กระบือสื่อรัก บทที่ 20 : พี่ลดให้เหลือแค่สามแสนพอ (1)

กระบือสื่อรัก บทที่ 20 : พี่ลดให้เหลือแค่สามแสนพอ (1)

โดย : พรรณสิริ

Loading

กระบือสื่อรัก นวนิยายรางวัลชนะเลิศจากโครงการช่องวันอ่านเอาปีที่ 4 โดย พรรณสิริ ที่อ่านได้ในเพจอ่านเอาและ anowl.co เรื่องราวของเอื้อมดาวที่ต้องกลายมาเป็นหัวหน้าครอบครัว เธอต้องทิ้งใบปริญญามาเป็นสาวโรงงาน ต้องขายควายเพื่อใช้หนี้ แล้วบททดสอบของชีวิตก็ทำให้รู้ว่าตัวเองแกร่งกว่าที่คิดและชีวิตไม่ต้องขึ้นอยู่กับใบปริญญาเสมอไป

“ทำยังไงดีพี่ขวัญ พ่อช้างแทบไม่ยอมกินหญ้ากินน้ำตั้งแต่วันที่ลุงติ๊กเสีย”

ดินแดนเองขวัญเสียไม่ใช่น้อย ลองเอาผลไม้อย่างแอปเปิลซึ่งเป็นอาหารว่างของโปรดให้กินก็ยังถูกเมิน ควายของลุงติ๊กซึมลงเรื่อยๆ แม้กระทั่งกิจวัตรซึ่งเป็นที่โปรดปรานอย่างแช่น้ำในบึงก็ไม่สนใจ

“ตามหมอมาดูแล้วหรือยัง”

ขวัญชัยแวะมาเยี่ยมคอกผู้ใหญ่เดช เพราะต้องการประเมินสภาพควายของผู้ล่วงลับก่อนที่ฟาร์มจะตัดสินใจซื้อ

“มาฉีดยาบำรุงให้ รอบหน้าถ้ายังไม่ดีขึ้นคงต้องให้น้ำเกลือด้วย พี่ขวัญ ฉันกลัวว่าพ่อช้างจะตรอมใจตายตามลุงติ๊กไปน่ะสิ ตอนมาอยู่ที่นี่ใหม่ๆ มันไม่ยอมกินหญ้า แต่พอเห็นลุงติ๊ก มันก็ค่อยๆ กลับมาเป็นปกติ”

“งานยากแล้ว เอ็งเจอควายติดเจ้าของ”

ควายเป็นสัตว์ใหญ่ ฉลาดรู้ความ และมักจะติดคนที่เลี้ยงดูมาแต่เล็กแต่น้อย แทบไม่ต่างอะไรจากสัตว์เลี้ยงตามบ้าน

“คุณนวลอยากขายพ่อช้างให้ฟาร์ม เขาได้คุยกับเอ็งหรือยัง”

ดินแดนพยักหน้า สีหน้าบอกให้รู้ว่ากำลังเครียด “ฉันไม่ได้พูดเข้าข้างตัวเองนะ ก่อนตายลุงติ๊กฝากฝังพ่อช้างไว้กับฉัน แต่พอพี่นวลมาถึง แกไม่ได้สติแล้ว เลยไม่ได้สั่งเสียอะไรไว้ก่อนตาย”

“ข้าก็ว่าแกตั้งใจยกพ่อช้างให้เอ็ง เฮ้อ เขาถึงบอกว่าให้ทำพินัยกรรมไว้ให้เรียบร้อย คนอยู่ข้างหลังจะได้ไม่ต้องมานั่งทะเลาะกันเรื่องแบ่งสมบัติ”

