เมียอันดับห้า บทที่ 68 : อยู่กับเธอ อะไรก็อร่อย

เมียอันดับห้า บทที่ 68 : อยู่กับเธอ อะไรก็อร่อย

โดย : โสภี พรรณราย

เมียอันดับห้า นวนิยายออนไลน์แนวชีวิตผสมโรแมนติกคอมเมดี้ใน อ่านเอา ของ โสภี พรรณราย เรื่องราวของ ‘ภีม’ หนุ่มสังคมรูปหล่อที่มีชีวิตรักแบบรักๆ เลิกๆ จนถึงขั้นเจ็ดปีเปลี่ยนเมียไปสี่คน กับ ‘ไหมแพร’ นักข่าวสายสังคมที่ไม่อาจจะปล่อยให้เรื่องแซ่บๆ นี้ผ่านไปได้ และตอนนี้เธอคือคนที่เขาสนใจ หรือเธอจะกลายเป็นเมียอันดับห้าของเขา!!

****************************

– 68 –

นายปันกลับมาทำงานเพื่อขับรถให้ภีมตามเดิม แต่กลายเป็นว่าหลายวันที่ผ่านมาไหมแพรเป็นคนขับรถให้ภีมไปโน่นไปนั่น ทำให้เขาชอบและเคยชิน

ด้วยเหตุผลเขาได้เรียนรู้นิสัยใจคอ และมุมมองของหญิงสาวหลายเรื่องในระหว่างเดินทาง

ภีมให้นายปันรอที่บ้าน เผื่อใครต้องการเรียกใช้ ทั้งที่มีนายสุกคนขับรถประจำบ้านอีกคน

ไหมแพรเลิกคิ้วเมื่อเขาบอกว่า

“แพร เธอขับรถให้ฉันต่อไป”

“แต่ว่า น้าปันกลับมาแล้วค่ะ” หล่อนแย้ง

“เพิ่งมาก็ให้พักไปก่อน ช่วยคนสวนรดน้ำต้นไม้ก็ได้”

“แต่ฉันมีธุระ” ใช่สิไปกับภีมแทบจะเรียกว่าตัวติดกันไปด้วยทุกที่ ตั้งแต่เช้าจรดค่ำกลับบ้าน หญิงสาวไม่มีเวลาส่วนตัวสักนิด

“ธุระอะไร”

“เช้านี้จะไปรับยายกลับบ้าน”

“อย่าเพิ่งรีบ แวะไปบริษัทก่อน มีงานต้องเคลียร์ทุกวัน แวะสักสองชั่วโมงก็ได้ ใกล้เที่ยงค่อยไปรับยาย ฉันไปด้วย จะได้แวะเยี่ยมอุษาด้วย”

จบ…เขาสรุปแทนหล่อนหมด ถือว่าเป็นคำสั่ง

ตรงนั้นย่าฉวีกับคุณวรรณก็อยู่ด้วย และดูเหมือนย่าฉวีจะแอบอมยิ้ม…ใช่แล้ว บางทีท่านอาจคิดถูกว่าไหมแพรจะเป็นเมียคนสุดท้าย

“คุณแม่ยิ้ม” คุณวรรณพูดขึ้น เห็นรถของภีมกับไหมแพรแล่นออกจากบ้าน และนายปันก็ยิ้ม ไม่รู้ยิ้มอะไร เดินไปช่วยงานในสวนแทนขับรถ

“ยิ้มสิ ดูไม่ออกหรือ ภีมขาดไหมแพรไม่ได้แล้ว”

“จริงหรือคะ ใหม่ๆ อาจกระจุ๋มกระจิ๋ม แต่พอเก่า…”

“ต้องดูต่อไป หนูแพรไม่เหมือนเมียคนก่อนสองคนที่เก่งสังคม เป็นดารา เป็นคนหัวสูง แต่แพรเป็นคนธรรมดา…ธรรมดานี่ละที่จะชนะใจภีม แม่ดูออกนะ”

“แพรยังต้องพิสูจน์อีกหลายอย่าง”

“เธอไม่ชอบแพรหรือ”

“อย่างที่บอกค่ะ แพรต้องพิสูจน์ตัวเองว่าเป็นคนดีพอจะมาเป็นสะใภ้คนสุดท้ายของบ้านเราค่ะ”

“ก็ให้แพรพิสูจน์ด้วยตัวเอง สำหรับแม่เริ่มจะยอมรับแพรมากขึ้นแล้ว แม่ชอบแพรตั้งแต่เจอที่วัด และเริ่มชอบมากขึ้นเรื่อยๆ แต่วรรณก็ดูต่อไปนะ พิสูจน์เด็กคนนี้ต่อไปว่าสมควรจะเป็นสะใภ้ของวรรณหรือเปล่า”

