เมียอันดับห้า บทที่ 66 : เกิดเรื่อง

เมียอันดับห้า บทที่ 66 : เกิดเรื่อง

โดย : โสภี พรรณราย

เมียอันดับห้า นวนิยายออนไลน์แนวชีวิตผสมโรแมนติกคอมเมดี้ใน อ่านเอา ของ โสภี พรรณราย เรื่องราวของ ‘ภีม’ หนุ่มสังคมรูปหล่อที่มีชีวิตรักแบบรักๆ เลิกๆ จนถึงขั้นเจ็ดปีเปลี่ยนเมียไปสี่คน กับ ‘ไหมแพร’ นักข่าวสายสังคมที่ไม่อาจจะปล่อยให้เรื่องแซ่บๆ นี้ผ่านไปได้ และตอนนี้เธอคือคนที่เขาสนใจ หรือเธอจะกลายเป็นเมียอันดับห้าของเขา!!

****************************

– 66 –

ภีมจ้องมองไหมแพรที่กำลังขับรถ คนขับรู้ตัวว่าถูกจ้องแต่ก็ยังไม่หันมามอง จนรถติดไฟแดง

“เธอพูดจริง” ภีมถาม

“คุณสงสัยอะไรคะ ฉันกลัวตกงาน ฉันผิดตรงไหนล่ะ”

“บ้านเธอได้ไปกี่ล้านแล้ว พอเอาไปตั้งตัวสบายๆชั่วชีวิต เงินมากขนาดนั้นไม่น่าต้องกังวล”

หญิงสาวหน้าเข้ม

“เงินของยายค่ะ”

“แต่เธอดูแลอยู่นี่”

“ยายไม่รู้เรื่องบัญชี และพี่วิทก็ไม่ควรมีเงินในบัญชี ฉันดูแลแทน”

“อย่าพูดว่าต่อไปไม่ใช่ของเธอ ของพี่ชายเธอ”

“ยายไม่ตายหรอก ไม่ตาย ต้องไม่ตาย”

“ยายเธออยู่โรงพยาบาลเป็นเดือนแล้วนะ”

“หมอให้ออกได้ถ้าจะออก”

“เธอวางใจหรือ ถ้ากลับบ้านใครจะดูแล เธอมีเวลาดูแลหรือ ให้พักอยู่โรงพยาบาลไม่สบายกว่าหรือ ค่าใช้จ่ายฉันออกหมดอยู่แล้ว”

แต่ยายก็บ่น อยากออกจากโรงพยาบาลทุกวัน

“ฉันบอกยายแล้วค่ะ อย่างไรภายในอาทิตย์นี้จะพากลับบ้าน”

“ก็ตามใจเธอ ถ้าเธอวางใจ”

“อาจต้องย้ายไปอยู่กับพี่วิทก่อน เพราะบ้านพี่วิทมีพี่กานดา แฟนพี่วิทช่วยดูแลยายได้ค่ะ”

“เธอตัดสินใจเองแล้วนี่”

“คุณไม่เห็นด้วย”

“ฉันอยากให้อยู่โรงพยาบาล ดูแลง่ายดี สะดวก มีหมอพยาบาลใกล้ชิด”

“เหมือนคุณอุษาใช่ไหมคะ เธอถึงไม่ได้กลับบ้าน”

ภีมชะงัก…ภรรยาคนที่สองที่น่าสงสาร

“ษา…ษา…เป็นโรคที่รักษาไม่หาย”

“คุณควรเยี่ยมถี่ขึ้นนะคะ” คำพูดมีนัยที่สำคัญ สภาพของอุษาล่าสุดที่ไหมแพรไปเยี่ยมเมื่อคืนวาน ดูออกว่าเธอทรุดลงเรื่อยๆ พูดก็เบาและเหนื่อยง่าย เทียบกับยายสายบัวที่อายุมากกว่าหลายรอบยังพูดเสียงดังกว่า หากก็เปรียบเทียบไม่ได้ โรคอุษากำเริบและยากจะรักษาแล้ว ในขณะที่ยายผ่าตัดแล้ว ดีขึ้นเรื่อยๆ

“ฉันรู้ว่าต้องทำอย่างไร เธอรู้สึกดีต่ออุษาเพราะอุษามอบสร้อยเพชรรูปหัวให้เธอ ฉันรู้สึกได้นะ”

“รู้สึกดีหรือเปล่าหรือคะ ยืนยันอีกครั้ง ถ้าเราหย่ากันฉันคืนสร้อยเพชรรูปหัวใจให้คุณษาแน่นอน  ฉันจะไม่เก็บของที่มีความหมายถึงความรักไว้ สร้อยหัวใจ…สร้อยความรัก ควรเหมาะกับคุณและผู้หญิงที่คุณรักค่ะ”

