ซ่อนรัก บทที่ 60 : ไม่ใช่เขยในฝัน

ซ่อนรัก บทที่ 60 : ไม่ใช่เขยในฝัน

โดย : โสภี พรรณราย

Loading

ซ่อนรัก โดย โสภี พรรณราย เมื่อความรักพังทลาย ปารีสจึงออกเดินทางด้วยหวังว่าโลกกว้างจะช่วยเยียวยาหัวใจ แต่สิ่งที่เธอคิดและตัดสินใจอาจไม่เป็นอย่างที่คาด เมื่อหนุ่มหล่อเข้มคนนี้เข้ามาในชีวิต และความหลังของหล่อนกับเขาเป็นความรักที่ต้องเก็บซ่อนเอาไว้ในส่วนลึก นวนิยายออนไลน์ที่อ่านเอาอยากให้คุณได้อ่านออนไลน์

“นี่ล่ะ…ที่นี่ล่ะ” คุณวาสนาพูดกับสามี เมื่อมาหยุดหน้าร้านเพชรในศูนย์การค้าชื่อดังร้านหนึ่ง ในวันรุ่งขึ้นหลังจากเดินทางมาเมืองไทย

“เออ…ใช่…อุเทนเคยบอกว่าเปิดร้านเพชรร้านใหม่ของตัวเอง เมื่อคุยไลน์ตอนอยู่ฝรั่งเศส ใช่เลย…ชื่อร้านนี้ล่ะ”

คุณวรวิทย์กับคุณวาสนามาถึงร้านของอุเทนด้วยกันสองคน โดยไม่บอกปารีส

ท่านพักโรงแรมและมักไปไหนมาไหนโดยใช้บริการรถโรงแรม และท่านไม่เคยทำให้ลูกสาวต้องห่วง

ปารีสต้องทำงาน และท่านก็บอกว่าท่านจะหาซื้อของไปเที่ยวเอง ตอนเย็นค่อยนัดกินข้าวกันที่ภัตตาคารแห่งหนึ่งในโรงแรม

เป้าหมายในเช้าวันนี้คือมาพบอุเทนให้ได้ ยืนจ้องมองอยู่หน้าร้าน จนคนในร้านเห็นและเดินออกมาอย่างตกใจ

“คุณน้า!” อุเทนนั่นเอง “สวัสดีครับ”

“อุเทน…ว่าที่เขยรักของน้า” คุณวาสนากอดชายหนุ่ม “เป็นเจ้าของร้านเพชรเอง เก่งนะลูกชาย เก่งมากเลย แต่ทำไมมีแต่ไลน์บอกน้า แต่ยัยปาไม่พูดอะไร ทะเลาะกันเรอะ อย่าทะเลาะนานสิ น่าจะง้อได้แล้ว”

“ผมกับปา…เอ้อคงง้อไม่สำเร็จแล้วครับ”

“ไม่เป็นไร ตอนนี้น้ามาเมืองไทยแล้ว จะช่วยเชียร์ จะช่วยเป็นคนกลางประสานให้คืนดีกันนะ”

“แต่ว่า…”

“น้าช่วยได้จริงๆ นะ ยัยปาเชื่อฟังพ่อกับแม่”

“มันเป็นไปไม่ได้แล้วครับ”

“หรือเพราะยัยปามีคนอื่นหรือเปล่า ยัยปาเป็นฝ่ายผิดต่ออุเทนหรือเปล่า ปัญหาเกิดเพราะลูกสาวของน้าใช่ไหม บอกมาเลย ถึงเป็นลูกสาวแท้ๆ น้าก็ไม่เข้าข้างนะ น้าสองคนยืนอยู่ฝ่ายอุเทนเสมอ” แล้วหันไปทางสามีถามว่า “ใช่ไหมคุณวิทย์ เรายุติธรรมใช่ไหม?”

คุณวรวิทย์พยักหน้า แต่ดูท่าทีของฝ่ายชายอึดอัดน่าสงสัย จึงถามขึ้น

“พูดมาเลย อุเทน เกิดอะไรขึ้นเรอะ?”

