เมียอันดับห้า บทที่ 64 : งานแรกของไหมแพร

เมียอันดับห้า บทที่ 64 : งานแรกของไหมแพร

โดย : โสภี พรรณราย

เมียอันดับห้า นวนิยายออนไลน์แนวชีวิตผสมโรแมนติกคอมเมดี้ใน อ่านเอา ของ โสภี พรรณราย เรื่องราวของ ‘ภีม’ หนุ่มสังคมรูปหล่อที่มีชีวิตรักแบบรักๆ เลิกๆ จนถึงขั้นเจ็ดปีเปลี่ยนเมียไปสี่คน กับ ‘ไหมแพร’ นักข่าวสายสังคมที่ไม่อาจจะปล่อยให้เรื่องแซ่บๆ นี้ผ่านไปได้ และตอนนี้เธอคือคนที่เขาสนใจ หรือเธอจะกลายเป็นเมียอันดับห้าของเขา!!

****************************

– 64 –

ภีมเคียงข้างไหมแพรปรากฏตัวในงานเลี้ยงของลูกค้าคนสำคัญ

เขาทักทายกับเจ้าภาพอย่างสนิมสนม และไหมแพรมีหน้าที่ยิ้มอย่างเดียว และที่หล่อนไม่คาดคิดคือ หล่อนถูกนักข่าวรุมล้อมเมื่อสำนักข่าวแห่งหนึ่งเห็นหล่อนก็รี่เข้ามาสัมภาษณ์ และตามมาด้วยสำนักข่าวอื่น กับคำถามแรกที่ชวนอึดอัด

“ชีวิตหลังแต่งงานเป็นอย่างไรคะ จากนักข่าวกลายมาเป็นคุณนายของคุณภีม นักธุรกิจผู้บริหารสุททินพงษ์กรุ๊ป”

ไหมแพรไม่ชินกับการจู่โจมเช่นนี้ หล่อนเคยเป็นนักข่าว…ใช่เลย ก็ทำแบบนี้กับผู้ถูกสัมภาษณ์ รู้แล้วว่าถามไม่เต็มใจจะรู้สึกอย่างไร

ที่สำคัญหล่อนเห็นสินีกับอมรก็มาในฐานะนักข่าว ทั้งสองเพิ่งเห็นเพื่อนถูกรุมล้อม

อมรพูดกับสินีว่า

“ยัยแพรกลายเป็นคนดังไปแล้ว”

“ดูเหมือนจะไม่ค่อยสบายใจ” สินีดูจากไหมแพรที่พยายามฝืนยิ้ม

“ถ้ามีข่าวอะไร เราเพื่อนสนิท แถมยัยแพรก็ยังไม่ออกจากฟ้าใหม่เต็มตัว ควรมีข่าววงในมากกว่าใครเพื่อน”

“โอ๊ย ไม่ล่ะ ไม่ฉวยโอกาสกับเพื่อนรักหรอก”

และนอกจากคนในวงการจะมาในงาน ไหมแพรเห็นพรวิไลกับจันทนีก็ยังเป็นแขกรับเชิญ

กลุ่มนักข่าวให้ความสนใจไหมแพรมากกว่า จนพรวิไลกับจันทนีต้องหันมาพูดกัน

ใหม่ๆก็กระจุ๋มกระจิ๋ม เก่าๆมันเป็นสนิมแล้วละ” พรวิไลทำท่าปลง หากจันทนีไม่ยอมรับ

“แค่อดีตนักข่าว โอ๊ย จะน่าสนใจสักแต่ไหนเชียว”

คำตอบที่ไหมแพรตอบนักข่าว ชีวิตหลังแต่งงานคือ

“ยังคงปกติเช่นเดิมนะคะ ทุกอย่างเหมือนเดิม”

คำถามต่อมา

“แล้วทำไมยังไม่ไปทำงานบริษัทคุณภีมคะ เท่าที่ทราบยังเป็นนักข่าวของฟ้าใหม่อยู่”

“เริ่มไปทำแล้วค่ะ ส่วนฟ้าใหม่ก็ช่วยงานชั่วคราวค่ะ จนกว่าจะมีคนมาแทน”

“เป็นถึงภรรยาคุณภีม แต่เป็นนักข่าว คุณภีมยอมหรือคะ”