แล้วก็เจ็บแปลบ แล้วก็เงียบกริบ ทั้งเขาทั้งเธอ

ทำไมเป็นแบบนี้ล่ะ ทำไมต้องเงียบ ภีมยังเงียบไปเลย เงียบแบบไม่มีเหตุผล เงียบจนมาถึงจุดหมายปลายทาง

ภีมและไหมแพรรีบไปสถานที่น้ำผึ้งนัดให้มารับ แผนกของเล่น แต่แผนกนี้ใหญ่มากจนไหมแพรต้องบอกกับภีมว่า

“คุณไปด้านโน้น ฉันจะไปด้านนี้ โทรศัพท์แล้วผึ้งไม่รับสาย เราแยกกันหานะคะ เจอแล้วโทรบอกกันค่ะ”

ไหมแพรแยกกันกับภีม ภีมเองก็โทรหาอดีตภรรยา เธอไม่รับสายเช่นกัน ไหมแพรพบน้ำผึ้งก่อนและพบว่าน้ำทิพย์กำลังตำหนิลูก

“แม่พามาเที่ยว พามากิน พามาเล่น พามาซื้อของ แต่ลูกกลับโทรให้พี่แพรมารับ แม่เสียหน้านะ ทำแบบนี้ทำไม เราต้องอยู่ด้วยกัน เราต้องเป็นครอบครัวสิ แม่เสียใจเหลือเกิน”

“คุณน้ำทิพย์อย่าว่าผึ้งเลยค่ะ”

น้ำผึ้งพอเห็นไหมแพรก็วิ่งมาหา ยิ่งเห็นภาพนี้น้ำทิพย์ยิ่งรู้สึกโกรธ

“เรื่องของแม่ลูก คุณไม่เกี่ยว”

“ฉันคิดถึงจิตใจของเด็ก คุณยิ่งใจร้อนเด็กยิ่งไม่เข้าใจ คุณตำหนิเด็กยิ่งห่างเหิน ต้องค่อยเป็นค่อยไปสิคะ กว่าฉันจะสนิทกับผึ้งยังกินเวลาเหมือนกัน ใช้เวลาให้แกเข้าใจคุณ”

น้ำทิพย์ตาแดง ทั้งโกรธทั้งเสียใจ

“กลายเป็นคุณมาตำหนิฉัน มีสิทธิ์อะไร คิดว่าเป็นเมียคุณภีมหรือ เมียที่รอวันหย่า ไม่มีใครอยู่กับคุณภีมได้หรอก ฉันรู้นิสัยเขาดี เห็นไหมว่าต้องหย่าทุกคน แพ้ดวงแรงของภีม ยิ่งคุณเป็นเมียที่ย่าฉวีจัดการ อดีตบ้าบออะไรกัน ผิดต่อยายคุณอะไรกัน เรื่องอดีตบ้าบอยังเก็บมาทดแทน ยังเก็บเอามาจริงจัง ภีมไม่ได้รักคุณเลย นี่คิดว่าตกถังข้าวสาร คิดว่าถวายตัวให้ภีมแล้วเขาจะให้เป็นเมียถาวรหรือ ฝันไปเถิด ฉันตัวจริงกลับมาแล้ว ไม่ว่าพรวิไลหรือจันทนีก็ไม่ใช่ตัวจริง ฉันต่างหากตัวจริง ฉันคนเดียวที่ลูกกับภีมต้องการ เป็นรักแรกของเขา รักแรกที่เขาไม่มีวันลืม”

ไหมแพรมีหรือจะยอมเฉย

“คุณพูดถูกค่ะคุณน้ำทิพย์ นี่มันยุคไหนกัน ฉันกับคุณภีมเหมือนถูกบังคับ แต่เราทำเพราะเราทั้งคู่กตัญญู ฉันเชื่อเสมอว่าคนกตัญญูรู้คุณจะเจริญรุ่งเรือง ฉันแต่งงานแล้วยายยอมผ่าตัด พี่ชายมีชีวิตที่ดีขึ้น มีบ้าน มีงาน มีร้านเป็นของตัวเอง สำหรับฉันไม่คิดว่าตกถังข้าวสาร ฉันไม่รับอะไรจากคุณภีม ฉันขอให้ยายกับพี่ชายแค่นั้นก็พอ ฉันจะหย่าหรือไม่เป็นเรื่องของอนาคต ส่วนใครเป็นตัวจริง ฉันไม่รู้จริงๆนะคะ ไม่รู้คุณภีมจะหยุดที่ใคร ฉันเองไม่เคยคาดหวัง จึงไม่กลัวผิดหวัง ส่วนคุณ…คุณเคยเป็นตัวจริงคนแรก มีลูกที่น่ารัก และคุณเป็นคนทิ้งโอกาสนั้นไปเอง ถ้าจะกลับมาขอแก้ตัว คุณต้องปรับปรุงตัวค่ะ ให้คุณภีม คุณย่าและคุณแม่เห็นความจริงใจของคุณ ถ้าคุณชนะใจพวกท่านได้ คุณจึงพูดได้เต็มปากว่าคุณเป็นตัวจริงของคุณภีม”