คุยกันสัพเพเหระอีกพักใหญ่ ผู้จัดการโชคเจริญสุขฟาร์มก็ขอตัวกลับ

“ข้าไม่รู้จะช่วยเอ็งยังไง แต่จะบอกเสี่ยอั๋นให้ชะลอการตัดสินใจออกไปก่อนจนกว่าพ่อช้างจะหายดี เอ็งลองใช้ช่วงเวลานี้ต่อรองกับคุณนวลดู เขาไม่สนใจหรอกว่าใครเป็นคนซื้อ ขอให้ได้เงินห้าแสนเป็นพอ แต่ถ้าข้าเป็นเอ็งก็คงต้องคิดหนัก ดูทรงแล้วโอกาสรอดแค่ห้าสิบ” ขวัญชัยทิ้งท้าย ก่อนสตาร์ตรถกระบะขับออกไป

ดินแดนกลับมายืนพิงคอกคอตก จ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมใหญ่ของควายกำพร้าเจ้าของ

“ฉันรู้ว่าพ่อช้างเสียใจ แต่ถึงขั้นไม่ยอมกินหญ้ากินน้ำ ถ้าลุงรู้เข้า คงนอนตายตาไม่หลับ” ชายหนุ่มเอื้อมมือออกไปลูบหัวอันใหญ่โตของมัน

ควายตัวโตส่งเสียงคราง นัยน์ตามีน้ำคลอเบ้า คู้ขาหน้าลงดุนหัวของมันเข้ากับอกคนพูด ถ้าพูดได้คงอยากบอกว่ามันทั้งเศร้า สับสน และหงุดหงิด

“รู้แล้ว ฉันก็รู้สึกไม่ต่างจากพ่อช้างหรอกนะ” ดินแดนกอดคอควายตัวโตเอาไว้พลางกระซิบข้างหูเรียวยาวด้วยน้ำเสียงปลอบประโลม “แต่ไม่เป็นไรนะ ถึงลุงไม่อยู่แล้ว แต่พ่อช้างยังมีฉันอยู่ เรามาสู้ไปด้วยกันนะ”

 

นวลปรางค์เฝ้าดูสัตวแพทย์ซึ่งกำลังฉีดยาบำรุงและให้น้ำเกลือควายตัวโตที่ซูบผอมลงอย่างผิดหูผิดตา

แม้จะอยู่ใต้หลังคาโรงเรือน แต่เปลวแดดยามบ่ายที่เต้นระยิบด้านนอก ช่างแสบตาเสียจนต้องหยิบแว่นกันแดดออกมาสวม

หลายวันก่อน ขวัญชัยโทรศัพท์มา บอกว่าทางฟาร์มไม่สะดวกซื้อพ่อช้างในเร็วๆ นี้

‘ผมแวะไปที่คอกผู้ใหญ่เดช พ่อช้างเหมือนจะตรอมใจ ไม่กินหญ้ากินน้ำ เสี่ยเขาไม่อยากเสี่ยงซื้อควายป่วย ขอรอดูให้แน่ใจก่อนว่าจะกลับมาสมบูรณ์เหมือนเดิมได้ไหม น่าจะอีกเป็นปี คุณนวลลองไปเสนอขายฟาร์มอื่นก่อนก็ได้นะ’

‘อืม…ถ้ายังไม่ซื้อแล้วรับฝากเลี้ยงไหมคะ’

เจ้าตัวไม่อยากปล่อยควายซึ่งเป็นมรดกตกทอดของพ่อไว้กับคนอื่น ขืนเนิ่นนานไปกลัวดินแดนจะตีเนียนไม่ยอมคืนควายให้

‘ปกติฟาร์มไม่รับฝากเลี้ยง ยิ่งควายที่ป่วยอยู่ด้วย กลัวเอาโรคมาติดตัวอื่น’ ขวัญชัยหาทางปฏิเสธอย่างละมุนละม่อม

หลังวางสายนวล ปรางค์บ่นกับคนข้างตัว แต่ถูกตอกกลับนิ่มๆ

‘จัดงานศพเสร็จไปตั้งนานแล้ว คุณเป็นเจ้าของควายก็ควรรับกลับมา ฝากไว้เฉยๆ ไม่จ่ายค่าเลี้ยงดู ค่าหยูกยา เท่ากับเอาเปรียบเขา ไปจัดการเสียให้เสร็จเรียบร้อยเถอะ พ่อคุณจะได้นอนตายตาหลับ’

