เมียอันดับห้า บทที่ 8 : เพื่อนเก่า

เมียอันดับห้า บทที่ 8 : เพื่อนเก่า

โดย : โสภี พรรณราย

เมียอันดับห้า นวนิยายออนไลน์แนวชีวิตผสมโรแมนติกคอมเมดี้ใน อ่านเอา ของ โสภี พรรณราย เรื่องราวของ ‘ภีม’ หนุ่มสังคมรูปหล่อที่มีชีวิตรักแบบรักๆ เลิกๆ จนถึงขั้นเจ็ดปีเปลี่ยนเมียไปสี่คน กับ ‘ไหมแพร’ นักข่าวสายสังคมที่ไม่อาจจะปล่อยให้เรื่องแซ่บๆ นี้ผ่านไปได้ และตอนนี้เธอคือคนที่เขาสนใจ หรือเธอจะกลายเป็นเมียอันดับห้าของเขา!!

****************************

– 8 –

รถของภีมจอดเทียบอยู่หน้าโรงพยาบาล…นายปันจอดให้เจ้านายลงก่อน จึงจะเลื่อนไปจอดที่จอดรถประจำ

หลายปีแล้ว…ที่เขาต้องให้เวลากับ ‘อุษา’

อุษา…เมียอันดับสองของเขา

ให้เวลาทุกอาทิตย์…ที่จะต้องแวะมาเยี่ยม

อุษา…เมียที่อาภัพและอ่อนแอ แถมยังโชคร้าย ไม่สบายเป็นโรคมะเร็ง ยังประสบอุบัติเหตุกลายเป็นคนพิการ นอนติดเตียงมานาน

ชีวิตอุษา…วนเวียนแค่ ‘บ้าน’ กับ ‘โรงพยาบาล’

ถ้าอาการทุกอย่างดีขึ้น หมอจะอนุญาตให้กลับไปพักที่บ้านได้ บ้านที่ในห้องมี ‘เตียงพิเศษ’ เหมือนกับโรงพยาบาล แต่เมื่อไหร่อาการกำเริบหรือเกิดติดเชื้อ ก็ต้องรีบมาโรงพยาบาล

ครั้งนี้อุษาอยู่โรงพยาบาลมาสามเดือนแล้ว

ภีมจะมาเยี่ยมทุกอาทิตย์ หาเวลามาเสมอ อาทิตย์หนึ่งมีเจ็ดวัน ต้องมีสักวันที่เขาต้องมา

แม้จะหย่าขาดกันแล้ว แต่หล่อนเคยได้ชื่อว่าเป็นภรรยา และเป็นภรรยาคนเดียวที่ย่ากับมารดาเป็นคนแนะนำว่าเหมาะสมกับเขา

เหมาะสม…หมายถึงเหมาะ…ไม่ใช่ด้วยฐานะ ชาติตระกูล แต่หล่อนเรียบร้อย เป็นกุลสตรี

อุษา…ไม่มีญาติผู้ใหญ่ที่ไหน ญาติสนิทก็เสียชีวิตไปหมด มีแต่น้องสาว…ดวงแข

หล่อนยังโชคดี…ได้อาศัยดวงแข อาชีพพยาบาลดูแลพี่สาวตลอดเวลา ยกเว้นยามดวงแขมีธุระ ก็มีเด็กในบ้านที่ดวงแขฝึกจนดูแลผู้ป่วยติดเตียงได้ พอสลับให้ดวงแขได้มีเวลาเป็นของตัวเองบ้าง ได้พักผ่อนบ้าง

เพราะมาโรงพยาบาลบ่อย ภึมเดินไปถึงที่ไหนก็จะมีคนรู้จักทักทายเสมอ

วันนี้ไม่รู้ทำไมดูคึกคัก…มองไปก็เห็นวันนี้มีคณะละครมาถ่ายทำละคร ด้านในห้องพักพยาบาล

ภีมกำลังจะผ่านไป แต่ก็มีเสียงทัก

“สวัสดีค่ะ ภีมคะ…คุณภีม…”

