แก้วฟ้าล้ง บทที่ 14 : ลูกในท้องของเอ็ง

แก้วฟ้าล้ง บทที่ 14 : ลูกในท้องของเอ็ง

โดย : มาลา คำจันทร์

แก้วฟ้าล้ง โดย มาลา คำจันทร์ เรื่องราวการรอคอยคนรักให้กลับคืนมาเพื่อชดใช้หนี้กรรม หนี้ความรักที่ผูกพันมาแต่ชาติปางก่อน หากแต่เวลาแห่งการรอคอย จะแลกด้วยชีวิตของชายทุกคนที่นางจะกลืนกินจนกว่าเจ้าผู้นั้นจะกลับมา “แก้วฟ้าล้ง” นวนิยายออนไลน์ที่อ่านเอาอยากให้คุณได้อ่านออนไลน์

ร้อนและแล้ง ลมอับ อากาศอบอ้าวเหมือนฝนจะตก เก็บเสื้อผ้าซักตากพาดราวชานด้านหลังเรือน แม่ผัวหาบน้ำครุใหญ่ขึ้นกระไดหลัง แม่ผัวดี ผัวก็ดี ยายของผัวก็ดี คนดีทั้งนั้น แม่ผัวว่าแม่เรือนท้องหัวสาวไม่ควรหาบน้ำขึ้นเรือน กลัวจะเป็นอันตรายต่อลูกในท้อง

เขาจะรู้ไหมหนอ ลูกในท้องของเธอ ไม่ใช่ลูกของเขา

พี่หนานแก้วเป็นผัว แต่ไม่ใช่พ่อของลูก เธอรู้ พ่อเลี้ยงรู้ แล้วพี่หนานแก้วจะรู้ไหม เหมือนจะรู้ คำพูดบางคำของพี่หนานแก้ว เหมือนจะบอกว่ารู้

ลูกในท้องของเอ็ง

นั่งลงพับผ้าที่โถง แยกเป็นกองๆ ของยายผัว ของแม่ผัว ของตัวเอง แต่ของผัวไม่ซักในวันนี้ ผัวไม่อยู่ พ่อเลี้ยงขอให้ไปช่วยเอานายหล้าออกมาจากปากนางยักษ์ เลยไม่ต้องซักผ้าให้ผัว

รับรู้เพียงผิวเผิน

แม่ยักษ์ร้ายผู้นั้นสัมพันธ์กับคนรุ่นเธอห่างเหินมาก ไม่เหมือนรุ่นพ่อแม่หรือปู่ย่าตายาย คนรุ่นเธอแทบไม่มีใครรู้จักกันแล้ว นางแก้วกินชายผู้นั้น

เหย้าเรือนเงียบสงบ  เข้าเรือนนี้มาเกือบครึ่งปีก็สุขดีอยู่แต่ใจไม่ค่อยสุขหรอกรู้ตัวดี  ใจเธอไม่ใช่ใจแม่ผัว แม่ผัวเคยพูดว่าเมื่อพ่อเลี้ยงยกแม่ผัวให้พ่อคำคงผู้ล่วงลับ แม่ผัวก็ยกใจออกมาได้

เมื่อออกเรือนพ่อเลี้ยง แม่ผัวก็มีพี่หนานแก้วติดท้องออกมา เหมือนเธอเองมีหน่อเนื้อเชื้อไขนายหล้าอยู่ในท้อง

หรือว่าพี่หนานแก้วก็รู้แล้ว ว่าตนเป็นหน่อเนื้อเชื้อไขของพ่อเลี้ยง

ยกผ้าสามกองไปวางชิดข้างฝา ถามตัวเองว่าควรวางใจอยู่ข้างไหน เป็นไปไม่ได้หรอก ไม่มีทางเป็นไปได้ที่จะได้กลับไปขึ้นเรือนพ่อเลี้ยงอีกครั้ง ไม่หวังถึงได้เป็นเมียออกหน้าออกตาเหมือนแม่เลี้ยงอุ่นเฮือน หวังแต่เพียงได้ร่วมเรือน ได้รับใช้ใกล้ชิดเพราะรักมาก รักสุดจิตสุดใจ ใจมีเท่าไรก็ยกให้นายหล้าไปหมดแล้ว ขอเป็นเพียงข้าทาสบาทบำเรอคนหนึ่งเท่านั้น นายหล้าเองก็คงมีข้าบาทภักดีอยู่ในเมืองอีกคน หรืออาจสองคน สามคน  อันนี้ไม่รู้ ไม่อยากรู้

