เมียอันดับห้า บทที่ 63 : ทำไมถึงรู้สึกแบบนี้

เมียอันดับห้า บทที่ 63 : ทำไมถึงรู้สึกแบบนี้

โดย : โสภี พรรณราย

เมียอันดับห้า นวนิยายออนไลน์แนวชีวิตผสมโรแมนติกคอมเมดี้ใน อ่านเอา ของ โสภี พรรณราย เรื่องราวของ ‘ภีม’ หนุ่มสังคมรูปหล่อที่มีชีวิตรักแบบรักๆ เลิกๆ จนถึงขั้นเจ็ดปีเปลี่ยนเมียไปสี่คน กับ ‘ไหมแพร’ นักข่าวสายสังคมที่ไม่อาจจะปล่อยให้เรื่องแซ่บๆ นี้ผ่านไปได้ และตอนนี้เธอคือคนที่เขาสนใจ หรือเธอจะกลายเป็นเมียอันดับห้าของเขา!!

****************************

– 63 –

เด็กหญิงน้ำผึ้งสนิทกับไหมแพรในระดับหนึ่งแล้ว และรู้ว่าไหมแพรเข้าใจตน จึงแอบกระซิบว่า

“ผึ้งอยากเล่นสเก็ตบอร์ดค่ะ พี่แพร”

ตอนแรกคนฟังก็ตาโต แต่รู้ว่าตอนนี้เขากำลังฮิตกันสเก็ตบอร์ดกับเซิร์ฟสเก็ต หล่อนเล่นเป็นเพราะตอนเด็กมีรองเท้าสเก็ตบอร์ด เล่นสนุก ลื่นไปบนทางรวดเร็ว และเคยเจ็บตัวหลายครั้งด้วย หล่อนจะให้น้ำผึ้งเล่นน่ะ…ได้ แต่บรรดาผู้ใหญ่ในบ้านจะว่าอย่างไร

ไหมแพรปฏิเสธ แต่ก็ทนรบเร้ายากมาก รวมทั้งกับสายตาอ้อนวอน

“ก็ได้ แต่ต้องใส่อุปกรณ์เซฟตี้ให้ครบทั้งตัวล่ะ”

เด็กหญิงตื่นเต้นที่จะได้เล่น รับปากทุกอย่าง

พอได้อุปกรณ์ครบแล้ว ไหมแพรจึงพาเด็กหญิงมาเล่นบริเวณโรงจอดรถ

“เตรียมเจ็บตัวด้วยนะ พี่แพรเล่นเป็นแต่ผึ้งยังไม่เป็น ค่อยเป็นค่อยไป พี่มีเวลาสอนแค่ชั่วโมงเดียว พี่ษรไปเตรียมอาหารว่าง เรารีบเล่นก่อนที่เธอจะมาโวยวาย”

ไหมแพรรู้ว่าผลจะเป็นเช่นไร ทุกคนโวยวายแน่ๆ แต่ยังดื้อให้เด็กเล่น เพราะเข้าใจความรู้สึกของน้ำผึ้งที่ถูกปฏิเสธ ‘ไม่…ไม่…’ และข้อห้ามสารพัด หล่อนไม่เห็นด้วยกับการเลี้ยงแบบไข่ในหิน ครั้งนี้ทำได้แค่ป้องกันความปลอดภัยให้เด็กหญิงครบถ้วนโดยใส่อุปกรณ์เซฟตี้ทั้งที่ศีรษะและแขนขา

น้ำผึ้งเรียนรู้ได้เร็วมากและสนุกในทันทีที่ได้เล่น แรกๆก็ล้มบ้างแต่ไม่แรง และมั่นใจขึ้นเรื่อยๆ บริเวณหน้าโรงจอดรถกว้างขวางจึงเล่นสนุก แล้วน้ำผึ้งก็ล้มเพราะเสียงตะโกนอย่างตกใจของเกษร

“ว๊าย คุณผึ้ง”

เด็กหญิงเลิกคิ้ว ล้มหลายครั้งจนชิน

“พี่ษร ผึ้งตกใจเสียงพี่”

“เล่นอะไรเนี่ย”

“สนุกจัง มาเล่นกันนะคะ ยังมีสเก็ตบอร์ดเหลือค่ะ”

“ตายแล้ว ตายแล้ว ตายแน่ๆ ถ้าท่านๆบนตึกรู้เรื่อง”