“อ้าว…อ้าว…ไม่ทำมาหากินเรอะ มาคุยอะไรหน้าร้าน?” เสียงห้วนๆ ดุๆ แสดงอำนาจของรัศมีดังขึ้น ทำเอาอุเทนสะดุ้ง “แล้วนี่…ใครล่ะ?”

“คุณน้าวรวิทย์กับน้าวาสนาครับ เพิ่งมาจากฝรั่งเศส” อุเทนบอกภรรยา

“ฝรั่งเศส?” แล้วนึกได้เบิกตา “อ๋อ…พ่อแม่ปารีส”

“ใช่ครับ ท่านมาเยี่ยมผม ร้านของผม”

“สวัสดีค่ะ” รัศมียกมือไหว้ “รัศมี…เจ้านายเก่าของปารีสน่ะค่ะ ปาเคยทำงานกับเพชรรัศมีมาก่อน คุณน้าคงไม่ทราบว่าอุเทนกับปารีสเลิกกันแล้ว”

“เราเลยมาดูกับตาตัวเอง” คุณวาสนาพูด “เพราะยัยปาไม่ยอมพูดถึงอุเทนเลย” พูดถึงทีไรก็ตัดบทเสมอ ก็พอๆ กับอุเทนที่พอท่านโทรมาหา อุเทนก็ตัดบทเช่นกัน “ไม่รู้ว่าหนุ่มสาวทะเลาะกัน งอนกันเรื่องอะไร”

รัศมีตวัดสายตาดุดันไปทางอุเทน ถามเสียงแข็งว่า

“ว่าไง อุเทนยังไม่บอกท่านเรอะว่าพวกเราเป็นอะไรกัน”

“เอ้อ…คือว่า”

ใบหน้ารัศมีไม่พอใจ ตวาดสามีว่า

“อ่อนแอขนาดนี้ ไม่รู้ว่าฉันเลือกเธอได้ยังไง เสียใจจริงๆ ที่เลือกผิด เลือกคนอ่อนแอ ปวกเปียก ไม่เป็นผู้นำ น่ารำคาญ ยิ่งวันก็ยิ่งน่ารำคาญขึ้นเรื่อยๆ” บ่นๆ แล้วหันมาพูดกับคุณวรวิทย์และคุณวาสนา

“ฉันแต่งงานกับอุเทนแล้ว เมื่อหลายเดือนก่อนตอนใกล้ปีใหมล่ะค่ะ อุเทนเป็นสามีของฉัน” แล้วโคลงศีรษะ “สามีที่อึดอัดคนนี้ล่ะที่ไม่ยอมพูดความจริงกับคุณน้าเสียที”

แต่งงานตอนใกล้ปีใหม่?

ก็เป็นวันที่ปารีสไปพบท่านที่ฝรั่งเศส มิน่าล่ะ ปารีสจึงดูผิดปกติ และไม่ยอมพูดถึงฝ่ายชายเลย ท่านเข้าใจลูกสาวผิดไป คนที่ผิด และนอกใจกลับเป็นอุเทน…ซึ่งเคยเป็นว่าที่เขยที่แสนดี

“ดูจากอายุแล้ว…อุเทน…กับคุณ…ห่างกันไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีแน่” คุณวาสนาสงสัย

รัศมีหัวเราะเบาๆ

“มันจะแปลกอะไรล่ะ อุเทนได้ร้านนี้หนึ่งร้านเป็นของขวัญวันแต่งงาน ผู้ชายที่ว่าง่าย รูปหล่อ เก่ง เลี้ยงไว้อยู่ใกล้ตัวดีค่ะ ใครจะให้เขาได้อย่างฉันให้ สุขสบายตลอดชีวิต ขอเพียงมีความซื่อสัตย์ ฉันเลี้ยงได้ เพราะต้นทุนคนเราไม่เท่ากัน ฉันเลือกอุเทนได้มาสำเร็จ แต่มาตอนนี้ชักไม่แน่ใจเท่าไหร่ แต่ก็ไม่เป็นไรนะ ตราบใดอยู่ในโอวาท อุเทนจะมีความสุขเสมอ ขอโทษคุณน้าทั้งสองที่ปารีสให้ไม่ได้อย่างฉันหรอกค่ะ”

