เมียอันดับห้า บทที่ 9 : เพื่อนเก่า

เมียอันดับห้า บทที่ 9 : เพื่อนเก่า

โดย : โสภี พรรณราย

เมียอันดับห้า นวนิยายออนไลน์แนวชีวิตผสมโรแมนติกคอมเมดี้ใน อ่านเอา ของ โสภี พรรณราย เรื่องราวของ ‘ภีม’ หนุ่มสังคมรูปหล่อที่มีชีวิตรักแบบรักๆ เลิกๆ จนถึงขั้นเจ็ดปีเปลี่ยนเมียไปสี่คน กับ ‘ไหมแพร’ นักข่าวสายสังคมที่ไม่อาจจะปล่อยให้เรื่องแซ่บๆ นี้ผ่านไปได้ และตอนนี้เธอคือคนที่เขาสนใจ หรือเธอจะกลายเป็นเมียอันดับห้าของเขา!!

****************************

– 9 –

สายบัวมายืนเก้ๆ กังๆ หน้าห้องจัดงานเลี้ยง

พนักงานโรงแรมหลายคนผ่านนางไปอย่างงงๆ เล็กน้อย อาจเป็นเพราะการแต่งตัวแน่ๆ นางสวมเสื้อผ้าป่านตัวหลวมๆ มีลวดลาย ส่วนกางเกงเป็นกางเกงผ้ายืดสีดำ ทั้งหลวมทั้งเก่า ชุดอยู่บ้านยิ่งกว่าธรรมดา ไม่ใช่ชุดออกงานเลย

หน้าตาไม่ตกแต่ง ผมเหรอ…บอกตามตรงไม่สระมาสองสามวันแล้ว เมื่อกี้เดินตากแดด หน้ามันอยู่หลายชั่วโมง ผมกับหน้ามันไม่ต่างกันเลย สะพายกระเป๋าผ้าจะขาดมิขาดแหล่ รองเท้าก็รองเท้าแตะเลอะเทอะเปรอะเปื้อนขี้ดินขี้โคลนตอนย่ำผ่านเขตก่อสร้าง

จริงๆ แล้วไม่ควรผ่านเข้ามาได้ด้วยซ้ำ ได้อาศัยคนเข้าออกตามเข้ามาจนได้

มีป้ายบอกด้านหน้างานตั้งเด่นชัด

มีภาพถ่ายขนาดตัวจริงของเจ้าของงานตั้งเด่น

คุณฉวี สุททินพงษ์!

ท่านในชุดไทยงดงาม ตกแต่งเนี้ยบตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ผมเกล้าสวยประณีตแบบไม่มีหลุดสักเส้น

สายบัวจ้องเข้าไปในดวงตาของภาพถ่ายขนาดเท่าตัวจริง…ดวงตาเจ้าเล่ห์…ร้ายกาจ!

ดวงตายายสายบัวโกรธและผิดหวัง

จ้อง…จ้อง…ไม่กะพริบ

และแล้วก็มีพนักงานมาใกล้ กล่าวว่า

“ขอโทษนะคะ บริเวณจัดงานส่วนตัวค่ะ” ยังดีนะ ไล่อย่างสุภาพ

อารมณ์ยายสายบัวกำลังกรุ่นๆ อยู่ จึงกระแทกเสียงเข้ม

“ทำไม ยืนไม่ได้เหรอ”

“ที่นี่บริเวณงานค่ะ”

“จะยืน…จะทำไม”

พนักงานหญิงทำหน้าเหลอหลา เจอเอายายแก่ดื้อเข้าให้แล้ว

“ต้องเชิญออกนะคะ” ยังพูดอย่างสุภาพ เพราะได้รับการฝึกมา

“ไม่ออก ฉันมีสิทธิ์ยืน!”

