียไปสี่คน กับ ‘ไหมแพร’ นักข่าวสายสังคมที่ไม่อาจจะปล่อยให้เรื่องแซ่บๆ นี้ผ่านไปได้ และตอนนี้เธอคือคนที่เขาสนใจ หรือเธอจะกลายเป็นเมียอันดับห้าของเขา!!

****************************

– 62 –

เมื่อเปิดใจ ภีมก็สามารถทานอาหารได้ทุกอย่าง และเบียร์จากขวดก็กลายเป็นสอง…สาม…จนหล่อนต้องห้าม

“พอแล้วค่ะ ดื่มแต่พอควร นี่คุณดื่มไปมาก”

“ฉันดื่มประจำ ทุกเครื่องดื่ม เหล้า ไวน์ แชมเปญ อะไรๆ ก็ดื่มมาแล้ว”

“ดื่มมากไม่ดีต่อสุขภาพ รู้ว่าดื่มแต่พอควรค่ะ”

“ไม่มีเมียคนไหนจะห้ามเรื่องดื่มกับฉัน”

“ฉันห้ามเอง ฉันมีประสบการณ์จากคนแถวบ้าน เหล้าไม่ช่วยให้ดีขึ้น พี่วิทก็ชอบแอบดื่ม ยายก็นานๆครั้ง อย่างไรก็เห็นตัวอย่าง ผลเสียมากกว่าผลดี”

“ฉันโตแล้ว มีสติ”

“ร้านนี้ฉันพาคุณมา ฉันต้องรับผิดชอบสุขภาพของคุณ”

“เธอ”

“อย่าทำหน้าเป็คุณภีมเจ้านายสิคะ ทานข้าวอร่อยๆ ผ่อนคลายบ้างเถอะค่ะ เก๊กหน้าตลอด เมื่อยหน้าจะตาย ชีวิตนะคะ อย่าเคร่งเครียดนัก มองดูข้างหน้านั่นสิ บ้านชนบท แสไฟระยิบระยับจากไฟบ้าน สวยกว่าแสงสีในเมืองตั้งเยอะ”

ออกมานอกเมือง ข้าหน้าก็คือน้ำกับบ้านริมน้ำ หลังเล็กๆ บ้านไม้ที่เรียงราย

เขารู้สึกเหนื่อยจริงๆล่ะ แบกรับทุกอย่าง ครอบครัว บ้าน ที่ทำงาน

ไหมแพร…หล่อนคนนี้ไม่ปรุงแต่งอะไรเกินปกติ ธรรมดาแสนธรรมดา เขากลับคุยกับหล่อนได้ และยอมเชื่อหล่อน หยุดที่สามขวด

“ฉันไม่เมาหรอ

“ค่ะ…ดีค่ะ แต่อย่าให้ถึงกับเมาเลย เสียบุคลิก เสียสุขภาพ คุณก็ใช่สุขภาพดีนัก”

และพออิ่ม ไหมแพรจัดการชำระเงิน เขาบอกว่า

“ฉันจ่าย ฉันมีการ์ด”

“มื้อนี้ ฉันเลี้ยงคุณเอง”

“ฉันไม่เคยให้ผู้หญิงจ่าย”

“ก็ลองให้ฉันจ่ายบ้าง คนเราต้องมีครั้งแรก ไม่เสียหน้าหรอก มื้อนี้ไม่แพงด้วย อีกอย่าง ร้านไม่รับเครดิตการ์ด จ่ายเงินสดเท่านั้น ลดอีกสิบเปอร์เซนต์ด้วยค่ะ”

“กลับบริษัท เอาบิลไปเบิกได้”

“เลี้ยงคุณบ้างไม่ได้หรือคะ” หล่อนถามด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

รอยยิ้มสดใสจริงใจ รอยยิ้มงดงามบริสุทธิ์

ภีมแทบไม่อยากละสายตา แล้ว…แล้วเขาก็ตั้งสติ ถามว่าหล่อนกำลังใช้เสน่ห์มารยาอะไรมาหลอกล่อเขา

แค่อาหารมื้อนี้ พิเศษอย่างไร

แค่อาหารจะชนะใจเขาหรือ

“ไม่มีทาง” เขาเผลอพูดเสียงดัง หน้าเคร่งขรึมขึ้นทันที

“คะ” หล่อนสงสัย ผู้ชายคนนี้ชวนสับสนจริงๆ

“คิดว่าฉันจะเหมือนผึ้งเหรอ แค่เธอพาไปกินพิซซ่า ไก่ทอด แล้วผึ้งก็ชื่นชอบเธอทันที แค่เธอพามากินอาหารทะเลและเลี้ยงฉันมื้อเดียว ฉันก็ชื่นชอบเธอเลย ง่ายไปไหมเนี่ย”