 

ไหมแพรขับรถไปโรงพยาบาลหลังออกจากบริษัท ภีมให้ผู้หญิงขับรถให้ ถึงหล่อนจะขับรถเร็วก็จริงแต่ไม่น่ากลัว ภีมจึงรู้สึกอุ่นใจ

รู้ทั้งรู้บางทีหล่อนก็แกล้งขับรถเร็ว จะให้ภีมกลัวและไม่ใช้หล่อน ภีมกลับเฉย

“ไม่ใช่โชเฟอร์ของคุณนะ” ไหมแพรพึมพำเบาๆ ไม่ให้เขาได้ยิน เกิดได้ยินขึ้นมาอีกแล้ว

“เป็นคนเสนอให้นายปันหยุดงานเอง ตอนนี้แกล้งขับรถเร็วให้ฉันไล่เธอลงจากรถหรือ ฝันไปเถอะ”

“คุณไม่กลัวตายหรือคะ”

“เธอล่ะ ไม่กลัวตายหรือ” เขาย้อน

“กลัวสิ แต่อาจไม่เท่าคุณ คุณรวยขนาดนี้ ถ้าตายไปจะอดใช้เงินนะคะ”

“เธอมีภาระทั้งยายทั้งพี่ชาย ตายไปใครจะดูแล”

ไหมแพรเผลอค้อน ทั้งที่ดวงตาจับจ้องถนนเบื้องหน้า

“ตายไปก็ไม่รับรู้อะไรแล้ว”

“ปากกับใจตรงกันหรือเปล่า ขับเร็วกว่านี้ก็ได้นะ ฉันเป็นคนขับรถเร็วเลยไม่กลัว และเธอก็รู้ตัวว่ากำลังทำอะไรอยู่”

“ฉันอยากเป็นอิสระ”

“แค่ขับรถไม่กี่วัน เป็นภาระมาก”

“คนเราต้องมีเวลาส่วนตัวบ้าง”

“ไม่ว่าถ้าเธอมีเหตุผล หรืออยากมีเวลาส่วนตัวกับนายคมกริช”

เพราะก่อนหน้าจะไปโรงพยาบาล ภีมกับไหมแพรแวะที่ทำงานก่อน ให้ภีมเคลียร์งาน และเห็นสายตาคมกริชที่จ้องมองไหมแพร และสายตาที่หล่อนมองอดีตคนรักมีแววสงสารเห็นใจ มันทำให้เขาไม่พอใจ ตอนนี้กลายเป็นเขาหาเรื่องหล่อน ไม่ใช่หล่อนหาเรื่องเขา

“ตั้งแต่แต่งงานกับคุณ ฉันกับคมกริชก็ไม่ได้ติดต่อกัน ใช่ค่ะ อาจมีพูดคุยกันแต่ไม่มีอะไรเสื่อมเสีย”

“เห็นสายตาคุณมองนายคม อ่อนโยนเชียว”

“ฉันสงสารเห็นใจเขาค่ะ เพราะเขายังไม่สามารถตัดใจ”

“เธอจะบอกว่าเธอใจแข็งกว่าเขา”

“ฉันก็ไม่ใช่คนใจแข็ง ฉันรู้หน้าที่และมียายที่ต้องคอยรักษาใจท่าน ในเมื่อฉันรับปากยายแล้ว ฉันจะไม่ทำให้ท่านผิดหวัง และฉันก็ย้อนกลับไปทางเดิมไม่ได้แล้ว”

“เพราะเธอมาไกลกว่าที่คิดใช่ไหม”

“ไกลหรือไม่ ผิดหรือถูกก็เดินมาแล้ว ไม่อาจเปลี่ยนแปลงค่ะ และใช่ค่ะ ไกลกว่าที่คิด และต้องเดินต่อ ทั้งที่รู้ว่าสุดท้ายฉันต้องเดินคนเดียวเหมือนเดิม เมื่อภาระทุกอย่างจบลงค่ะ”

เบื่อจังเลยต้องพูดอะไรซ้ำซากอีกแล้ว เพราะเขาชอบหาเรื่อง

ภีมรู้ว่าตัวหล่อนเริ่มมีน้ำเสียงแปร่งๆ ทำไมในเมื่อหล่อนอยู่ในตำแหน่งเมียอันดับห้า…เมีย…ทำไมเขาไม่ปล่อยวางให้ทุกอย่างดำเนินไปตามธรรมชาติอย่างที่ควรเป็น หรืออย่างที่เขาอยากให้เป็น

อยากให้เป็นคือ?