ที่นี่จัดงานส่วนตัว เฉพาะแขกเท่านั้นค่ะ” เริ่มมีพนักงานอีกหลายคนเข้ามารุม อาจจะเพราะจะกดดันให้ยายแก่แต่งตัวมอซอให้ออกจากบริเวณนี้

คนมุงมากขึ้น ยายสายบัวรู้สึกอึดอัด แต่ยังมีแรงฮึด

“ไปไกลๆ เลย ไม่ต้องมารุมล้อม อึดอัด ไป…ไป”

“กรุณาออกไปด้านนอกค่ะ”

“ไม่ไป…ไม่…ไม่…”

“คงต้องให้ยามพาตัวออกไปนะคะ” พยักหน้าให้ยามสองคน ให้ช่วยกันจับตัว เพราะแขกที่มาเริ่มจับตามองแล้ว

ยามมาจับแขนสองคน…สองข้าง ยายสายบัวดิ้นรน

“ปล่อยฉัน…ปล่อย” แรงคนแก่หรือจะสู้แรงคนหนุ่มถึงสองคน ที่กำลังจะลากตัวออก

ขณะที่ดิ้นรน…ก็ได้ยินเสียงนุ่มนวล

“ปล่อย!”

คุณย่าฉวี…ท่านออกคำสั่ง

ยามรีบปล่อยแขนทันที และตามด้วยคำสั่ง

“เธอเป็นแขกของฉัน พวกคนอื่นแยกย้ายไปทำงานได้แล้ว”

เธอ…เป็นแขก

แขก…ที่แต่งตัวแบบนี้นะ…ทรุดโทรมขนาดนี้นะ คนรอบข้างมีอาการเหวอมากกว่าเก่า

“ตามฉันมา…” คุณฉวีพูดกับสายบัว

ยายสายบัวเชิดหน้าหยิ่งๆ ผ่านคนที่ดูถูกและพยายามจะไล่ตนอย่างเชิดหน้าทระนง ก้าวตามเจ้าของวันเกิดเข้าไปในห้องด้านในสองต่อสอง

เผชิญหน้ากัน…เพียงสองคน เงียบสงัด…เนิ่นนาน

คุณฉวีจ้องมองสายบัว…

“เกือบจำเธอไม่ได้ ต้องมองอยู่นาน…และจำเสียงของเธอได้”

จำไม่ได้…ไม่แปลก ดูเอาสิ ความแตกต่างของคนสองคนที่เผชิญหน้ากัน

คุณฉวีที่แม้จะแปดสิบ แต่ยังสวยสง่า เป๊ะตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า เครื่องเพชรทั้งคอ แหวน และข้อมือ ประกายเพชรและทองกระแทกตาผู้หญิงชาวบ้านธรรมดาที่หาเช้ากินค่ำ

กระนั้น สายบัวก็พยายามจะเชิดหน้าหยิ่งๆ

เครื่องเพชรหรือ อัญมณีหรือ อาภรณ์ไทยหรูหราหรือ ไม่…ไม่อยู่ในสายตา

ถามว่าอิจฉาริษยาหรือไม่

ตอบอย่างไรดีล่ะ มันเลยจุดนั้นมาแล้ว…นานแสนนาน เลยมาแล้ว…ความจริงน่าจะลืม แต่ไม่เคยลืม ยังฝันเสมอ ฝันร้าย

ฝันถึง…เพื่อน…เพื่อน?

ไม่ใช่…เพื่อนทรยศ!

เพื่อน…มีหลายประเภท คนบางคนคำว่า ‘เพื่อน’ ก็ให้ค่าไม่ได้ ให้ไม่ได้ด้วยซ้ำ

“แต่เธอ…ฉันจำได้เสมอ แม้ตายก็ไม่ลืม!” สายบัวพูดเสียงเย็นๆ “อุดมสมบูรณ์ มีความสุข วันเกิด…ฉลองวันเกิด!”