ควรกูถอดใจออกมาให้ได้ดีไหม
ดี แต่กูจะทำได้หรือ นอนคืนตื่นวัน กูก็ฝันถึงแต่นายหล้าผู้เดียว

 

กระทั่งเย็นย่ำค่ำคล้อยละห้อยแสงหาย สามหนุ่มหนึ่งสาวจึงตามไปพบสร้อยห้อยพระคล้องกิ่งไม้แห้งข้างทาง สร้อยและพระของภูษิต เขาเองยืนยันมั่นคงว่าเป็นคนถอดออกจากคอแล้วสวมให้เธอ ชลลดายังอยู่ เหมือนบอกเตือนให้ติดตาม เหมือนหลอกล่อให้ติดตามหรืออาจถูกบังคับให้ถอดออก ยังไม่ชัดเจนอะไรเลย

แต่ที่ชัดเจนที่สุดคือเธอยังอยู่รอดปลอดภัย

“ใกล้ค่ำละ” ฟ้าลั่นยกข้อมือดูนาฬิกา “พักกันก่อน”

“ชลลดาอยู่ข้างหน้าไม่ไกล ตามไปอาจทันคืนนี้”

หนุ่มผู้อยากมีหญิงไว้อิงแอบแนบชิดร้อนใจ เพื่อนทั้งสามไม่มีใครเห็นด้วย เภทภัยมีร้อยแปด หากไม่นับผีก็ยังมีงูเงี้ยวเขี้ยวขอและเสือสิงห์สัตว์ล่าหากินกลางคืน จริงอยู่ สองคืนผ่านมาไม่พบสัตว์ร้าย แต่ก็ได้ยินเสียงเสือร้องและกวางเปิบเมื่อใกล้รุ่ง อีกอย่างกลางคืนมืด สายตาพวกตนไม่คมกล้าเท่ากลางวัน กลัวไปตกห้วยตกหินขาพลิกขาแพลงตะแคงข้างห้วย

ชลลดาถูกคุมตัวไป
เธอจงใจทิ้งร่องรอย หรือพวกนั้นจงใจวางรอยล่อให้ตาม?

สร้างเพิงพักหลับนอนชั่วคืนชั่วคราว ลูกเสือเอกทั้งสามผ่านการออกค่ายพักแรมแบบเข้มข้นมาแล้ว ขึ้นม.ปลายได้เรียนวิชารักษาดินแดนแต่ยังไม่จบหลักสูตร รุ่งรวีเป็นนักเรียนหญิง ไม่ถนัดจัดเจนเรื่องปลูกแปลงแต่งสร้างห้างหอที่พัก แต่หาฟืนท่อนเล็กท่อนน้อยเหมาะสมกับแรงหญิงพอทำได้

พบเห็นหลักฐานอะไรบางอย่าง

อุบอำงำความไว้เพียงคนเดียว ไม่แสดงต่อเพื่อนต่างเพศทั้งสามเพราะมันไม่เหมาะไม่ควร

รุ่งรวีพบแผงยาคุม

พบก่อนหน้านี้นานแล้ว พบแต่เมื่อสายๆ ตอนเลาะเลียบลำห้วยมุ่งสู่ตะวันออก เข้าใจว่าชลลดาทำหล่นโดยบังเอิญ คงไม่มีเจตนทิ้งร่องรอยเพราะตอนนั้นเธอกับภูษิตยังไม่พลัดพรากจากกัน

สาวผอมบางรู้สึกเศร้า มีความรันทดสลดใจบางอย่างแล่นเข้ากระทบใจ ชลลดายังเป็นนักเรียนอยู่เลย ชั้นเรียนระดับเดียวกันกับตัวเอง อายุอาจมากกว่าแต่ไม่ควรเกินสองปี