“คุณ” น้ำทิพย์ตาโต โกรธ “กล้ามากนะ กล้าพูดแบบนี้ ทั้งที่ไม่มีอะไรเลย มีแต่ตัว”

“ค่ะ…มีแต่ความกตัญญูรู้คุณค่ะ ฉันได้รับจากยายและย่าฉวี ฉันจะยึดความกตัญญูไว้ให้แน่วแน่”

“ทำเป็นพูดดีกตัญญู โลภมากละไม่ว่า ชมตัวเองว่าเป็นคนดี ลึกๆกล้ายืนยันไหมว่าต้องหย่า ทั้งที่ใจไม่อยากหย่า”

“ฉันพูดเสมอว่า ฉันกับคุณภีม สักวันต้องหย่า”

“คุณอยากเป็นเมียคนสุดท้ายของเขา”

ไหมแพรสูดลมหายใจลึกๆ

“ทำไมต้องพูดถึงอนาคต ตอนนี้เราต้องอยู่กับปัจจุบัน”

ภีมมาถึงแล้วและยืนฟังตั้งแต่แรก ถ้าไม่ใช่ว่าน้ำผึ้งเห็นพ่อก่อน เขาคงได้ฟังอะไรๆจากปากสองสาวต่อ

“คุณพ่อขา” น้ำผึ้งเปลี่ยนเป็นโผหาบิดา

น้ำทิพย์พูดกับภีมว่า

“ทิพย์ต้องทำความรู้จักกับลูกให้มากกว่านี้ อยู่ๆแกก็อยากกลับบ้านหลบทิพย์เฉยเลย…คุณก็มาด้วยหรือคะ”

“ค่อยเป็นค่อยไปแล้วกัน” ภีมดูท่าทางเย็นชา

“ทิพย์ว่ากำลังจะไปส่งแกพอดี แกก็โทรตามคุณแพรเสียก่อน”

“ผมมารับลูกแล้ว จะรับกลับทันที” แล้วหันมาพักหน้ากับไหมแพร “กลับกัน”

หันหลังจากไป…ภีม ไหมแพรและเด็กหญิงตัวน้อย โดยมีสายตาน้ำทิพย์มองอย่างเจ็บปวด นั่น..ภาพที่เห็นคือครอบครัวใหม่หรือ ครอบครัวสมบูรณ์แบบหรือ…ไม่มีภาพหล่อนเลย…ไม่มี…

ขากลับ ภีมเป็นคนขับรถกลับ มีเด็กหญิงตัวน้อยนั่งหน้าคู่บิดาและไหมแพรนั่งหลัง สองพ่อลูกคุยกันอย่างอบอุ่น

“วันหลังมีอะไรโทรหาพ่อสิ โทรหาพี่แพรทำไม” บิดาถามเรียบๆ

“ตอนนั้นผึ้งอยากกลับบ้านมากๆค่ะพ่อขา กดโทรศัพท์มีชื่อพี่แพรขึ้นเลยกดก่อนเลยค่ะ”

“แม่ซื้อของเล่นให้ตั้งเยอะนี่ น่าจะเล่นกับแม่ต่อ”

“แม่พูดกับผึ้งให้ผึ้งไปอยู่ด้วย และบอกว่าให้แม่กลับมาอยู่กับผึ้ง แต่ผึ้งไม่รู้จักแม่…พี่ษรบอกว่าแม่จะพาผึ้งไป ผึ้งไม่ไปนะคะ ไม่ไป…ไม่ไป…ผึ้งจะอยู่กับพ่อ”

ระหว่างรถติดไฟแดง ภีมยกมือลูบศีรษะบุตรสาว

“ผึ้งต้องอยู่กับพ่อแน่นอนจ้ะ”