“ยังไม่ตาย คุณษร แค่ล้ม” ไหมแพรว่า

“คุณทำคุณผึ้งล้มกี่ครั้งแล้วคะ จำได้ไหมคะ”

“จำได้ แต่ไม่จำเป็นต้องจำ”

“คุณผึ้งก็เคยเล่น แต่ท่านๆบนตึกไม่ให้เล่นอีก คุณภีมเคยซื้อแต่คุณย่าท่านห้าม”

“มิน่าล่ะ ผึ้งถึงเรียนรู้ได้เร็ว ผึ้งไม่ได้บอกเลยว่าเคยเล่นแล้ว”

“พอเถอะค่ะ ห้ามเล่น”

“ผึ้งอยากเล่น” เด็กหญิงร้องขึ้น

“เดี๋ยวท่านๆเห็นจะมาดุพี่ษรอีก พี่จะโดนทั้งขึ้นทั้งล่อง คนอื่นเป็นคนพิเศษ ไม่โดนดุหรอกค่ะ” อ้าว…พูดเหน็บแนมใครหนอ

“ผึ้งจะเล่น…จะเล่น” เด็กหญิงร้องลั่น

“กลับขึ้นตึกค่ะ กินอาหารว่างกัน ต้องกลับขึ้นตึกแล้วค่ะ” เกษรใช้เสียงบังคับ เพราะคิดว่าตัวเองทำในเรื่องถูกต้อง

และแล้วก็มีเสียงช่วยเด็กหญิง

“ไม่ต้อง เล่นต่อได้ ผมรับผิดชอบเอง”

ไหมแพรมองคนพูด

“คุณอรัญ”

“เล่นต่อเถอะ ไม่เป็นไร ผมก็อยากเล่นด้วย คุณแพรช่วยสอนผมนะครับ น่าสนุก”

เกษรทำท่าจะต่อต้าน แต่ถูกอรัญกล่าวอย่างรู้ทัน

“คุณษรไม่ต้องพูดเลย บอกว่าผมรับผิดชอบไงล่ะ คุณษรไปพักผ่อนเถอะ เราจะเล่นกัน”

เรา…อรัญ ไหมแพรและน้ำผึ้ง

เล่นกัน…สอนกัน แนะนำกันอย่างสนุกสนาน

“ครูแพรครับ สอนผมบ้างสิ” อรัญทำเสียงล้อเลียน

“นักเรียนโข่งอย่างคุณอรัญเรียนรู้เร็วค่ะ”

“ผมไม่มีอุปกรณ์เซฟตี้ครับ”

“ฉันไม่ได้เตรียมสำหรับผู้ชายตัวโตๆเลย ไม่รู้ว่าคุณอรัญก็อยากเล่นนี่คะ”

“อาอรัญขา มาแข่งกันค่ะ” น้ำผึ้งชวน

“ได้เลย โน่น ไปทางโน้น แล้วมาทางคุณแพร ให้คุณแพรเป็นกรรมการ”

ทั้งสองเตรียมแข่งขัน ไหมแพรมีรอยยิ้ม

“คุณอรัญน่ารักจัง เล่นกับหลาน”

เกษรเบ้ปาก พึมพำ

“น่ารักตายล่ะ ทำเหมือนเป็นพ่อแม่ลูกเล่นกัน”

การแข่งขันเริ่มต้นแล้ว ทั้งสองแข่งกันมาทางไหมแพร และอรัญก็พลาด ลื่น…จะล้ม

“โอ๊ย…โอ๊ย…โอ๊ย…”

ไหมแพรรีบถลันเข้าไปประคอง ทว่า…

แรงของหญิงสาวรับร่างชายไม่ไหว จึงล้มลงทั้งคู่ เอาล่ะ ล้มประสาอะไรหนอ อรัญล้มลงบนร่างไหมแพร

“อุ๊ย” เกษรอุทาน เพราะเห็นภีม

เสมือนกอดกันบนพื้น

ภีมเห็นทุกภาพ ภาพล้มเป็นภาพสุดท้ายที่เห็น หญิงอยู่ล่างชายอยู่บน จมูกปากเกือบประกบกันแน่ะ ต่างคนต่างตกใจ