แต่ชลลดาใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดแล้ว

 

คลับคล้ายเลื่อนลอย แต่ก็คล้ายจะรู้สึกตัวอยู่บ้าง มันวูบ ๆ วับ ๆ สลับสับเปลี่ยน วูบดับยาวนานกว่าสว่างวับ เหมือนกับตอนน้ำซัด มันจมมากกว่าฟู

แดดยามเย็นยังส่องแสง เดินตามนางกษัตริย์ชุดดำไปเรื่อย ๆ ย้อนสวนทวนทิศทวนทางขึ้นไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ ไม่ซ้ำทิศทางเดิมที่ล่องลงมา ใจหนึ่งต่อต้าน แต่อีกใจกลับคล้อยตาม อยากงดงามเฉิดฉาย สวมชุดราตรีสีดำปักเพพชรพราวทั้งชุดอย่างนางที่เดินนำหน้า อยากสวมใส่มงกุฎเพชรคล้ายมงกุฎของอาภัสรา หงสกุลเมื่อได้เป็นนางงามจักรวาลเมื่อสองสามปีก่อน หากกูร่ำรวยได้ถึงขนาดนี้ เสี่ยปิงเสี่ยเปิงอะไรอย่าหวังจะได้เห็นปล้องน่องกูเลย

แม่…หนูจะไม่ให้แม่ระกำลำบากอะไรอีกแล้ว

เดินตามเงาร่างไหวๆ ไปข้างหน้า กษัตรีย์นางนั้นคล้ายลอยไปเท้าไม่สัมผัสพื้น ชายกระโปงสีดำบานย้วยดูไหวๆ ดำสนิท ดำดุจกลางคืน เพชรพร่างพราวประดับประดิษฐ์ติดผ้าคล้ายดาวบนฟ้า นางนำหน้า เธอเองตามหลัง บางครั้งที่รู้สึกตัวก็อยากหันหลังกลับแล้ววิ่งหนี แต่กษัตรีย์ชุดดำนำหน้ามีแรงดึงดูดเหนี่ยวรั้งเหนือกว่าหลายเท่า แล้วสติก็คล้ายดับหายไปอีก

เหมือนตอนจมน้ำ เสือกสนดิ้นรนจะโผล่พ้นน้ำ แต่น้ำกลับซัดจมลงไปอีก จมดิ่งลงสู่ก้นบึ้งบึงดำล้ำลึก

 

ยังบ่ายอยู่ สายแดดเข้มกล้ายังร้อนแรงอยู่มาก อุ่นเฮือนย้ายก้นขยับร่างเข้าร่มหลังคาศาลากลางชานหลัง มือซ้ายช้อนประคองแผ่นผ้า มือขวาถือกรรไกรขลิบเล็มปุ่มปมเส้นด้ายไม่เรียบเนียน สายตาไม่ดีแล้ว อยู่มายาวนานใกล้หกสิบเข้าไปทุกที  ได้เป็นนางแก้วอุ่นเฮือนสมใจพ่อผัวแม่ผัว แต่ไม่ได้เป็นนางเดียวในดวงใจของผัว คิดไปถึงปีนั้นก็น้อยอกหมองใจแต่ตัดอาลัยไม่ขาด

เหมือนถูกตบหน้าดังฉาด

ปีนั้นได้ลูกเลี้ยงรอดสองคนคือไอ้อ้ายบุญทวี กับพระมหาสมชัยลูกคนที่สาม ส่วนคนที่สองเป็นหญิงบุญมันน้อย เสียชีวิตไปเมื่อยังไม่พ้นขวบ เมื่อมหาสมชัยยังตัวน้อยอายุได้สักสามสี่ขวบ พ่อเลี้ยงคำสีผัวนางไม่ได้ไปเอาเมียลับเมียพราง เมียแรมทางห่อข้าวที่ไหน แต่มันได้เมียอ่อนสาวน้อย อยู่ร่วมหลังคานี่เอง