ไหมแพรตาโต

“คุณคิดมากจังเลย บอกแล้วเรื่องหนูผึ้ง ฉันแค่เห็นใจเด็ก รู้ว่าเด็กจำเจเบื่อหน่าย เปลี่ยนอาหารว่างเปลี่ยนบรรยากาศบ้างก็แค่นั้น ให้เด็กดีใจบ้าง ให้แกตื่นเต้นบ้าง คุณไม่ชอบอะไรจำเจ ฉันก็ไม่ชอ เด็กก็ไม่ชอบ ส่วนอาหารคุณให้ฉันเลือกเอง ฉันว่าอาหารที่นี่อร่อย ไลหน่อยแต่คุ้ม คุณก็กินเยอะนี่ คนเราต้องมีทั้งให้และรับ ฉันจะรับฝ่ายเดียวก็ยังไงอยู่ อย่งน้อยฉันอยู่บ้านคุณ กินข้าวบ้านคุณ ใช้น้ำไฟบ้านคุณ แม้จะเพียงชั่วคราว ฉันก็เป็นฝ่ายรับ พอมีโอกาสตอบแทนเล็กๆน้อยๆ ฉันใช้เงินเดือนฉันจ่าย ส่วนเงินก้อนคุณ ฉันเก็บแทนยาย เป็นของยาย ฉันจะม่แตะต้อง เกิดเป็นคนอย่าคิดมากเกินไปสิ แถมยังชอบคิดในแง่ลบด้วย มิน่าถึงชอบปวดหัวปวดท้อง” พูดชี้แจงอยู่ดีๆ ตอนท้ายไม่วายแขวะอีก

“เธอเอาบิลไปเบิกแล้วกัน” เขาสรุปดื้อๆ และเดินออกจากร้าน ในตอนนั้นฝนเริ่มปรอย

“ขอกุญแจรถค่ะ” ไหมแพรเดินตาม เขาดื่มเบียร์ขับรถไม่ได้จึงยื่นกุญแจรถให้ พอขึ้นรถ คราวนี้ฝนเริ่มตกแรง ลมพัดแรง

ไหมแพรีบขับรถออกจากบริเวณนั้น แต่พอออกมาแค่ห้านาที คราวนี้ฝนตกแบบกระหน่ำราวฟ้ารั่ว แทบมองไม่เห็นถนนตรงหน้า

“ไหวไหม” เขาถาม

“แถวนี้ฉันชินทางค่ะ แต่ฝนตกแรงจริงๆ”

“ยังไงจอดข้างทาง รอให้ฝนซาก่อนค่อยขับต่อ”

“ค่ะ ข้างหน้ามีที่พักให้รถจอดได้ค่ะ” พอถึงที่ว่า ไหมแพรจอดรถ มีรถหล่อนคันเดียวท่ามกลางสายฝน “สายฝน มองดีๆก็สวยมากนะคะ”

“อือม” เขาแค่พยักหน้า ทำเสียงในลำคอ

“อยู่ใต้ฟ้า ไม่เห็นต้องกลัวฝนเลย” หล่อนพูดลอยๆ

“แล้วใครกลัว”

“คุณให้จอดรถรอฝนซานี่คะ”

“กลัวอุบัติเหตุ ไม่จำเป็นต้องเสี่ยง”

“อ๋อ…แสดงว่าคุณไม่ไว้ใจฝีมือขับรถของฉัน”

“อือม…ใช่”

นึกว่าจะตอบเลี่ยงๆ เล่นตอบซะตรงๆ” หล่อนพึมพำ

“ฉันไม่ไว้ใจเธอ” พูดฟังชัด แต่น้ำเสียงเบาแสนเบา

หล่อนเบ้ปาก

“แน่ละ คนอย่างคุณไว้ใจใครเป็น คุณเล่นมองฉันไม่ดีมาแต่ต้น สักวันฉัจะเคลียร์ว่าฉันไม่ใช่คนขี้ขโมย ฉันไม่หวังผลประโยชน์จากคุณ วันนั้นฉันคงออกจากบ้านคุณอย่างสง่างาม วันนั้นเราก็หย่ากันแล้ว คุณก็ใช้อำนาจกับฉันไม่ได้ ฉันเป็นอิสระ คุณก็คงแต่งงานใหม่ แต่งงานใหม่ เราหย่ากัน หย่ากัน…หย่า”