อรัญเห็นดวงตากลมโตของหญิงสาว ริมฝีปากเย้ายวนขนาดนี้ อรัญเกือบเผลอแล้ว…เกือบเผลอ ยอมรับว่าเขาอยากจูบหล่อนเหลือกิน อยากจูบ เกือบแล้ว กำลังก้มต่ำลง ต่ำลง และต้องสะดุ้งเพราะถูกไหมแพรผลัก ทั้งคู่ลุกขึ้นยืนอย่างลำบาก

“คุณภีม”

ภีม…รู้สึกอย่างไร

ไม่พอใจ…ไม่พอใจอย่างมาก ทำไมเขารู้สึกโกรธขึ้นมา ทำไมเขาอยากโวยวาย อยากต่อว่า ทำไมเขาถึงเกลียดภาพนี้มาก

เปล่านะ เปล่าเลย เขาไม่ได้หึงหวง เขาไม่ได้คิดอะไรกับไหมแพร

เขารัก ?

เปล่าเลย ยิ่งปฏิเสธในใจ ไม่รักจะหึงหวงทำไมล่ะ

แล้ว…เกิดอะไรขึ้นกับความรู้สึก ทำไมหงุดหงิดเหลือเกิน แต่ต้องพยายามระงับอารมณ์ กับคนหนึ่งน้องชาย อีกคนผู้หญิงที่ไม่เคยคิดจะแต่งงานด้วย

อรัญยังไม่รู้ตัวอีก พูดกับพี่ชาย

“พี่ภีมเล่นสเก็ตบอร์ดด้วยกันไหมครับ”

“คุณพ่อขา สนุกจังเลย พี่แพรสอนผึ้งกับอาอรัญเล่นค่ะ พี่แพรเก่งจังเลย ไม่ล้มแต่ผึ้งกับอาอรัญล้ม” แล้วหัวเราะชอบใจประสาเด็ก “อาอรัญล้มทับพี่แพรเลย ตลกจัง” เด็กหญิงจับแขนบิดาเขย่า

“เล่นอะไร อันตราย” ภีมพูดเสียงต่ำๆ

“แต่ผึ้งใส่เซฟตี้ครบเลยค่ะ คุณพ่อขา ทั้งหัวทั้งขาทั้งแขน ปีก่อนคุณพ่อยังจะสอนผึ้งเล่นเลย แต่คณย่าไม่ยอมให้เล่น หาว่าผึ้งตัวเล็กจิ๋วหลิว พี่แพรใจดีจัง ยอมให้ผึ้งเล่น” ปล่อยมือบิดาวิ่งไปจับไหมแพรแทน

ชนะใจเด็กเพราะยอมตามใจนั่นเอง

“พี่ภีมเล่นไหมครับ” อรัญถามอีกครั้ง หารู้ไม่ว่าพี่ชายหงุดหงิด แต่เขาเข้าใจว่าหงุดหงิดเพราะน้ำผึ้งเล่นสเก็ตบอร์ด ไม่ทันคิดว่าหงุดหงิดเพราะภาพสองคนบนพื้นต่างหาก

มาไม่ทัน…คงจูบไปแล้วมัง

“ษรก็เตือนคุณแพรแล้วนะคะ ห้ามแล้วค่ะ แต่คุณแพรไม่เชื่อและคุณอรัญก็ไม่เชื่อด้วยค่ะ” เกษรรีบรายงานเจ้านายเอาหน้า

อรัญพูดปกป้องไหมแพรทันทีว่า

“ผมเป็นคนให้หลานผึ้งเล่นเองครับ อย่าโทษคุณแพร” แล้วหันไปพุดกับหญิงสาว “คุณแพรขอโทษนะครับ ที่ล้มทับคุณ เจ็บไหมครับ”

ไหมแพรกำลังหน้าแดงกับสายตาเข้มของภีม จึงตอบไม่เต็มเสียง

“เอ้อ ไม่เจ็บค่ะ”

และไหมแพรก็ต้องถามตัวเองว่าเป็นอะไรไป อรัญทับบนตัวหล่อนต่อหน้าภีม เป็นภาพที่ไม่น่าดูสักนิด ไม่อยากให้ภีมเห็นเลย แต่ก็เห็นไปแล้ว ทำไมหล่อนไม่อยากให้เห็น ในเมื่อมันเป็นอุบัติเหตุ

“ผมขอโทษนะครับ”

“ไม่เป็นไรค่ะ”