‘นอนตายตาหลับ’ คำพูดคนข้างตัวทำเอานวลปรางค์ขนลุกขึ้นมาดื้อๆ

ในวันสวดศพคืนสุดท้าย พ่อมาปรากฏตัวให้เห็นที่คอกควาย หลังจากนั้นเธอก็ฝันถึงบุพการีเป็นระยะ นอนไม่ได้จนต้องพึ่งยานอนหลับ

ในฝัน สีหน้าพ่อหม่นหมอง แลดูไม่มีความสุข คนเป็นลูกอย่างเธอรู้สึกไม่สบายใจ ไปทำบุญถวายสังฆทาน กรวดน้ำอุทิศบุญกุศลให้แล้ว พ่อก็ยังไม่เลิกปรากฏตัวในความฝันเสียที

เมื่อหาทางออกไม่เจอ จึงต้องพึ่งหมอดูที่ขึ้นชื่อว่ามีญาณสัมผัส

‘เขามีของรักของหวงอยู่อย่างหนึ่ง ตั้งใจให้คนอื่น อย่าอุ๊บอิ๊บเอามาเป็นของตัวเอง พ่อคุณไม่ยอมไปไหนจนกว่าคุณจะจัดการให้เรียบร้อย’

คำทำนายของหมอดูทำเอานวลปรางค์ตกตะลึง

หลังจากนอนผวาอยู่หลายคืน วันนี้จึงยอมถ่อมาเพื่อเจรจาต่อรองกับดินแดน

“ดินดูเข้ากันได้ดีกับพ่อช้าง ไม่สนใจซื้อเก็บไว้เองล่ะ”

“เห็นพี่นวลคุยอยู่กับทางโชคเจริญสุขฟาร์มอยู่ไม่ใช่หรือครับ ทางนั้นเขาว่ายังไงบ้าง” ดินแดนทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ทั้งที่ขวัญชัยส่งข่าวมาแล้ว

“พี่คิดว่าถ้าพ่อช้างได้อยู่กับคนที่คุ้ยเคยกันอย่างดิน พ่อคงนอนตายตาหลับ”

แน่นอนว่าเธอกริ่งเกรงภาพของพ่อในความฝัน แต่อีกใจก็ยังอยากได้เงินที่สมควรจะเป็นของเธอในฐานะทายาทเช่นกัน

“ฉันคงสู้ราคาไม่ไหวหรอก ตอนนี้แค่ค่าหยูกยา ค่าอาหารเสริม เดือนๆ หนึ่งก็ตกเป็นหมื่น ยังไม่รู้ว่าจะต้องรักษาต่อเนื่องนานแค่ไหน”

ดินแดนเนื้อเต้นเมื่อได้ยินข้อเสนอ แต่จะให้นวลปรางค์รู้ไม่ได้ว่าเขาอยากได้พ่อช้างตัวสั่น

“ถ้าอย่างนั้น พี่ลดให้แค่สามแสนพอ แต่ขอเป็นเงินสดได้ไหม ช่วงนี้พี่กำลังปรับปรุงบ้านอยู่ จำเป็นต้องใช้เงิน”

ในเมื่อทางโชคเจริญสุขฟาร์มเอาแน่เอานอนไม่ได้ นวลปรางค์คิดว่าขายให้ดินแดนในราคาที่ถูกลง คงดีกว่าเอาไปฝากให้คนอื่นเลี้ยง แล้วต้องมานั่งรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน

“อืม…ฉันจะลองเก็บไปคิดดูนะ” ดินแดนทิ้งท้าย

แม้ค่าตัวพ่อช้างจะลดลงอย่างฮวบฮาบ แต่ชายหนุ่มก็ยังไม่แน่ใจว่าจะหาเงินก้อนนี้จากไหนอยู่ดี

 



Don`t copy text!