อะไรทำให้หล่อนเน้น หย่า กับ แต่งงานใหม่ ด้วยน้ำเสียงเศร้าขนาดนั้น หล่อนเป็นบ้าหรือ ว๊าย…ไม่นะ รีบหันมามองเขา เขาจะรู้สึกอย่างไรกับน้ำเสียงหล่อน แล้วก็โล่งอก เขาหลับ ไม่ได้ฟังที่หล่อนพูดเลย

หลับ…เพราะ…อิ่ม อร่อย เพลีย เหนื่อย อากาศเย็นสบาย ท่ามกลางสายฝน

หล่อนมองหน้าชายหนุ่ม ภีม…นักธุรกิจผู้มีชื่อเสียง ภีม…แต่งงานมาแล้วห้าครั้ง ภีม…สามีของไหมแพรตามกฎหมาย ภีมที่สาวๆไหนๆก็ยากจะปฏิเสธ

สามี…ภรรยา แต่งงาน เขา…เป็นชายที่จัดว่าหล่อมาก ผิวขาว หนุ่มรูปงามเป็นเช่นนี้เอง มีโอกาสจะพิจารณาสองต่อสองก็หลายครั้ง ทั้งในห้องนอนกับขณะนี้ บรรยากาศแตกต่างกัน ใบหน้าสงบนิ่งของเขาตรึงให้หล่อนมอง…มอง และมอง

ภีมค่อยๆเอน…เอนมาทางไหมแพร และศีรษะเขาก็ซบกับบ่าของหล่อน ไหมแพรขยับตัวให้เขาพิงเอนอย่างสบาๆ แต่หล่อนไม่ค่อยสบาย ต้องนั่งเอียงๆและเกร็งๆ แม้แต่หายใจยังเบาๆ กลัวเขาตื่น

เวลาผ่านไป สำหรับไหมแพรนานแสนนาน หล่อนอาจจะงีบไปบ้างแต่ก็สะดุ้งตื่นเพราะท่านั่งที่ไม่สบายตัวบวกกับอยู่ในรถ ฝนซาไปแล้ว หากอากาศยังเย็นสบาย ผ่านไปหลายชั่วโมง จนภีมรู้สึกตัว ลืมตาขึ้น

ไหล่ใครเนี่ย ไหมแพร

“โอเค เผลอหลับ กลับบ้านกันเถอะ” ง่ายๆนะกับคำสั่ง ไหมแพรไม่รู้จริงๆว่าเขาคิดอะไร

 

ไหมแพรแวะมาเยี่ยมยายสายบัวตั้งแต่เช้า เพราะงานสำนักพิมพ์หล่อนส่งงานไปแล้ว ตอนนี้ว่าง ส่วนช่วงบ่ายก็ตกลงกับภีมแล้วว่าจะไปซื้อกระเป๋า จึงไม่ต้องเข้าบริษัท

หล่อนพบว่ากานดามาเยี่ยมยายก่อนหน้าหล่อน ไหมแพรรู้สึกดีกับพี่สะใภ้คนนี้จัง ที่รักพี่ชายและรักยาย กานดาเป็นคนซื่อและไม่มีเล่ห์เหลี่ยม ดูออกว่าทำดีด้วยใจ แต่เพราะช่างสังเกต หล่อนถามพี่สะใภ้ต่อหน้ายายสายบัว

“ดูหน้าตาพี่ดาแปลกๆ มีอะไรหรือเปล่า”

“เอ้อ พี่วิทกลับไปเล่นพนันอีก”

ไหมแพรตาโต

“ก็เห็นพี่วิททำงานทำการมีร้านแล้ว แถมยังมีพี่ดาแสนดีอยู่ข้างๆยังกลับไปเล่นพนัน พี่วิทไม่รักษาสัญญา”

“เรียกมันมาพบยายหน่อย ยายจะด่ามัน” ยายสายบัวโกรธ

“พี่วิทไม่ฟังหรอกจ้ะ ชวนมาเยี่ยมยายด้วยกันยังไม่ยอมมาเลย”

“เดี๋ยวแพรจัดการเอง ช่วงนี้แพรก็ยุ่งด้วยสิ ต้องทำงานสองที่ เพิ่งเริ่มงานที่บริษัท แพรจัดการเอง” แล้วไหมแพรก็โทรศัพท์ถึงวิทยาทันที ใช้เวลานานกว่าวิทยาจะรับสาย