“เราเล่นกันต่อนะครับ” อรัญชวน แต่ภีมเบรคทันทีโดยพูดกับภรรยาอันดับห้าว่า

“เธอต้องไปแต่งตัว คืนนี้มีงานเลี้ยง ผู้หญิงต้องแต่งตัวหลายชั่วโมงไม่ใช่หรือ”

ไหมแพรตาโต

“อุ๊ย ลืมไปเลยค่ะ”

“โทรเรียกช่างทำผมก็ได้นะ”

“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันทำผมเองเป็นค่ะ”

“เก่งทุกอย่าง” เขาพูดประชด “งั้นก็ไปเตรียมตัว”

ไหมแพรจึงพูดกับน้ำผึ้งว่า

“เก็บอุปกรณ์ไว้ก่อนนะคะ ไว้เล่นวันอื่น”

“แหม ยังเล่นไม่พอเลย” เด็กหญิงโอด

“คุณผึ้ง เราต้องไปทานอาหารว่างกันค่ะ” เกษรพูดกับเด็กหญิงและเดินไปด้วยกัน

ตรงนั้นเหลือภีมกับอรัญ อรัญถามพี่ชาย

“ผมต้องไปงานคืนนี้ไหมครับ เบื่องานพวกนี้”

“บริษัทคู่ค้าของเราเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ เราควรไปร่วมยินดี”

“ผลิตภัณฑ์ใหม่เปิดบ่อยๆ ผมขี้เกียจ”

“ก็ตามใจแกนะ”

“ผมไม่ไปดีกว่า นัดสังสรรค์กับเพื่อน เพื่อนคนหนึ่งเพิ่งกลับจากอังกฤษ เราจะไปเลี้ยงกัน”

“แกต้องเลือกเอง จะไปงานไหน”

“ผมเลือกเพื่อนครับ”

“เอ้อ แล้วเรื่องรถ” ภีมอยู่บริเวณโรงจอดรถ จึงเห็นรถที่อรัญซื้อให้ไหมแพร ภีมชี้รถและถาม “แกซื้อให้แพรราคาเท่าไหร่”

“อ๋อ…ผมทนเห็นเธอใช้มอเตอร์ไซค์ไม่ได้ครับ ซื้อให้พี่สะใภ้จะเป็นไรไปครับ”

“อือม…ซื้อให้พี่สะใภ้ ไม่เป็นไร” โดยเน้นคำว่า ‘พี่สะใภ้’ เป็นพิเศษ

“ราคาล่ะ”

“พี่น้องกันไม่คิดราคาครับ”

“แต่ควรเป็นหน้าที่ของพี่ ใช้เงินให้แก”

“คนกันเองครับ คิดเล็กคิดน้อยทำไมครับ”

“แพรเป็นเมียพี่” เน้นคำว่า ‘เมีย’ เพราะสงสัยสายตาของอรัญยามมองหญิงสาว มีอะไรแปลกๆชอบกล

“ครับ คุณแพรเธอไม่เหมือนเมียคนอื่นๆพี่ภีมเลย โดยเฉพาะคุณวิดาราเซ็กซี่ คุณนีเลขาเปรี้ยว มาถึงคุณแพร ผู้หญิงธรรมดาๆ สวยเย็น เรียบง่าย มีเสน่ห์ที่อธิบายไม่ถูกครับ อาจเพราะความเรียบง่ายของเธอ เธอเข้ากับหลานผึ้งได้ด้วยครับ เธอตามใจครับ แต่อยู่ในขอบเขตที่หลานสนุกและปลอดภัย”

พี่ชายพยายามระงับอามณ์บางอย่าง คำพูดของน้องชาย…เขารู้สึกหวง…หวงไหมแพร

“วิเคราะห์ได้เหมือนสนิทกันเลยนะ” กัดฟันพูด

“ยิ่งสนิท ผมยิ่งชอบคุณแพร” แล้วรู้ว่าตนอาจพูดมากเกินไปจึงเสริมว่า “พี่สะใภ้คนนี้ เธอไม่มีมาด ไม่วางท่า ไม่เต๊ะ ผู้หญิงธรรมดาแต่มีเสน่ห์ชะมัด” เอาละสิ อดชื่นชมไม่ได้อีกแล้ว พูดมากอีกแล้วจึงเสหัวเราะ “พี่ภีมโชคดีครับ กับเมียคนที่ห้า”