ปีนั้นนางอายุได้ราวซาวเก้าเกือบเข้าสามสิบ ผิดสังเกตว่าผัวไม่นอนกับนาง เก็บความสงสัยไว้แล้วลอบสอดส่อง จับได้ว่ามันลักลอบได้เสียเป็นเมียเป็นผัวกันกับอีข้าคนใช้ก็เคียดไหม้ใจฟุน

“แม่มานั่งอยู่นี่เอง ดาวนึกว่าไปไหน”

ลูกสาวทัก วางจานกระเบื้องใส่ขนมกรอบแกรบซ้อนๆ กันสี่ห้าแผ่น เป็นขนมทองพับทองแผ่นพื้น ๆ ทั่วไป นางไม่ชอบหรอก มันพ้นวันพ้นวัยกินจุบกินจิบมานานแล้ว

“เอ็งทำหรือ แสงดาว”

“ลองทำดูแม่ ไอ้หล้าไม่อยู่ ย่าก็หลับอยู่ ไม่มีคนชิม แม่ลองชิมดู ดีบ่ดี”

หยิบแผ่นหนึ่ง บิตรงมุมเข้าปากเอาใจลูก แสงดาวเอ่ยถึงไอ้หล้า ใจก็ข้ามฟ้าเข้าป่าเข้าดงไปตามหามัน พ่อมันพาคนเกือบเต็มคนรถไปติดตามหลามหา อย่าได้เจ็บบาดพยาธิไข้อันใดเลยไอ้หล้าลูกแม่

หน่อแลกหน่อ เนื้อแลกเนื้อ…

“ก็ลำดี” ตอบเอาใจ ไม่ตรงตามใจนัก “น้ำตาลหนักไปนิด กะทิเบาไปหน่อย แม่ว่า”

“ย่าว่าพ่อเจ้าสายฟ้าม้านชอบกินขนมทองพับ ดาวว่าจะเอาไปบนพ่อเจ้า ขอท่านติดตามไปปกปักรักษาไอ้หล้ากับ…กับลูกแม่คำแผ้ว”

ได้ยินคำท้ายๆ นางเหย้าเจ้าเรือนขมใจ เบือนหน้าไปทางอื่นไม่อยากให้ลูกสาวได้เห็นสีหน้าแววตา

 

ซากร่างที่นางกำลังจะละทิ้งยังนอนนิ่งอยู่บนแท่นหิน แก้วกู่หาหรือแก้วโกหาตัดสินใจถอดจิตออกไปทั้งหมด ไม่เหลือไว้เลยเพื่อหล่อเลี้ยงร่างเก่าบนแท่นหินเลย ยามที่ต้องเปลี่ยนร่าง พละพลังขลังแข็งจะเสื่อมลง พลังอำนาจไม่มากพอที่จะทำพร้อมกันทั้งสองอย่างให้ได้ผลดีเสมอกัน ร่างใหม่ก็ยังล่อหลอกมาไม่ถึงถ้ำ  ร่างเดิมก็อ่อนแอเกินจะเดินย่องแย่งย่างย้ายออกไปจากถ้ำ อำนาจนางเองอ่อนลงเพราะอยู่ในช่วงต้องเปลี่ยนร่าง

เหมือนงู

งูเมื่อลอกคราบ จะอ่อนแอที่สุด

น้อยครั้งนักที่นางจะถอดจิตออกไปจากถ้ำ เสี่ยงมาก เสี่ยงอย่างยิ่งต่อการแตกสลายกระจัดกระจายของจิตยิบย่อยทั้งปวง นางแข็งขืนฝืนต้านเนิ่นนานเกินไป นางยึดมั่นถือมั่น นางเชื่อถือผิดๆ ว่าอำนาจนางแข็งกล้าอย่างยิ่ง แต่ปัญญาของนางเป็นปัญญาของยักษ์ ไม่อาจรู้แจ้งแทงตลอดถึงสามัญลักษณะอันเป็นความจริงสูงสุดที่ครอบงำทุกสิ่งทุกอย่างว่าไม่มีอะไรคงที่ ไม่มีอะไรเที่ยง ทุกอย่างต้องเสื่อมสลาย จิตนางเองแม้กล้าแข็งอย่างยิ่ง หากไม่กล้าแข็งมั่นคงและเด็ดเดี่ยวเพียงพอก็ไม่สามารถจะบังคับมือให้ปาดคอตัวเองจนตายได้