“ฉันก็ไม่เคยลืมเพื่อนเลย”

สายบัวโบกมือ

“อย่าพูด…อย่าพูด เธอลืม…ลืมเพื่อนคนนี้ตั้งแต่หกสิบปีที่แล้ว!”

“ไม่นะ…ฉันพยายามสืบหาเธอ”

“แล้วไง”

“ไม่เจอเธอ”

“ฉันอยากอยู่ให้เธอเจอเหรอ” ย้อนเสียงเย็นชา “อยู่เพื่อมองหน้าเพื่อนทรยศเรอะ”

คุณฉวีกลืนน้ำลายยากเย็น กับอดีตที่พูดยาก อธิบายยาก

“เราต่างคนต่างมีเหตุผลของตัวเอง”

“เหตุผลที่เห็นแก่ตัว!”

ใช่…เหตุผลที่ต่างกัน

“เหตุผลที่ทรยศเพื่อน?”

“ฉันมีเหตุผล ฉันอธิบายได้”

“ถึงตอนนี้ยังกล้า กล้าพูดว่ามีเหตุผล ทั้งที่เธอเป็นคนผิด!”

“สายบัว…”

และขณะนั้น ภีม อรัญ คุณวรรณ ก็เดินตามหาคุณย่าไปทั่วงาน จนมีคนบอกว่าเห็นท่านเดินเข้าไปในห้องด้านใน จึงพากันไปที่นั่น

ภีมเห็นคุณย่าจริงๆ

“คุณย่าครับ ทำไมมาอยู่ที่นี่”

“คือย่ากำลัง…”

กำลัง…คุยกับเพื่อนเก่า…แล้วหันมาทางยายสายบัว…แต่เห็นเพียงด้านหลัง เพราะพอยายสายบัวเห็นคนแห่เข้ามา ก็รีบอาศัยช่วงนี้รีบเดินออกไป

ทุกคนเห็นแวบๆ…ที่แน่ๆ คือคนแก่ที่แต่งตัวมอซอเดินออกไป เห็นไม่ถนัด

“ใครคะ คุณแม่” คุณวรรณถามย่าฉวี

“อ๋อ…คนเคยรู้จักน่ะ”

“มาขอเงินคุณย่าใช่ไหมครับ แต่งตัวแบบนั้น ต้องมาขอเงินคุณย่าแน่ๆ” อรัญสงสัย

“จ้ะ…” คุณฉวีพยักหน้าตัดบท เพราะไม่อยากพูดถึง ‘สายบัว’

“ออกไปที่งานเถอะครับ แขกคนสนิทของคุณย่า ถามหาคุณย่าที่หายไปนาน”

แล้วทุกคนก็ออกมาที่งาน…สำหรับคุณฉวี ความรู้สึกดีใจในงานวันเกิดหมดไปแล้ว เฝ้าแต่ครุ่นคิดถึง…คนที่เพิ่งมาพบ หายไปนานจนนึกว่าตายจากไปแล้วด้วยซ้ำ จึงแวะทักทายเพื่อนสนิทอย่างไม่มีความสุขเท่าไรนัก

ด้านนอกนั้น…ไหมแพรกับสินีเข้ามาโรงแรมเพื่อทำข่าวงานวันเกิดคุณฉวี ประมุขสูงสุดของตระกูลสุททินพงษ์กรุ๊ป

ไหมแพรกับสินีเดินผ่าน…ยายสายบัวที่สวนออกมา

ผ่านกันไป…แล้วสินีก็หยุดชะงัก ไหมแพรถาม

“เป็นอะไร นี”

“เมื่อกี้เหมือนเดินผ่านใคร…คนหนึ่ง”

“ใคร…ฉันไม่ทันสังเกต”

“ยายสายบัว”

“เฮ้ย! เป็นไปไม่ได้…ยายไม่เข้ามาที่แบบนี้หรอก” แล้วก็รู้สึกแวบๆ เหมือนหางตาจะเห็นเช่นกัน