“มีอะไรวะ ไอ้แพร ตอนนี้อยู่ร้าน ขายดี ดาไปเยี่ยมยาย ฉันอยู่ร้านคนเดียว”

“แพรอยู่กับพี่ดาที่โรงพยาบาล ยายอยากเจอพี่วิท เย็นนี้ปิดร้านรีบมาเลยนะ”

“พี่ไม่ว่างหรอก”

“จะไปเล่น”

“เฮ้ย ดามันไปฟ้องใช่ไหม ปากโป้ง พี่ไม่ได้ไป” น้ำเสียงเข้ม

“กล้าพูดนะว่าไม่ได้ไป”

“ก็ ไปแป๊บเดียว” เสียงเริ่มอ่อยๆ ทั้งที่ตอนแรกเสียงดัง

“รักษาคำพูดด้วยพี่วิท ร้านก็มีแล้ว บ้านก็มี เงินก็มี งานก็มี แถมเมียก็มี รู้จักคิดบ้างสิ”

“เออ…เออ…รู้จักคิดโว้ย อย่าบอกยาย อย่าให้ยายไม่สบายใจ”

“อย่าไปเล่นอีกะพี่วิท ว่างมาหายายด้วย”

“เออ…เออ ไม่เล่น…ไม่เล่น” รับปากอย่างรำคาญและกดปิดโทรศัพท์

ไหมแพรจึงพูดกับพี่สะใภ้ว่า

“ดูๆไปก่อนนะ พี่ดา ถ้าเจอพี่วิท แพรจะจัดการให้

 

ไหมแพรไม่อยากรบกวนภีม วันนี้จึงมาร้านหรูที่จำหน่ายกระเป๋าและรองเท้าตามนามบัตรที่ภีมให้เมื่อวาน

หล่อนได้รับการต้อนรับจากพนักงาน แน่นอนละว่าอย่างไรหล่อนก็คือผู้ญิงธรรมดาคนหนึ่งที่รู้สึกตื่นเต้นกับของหรูสวยๆงามๆ

ปกติเคยทำข่าว สัมภาษณ์คนดังตามร้านหรูก็มาก และนั่นแค่มองผ่าน แต่ครั้งนี้หล่อนมีสิทธิ์เลือกเป็นเจ้าของตามใจชอบ หล่อนต้องเตือนตัวเองว่าเป็นใคร ช่วงเวลานี้ก็แค่ช่วงเวลาความฝันในชีวิต แค่ระยะสั้นๆเท่านั้น ไม่ควรตื่นเต้นมากจนทิ้งความเป็นตัวตนตนเอง ตั้งสติและไม่โลภ เลือกในสิ่งที่สมควร คิดว่าจะเลือกกระเป๋าสองใบ รองเท้าสองคู่ แบบเรียบหรูเพื่อสลับใช้กับชุดราตรีสามชุดได้

และระหว่างกำลังเลือกกระเป๋า กำลังเอื้อมไปหยิบ ก็มีมือหนึ่งยื่นอีกใบให้พลางพูดว่า

“ใบนี้น่าจะเหมาะกับคุณนะ”

“คุณน้ำทิพย์” ใบที่ยื่นให้สวยมาก หรูมาก สีชมพูเด่น หากไม่เหมาะกับชุดหล่อนเลย

“ช่วยเลือกไงล่ะ จะออกงานกับคุณภีมนี่ ไม่ควรทำให้เขาอับอายนะ”

“ขอบคุณที่ช่วยเลือก แต่เข้ากับชุดราตรีที่มีไม่ได้ค่ะ”

“อ๋อ…เลือกชุดเด่นๆในร้านไปตั้งสามชุดแล้ว จริงสินะ สีนี้ไม่ค่อยเหมาะกับชุดที่คุณใส่ งั้นจะเลือกให้ใหม่”

ไหมแพรขมวดคิ้ว น้ำทิพย์รู้ทุกอย่าง

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ขอเลือกเอง”

“เอ๊ะ ทำไมคุณภีมไม่มาช่วยล่ะ”

“ฉันขอมาเอง”

“แล้วเขายอมไว้ใจรสนิยมของคุณได้อย่างไรนะ”

ไหมแพรพยายามระงับอารมณ์ เมื่อถูกยั่วยุด้วยคำถามแบบนั้น

“เมื่อเราแต่งงานกัน เราย่อมไว้ใจกันในระดับหนึ่ง”