นางเข้มแข็ง นางเด็ดเดี่ยว

แต่ความเข้มแข็งและเด็ดเดี่ยวก็ไม่อาจชนะสามัญลักษณะได้ ภูมิธรรมซับซ้อนขนาดนี้ปัญญายักษ์หยั่งลงไม่ถึง นางมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยวแต่ว่าขอรักษาจิตไว้เพื่อได้พบเจ้าคนองอาจหาญกล้าผู้มีอนุภาพยิงใหญ่ทำให้ฟ้าทะลุได้ อยากให้อ้ายฟ้าล้งได้ประจักษ์รู้ว่านางรักเขามากแค่ไหน รักยิ่งกว่าที่นางรักตัวเอง อยากให้เขาใจอ่อนอีกครั้ง เหมือนเคยใจอ่อนเมื่อครั้งที่จับได้ว่านางล่ายลิ้นปลิ้นคำ

ขอแต่ได้อยู่คลอเคลียแทบฝ่าพระบาทอีกสักครั้งเถิด  จะหักเขี้ยวแก้วนางทิ้งอีกข้างนางก็ยอม จะให้นางหมอบๆ คลานๆ คอยล้างเท้าอีนางเทพกัญญานางก็ยอม

นางอยู่ด้วยทุกข์ ทุกข์อย่างยิ่ง

นางตกอยู่ในห้วงทุกข์มาโดยตลอดแต่นางไม่สำนึกสำเหนียก นางไม่รู้ตัวว่านี่คือทุกข์

ทุกข์คือภาวะบีบคั้น ถูกคุกคามให้ทนอยู่ไม่ได้ ให้ไปสู่ความแตกสลาย

แต่นางฝืน

นางจึงทุกข์

ทุกข์อย่างยิ่ง แต่ปัญญาชาติยักษ์ไม่อาจแทงทะลุได้ว่านี่คือทุกข์

 

ทองพับสี่ห้าแผ่นมีรอยกัดแหว่งถูกทิ้งไว้ในจานกระเบื้องใบเดิม เป็นขนมที่แม่ผัวบอกแก่หลานย่าว่าพ่อเจ้าสายฟ้าม้านท่านชอบ สองสามวันก่อนตอนที่ผัวกับข้าคนหลวงหลายยิงปืนขึ้นฟ้าแล้วขับรถจะเข้าไปห้วยเขาะ อุ่นเฮือนเองก็ได้บนไว้แล้ว ต่างแต่ไม่ได้บนด้วยทองพับทองแผ่นเท่านั้น

พ่อเจ้าสายฟ้าม้านเป็นที่เคารพเชื่อถือสืบต่อกันมาแต่หมื่นคำตวงโน่นแล้ว แม่ผัวบอกแก่อุ่นเฮือน

หมื่นคำตวงเป็นพ่อของกำนันคำปัน

พ่อกำนันคำปันเป็นพ่อของพ่อเลี้ยงคำแสน

พ่อเลี้ยงคำแสนเป็นพ่ออ้ายคำสีซึ่งก็คือผัวนาง

อุ่นเฮือนได้เป็นเมียคำสีไม่ใช่เพราะคำสีรักนางที่สุด แต่เป็นเพราะพ่อเลี้ยงคำแสนกับแม่นายสีทาเห็นพ้องต้องกันว่าคนที่เหมาะจะเป็นสะใภ้ของสองเขาที่สุดคือนาง

“ทำไมต้องเป็นข้า แม่สีทา”

เคยถามหลายปีผ่านมาแต่เมื่อพ่อผัวตัวบางแฟบนอนติดฟูก ผอมผ่ายน่ายเนื้อ แขนเท่าฝักดาบอย่างคำเก่าโบราณว่าไว้ หนังหน้าบางแนบติดกระดูกหน้า เบ้าตาลึก ริมปากหุบเหี่ยวเพราะฟันหลุดไปหลายซี่ เบ้าตาดำ ลูกกระเดือกแหลมโปน