สองสาวเบิกตากว้างแล้วหันหลังวิ่งออกมาด้านนอกโรงแรม มองซ้ายมองขวาปรากฏว่าไม่มี ไหมแพรตบบ่าเพื่อนรัก

“เข้าไปทำงานกันเถิด…ตาฝาด”

“เอ…ว่าเห็นจริงๆ นะ” สินียังบ่นพึมพำ

เมื่อเข้ามาก็เห็นว่ามีนักข่าวหลายแห่งมาทำข่าววันเกิดคุณฉวี เจ้าภาพจัดมุมหนึ่งสำหรับนักข่าวโดยเฉพาะ มีอาหารเครื่องดื่มบริการพร้อม

สินีพูดเบาๆ ว่า

“หิวพอดี” หยิบขนมปังหน้าหมูหั่นเป็นชิ้นพอดีคำเข้าปาก

ไหมแพรตีมือเพื่อน

“มาทำข่าวไม่ใช่มากิน”

“ก็หิวนี่”

“พอ…พอ ทำข่าวก่อน”

“กินก่อน” สินีพูดกลั้วหัวเราะ และเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย “ขออีกชิ้นเถอะจ้ะ…เพื่อนรัก” เพื่อนห้ามมือของสินีไม่ทันหรอก หยิบเข้าปากไปแล้ว

“อีกครึ่งชั่วโมง ทางท่านจะให้สัมภาษณ์งานวันเกิด แต่จริงๆ แล้วพวกเราอยากสัมภาษณ์คุณภีมมากกว่า รอคุณภีมว่างจะรีบไปเลย” หนึ่งในนักข่าวสายการเงินจากนิตยสารฉบับหนึ่งพูดขึ้นลอยๆ กับทุกคน

ซึ่งเขาพูดถูก ตรงใจไหมแพรกับสินี

แล้วคุณฉวีก็เปิดให้นักข่าวเข้ามาถ่ายภาพท่านและสัมภาษณ์ท่านได้เร็วกว่ากำหนด โดยท่านอ้างว่าปวดศีรษะ และอยากจะเลิกงานให้เร็วขึ้น

การสัมภาษณ์ท่านเป็นคำถามทั่วๆ ไป เพื่อนำไปประกอบข่าวงานวันเกิด

คุณฉวีให้เวลาไม่กี่นาที ใครๆ ก็มองออกว่าสีหน้าท่านไม่สู้ดี จนคุณวรรณห่วงและพูดกับภีมว่า

“เหมือนคุณย่าจะไม่สบายนะ”

“ก่อนหน้านี้ยังดีๆ อยู่นี่ครับ”

“นั่นสิ…มีคนบอกแม่ว่า คุณย่าต้อนรับเพื่อนเก่า แล้วท่านก็เปลี่ยนไปเลย”

เพื่อนเก่า…ที่ทุกคนตอนตามหาท่าน จะเห็นหญิงชราคนหนึ่งแวบๆ หายตัวไปอย่างรวดเร็ว และเพื่อนเก่าของท่านก็มิได้แต่งกายแบบผู้มาร่วมงานเลย

“คุณแม่ช่วยดูแลคุณย่าหน่อยนะครับ”

ในบริเวณสถานที่นักข่าวกำลังสัมภาษณ์คุณฉวี…และท่านก็ตัดบทขอตัวแล้วนั้น

อรัญมองไปเห็นไหมแพร

เอ…คุ้นๆ นะ…จึงเดินมาทัก ถามตรงๆ ว่า

“คุณ…เราเคยรู้จักกันใช่ไหมครับ”

ไหมแพรกลายเป็นจุดเด่นเสียแล้ว เพราะหลานชายคนรองของเจ้าของวันเกิด เดินมาทักทายใกล้ๆ

สินีที่อยู่ข้างๆ ถึงกับเบิกตากว้าง อ้าปากหวอ

ไหมแพรยังไม่ทันตอบ อรัญเกิดเห็นท่าทางของสินีเสียก่อนจึงกล่าวว่า

“คุณ…คุณไม่ต้องมองผมอย่างนั้นก็ได้ ระวังยุงบินเข้าปาก”