เขาหันขวับและพบ ‘พรวิไล’ ในชุดพยาบาลสีขาวใหม่ ใบหน้าของพรวิไลแต่งหน้าเข้มมากๆ ซึ่งในชีวิตไม่มีพยาบาลคนไหนแต่งหน้าเข้มขนาดนี้หรอก นอกจากในละคร

“วิ…มาถ่ายละครหรือครับ?” เขาทัก

แล้วเจ้าหล่อนก็ถลามาถึงตัวภีม โผกอดและจูบริมฝีปากชายหนุ่มอย่างสนิทสนม เรียกว่าแค่แตะเล็กน้อยและผละออก อยากจูบดูดดื่มล่ะนะ แต่มีสายตามองอยู่

หล่อนเหมือนเดิม…เปิดเผยเสมอ แสดงออกเสมอ

ดาราสาวเจ้าบทบาท…อดีตเมียอันดับสามของภีม

“ค่ะ รับบทเป็นพยาบาลค่ะ วิคิดถึงคุณจังเลย ช่วงนี้ถ่ายละครเกือบทุกวัน ล่าสุดวิได้ข่าวคุณเลิกกับแม่เลขาสาวเจ้าเล่ห์ ดีแล้วค่ะ เลิกกันได้ก็ดี แต่ดูคุณภีมซูบๆนะคะ เสียใจหรือคะ ไม่มัง คนอย่างคุณภีมเลิกกับใครก็ไม่เสียใจเลยนี่คะ ตอนเลิกกับวิ คุณก็ยังหัวเราะออก วิเคยบอกคุณแล้วไงคะ ถ้าคุณยังเกรงใจคุณย่ากับคุณแม่ คุณต้องเลิกกับเมียอีกหลายคน” คนพูด พูดไปหัวเราะไป

แต่งงานกันและอยู่กันปีกว่า ความผูกพันยังมีไม่มาก

พรวิไลหลุดพ้นมาได้ ก็รู้สึกโล่งอก

หล่อนต้องใช้คำว่าหลุดพ้นทีเดียว เพราะระหว่างที่เป็นสะใภ้บ้านนั้น อึดอัดอย่างบอกไม่ถูก ผู้ใหญ่ของภีมยุ่งวุ่นวายแม้กระทั่งการแต่งกายของหล่อน ที่ถูกตำหนิว่า ‘โป๊’

ในเมื่อหล่อนเป็นดารา หล่อนต้องแต่งกายอย่างที่ตนชื่นชอบ หล่อนได้ชื่อว่าดาราเซ็กซี่ จุดเด่นอยู่ที่โชว์ความงามของเรือนร่าง หล่อนชอบและเปลี่ยนแปลงไม่ได้

ทั้งย่าทั้งแม่ให้หล่อนเปลี่ยนแปลง กดดันสารพัด ภีมได้แค่ช่วยปกป้องชั่วครั้งชั่วคราว สุดท้ายภีมก็เห็นดีเห็นชอบไปกับผู้ใหญ่

และสุดท้ายหล่อนก็รู้ว่า ผู้ใหญ่ไม่ปลื้มหล่อน ไม่ใช่แค่เรื่องแต่งตัวเป็นข้อที่ยกมาตำหนิ หาว่าหล่อนมีข่าวสัมพันธ์กับดาราชาย ทำให้เสื่อมเสีย

เรื่อง ‘เงิน’ ก็สำคัญ ภีมให้เครดิตการ์ดรูดไม่อั้น แต่ผู้ใหญ่กลับสร้างเงื่อนไข ไม่ให้ใช้เงินเกินเดือนละล้าน พอเมื่อไหร่ล่ะ กระเป๋าแบรนด์เนมใบหนึ่งเกินล้านแล้ว

เลิกกับภีมทั้งที่หล่อนยังรักภีม พอได้เจอเขา…ทุกครั้งหัวใจก็เต้นแรง

“วิคิดถึงคุณจริงๆ”

“เห็นคุณมีความสุข ผมก็ดีใจ”

“จะสุขมากขึ้น ถ้ามีภีมอยู่ใกล้ๆ”

“คนที่อยู่กับผม ผมอยากเห็นเธอมีความสุข ถ้าต้องอยู่อย่างไม่สบายใจ ผมยอมให้ไปดีกว่า”

“วิรักคุณมากนะคะ”

“เมื่อเลิกกันแล้ว ต่างคนต่างต้องเดินไปข้างหน้า”

“แล้วคุณคิดถึงวิบ้างหรือเปล่าคะ?”