“แกไม่ต้องรู้ดีกว่าพี่” กัดฟันพูดอีกแล้ว

“ผมอิจฉาพี่ครับ” อรัญพูดกลั้วหัวเราะ

“แกก็หาเมียสักคนสิ”

“ถ้ามีเมีย ผมก็อยากได้ผู้หญิงธรรมดา ไม่เปรี้ยว ไม่วางมาดแบบคุณแพรนี่ละ”

ภีมโคลงศีรษะ และเดินผละไปทันที

 

ไหมแพรแต่งหน้าและทำผมเอง แบบเรียบง่าย ตามแบบฉบับตัวตนของเจ้าหล่อน

เมื่อสวมชุดราตรีราคาแพงที่ถูกภีมบังคับซื้อและเลือกให้ หล่อนก็สวยสง่าชวนมอง

ภีมนึกในใจอย่างชื่นชม ด่านชุดผ่าน แต่ต้องดูต่อไป และเขาต้องไม่แสดงออก อย่างน้อยเขาก็ยังหงุดหงิดและอารมณ์กรุ่นบางอย่างไม่จางหายสักที เมื่อนึกถึงภาพไหมแพรกับน้องชายบนพื้นหน้าโรงจอดรถเมื่อครู่

ทั้งสองมาขึ้นรถเก๋งหรู

นายปันเป็นคนขับรถเช่นเดิม ระหว่างอยู่บนรถไปโรงแรมที่จัดงานเปิดตัวสินค้าของบริษัทลูกค้า ภีมอดไม่ได้จะเอ่ยปากเรื่องเดิม

“การเอาใจยัยผึ้งถือว่าเธอพยายามดี แต่บางอย่างต้องบอกฉันก่อนจะเสี่ยงอันตราย”

หญิงสาวเบ้ปาก

“ฉันไม่ได้เอาใจหนูผึ้ง แกอยากเล่น ฉันถือว่าเป็นการออกกำลังกายและก็เซฟให้เด็กมากที่สุด การเล่นที่ออกกำลังกายคงไม่ต้องบอกล่วงหน้านะคะ”

“เธอมักมีข้ออ้างเสมอ”

“ฉันอธิบายให้เข้าใจค่ะ”

“เธอกำลังเถียง”

“นั่นไง พอพูดชี้แจงก็หาว่าเถียง คนทำงานบริษัทคุณ มีสิทธิ์ออกความเห็นไหม ทุกคนกลัวคุณ แต่นี่บ้าน ครอบครัวค่ะ ผ่อนคลายบ้าง ตอนนี้ฉันไม่ได้อยู่บริษัทนะคะ”

“เถียงตลอด ทำผึ้งเสียคนยังจะชวนให้อรัญกลายเป็นเด็กอีกคน”

“คุณอรัญก็นึกสนุก อยากเล่น”

“แล้วเป็นไงล่ะ ล้มไม่เป็นท่า”

ไหมแพรหน้าเข้มเล็กน้อย ล้มทับตัวหล่อนให้ภีมเห็นจะจะ อายจัง แล้วเรื่องอะไรจะยอมรับว่าอายล่ะ ปากแข็งกล่าวว่า

“เรียนรู้ พลาดได้ค่ะ แต่พลาดก็ฝึกต่อ เล่นสนุกมาก คุณน่าจะลอง”

“น่าเล่นจริงๆ ล้มทับกันขนาดนั้น สนุกมากนะ”

“อะไรคะ” น้ำเสียงเขาแปลกๆ

“ก็ล้มอย่างนั้น สนุกสิท่า”

หล่อนหน้าเข้มขึ้นอีก แต่ปากแข็ง

“มันเป็นอุบัติเหตุค่ะ เกิดได้เสมอ”

“อือม…ก็อาจจะเกิดขึ้นอีก ล้มกันบ่อยๆนะ ยิ่งสนุก ล้มเลย” เขาเป็นอะไรของเขา พูดออกมาเหมือนประชดประชัน ใช่สิ ภีมยังหงุดหงิดเมื่อนึกถึงภาพนั้น น้องก็น้องเถอะ เมียก็เมียเถอะ ไม่พอใจ จะทำไม

ยิ่งคิดยิ่งหงุดหงิด จนต้องสลัดความคิดให้ออกจากสมองเสียที เขาจะมัวหงุดหงิดกับผู้หญิงคนนี้ไม่ได้ หล่อนจะมีอิทธิพลเหนือจิตใจเขาไม่ได้ !



Don`t copy text!