เหมือนว่าใจเขากำลังทรยศ ห้ามว่า ‘ไม่’ แต่ใจ ‘ใช่’

คืออะไรแน่

ถามใจตัวเอง รอให้ตัวเองมั่นใจอีกนิด อีกนิดเดียว รออะไร คือต้องรอ เขาไม่อาจฟันธงได้ เพราะเขายังไม่ยอมรับ

และเมื่อมาถึงโรงพยาบาล ไหมแพรไปจัดการเรื่องให้ยายออกจากโรงพยาบาลก่อน ส่วนภีมไปเยี่ยมอุษา และตกใจเมื่อเห็นสภาพอดีตภรรยา จากที่ไม่ได้มาเยี่ยมเพียงสัปดาห์เศษ คราวที่แล้วยังพอพูดคุยได้ แต่คุยได้เพียงไม่กี่นาที แต่มาวันนี้อุษาแทบจะพูดไม่ได้แล้ว ร่างผอมนอนติดเตียงและเพิ่มสายระโยงระยางมากขึ้น เพิ่มความทรมานให้เธอมากขึ้น เขารู้ว่าหล่อนไม่ต้องการสายพวกนี้เลย หล่อนพูดเสมอถ้าตายขอตายเลย อย่าพยายามยื้อชีวิตให้กลับมาอีกครั้ง

“ษา…ไม่ต้องการแบบนี้ แบบนอนเป็นผัก ทรมานทั้งตัวเอง ทรมานทั้งคนเฝ้าดูแล ษารู้ตัว ไม่นานแล้ว ให้ษาไปแบบสบายๆ หลับ…แล้วไปเลย อย่าพยายามปั๊มหัวใจให้ษากลับมานะคะ” หล่อนพร่ำบอกทั้งกับภีมและน้องสาวดวงแข รวมทั้งพร เด็กที่ดูแลตน

ภีมมองหน้าอดีตภรรยา สายตาอุษามีแต่ความรักและความซาบซึ้ง แม้จะไร้เรี่ยวแรงก็ยังพยายามจะยื่นมือให้ภีม

เขารีบจับมือหล่อนไว้และปลอบ

“ไม่เป็นไร…คุณจะไม่เป็นไร”

แต่คนป่วยส่ายศีรษะ พึมพำเบาแสนเบา

“ษา…จะ…ไม่ไหว…แล้ว”

“หมอจะช่วยรักษา” รู้ทั้งรู้ เขาโกหก

“ไม่…ไม่..ค่ะ ครั้งนี้…ษา…รู้ตัวเองดี” มันเบามาก เบาแสนเบา

“คุณจะต้องไม่…เป็นไร” ภีมพูดอย่างยากเย็นด้วยความสงสาร

ดวงแขแทรกขึ้น

“ปกติพี่ษาจะไม่พูดแล้ว ไม่มีเสียง แต่พอพี่ภีมมา พี่ษามีแรงพูดดีขึ้นค่ะ”

ภีมแค่พยักหน้ากับดวงแข ความสนใจเขาอยู่ที่อดีตภรรยาที่พูดเบาๆ ว่า

“ษาตายอย่าลืมสวดวันเดียวพอนะคะ…แล้วเผาเลย” นี่ก็คือคำสั่งเสียเสมอ

ในขณะนั้นไหมแพรจัดการเรื่องให้ยายแล้วจึงรีบมาดูอุษา หล่อนเห็นสภาพอุษาบ่อยกว่าภีมเพราะแวะมาดูยาย แต่ขณะนี้น้ำตาจะร่วง คนป่วยทรุดโทรมอย่างรวดเร็ว

ดวงแขไม่พอใจเมื่อเห็นไหมแพร ปกติต้องไล่ทุกครั้ง แต่ภีมอยู่ด้วยจึงสงบปากสงบใจ

อุษากวักเรียกไหมแพร

“คุณแพร…คุณแพร…”

ไหมแพรแค่ต้องการให้ภีมใกล้ชิดกับอุษาให้นานที่สุด เพราะเวลาเหลือน้อยเมื่อถูกเรียกจึงเดินมาใกล้อยู่ข้างๆ ภีม อุษาจับมือไหมแพรวางบนมือของภีมพลางกล่าวว่า

“ดูแล…กัน…และ…กัน…ชั่วชีวิต”

ไหมแพรขมวดคิ้ว อุษาจะรู้ได้อย่างไรว่าหล่อนกับภีม…จะอยู่ด้วยกันจนชั่วชีวิต

อุษาหลับตา…ไหมแพรจึงเดินออกมาจากห้องพร้อมภีม ดวงแขวิ่งตามมานอกห้องและขอว่า

“พี่ภีมอยู่ต่ออีกนิดได้ไหมคะ”