“ครับ”

สั้นๆ…แม้แค่ปีกว่าที่อยู่ด้วยกัน ต้องมีบ้างล่ะ ใครๆว่าภีมใจแข็ง ใจยักษ์ ใจมาร…แต่เขารู้ใจตัวเองดีที่สุด

“พอวิรู้ว่าคุณเลิกกับแม่จันทร์ วิอยากกลับมาหาคุณมากๆ แต่วิก็กลัวคุณย่ากับคุณแม่”

“คุณเลือกแล้วนะ คุณชอบเป็นดารา ชอบชีวิตอิสระ คุณยังไม่พร้อมจะผูกมัดเป็นภรรยาใครหรอก”

ดาราเซ็กซี่สาวส่งค้อนอดีตสามี

“แหม เท่ากับคุณภีมปฏิเสธวิเลยนะคะ”

“ผมอยากเห็นคุณมีความสุข”

“วิคิดถึงคุณ”

แล้วผู้จัดการของพรวิไลก็มาตามตัวหล่อนไปเข้าฉาก

“วิ…คนอื่นรออยู่นะจ๊ะ”

“รู้แล้ว…รู้แล้ว เดี๋ยวไป” พรวิไลที่แต่งหน้าจัด แต่ดูแววตาหล่อนบ่งบอกเลยว่าอยากอยู่ใกล้ภีมให้มากที่สุด

“ภีมคะ” กอดแขนเขาไม่ยอมปล่อย

ชายหนุ่มพยักหน้า

“ไปทำงานเถอะครับ”

“เจอวิบ้างได้มั๊ยคะ ไปทานข้าวคุยกันบ้าง”

“ได้ครับ”

“ไม่จริงเลย วิโทรไปนัดก็ถูกกีดกัน”

“ผมจะแจ้งเลขาไว้”

“จริงๆนะคะ ออกมาทานข้าวกับวิบ้างนะคะ”

“ได้ครับ”

ดาราสาวเซ็กซี่เขย่งขา ยื่นจมูกและปาก สัมผัสกับจมูกและปากของภีมอีกครั้ง ก่อนจะผละไป โดยทำสัญญาณมือว่าโทรศัพท์หาหล่อนบ้าง

ภีมยิ้มให้ก่อนจะขึ้นลิฟต์ไปยังห้องอุษา ห้องพักคนป่วยพิเศษที่แยกเป็นสองห้อง ด้านนอกสำหรับรับแขกและอุ่นอาหาร ด้านในจึงเป็นห้องนอนผู้ป่วย

ห้องพักพิเศษ กว้างขวาง ราคาแพง และคนที่รับผิดชอบทั้งหมดคือภีม

เข้ามาห้องด้านนอก ดวงแขก็รีบวางโทรศัพท์มือถือ ลุกขึ้นอย่างดีใจ

“พี่ภีม”

ภีมชี้เข้าไปห้องด้านใน หล่อนก็รีบรายงาน

“พี่ษาหลับแล้วค่ะ เมื่อคืนบ่นปวดศีรษะทั้งคืน กว่าจะได้หลับก็เกือบเช้าค่ะ หลับเพราะฤทธิ์ยาค่ะ”

“แล้วหมอว่าอย่างไร?”

“วันนี้หมอยังไม่มาเลยค่ะ แต่เมื่อวานหมอบอกว่าอาการทรงๆค่ะ ไม่ดีขึ้น แต่ก็ไม่เลวร้ายลง”

ชายหนุ่มเดินเข้ามาในห้องที่อดีตภรรยานอนหลับ

ใบหน้าอุษาขาวซีด…ซูบผอมจนน่ากลัว…

มะเร็ง…ทำลายหล่อนในตอนท้าย

ผู้หญิงที่เคยสวย อ่อนหวาน ภรรยาที่แม่กับย่ารักและชื่นชอบ โดยที่เขาหวังจะอยู่กับหล่อนชั่วชีวิต