คุณวาสนายกมือทาบอก ตายแล้ว ผู้หญิงอะไรพูดออกมาไม่อายปาก ใช้เงินซื้อผู้ชายชัดๆ ดีที่อุเทนแสดงธาตุแท้ออกมาก่อน ขืนแต่งงานกับปารีสแล้วเปลี่ยนแปลงภายหลัง ปารีสของเสียใจมาก

อุเทนหน้าแดง อับอายที่รัศมีไม่ไว้หน้าตนเลย รู้ว่ารัศมีพูดแรงขนาดนี้ คงอยากให้คนฟังไปรายงานปารีส ธรรมดาไม่น่าจะพูดแรงเลย ทำไมไม่ให้เกียรติตนบ้าง อย่างน้อยตนก็ได้ชื่อว่าเป็นสามี

เมียข่มผัว…รู้ว่าต้องมีวันนี้ รู้ทั้งรู้ว่าต้องเจอก็ยังเลือก…เลือกหรือถูกเลือก…ใช่ตนเลือกทางสบาย แต่คุณรัศมีกลับบอกว่าเธอเป็นฝ่ายเลือก คนถูกเลือกอย่างตนต้องจำยอม

“เชิญเข้าไปนั่งในร้านดีกว่า ยังไงคุณก็เป็นพ่อแม่ของปารีส ปารีสเคยทำงานกับฉันหลายปี ฉันก็รักเหมือนน้อง” คุณรัศมีเอ่ย

“ไม่ละ ไม่รบกวน” คุณวรวิทย์เป็นคนพูดหลังจากทนฟังมานาน ผิดหวังกับอุเทน ตอนนี้อุเทนแทบไม่กล้าสบตาท่านทั้งสอง

ในขณะนั้น ปารีสกับดุสิตเดินผ่านมา เพราะจะไปทานอาหารกลางวัน

“พ่อ…แม่?” อยู่ที่หน้าร้านรัศมี จึงรีบเดินมาหาท่าน “มาทำอะไรที่นี่คะ?” ถามอย่างแปลกใจ

“มาหาอุเทน” ชี้ไปทางอุเทนที่หน้าเสีย และคุณรัศมียืนยิ้มๆ แสดงว่าพ่อกับแม่รู้ความจริงแล้ว

ดุสิตเห็นเป็นโอกาสจะแสดงตัว จึงรีบแนะนำตัวเอง

“สวัสดีครับ ผมชื่อดุสิต เป็นเจ้าของร้านเพชรอนันต์ ตอนนี้คุณปาทำงานกับผม เป็นผู้ช่วยและเป็นคนพิเศษของผมครับ”

บิดามารดาออกอาการงงๆ อ้าว…อะไรแน่…ใครแน่…วันมาถึงก็เจอกับวิศว์ที่คอนโดปารีส วันนี้ใกล้ที่ทำงานของลูกสาวก็เจอดุสิตที่แนะนำตัวว่าเป็นคนพิเศษ หลังจากอุเทนแต่งงานแล้ว ลูกสาวคบกับใครกันแน่ ดูวันก่อนสัมพันธ์ระหว่างปารีสกับวิศว์ดูแปลกๆ วันนี้กับดุสิตก็ดูแปลกๆ

“สวัสดีจ้ะ” คุณวาสนาเลิกคิ้ว “เออ…หน้าตาคล้ายคุณวิศว์อยู่นะ ถ้าไม่สังเกต คิดว่าคุณกับคุณวิศว์ต้องเป็นคนเดียวกัน”

“ผมก็ผม วิศว์ก็คุณวิศว์ครับ” นั่นคู่แข่งหัวใจเลยล่ะ “การพบกันผมว่าต้องรู้จักกันให้มากขึ้น ผมอยากนัดทานข้าวคืนนี้”

“คืนนี้เรานัดกินกับลูกสาวแล้ว” คุณวรวิทย์เป็นคนปฏิเสธ

“ดีเลยครับ ผมขอไปด้วย ขอเลี้ยงต้อนรับคุณพ่อคุณแม่ครับ”