และแล้วภีมก็เดินมาและพูดว่า

“คำถามนี้ให้ผมตอบจะเหมาะที่สุด ผมชอบตามใจภรรยาและให้โอกาสในการเลือก อย่างที่เธอตอบ เธอทำแค่ช่วงระยะสั้น เพราะบริษัทในเครือของเราจำต้องให้ภรรยาของผมมาช่วย อย่างไรเธอต้องเลิกอาชีพนักข่าวแน่นอนครับ”

ภรรยาผม…ไหมแพรรู้สึกขนลุก พูดอย่างจริงใจหรือเปล่านี่

คงไม่ปล่อยให้ไหมแพรกับภีมโดดเด่นเกินไป ทั้งพรวิไลและจัทนีรี่มาทักทายอดีตสมี วิธีทักทายคือกอดกับหอมสัมผัสแก้ม จูบแก้มกันและกัน

อีกครั้งที่ภรรยาอันดับห้าเห็นแล้วต้องเบ้ปาก

ต้องกอดกันแนบแน่นขนาดนี้ด้วยหรือ เมียคนปัจุบันยืนอยู่โทนโท่ขนาดนี้ กอดไม่พอยังจูบแก้มกันอีก นี่ถ้าหล่อนไม่อยู่จะจูบปากกันหรือเปล่าล่ะ

ไม่ชอบ ไม่ชอบ ไม่ชอบ

หึงหรือ หวงหรือ เปล่านะ แค่ไม่ชอบ ไม่ชอบ รู้ไหม…ไหมแพรบอกกับตัวเอง แค่ไม่ชอบนิดเดียว นิดจริงๆ นิดเดียวจริงๆ

ภีมรู้จักกับคนในงานมากมาย เขาพยามจะแนะนำไหมแพรกับทุกคน แต่ไหมแพรกลับอึดอัด ทักทายตามมารยาทและพยายามจะหลีกเลี่ยง ปล่อยให้ภีมคุยกับนักธุรกิจตามลำพัง

ไหมแพรเดินไปหาเพื่อน สินีกับอมร ที่กำลังสัมภาษณ์แขกในงาน สินีหันมาทัก

“แพร ยังไม่มีเวลาคุย ขอทำงานก่อน”

“อยากช่วยจัง” ไหมแพรว่า

อมรหัวเราะ

“ชุดราตรีหรู สวยขนาดนี้ จะมาทำงาน หล่อนก็ทำหน้าที่คุณนายภีมต่อไปเถอะย่ะ”

“ชุดนี้อึดอัดจะตาย”

“สวยมาก…สวยมาก แหมถ้าไม่เกรงใจอยากยืมใส่บ้าง” อมรว่า

“ได้สิ”

“บ้าเหรอ” สิรีโพล่ง “ชุดเขาเป็นแสนๆ แค่แตะก็อาจเสียหายเป็นหมื่นแล้ว”

อมรลอยหน้าลอยตา

“หรือเราวาสนาไม่ถึงหว่า”

แล้วทั้งสินีกับอมรก็ผละไปทำงาน

ไหมแพรหันรีหันขวาง เป็นพรวิไลกับจันทนีถือแก้วไวน์เดินมาทาหล่อนอย่างตั้งใจ เอาละ ต้องเผชิญหน้าอีกแล้ว อดีตเมียของภีมไม่ถูกกันหรอก แต่ตอนนี้ร่วมมือกันเพราะมีเป้าหมายเดียวกันคือไม่ชอบไหมแพร

เหมือนมีหนามหัวใจคนเดียวกัน ศัตรูคนเดียวกัน จึงสามัคคีกันเหลือเกิน

“ดูสิคุณนี เมียคนที่ห้าของคุณภีม” พรวิไลพูดกับจันทนี “แต่งตัวหรูขึ้นมาก็จากสินค้าแบกับดินกลายเป็นสินค้าขึ้นห้างทันที ดูได้เลยนะคุณนี พอดูได้นะคะ”

“นั่นสิคะ ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่ง ดูดีมีสกุลขึ้นทันทีเลย ยังนึกภาพเมื่อปีก่อนออกอยู่เลยค่ะ คุณวิ แต่งตัวเชยๆ กางเกงยีนส์เก่าๆ เสื้อเก่าๆ ไปขอสัมภาษณ์นีกับคุณภีม แต่ถูกไล่ออกมาเสียก่อนเพราะโลภมาก เพราะขี้ขโมย เลยถูกคุณภีมไล่เป็นหมูเป็นหมา โอ๊ย…ตอนนั้นดูไม่จืดเลย คนเรานะ ดูไม่ออก วาสนาก็ไม่บ่งบอก กลายเป็นเมียคุณภีม ใครจะเชื่อ มีวันนี้”