“อือม…เก่งขึ้นทุกวัน เพิ่งแต่งงานไม่นาน ดูมั่นใจขึ้น ตำแหน่งเมียคนที่ห้าช่วยคุณได้ ช่วยให้มั่นใจขึ้น ดูดีขึ้น กล้าขึ้น”

“ฉันว่าฉันก็เหมือนเดิมค่ะ”

“ไม่มีวันเหมือนเดิม คุณถามตัวเองได้นะ ตอนนี้คุณอยู่บ้านหรู ขับรถหรู เท่านี้ก็ไม่เหมือนเดิมแล้ว”

“เอ้อ…ของภายนอก…แค่นั้น”

“ไม่จริงหรอก ลึกๆย่อมสะดวกสบายขึ้น เดี๋ยวนี้อย่างไรก็ไม่ต้องโหนรถเมล์”

“มาพบฉัน ดักเจอฉัน รู้ว่าฉันจะไปไหน มาไหน จากสายในบ้านที่รายงานคุณ คงไม่ได้มาพูดแค่นี้”

“ช่วงนี้เราต้องเจอกันบ่อย”

“เพื่อ”

“ฉันมาทวงลูกคืน”

“ทวงคุณภีมคืนด้วย” ไหมแพรรู้ทัน

“เป้าหมายฉันคือลูก”

“คุณต้องไปพูดกับคุณภีมเอง”

“ถ้ามีคุณช่วยพูดอีกคน ช่วยพูดด้วย”

“ไม่ค่ะ” ไหมแพรปฏิเสธทันที “ฉันไม่ช่วยคุณพูดแน่ ฉันมั่นใจว่าน้ำผึ้งมีความสุขที่สุดเมื่ออยู่กับคุณภีม ขอโทษนะคะ ฉันไม่มีเวลาคุยกับคุณ เพราะฉันต้องเลือกกระเป๋ากับรองเท้า และฉันยังต้องไปทำธุระต่อ”

ไหมแพรตัดบทเพราะถ้ามีเวลาตั้งใจจะแวะไปโรงพยาบาลเยี่มยายกับคุณอุษา จึงพยายามเลือกให้เร็วที่สุด ท่ามกลางสายตาของน้ำทิพย์ที่คอยสังเกตหล่อน

ออกจากร้าน ไหมแพรขับรถส่วนตัวมาโรงพยาบาล แวะเยี่ยมยายก่อนจึงมาเยี่ยมอุษา หล่อนให้ป้านิ่มช่วยทำซุปไก่ใส่หม้อเล็กมาให้ยายหม้อหนึ่งและอุษาหม้อหนึ่ง ป้านิ่มใส่ถุงอย่างดี กันหกกันกระแทกเลอะเทอะ เสร็จจากยายมาถึงห้องอุษา ไม่สนใจสายตาดวงแขที่แสดงอาการไม่ต้อนรับ

“มาทำไม มาอีกแล้ว” ดวงแขว่า

“แค่เอาซุปไก่มาให้คุณษา” ไหมแพรตอบอย่างไม่ใส่ใจนัก

“เราต้มเป็น ไม่จำเป็นต้องดื่มของคุณ”

“ฉันให้คุณษา” ว่าแล้วก็เดินมาที่เตียง “คุณษาคะ ดื่มน้ำซุปนะคะ”

“ฉันกินไม่ลง” สภาพคนป่วยดูทรุดโทรมจากเดิมเมื่ออาทิตย์ที่แล้วอย่างเห็นชัด

“สักนิดก็ได้ค่ะ”

“เดี๋ยวค่อยกิน คุณเป็นคนดี…คุณไหมแพร ฉันดูออก คุณเป็นคนดี”

“คุณพูดแล้วเหนื่อย อย่าพูดเลยนะคะ ถึงน้องสาวคุณไม่อยากให้ฉันมาเยี่ยม แต่ขอสักนิดนะคะ ขอให้ฉันมาเยี่ยมคุณ แค่มาแป๊บเดียว คุณไม่ต้องพูดอะไรก็ได้ พักผ่อนเถอะค่ะ ฉันไม่รบกวน”

อุษาพยายามยื่นมือมาจับมือขวาของไหมแพรและบีบ แต่ไร้เรี่ยวแรงบีบนั้นเบามาก

“มาเยี่ยมฉันได้ แต่คงมาได้อีกไม่กี่ครั้งแล้ว” ตอนท้ายแผ่วเบาจนคนฟังใจหาย

“ฉันจะบอกให้คุณภีมมาเยี่ยมคุณถี่ขึ้นค่ะ” ไหมแพรคงทำได้ดีที่สุดแค่นั้น



Don`t copy text!