“เรียกเราว่าน้านะ” ท่านยังไม่อยากเป็นพ่อตาแม่ยายของใครจนกว่าลูกสาวจะแต่งงาน ซึ่งท่านให้อิสระเสมอ ทั้งที่ตอนแรกก็เชียร์อุเทน แต่ต้องผิดหวัง จึงเข้าใจลูกสาวมากขึ้น

ลูกสาวแม่ทั้งสวยทั้งเก่ง ไม่แปลกที่จะมีคนมาหมายปอง คุณสมบัติดีทั้งวิศว์และดุสิตคุณวาสนา ตอบรับแทนสามีว่า

“ได้จ้ะ…ได้…เรานัดกินข้าวที่โรงแรม…ทุ่มครึ่งเจอกันนะ”

อ้าว…ปารีสตาโต ใจจริงว่าจะพาวิศว์ไปแนะนำกับบิดามารดาคืนนี้แล้วเปิดเผยตัวจริงเสียที เพราะกับอุเทนก็จบเรียบร้อย กับดุสิตว่าพรุ่งนี้จะพูดตรงๆ กับเขาว่า ตนมีคนเป็นเจ้าของแล้ว มีคนจับจองหัวใจแล้ว กลายเป็นยืดเยื้อคาราคาซังต่อ

คุณรัศมีพูดกับอุเทน

“ปทำงานได้แล้วมั้ง ไม่เกี่ยวกับเราแล้ว ท่าทางปารีสจะได้ดิบได้ดีไม่แพ้เธอ ปารีสน่าจะขอบใจฉันน่ะที่แย่งเธอมา ปารีสได้คบกับผู้ชายที่เหนือกว่าเธอเสียอีก”

อุเทนกลืนน้ำลายอย่างอดหลั้น มีบ้างไหมที่จะให้เกียรติกันบ้าง ไม่ได้ขอหรือเรียกร้องตลอดเวลา แต่ขอบ้าง…บ้าง…และบ้าง

ส่วนทางด้านปารีสกับดุสิตก็ขอตัวแยกไปทำงาน คุณวรวิทย์กับภรรยาจะไปเดินซื้อของกันก่อน แต่เมื่อหันไปอีกทางเจอ…วิศว์

“อ้าว…คุณวิศว์” แล้วภรรยาพูดกับสามีว่า “เห็นตรงกันไหมคะ วิศว์กับดุสิตหน้าตาคล้ายกัน”

“สายตาเราคนแก่ เห็นหนุ่มๆ สมัยนี้ หล่อเหลา แต่งตัวดีจะคล้ายกันหมด”

วิศว์ก้าวเข้ามาทำความเคารพ เขายืนอยู่นานในมุมที่คนไม่สังเกต แต่เขาเห็นภาพแต่แรกที่ผู้ใหญ่ทั้งสองคุยกับอุเทนกับรัศมี จนกระทั่งดุสิตปารีสเดินมาสมทบ

“มาทำอะไรแถวนี้?” คุณวาสนาถาม

“ผมมาดูแลงานปรับปรุงห้องประชุมของเพชรอนันต์ครับ”

“ไปๆ มาๆ วนเวียนอยู่แถวนี้นะ”

“ผมคงอยู่ต่ออีกระยะครับ จนกว่างานจะเสร็จครับ ก็ไม่นานหรอกครับ ไม่เกินครึ่งเดือนน่าจะเรียบร้อย”

“เอ้อ…วิศว์…น้าอยากขอโทษ”

“เรื่อง?”

“วันก่อนเจอที่คอนโด น้าคิดว่าคุณเป็นมือที่สามทำลายความรักของปากับอุเทน ที่แท้อุเทนเป็นคนนอกใจยัยปาไปแต่งงานกับคนอื่น คุณรู้ก่อนหน้า ทำไมไม่บอกน้าล่ะ”

“คุณปายังเลือกไม่พูดเลยครับ ผมอยากให้เธอเป็นคนอธิบายเอง”

“มันก็ถูก ยัยปาต้องเดินหน้า อดีตคืออดีต อ๋อ…คืนนี้นานัดกินข้าวกับคุณอยู่สิ คุณไปด้วยสิ จะได้พูดคุยกัน”

“คงไม่ครับ เชิญคุณน้าตามสบาย”