“ให้ษาพักผ่อนเถิด”

“หมอบอกว่าพี่ษาน่าจะไม่เกิน…อาทิตย์นี้นะคะ” พูดด้วยเสียงสั่นเครือ

“ให้ษาพัก พี่อยู่ต่อก็ไม่มีอะไร ษาหลับไม่รู้เรื่อง”

ไหมแพรพูดกับภีมว่า

“คุณภีมจะอยู่ต่อก็ได้นะคะ ฉันจะพายายกลับบ้านเอง ฉันจัดการเรื่องยายออกจากโรงพยาบาลเรียบร้อยแล้วค่ะ”

“ฉันจะไปส่งยายพร้อมกับเธอ” แล้วหันมาพูดกับดวงแข “ดูแลพี่ษาดีๆ ด้วย มีอะไรก็โทรบอกฉัน”

ใช้เวลาทำใจหลายปีแล้ว อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด ภีมคิดว่าตัวเองทำดีที่สุดแล้ว

ไหมแพรขับรถตามเดิม ภีมนั่งหน้าและยายสายบัวนั่งหลัง ยายมีสภาพที่แข็งแรงขึ้นมาก พักรักษาตัวนานเป็นเดือน หลังจากรักษาหายก็ยังอยู่โรงพยาบาลตามที่ภีมแนะนำ เสียงยายจึงเริ่มดังอีกครั้ง

“เห็นผัวเมียมาด้วยกัน ยายก็สบายใจนะ”

เงียบ…ยังเงียบ แต่ยายไม่เงียบ

“ยายเลือกไม่ผิด หลายเขย ยายดีใจที่ตัดสินใจให้ยัยแพรมัน ความสุขของชีวิตคู่ไม่ใช่อยู่เพราะเงินนะ แพรไม่บ้าเงินจึงเป็นข้อดีที่แต่งงานกับคนรวย และหลานเขยก็ใจเย็นพอจะดูต่อไปว่าเมียคนนี้มีค่าพอจะเป็นเมียคนสุดท้ายของแกไหม”

เงียบอีก ยายจึงต้องถาม

“ไง…ภีม แกเงียบมากนะ หลานเขย”

“ครับ”

“ขอบใจนะ…นายภีม ยายรู้ว่าอำนาจเงินมันมหาศาล ยายรอดตายครั้งนี้ก็เพราะภีมกับยัยแพรจริงๆ” แล้วถามหลานสาว “แพร…แกล่ะ แกมีความสุขไหม”

ไหมแพรกลืนไม่เข้าคายไม่ออก

โอ๊ย มาถามอะไรตอนนี้…ยายจ๋า ต่อหน้าภีมนะ

“จ้ะ…ยาย”

“มันหมายความยังไงวะ”

“แพรทำทุกอย่างตามยายสั่งแล้ว”

“ตอบไม่ชัดว่ะ แพร แกต้องพูดให้ชัดเจน”

“แพรต้องใช้สมาธิขับรถจ้ะ…ยาย” ตัดบทเรียบร้อย โดยมีสายตาภีมมองหล่อนด้วยรอยยิ้มแปลกๆ

เมื่อมาถึง…ยายสายบัวโวยวาย

“อ้าว…อ้าว…ทำไมมาจอดหน้าตึกของไอ้วิทมันล่ะ ทำไมไม่กลับบ้านเรา”

“แพรบอกพี่วิทกับพี่ดาไว้แล้ว ระยะนี้ให้ยายพักบ้านพี่วิทก่อน เพราะยายเพิ่งออกจากโรงพยาบาล พี่ดาอาสาจะดูยายและจัดหาอาหารให้ยายสามมื้อ ถ้ากลับบ้านเรายายต้องอยู่คนเดียว แพรไม่ไว้ใจให้ยายอยู่ลำพัง”

“แต่ยายชอบบ้านเรา บ้านไอ้วิทยายไม่ถนัด”

“ยายเพิ่งผ่าตัด ห้ามดื้อ”

“ไม่…ไม่…ยายจะกลับบ้าน หุงหาอาหารยายทำเองได้ มีแรงทำ”

“ห้ามดื้อจ้ะยาย ทีแพรยังไม่ดื้อเลย ยายก็ห้ามขัดใจแพร แค่อยู่ชั่วคราวจนกว่ายายจะแข็งแรงมากกว่านี้ แพรถึงไว้ใจให้ยายอยู่คนเดียว ข้อสำคัญยายจะได้ช่วยดูแลพี่วิทด้วย พี่ดาโทรฟ้องหลายหนว่าพี่วิท…เอ้อ…กลับไปแอบเล่นการพนันอีก ยายต้องช่วยห้ามพี่วิท ไม่งั้นจะก่อหนี้ก่อสินจนทำให้คนอื่นเดือดร้อนอีก”