พ่อผัวป่วยด้วยโรคร้ายอะไรหนอ หรือว่าโดนผี ถูกกระทำ โดนคำสาปคำแช่งรุนแรง

“คำสีมันเอ่ยออกมาสองสามชื่อ พ่อผัวเอ็งส่งคนออกสอดส่องแอบมอง มันมีข้อยึดถืออย่างหนึ่งในตระกูลของเขา เขาเน้นเรื่องเอาสะใภ้เข้าบ้าน ไม่เน้นเรื่องเอาเขยเข้าเรือน”

“อือ”

“ทรัพย์สินเขาหลวงหลายสืบต่อกันมาแต่โน่นแล้ว สมัยหมื่นคำม่วนรับอาชญาเจ้าหลวงพาคนห้าสิบครัวเรือนมาปลูกแปลงแต่งสร้างสันป่าเหมือดให้เป็นบ้านเป็นเมือง เขยเข้าบ้านไม่สำคัญเท่าสะใภ้เข้าเรือน เขยมีแต่สติปัญญา มีบ่ามีแรง ขยันขันแข็งไม่เป็นขี้เหล้าเมายา ไม่เป็นพาลพาโลก็พอเพียงแล้ว แต่สะใภ้ เอ็งรู้ไหม คำว่าสะใภ้แปลว่าอะหยัง”

“บ่ฮู้”

“อันนี้ละ โทษของการบ่เข้าวัดเข้าวา บ่ฟังธรรมพระเจ้า บ่เข้าหาผู้รู้ผู้หลัก คำพระท่านถึงว่าปัณฑิตเสวนา…สะใภ้มาจากคำว่าสาวใภ้”

“สาวใภ้…”

“อือ  สาวก็คือสาว แม่ย่าแม่หญิง ใภ้แปลว่าเฝ้า  สาวใภ้คือแม่ย่าแม่หญิงผู้คอยดูแลอยู่เฝ้า”

 ดูแลอะหยัง อี่แม่”

“ดูแลลูกผัวหื้ออยู่ดีมีสุข ดูพ่อผัวแม่ผัวเมื่อยามแก่เฒ่าเจ็บป่วย ดูแลผีปู่ย่าบรรพบุรุษ ดูแลทรัพย์อันผัวหามาได้ไม่ให้หลุดหล่างถ่างถิ้มสูญหาย ดูแลบ่าวไพร่บริวาร ดูแลเหย้าเรือน สรุปว่ามีหน้าที่ดูแลทุกอย่างให้สุคติคมนะ”

“มันแปลว่าหยัง สุคติคมนะ”

“ไปสู่ทางดี สุคติแปลว่าทางดี คมนะแปลว่าไปสู่ อันนี้อี่แม่ก็รู้มาจากฟังธรรมอีกนั่นแหละ คำสีมันออกชื่อมา พ่อผัวเอ็งให้คนไปดู แล้วก็เอามาคิดอ่านกันกับแม่ เอ็งดีที่สุดในสายตาพ่อกับแม่”

“แต่อ้ายคำสี…ข้าอาจไม่ดีที่สุดสำหรับมัน”

“ช่างมันเถอะเอ็ง อยู่มาวันนี้หัวหงอกขาวแซมดำแล้ว ขี้เก่าขี้หลังล่วงแล้วขว้างทิ้งไปเสีย เก็บมาแบกทำไม หนักเปล่าๆ”

“อี่แม่สอนดีนัก อันเก่าอันหลังล่วงแล้วก็ให้มันแล้วไปเถิด เก็บมาแบกหื้อหนักเยียะหยัง  ข้าเอง…ข้าคิดว่าหากไอ้หล้าเรียนจบ หรือหากแสงดาวได้ผัว ข้าเองก็จะเข้าวิปัสสนา  สมถะสมถาตามรอยอี่แม่”

“สมถะ กรรมฐาน บ่แม่นสมถะ สมถา”

“อันเดียวกันนั้นละ ข้ามันคนห่างวัด อู้บ่ทัดบ่ถูก”

“ต่อไปก็หัดเข้าวัด จะได้อู้ทัดอู้ถูก”

“อือ”



Don`t copy text!