“แต่คงไม่นานหรอก คุณภีมชอบพวกเปรี้ยวๆ สังคมเก่งๆ แบบพวกเรา นี่ก็แค่เมียชั่วคราวเพราะผู้ใหญ่จัดการให้”

“เราก็พอดูออก บอกแล้วอย่างไรไม่มีทางเกินสามเดือน เห็นไหมคะ ควงออกงานก็จริง แต่ทิ้งให้อยู่คนเดียว โดดเดี่ยวตั้งแต่แรกๆเลย” พูดไปหัวเราะไป

“ควงออกงาน อายละสิ”

“ไม่ควรออกงานด้วยซ้ำ” พูดกันเองหัวเราะเยาะกันเอง

“พอเถอะ” ไหมแพรเหลืออด “เป็นอดีตเมียกันแล้ว แต่ยังตัดใจไม่ได้ อิจฉาริษยา พวกคุณน่าจะวางตัวให้น่าเคารพสักหน่อย”

“ไง…พวกเราดีกว่าเธอ” พรวิไลว่า

“ดีแล้วคุณภีมจะขอหย่าหรือ”

“อย่างไรเธอก็ต้องหย่าเหมือนกัน” จันทนีกล่าว

“เราแต่งเพราะผู้ใหญ่จัดการ แต่พวกคุณแต่งเพราะรัก ยังรักษาชีวิตสมรสไม่ได้เลย เก่งแต่พูด”

“อ๋อ กล้าเถียง” จันทนีตาโต

“คุณเป็นใคร ทำไมจะไม่เถียง ในเมื่อพวกคุณไม่ได้คุยกับฉันอย่างมิตร ตั้งใจหาเรื่องแท้ๆ”

จันทนีเม้มริมฝีปาก หล่อนมีความรู้สึกกับภีมมากที่สุด เพราะบาดแผลจากการหย่ายังสดๆ หล่อนเป็นอดีตคนล่าสุด ยังไม่อยากหย่าแต่เพราะผิดพลาด หล่อนใช้เงินภีมมหาศาลและยังเล่นการพนัน ถูกภีมจับได้หลายครั้งจนต้องยอมหย่า

“ใช่สิ หาเรื่อง หาเรื่องแน่” ชุดหรูที่สวยงาม อิจฉาริษยา แก้วไวน์ในมือสาดเข้าบริเวณอกเสื้อ นั่นบริเวณลูกไม้นอกปักละเอียดด้านอกซ้าย สาดเข้าไปเต็มๆ แต่ก่อนสาดยังมองซ้ายมองขวา โชคดีไม่มีใครอยู่ใกล้

จะทำอะไรที่น่าเกลียดก็ต้องปลอดผู้คนหน่อย

“ว๊าย” ไหมแพรสะดุ้งตกใจ ไม่คิดว่าจันทนีจะกล้า แล้วจันทนีก็ผละไปทันที เมื่อระบายอารมณ์สำเร็จ

พรวิไลตาโต แล้วตามมาด้วยเสียงหัวเราะเยาะ

“อุ๊ยตาย ชุดสวยเลอะแล้ว ไปละ ไม่อยากยุ่งด้วย อายแทนคุณภีม ชุดสวยจะโชว์ใครได้อีก” เดินหนีไปอีกคน

ไหมแพรระงับอารมณ์ ขืนหล่อนโวยวายในงาน ภีมจะอายจริงๆ หล่อนต้องรักษาหน้าให้เขา รีบเดินไปห้องน้ำ

หล่อนเจอใครล่ะ ที่เดินตามมาติดๆ

“คุณน้ำทิพย์”

“ไม่บังเอิญหรอก ฉันมางานนี้เหมือนกัน” น้ำทิพย์พูดยิ้มๆ

โอ๊ย..จะบ้าตาย ไหมแพร..ไหมแพร หล่อนต้องเผชิญหน้ากับอดีตเมียเขากี่คนกันนี่ จะรับมือไหวหรือ

“ไม่เห็นคุณในงาน”

“ฉันก็เดินไปเดินมา ดูว่าคุณจะทำหน้าที่ภรรยาคุณภีมได้ไหม ถือว่าใช้ได้นะ ถูกไวน์สาดให้ยังสงบได้ ใช่ ถ้าขืนกรี๊ดในงาน คุณภีมจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน เรื่องระงับอารมณ์ถือว่าสอบผ่าน เป็นเมียคุณภีมต้องอดทนขนาดไหน ต้องเรียนรู้นะ ต้องอดทนทั้งที่บ้าน ที่ทำงานและในสังคมทั่วไป”