เดือดร้อนสิ ตนโดนเต็มๆ จนกลายเป็นเมียอันดับห้า

“เชื่อแพรเถอะครับยาย” ภีมเอ่ยปาก “แพรมีเหตุผล”

“ก็ได้ เพราะหลานเขยขอหรอกนะ ยายจะเชื่อหลานเขย”

เมื่อลงจากรถ คนในร้านทั้งวิทยาและกานดาต่างก็วิ่งออกมาต้อนรับยายกับภีม วิทยานั้นออกนอกหน้าเสมอ เพราะรักและเกรงใจภีมที่สุด คนที่ทำให้อยู่สุขสบายมีบ้าน มีร้าน มีเงิน มีทุกอย่าง มีเมีย ไม่เอาใจภีมแล้วจะเอาใจใครล่ะ เทพเจ้าแห่งเงินชัดๆ

“คุณภีมครับ…เชิญ…เชิญ แพรบอกว่าคุณภีมจะมา ผมให้ดาเตรียมอาหารไว้ มากินได้เลยครับ ร้อนๆ ฝีมือดาระดับร้านอาหารเลยครับ” วิทยาสนใจภีมมากกว่ายายด้วยซ้ำ

กานดาเป็นหลานสะใภ้แสนดี หล่อนตัวคนเดียว มีวันนี้ได้เพราะวิทยาและหล่อนก็ตั้งใจจะอยู่กับเขาไปจนตาย เป็นครอบครัวอบอุ่นเล็กๆ

โต๊ะอาหารมาเก้าอี้รายล้อม โต๊ะทรงสี่เหลี่ยมวางเก้าอี้สี่ตัว แต่ตอนนี้มีห้าคนต้องเพิ่มเก้าอี้ตรงมุมโต๊ะ ยายวิทยา กานดา ภีมและไหมแพรอยู่ใกล้กัน อาหารที่กานดาเตรียมไว้แสนจะธรรมดา มีไข่เจียว มีแกงไก่ ผัดผักรวมมิตร แกงจืดเต้าหู้หมูสับ ยำไข่เค็ม ธรรมดาจริงๆ และมีถ้วยพริกน้ำปลาวางตรงกลางเด่นชัด

“คุณจะกินได้ไหมคะ” ไหมแพรถามเบาๆ ภีมพยักหน้า

“ก็น่าลอง เดี๋ยวคนทำจะเสียใจ”

“คุณกินได้จริงๆ นะ”

“ยำไข่แมงดาก็กินมาแล้ว ของพวกนี้ไม่พิสดารอะไรเลย”

“นึกว่าคุณต้องกินของแพง” แล้วพึมพำ “ยำไข่แมงดาไม่เห็นพิสดารเลย”

“ฉันอยากลองเป็นคนในครอบครัวเธอบ้าง”

คนในครอบครัว…ฟังแล้วดีจัง

“กินครับกิน อย่าเสียเวลาคุยเลย” วิทยาพูดกับภีมแล้วหันมาพูดกับน้องว่า “แกอย่าเรื่องมากสิวะ ท่านว่ากินได้ก็กินได้” คนพูดแสนจะภูมิใจที่ได้ร่วมโต๊ะกับน้องเขยมหาเศรษฐี ทั้งที่ตอนแรกกานดาพูดว่าจะกินทีหลังในครัว แต่ภีมพูดห้ามและให้ร่วมโต๊ะกัน กานดาออกจะเกร็งๆ วิทยาหัวใจพองยิ้มไม่หุบทีเดียว

อาหารพื้นๆ ธรรมดา…แต่รสชาติแปลกใหม่จากที่เคยกิน กลิ่นน้ำปลาหอม ภีมตักพริกน้ำปลาใส่ไข่เจียวเล็กน้อย เพิ่มรสอร่อย

พริกน้ำปลาไม่ใช่ของโปรดของภีม ไม่เคยชอบกลิ่นด้วยซ้ำ ที่บ้านก็นำขึ้นโต๊ะนานๆ ครั้ง

วันนี้…แม้พริกขี้หนูในน้ำปลาก็ยังเผ็ด อร่อยกว่าปกติ จึงเติมบ่อยครั้งจานตนเอง ไหมแพรแอบเหลือบมอง…เขาอร่อยกับพริกน้ำปลาจริงๆ นะ



Don`t copy text!