สินีหุบปากทันที แล้วอรัญก็หันกลับมาทางไหมแพร

“ผมรู้สึกคุ้นกับคุณมากจริงๆ”

หล่อนต้องมี ‘อะไร’ บางอย่างสะดุดใจเขา

รอยยิ้มของไหมแพรกระมัง ที่ยิ้มกว้างก่อนตอบ

“เราเจอกันที่วัด วันก่อนน่ะค่ะ”

วัด…ทำให้อรัญนึกขึ้นได้ทันที

“ใช่แล้ว…ใช่แล้ว คุณช่วยย่าผมตอนล้ม” แล้วรีบหันไปทางคุณย่าฉวี “ย่าครับ ย่า…คนนี้ไงครับ ที่ช่วยประคองคุณย่า”

แต่ดูเหมือนว่าคุณย่าฉวีจะไม่สนใจเท่าไร ได้แต่มองไหมแพรผ่านๆ แล้วพยักหน้ารับรู้แค่นั้น

ใจท่าน…คิดถึงการพบสายบัว…เพื่อนเก่า เป็นการฉลองวันเกิดที่กังวลที่สุดในชีวิต!

“ย่าไม่ค่อยสบาย…แม่จะพาย่ากลับบ้านก่อน” คุณวรรณบอกลูกชาย

อรัญจึงหันมาคุยกับไหมแพรต่อ

“คุณเป็นนักข่าวนี่เอง จากที่ไหนครับ” เขามองป้ายที่ห้อยคอ แต่หล่อนบอกว่า

“จากสำนักข่าวฟ้าใหม่ค่ะ”

“มาเลยครับ คุณต้องเป็นแขกของเรา ไม่ใช่นักข่าว”

“ฉันมาทำงานค่ะ”

“แต่วันนี้คุณย่าให้สัมภาษณ์สั้นมากครับ อยู่ๆ ท่านก็ไม่ค่อยสบาย”

“ไม่เป็นไรค่ะ เราอยากสัมภาษณ์คุณภีมด้วย”

ใช่แล้วละ…พอคุณย่าฉวีเดินผละไป บรรดานักข่าวก็กรูไปหาภีมเป็นเป้าหมายต่อไป

อรัญหัวเราะ

“นั่นไง…พี่ภีมเป็นพระเอกเสมอครับ”

สินีก็เป็นคนหนึ่งที่ต้องการคำตอบจากภีม

ไหมแพรแสยะปากเล็กน้อย โอ๊ย…อีกแล้ว ได้เห็นนายภีมทีไร จะรู้สึกชิงชัง ไม่ชอบหน้า และจะแสดงออกทันที เก็บอาการไม่ค่อยอยู่

อรัญเลิกคิ้ว

“คุณเป็นอะไรครับ”

“อ๋อ…ค่ะ เป็นโรคแพ้พระเอกมังคะ พระเอกในจอกับพระเอกตัวจริง บางครั้งก็ดูยากนะคะ บางคนเป็นยิ่งกว่าผู้ร้ายด้วยซ้ำ”

“พี่ภีมของผมเป็นพระเอกตัวจริง สาวๆ ชอบมาก”

“ชอบจึงแต่งงานหลายครั้ง!” แล้วก็รู้สึกตัวว่าใส่อารมณ์กับความเกลียดภีมเกินไป ไม่ควรเลย จึงพูดเสียงนิ่มขึ้น “ฉันต้องตามล่าหาข่าวจากคุณภีม ถ้าไม่ได้ข่าวอาจถูกหัวหน้าดุ”

“ผมจะให้คุณได้สัมภาษณ์พี่ภีมเป็นพิเศษเพียงคนเดียว ดีไหมครับ”

Don`t copy text!