“ฉันรู้ว่าต้องทำตัวอย่างไร แก้ปัญหาอย่างไร”

“เหรอ แล้วแก้ปัญหาอย่างไรล่ะ”

ไหมแพรเปิดกระเป๋าถือ กระเป๋าราตรีใบเล็ก ใส่ของไม่กี่อย่างที่สำคัญแค่ใส่โทรศัพท์ก็พอ และหยิบผ้าคลุมไหล่ออกมา หล่อนเตรียมสำหรับถ้าแอร์หนาวมากก็หยิบใช้ได้เลย แต่ขณะนี้ได้ใช้ประโยชน์มากกว่านั้น นำมาคลุมไหล่และดึงมาปิดบริเวณที่ถูกไวน์สาดตรงอก

ขณะคลุม น้ำทิพย์เห็นสร้อยคอของไหมแพร

สร้อยชุดบุษราคัมสีเข้มราวสีแม่โขง ชุดนี้มีราคาแพงมาก มีเพชรล้อมเพชร แต่ละเม็ดใหญ่เกินกะรัต ตอนเป็นสะใภ้คนแรก ตอนเป็นเมียภีม  ตอนนั้นมีโอกาสเห็นชุดเครื่องประดับทุกชุดของคุณย่าฉวี มีทั้งชุดบุษราคัม ชุดไพลิน ชุดทับทิมหรืออื่นๆมากมาย แต่ย่าฉวีดูหมือนจะหวงชุดบุษราคัมมากที่สุด รักที่สุด มีค่ามากที่สุด

ที่สุดทั้งหมดทั้งมวล ย่าฉวีเห็นว่าน้ำทิพย์ชอบ จึงบอกว่าเมื่อไรที่น้ำทิพย์มีเหลนผู้ชายให้ท่านอีกคน ท่านจะมอบชุดบุษราคัมให้ เหมือนว่าท่านดูออกว่าน้ำทิพย์กำลังจะแยกตัวจากภีม เพราะไม่ชอบครอบครัวใหญ่

ท่านสร้างเงื่อนไขเพื่อให้น้ำทิพย์ไม่แยกจากไป แต่สุดท้ายก็ไม่สำเร็จ

น้ำทิพย์ตาวาวเป็นประกาย จ้องมองบริเวณคอของไหมแพร

“คุณได้สิทธิ์อะไรพิเศษหรือ จึงได้ครอบครองสร้อยบุษราคัมชุดนี้”

คนถูกจ้องงง

“คะ…สร้อยชุดนี้” ครบทั้งต่างหู สร้อยข้อมือ แหวน

“คุณได้เพราะอะไร”

“ก็ไม่รู้สิคะ ท่านให้มา”

“ให้…ทั้งที่เป็นแค่เมียคนที่ห้า แค่ท่านรู้จักกับยายคุณ แค่คนธรรมดาอยู่อย่างยากลำบาก พี่ชายชอบเล่น ชอบผลาญเงินยาย แค่นักข่าวที่เคยถูกคุณภีมไล่ออกจากห้องสัมภาษณ์ แค่…แค่…”

น้ำทิพย์รู้อะไรมากกว่าที่คาดคิด

“คุณสืบเรื่องของฉัน”

“อยากรู้มีอะไรดี”

“ใช่ค่ะ ฉันเป็นแค่คนธรรมดา…ธรรมดามาก กินข้าวข้างถนนได้ ฉันมีอะไรดี วิเศษ สิทธิ์พิเศษอะไร ไม่เลย…ใจมังคะ จริงใจค่ะ ฉันมีความจริงใจเท่านั้นคงพอนะคะ”

“ไม่พอ…ไม่พอ…ไม่…ชุดบุษราคัมเท่าที่รู้มา ย่าฉวีรักที่สุด มีความสำคัญต่อท่านที่สุด แม้แต่คุณแม่วรรณ สะใภ้ของท่าน ก็ยังไม่มอบให้ กับฉันท่านจะมอบก็ต้องมีเงื่อนไข แต่คุณ…คุณได้โดยไม่ต้องร้องขอ ซึ่งเป็นไปไม่ได้ ชุดนี้เป็นชุดแสนหวงที่มีค่ามาก เป็นความทรงจำร่วมกันของท่านกับคุณปู่สุทิน”