เปล่าเลย…ความสุขแสนสั้น แค่ปีกว่า…สองปี

ชีวิตรักของเขามีอาถรรพณ์หรืออย่างไร แค่ปีกว่า สองปี รวมทั้งพรวิไลและจันทนี

ภีมเดินออกมาด้านนอกห้องนอน เพราะเกรงเสียงสนทนาจะรบกวนคนป่วย ดวงแขเดินตามออกมาติดๆ

“พี่ษาบ่นถึงพี่ภีมทุกวันเลยค่ะ”

ชายหนุ่มพยักหน้าช้าๆ

“พี่เข้าใจษานะ”

“พี่ษาคิดถึงพี่ภีมมากค่ะ เราโชคดีที่พี่ภีมยังนึกถึงพวกเรา เราสองคนโชคดีจริงๆ”

เขามองหน้าน้องสาวอดีตภรรยา

“แขดูผอมนะ เหนื่อยมากใช่มั๊ย?”

หญิงสาวยิ้มแห้งๆ

“เหนื่อยแค่ไหน เพื่อพี่ษา แขทนได้ค่ะ”

“แล้วเด็กพรล่ะ ที่จ้างมาให้คอยช่วยเหลือแบ่งเบาแขบ้าง”

“อ๋อ…แกลากลับบ้านหนึ่งอาทิตย์”

“พี่อยากให้ได้พักบ้าง”

“ก่อนหน้านี้ แขได้หยุดไปเที่ยวกับเพื่อนๆต่างจังหวัดสองคืนค่ะ”

“ดีแล้วล่ะ เฝ้าคนป่วยบ่อยๆนานๆ คนเฝ้าก็ตายก่อนคนป่วยได้เหมือนกัน พี่ถึงไม่อยากให้แขเครียด เดือนนี้พี่ให้บัญชีโอนเงินเดือนเพิ่มให้แข”

“แขกำลังจะถามเลยค่ะ เพราะเห็นเงินเข้ามาหนึ่งแสน จากเดิมแปดหมื่น”

“ข้าวของแพง พี่เพิ่มให้ เท่ากับจ้างแขดูแลษา”

“พี่ษาไม่ใช่ภรรยาพี่ภีมแล้ว แต่พี่ภีมยังกรุณาดูแล และช่วยค่ารักษา ช่วยค่ากินอยู่ทั้งหมด ปีหนึ่งตกหลายล้าน พี่ภีมกรุณาพวกเรามาก แขกราบขอบพระคุณค่ะ”

ดวงแขก้าวเข้าไปกราบถึงตัว…กราบที่อกชายหนุ่มที่ยืนอยู่ ไม่ใช่ครั้งแรกที่น้องสาวอดีตภรรยาทำเช่นนี้

หญิงสาวเข้ามาใกล้ชิดเขาเสมอ หรือหล่อนจะคิดว่าเป็นน้องสาว

แน่ล่ะ สำหรับดวงแข ไม่ใช่คิดแคน้องสาวแน่นอน ภีมทั้งหล่อและร่ำรวย ทำไมหนอ เขาไม่มองหล่อนบ้างล่ะ

กลิ่นน้ำหอมผู้ชายอ่อนๆ กลิ่นบุรุษรูปงาม ทำเอาหัวใจหล่อนหวั่นไหว เต้นแรง

ภีมหรือ…เขาผ่านผู้หญิงสวยมามากแล้ว จึงได้แต่ตบหลังหล่อนเบาๆ และกล่าวว่า

“พี่ต้องการแค่ให้แขดูแลพี่สาวดีๆ ไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายใดๆ มีอะไรก็บอกพี่ได้ นอกเหนือจากรายเดือน ถ้าแขเครียดมากอยากไปเที่ยวต่างประเทศก็บอกพี่ พี่จะจัดทัวร์ให้”

“พี่ษาคงอยากไป”

“แต่สภาพษา…คงเดินทางไม่ได้แล้ว”

“ถ้าพวกเราไปกันได้คงดีนะคะ พี่ษา…พี่ภีมและแข” แววตาหญิงสาวพยายามจะบอกอะไรบางอย่างกับเขา…คิดอย่างไรกับเขาเป็นพิเศษ มองหล่อนสิ…มองหล่อน