“แล้วแม่จะกลับมาหรือเปล่าคะ แม่ว่าแม่อาจจะมาอยู่กับพวกเรา มีพ่อมีแม่ลูก”

คำถามเด็กหญิงทำเอาภีมต้องหันมามองไหมแพรที่อยู่หลังรถแวบหนึ่ง หญิงสาวแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ทั้งที่อยากรู้คำตอบจะตาย จะรู้ไปทำไมล่ะในเมื่อเขากับหล่อนต่างไม่มีอะไรต้องผูกพันกัน แต่อยากรู้จริงๆนะ มัน…มันมีความหมายบางอย่างในจิตใจ…อะไร…บางอย่างในหัวใจ…อะไร…ไหมแพรเป็นอะไร

เป็นเมีย…ใช่ เมีย…จะอินกับคำว่าเมียเกินไปแล้ว

ใช่…ตอนนี้อย่างไรก็เป็นเมียละ จะทำไมล่ะ ฐานะ ‘เมีย’ ทางกฏหมาย

“พ่อยังตอบไม่ได้แน่ชัด แต่ให้ตอบตอนนี้ พ่อมีแค่ผึ้งคนเดียว คนอื่นไม่ใช่ทั้งนั้น”

คนอื่นไม่ใช่…ทั้งนั้น…หมายถึงใคร

คุณน้ำทิพย์หรือหล่อน

ผิดหวังกับคำตอบสิไหมแพร…หล่อนเม้มปาก สมน้ำหน้าตัวเอง

 

ไหมแพรจำต้องไปลางานที่ฟ้าใหม่อย่างแสนเสียดาย เพราะภีมต้องการให้หล่อนเริ่มงานกับบริษัทอย่างเต็มตัว ไม่ใช่ครึ่งวันอย่างที่เคยตกลงกัน

คมกริชยังคงจับจ้องมองไหมแพรเสมอ ทำให้เขาเสียสมาธิกับงานพอสมควร แต่เขาไม่เร่งรัดพูดคุยกับหญิงสาวอย่างเคย ทั้งที่ต้องการเจอสองต่อสอง ตระหนักถ้าทำอะไรเกินเลยเขาอาจตกงานง่ายๆ

ไหมแพรจริงจังกับงานมาก หล่อนเรียนรู้อย่างตั้งใจ เลิกมองว่าจะตกงานเมื่อไหร่ จะหย่าเมื่อไหร่ ให้ทำวันนี้อย่างดีที่สุด

อรัญออกไปไซต์งานก่อนสร้าง และมีปัญหาบางอย่างจึงโทรมาหาภีมให้ไปช่วยเหลือ เขาบอกสั้นๆว่าถูกคนงานรุมล้อม

ภีมรีบออกจากห้อง เดินมาหาไหมแพรพูดอย่างรีบร้อน

“ไปกับฉัน”

อีกแล้ว…ไม่เคยได้ทำงานเต็มเวลาสักที ต้องเจอปัญหาโน่นนั่นนี่และหล่อนต้องไปกับเขา

“ไปไหนคะ” อีกครั้งที่ไหมแพรต้องขับรถแทนนายปันที่ยังลาป่วยอยู่บ้าน ใช่สิ หล่อนเป็นคนขับรถชั่วคราวไงล่ะ

ภีมบอกจุดหมายปลายทาง ไซต์งานก่อสรางคอนโด เสียงเขาบ่นว่า

“คราวที่แล้วมีเรื่องกับคนงาน ไม่รู้ตอนนี้มีปัญหาอะไรอีก”

เมื่อมาถึงก็พบว่ากำลังมีการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายแยกเป็นสองพวก ฝ่ายหนึ่งคือคนงานและหัวหน้าราวสิบกว่าคน อีกฝ่ายคืออรัญกับคนงานส่วนหนึ่งเจ็ดแปดคน และหัวหน้ารวมทั้งวิศวกร ที่ไซต์งานจะมีหัวหน้าสองคน รับผิดชอบงานคนละส่วน ใบหน้าของอรัญมีร่องรอยถูกทำร้าย

“พี่ภีม…ช่วยผมด้วย” อรัญรีบรายงานพี่ชาย “ผมถูกไอ้คนงานชื่อเดชต่อยครับ พี่ภีมต้องจัดการ ผมเป็นรองแค่พี่ภีม ผมจะไล่มันออก มันบอกว่าไล่ต้องพี่ภีมนายใหญ่คนเดียว คนอื่นมันไม่ยอมรับ มันไม่กลัวผมเลย”

“เรื่องนี้ทำไมไม่ให้หัวหน้าที่นี่จัดการ”

“หัวหน้ามันก็เข้าข้างลูกน้อง”

“แกไม่น่า…” มีเรื่องกับคนงาน แต่ภีมไม่พูด อรัญเจ็บตัวซึ่งที่นี่มีกฏระเบียบชัดเจนห้ามใช้กำลัง

“คุณอรัญหาเรื่องผมก่อน” เดชโพล่งอย่างเหลืออด “คอยจับผิดมาหลายครั้ง ด่าผมแรงๆ วันนี้ผมแค่มาพักสูบบุหรี่ ผมแค่เครียด…ผม..”