“คุณบอกฉันเพื่อ”

“มันควรเป็นของฉัน”

“อาจจะเป็นของคุณ แต่คุณละทิ้งโอกาสนั้นเอง”

“หรือฉันพลาด” เสียงเหมือนพึมพำ แต่ก็เชิดหน้า “ฉันต้องการแค่ครอบครัวเล็กๆ พ่อแม่ลูก ครอบครัวที่ไม่ถูกญาติผู้ใหญ่ครอบงำ มีอิทธิพลในการชีวิต”

“ผู้ใหญ่ทำทุกอย่างด้วยความหวังดี คุณคงมองพวกท่านผิดไป”

“สร้อยนี้ควรเป็นของฉัน…ของฉัน” น้ำทิพย์มีแววตาโลภขึ้นวูบหนึ่ง

ไหมแพรงง…ทราบว่าน้ำทิพย์ไปอยู่เมืองนอก แต่งงานใหม่ สามีร่ำรวย พอสามีตาย น้ำทิพย์ก็คือเศรษฐีคนหนึ่ง กับแค่ชุดสร้อยชุดเดียว

หารู้ใจของน้ำทิพย์ไม่

มีทุกอย่างพร้อม แต่กลับโหยหาอดีต ไม่เคยพอใจในสิ่งที่ตนมีอยู่ อยากกลับมาทวงทุกอย่างคืน ไม่ว่าความรักของภีม ลูกหรือสร้อยเส้นนี้

“คุณไปพูดกับคุณย่าฉวีเอง ถ้าท่านจะให้คุณ ฉันจะให้ทันที” กล่าวจบก็เดินออกมา ตามติดๆด้วยน้ำทิพย์

ภีมกำลังมองหาภรรยา พอเห็นก็รี่มาถาม

“ไปไหนมา”

“ห้องน้ำค่ะ”

“ทำไมต้องใช้ผ้าคลุมไหล่”

“เกิดอุบัติเหตุนิดหน่อย ทำให้เสื้อเลอะ”

“ฝีมือใคร” ภีมเดาได้ทันที

“ไม่สำคัญหรอกค่ะ ขอให้แก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ก็พอ”

จริงๆแล้วภีมยังสงสัยเรื่องเสื้อราตรีเลอะ แต่เสียงของอดีตภรรยาทำให้เขาต้องเดินมาหา

“ภีมคะ ทิพย์ก็มางานค่ะ”

“อ้าว คุณรู้จักเจ้าภาพ”

“ตอนอยู่เมืองนอก ทิพย์สนิทกับเจ้าของบริษัท ถ้าคุณคุยธุรกิจไม่ลงตัว ให้ทิพย์ช่วยงานคุณได้นะคะ”

“ไม่ต้องหรอก สุททินพงษ์กรุ๊ปทำธรกิจกับบริษัทนี้มานานและเราก็ทำต่อไป เราสามารถเจรจาธุรกิจโดยไม่ต้องผ่านคุณ”

ภีม…นี่คุณไม่ไว้หน้าทิพย์เลยหรือ เราเคยรักกันมากขนาดไหน ขนาดมีลูกด้วยกัน กับเมียคนอื่นๆไม่มีใครสามารถมีลูกได้สักคน

คุณไม่มีใจเหลือให้ทิพย์จริงๆหรือ

“พรุ่งนี้ทิพย์จะไปพบลูกที่บ้าน ขอแจ้งให้ทราบล่วงหน้าค่ะ” น้ำทิพย์พยายามเชิดหน้าหยิ่งๆ

“ได้สิ คุณมีสิทธิ์พบลูกได้ เพราะคุณเป็นแม่ อย่างไรก็คือความจริง ผมไม่ใจร้ายกับคุณและไม่เคยกีดกัน” น้ำเสียงภีมเย็นชาจนน้ำทิพย์ต้องผละไป

“ไม่เห็นต้องทำน้ำเสียงเย็นชากับอดีตภรรยาอย่างนั้นเลย” ไหมแพรพึมพำเสียงดังไปหน่อย

“ใครดีดีด้วย ใครร้ายร้ายตอบ”

“โอ้โห แสดงว่าคุณยังโกรธแค้น”

“ไม่ แต่บางเรื่องเมื่อเจ็บแล้วต้องจำ”

“รักแรก เข้าใจเลย” ไหมแพรเบ้ปาก



Don`t copy text!