และแล้วก็มีเสียงจากห้องคนป่วย

“แข…แข” เสียงเรียกแหบแห้ง ดวงแขรีบทิ้งดวงตาแห่งความหวัง วิ่งเข้ามา

“พี่ษาคะ…พี่ภีมแวะมาเยี่ยมค่ะ”

ภีมมาเยี่ยมสม่ำเสมอไม่ขาด และคนป่วยก็มักจะพึมพำ

“ขอบคุณ…ขอบคุณ”

มือใหญ่ของภีมกุมมือคนป่วย อบอุ่นใจเช่นเคย

“อย่าคิดมาก คำว่าขอบคุณเลิกใช้เสียทีเถอะ”

“คุณงานเยอะมาก ยังแวะมา ไม่เป็นไรนะคะ ไม่ต้องเสียเวลามาหรอกค่ะ”

ดวงแขฟังแล้วกลัวภีมจะเชื่อ จึงรีบโพล่ง

“พี่ษาเนี่ย…ปากกับใจไม่ตรงกันเลย เวลาพี่ภีมไม่มา ก็ชอบบ่นคิดถึง พูดถึงแต่พี่ภีม…ชะแง้รอคอย”

อุษาตำหนิน้อง

“เหลวไหล…ยัยแข เวลาคุณภีมเป็นเงินเป็นทองนะ”

“ไม่เป็นไร…ษา…ผมแบ่งเวลาเป็น อย่างไงผมก็ทิ้งษาไม่ได้ สัญญาจะดูแลตลอดไป…ชั่วชีวิต…ผมสัญญากับษาแล้ว”

“นั่นเป็นสัญญาวันแต่งงานกันนะคะ ตอนนี้ษาไม่ใช่ภรรยาคุณแล้ว”

“ษาเป็นคนดี…น่าสงสาร…สัญญานั้นมีผลชั่วชีวิต”

อุษาน้ำตาซึม…และคิดในใจ

ชั่วชีวิต…ค่ะ…อีกไม่นานหรอกค่ะ ไม่นาน ชีวิตของษาอยู่อีกไม่นานแล้ว สัญญาระหว่างเราก็จะสิ้นสุดลง ษารู้ตัวเอง…ไม่นาน…

………………………………………………………………………………

ยายสายบัวออกมาตระเวนขายของเก่า…เครื่องเงิน เครื่องทองที่เคยสะสมไว้นาน พอแลกเป็นเงินสดได้หลายหมื่น เพื่อหลานชายคนเดียว มีอะไรขายได้ก็ขายหมด เงินหลายหมื่นเก็บอยู่ในกระเป๋าผ้าอย่างดี กระเป๋าผ้าที่ใส่ของจุกจิกหลายอย่าง มีทั้งกระเป๋าเงินใบเล็ก ยาดม…ยาหอม และผ้าเช็ดหน้า

เดินผ่านโรงแรมและเห็นช่างภาพกับนักข่าวที่กำลังเดินเข้าไปในโรงแรม เสียงนักข่าวคนหนึ่งบอกเพื่อนว่า

“เร็วหน่อย งานวันเกิดคุณฉวี สุททินพงษ์ ปีละครั้งเอง เผื่อจะได้สัมภาษณ์คุณภีมด้วย ข่าวใหม่ที่กว้านซื้อที่ดินผืนใหญ่จนมีเรื่องกับชาวบ้าน”

ยายสายบัวรู้สึกหูอื้อตาลายกับชื่อ…ฉวี สุททินพงษ์

ฉวี…ฉวี…ฉวี…

ทำไมรู้สึกเจ็บแปลบ…และขาก็แทบหมดแรง มองเข้าไปในโรงแรม…เกิดอะไรขึ้น…กับตัวเอง กับคนชื่อฉวี แล้วก็ทำอะไรไม่ถูก สมองให้หยุด แต่ขากลับไม่หยุด…ขาก้าวเข้าไปในโรงแรม เข้าไป…เพื่ออะไร?

Don`t copy text!