“เขตก่อสร้างห้ามสูบบุหรี่” ภีมพูดเย็นๆ

“ผมแอบไปสูบข้างนอก ผมรู้ระเบียบ”

“ใกล้เขตก่อสร้างอยู่ดี”

“ผมเครียด เครียด ผมมีปัญหาครอบครัว”

“ใช่…เลยทำผิดบ่อยๆ สร้างปัญหาโดยอ้างปัญหา”

อรัญกระซิบข้างหูพี่ชาย

“ไล่มันออกเลย ไล่ออก ไม่งั้นผมจะไม่มาที่นี่ ผมจะทำงาน” อรัญขู่

ต่อหน้าคนมากมาย ภีมต้องตัดสินใจ ระหว่างคนงานกับน้องชายจะว่าเข้าข้างก็ไม่ผิด

“เก็บของออกไป” ตัดสินใจสุดท้าย

นายชาญหัวหน้าของเดชรีบพูดกับเจ้านายว่า

“ให้โอกาสเดชมันหน่อยครับคุณภีม ตอนนี้มันมีปัญหาครอบครัว”

“อ้างปัญหาแล้วก่อเรื่อง กล้าชกอรัญน้องชายฉัน”

“คุณอรัญเคยจับผิดเดชมาก่อน คราวที่แล้วก็มีเรื่อง”

“นั่นไง จึงตัดปัญหาให้ออก”

“แต่ว่า…”

“ไม่มีแต่ ต้องออก”

ภีมเหนื่อยใจ ต้องมาแก้ปัญหาแบบนี้

อรัญหัวเราะใส่หน้าเดช เดชฮึดฮัดโมโห กำมือแน่น ขบกรามจ้องหน้าอรัญสลับกับภีม

“ออกก็ออกสิวะ ไอ้เจ้านายเฮงซวย” หลุดปากด่าคำหยาบอีกหลายคำ

“นายชาญมากับฉันก่อน แล้วไปดูนายเดชเก็บของออกให้เรียบร้อย”

อรัญอยู่ท่ามกลางคนงานที่ประจบประแจง

ภีมบอกให้ไหมแพรไปรอที่รถ

“ไปรอที่รถ เดี๋ยวฉันตามไป”

เขาเดินไปกับชาญ ไปหลังรถสิบล้อ ไหมแพรอยากรู้อยากเห็นจึงแอบเดินตามเงียบๆ

ภีมเห็นว่าไม่มีใครแล้วจึงหยิบเงินในกระเป๋ากางเกงปึกใหญ่ มองด้วยสายตาคร่าวๆราวสามสี่หมื่นส่งให้ชาญ

“ฉันไม่อยากเห็นเดชเดือดร้อนเกินไป เอาเงินไปให้ ไม่ต้องบอกว่าเป็นเงินฉัน ส่วนบริษัทจ่ายให้อีกก้อนตามระเบียบให้ออกจากงาน พอมันตั้งตัวได้”

ชาญถอนใจยาว

“มันมีปัญหาครอบครัวจริงๆครับ เมียหนี แม่ก็ป่วย มีลูกเล็กด้วย มันเลยเครียด”

“ฉันช่วยได้แค่นี้ ไม่ต้องบอกว่าฉันช่วย ฉันไม่อยากมีปัญหากับน้องชาย ปัญหาคนอื่นไม่อยากรับรู้”

“ขอบคุณแทนเดชครับ”

“ช่วยดูแลคนงานด้วย อย่าให้มีปัญหาอีก”

“ครับ…ครับ…คุณภีม”

ไหมแพรเลิกคิ้ว…กับภาพที่เห็น

ภาพลักษณ์แข็งแกร่ง ดุดัน เอาแต่ใจ…แหม..ที่แท้ก็ใจอ่อนเป็น มีหลายมุมของภีมที่หล่อนยังไม่เคยเห็น แต่หล่อนก็ชอบ…ชอบแบบนี้ละ

ใจอ่อน เมตตา…ไม่เคยเห็นเลย

 



Don`t copy text!