“แล้วที่คุณดุสิตบอกว่า ยัยปาเป็นคนพิเศษ คุณพอรู้อะไรไหม”

“ผมว่าถามคุณปาเองครับ จะชัดเจนที่สุด”

 

ปารีสรู้ว่าการมาทานอาหารคืนนี้ น่าจะชวนอึดอัดสำหรับหล่อนไม่น้อย ในขณะที่อีกสามคน พ่อ แม่และดุสิต กลับมีท่าทีสบายๆ

ดุสิตพูดเก่ง และคุยกับบิดามารดาอย่างราวกับเคยรู้จักสนิทสนมกันมาก่อน และท่านก็ดูจะชื่นชมดุสิตไม่น้อย ด้วยบุคลิกชายหนุ่มที่รูปงาม คุยเก่ง เปิดเผย แม้จะดูหยิ่งๆ ยิ่งคุยเรื่องงาน เขาจัดว่าประสบความสำเร็จจึงคุยกับอวดคุณสมบัติตัวเอง ซึ่งปารีสรู้ว่าบิดามารดาคงชอบ หนุ่มหล่อเก่งมาจีบลูกสาว ทำไมจะไม่ชอบล่ะ

“คุณแน่ะโชคดีที่พ่อแม่สร้างอนาคตไว้รอแล้ว รอแต่รุ่นลูกมาสานต่อ” คุณวรวิทย์พูด

“ครับ ผมต้องทำให้ดีกว่ารุ่นพ่อ รุ่นอาครับ”

“ก็ถูกนะ…รุ่นสานต่อ…และรักษาไว้จะยากยิ่งกว่า เห็นมามากแล้ว รุ่นลูกรุ่นหลาน รุ่นต่อๆ มาไม่สามารถรักษากิจการดั้งเดิมของตนไว้ได้ หมดตัวก็มี”

“ผม…เป็นความภูมิใจของพ่อแม่ครับ” พูดอย่างภูมิใจ

“เอ้อ…แล้วทำไมอย่างไงมารู้จักยัยปาได้ล่ะ?” ระหว่างทานอาหารคุณวาสนาถาม

“ผมประทับใจตั้งแต่แรกๆ เลย คนไม่รู้จักกัน ผมลืมพกเงินสดไปสั่งเครื่องดื่ม คุณปาอยู่ข้างหลังก็อาสาจ่ายแทนผม”

“อ๋อ…ปาเป็นคนมีน้ำใจแต่ไหนแต่ไร เพื่อนๆ รักทุกคน”

“เจอเรื่องส่วนตัวแล้ว ผมยังเจอเธอไปช่วยคนถูกรถชนได้รับบาดเจ็บ เลือดงี้พูดไม่ถูก เธอไม่กลัวเลยครับ เข้าช่วยอย่างที่…ที่….ผมเห็นว่าเธอมีจิตใจงดงามเหมือนความงามภายนอกที่สวยสะดุดตา” พูดแล้วหันไปมอปารีส

โอ๊ย…ยัยปาเอ๋ย…อึดอัดไม่ไหวแล้ว จะแย่แล้ว

“ยัยป้าดีขนาดนี้ ยังถูกแฟนเก่าทรยศ ไม่น่าเลย…ดูอุเทนผิดไป อุเทนแต่งงานกับเจ้าของร้านเพชรเฉยเลย”

“ดีแล้วครับ ผมจะได้มีโอกาสเจอคนอย่างคุณปา ผมไม่เหมือนนายอุเทนนั่น มีเพชรในมือแต่ไม่รู้คุณค่า”

“ทานข้าวกันดีไหมคะ อย่ามัวแต่คุยเลยค่ะ” ปารีสต้องแย้งบ้างเป็นระยะ แต่ไม่พ้นเป็นเป้าหมายสนทนาอยู่เสมอ

 

“นี่…นี่…แกอย่าบอกนะ ตอนนี้เหมือนแกมีโลกสองใบ ไม่ถูกนะเพื่อน” หฤทัยพูดท่าทางเอาเรื่อง

ปารีสนั่งกุมขมับ ปวดหัว เวลานี้อยู่ในห้องเดิมที่เคยพัก อยู่กับกุลวดีและหฤทัย ขณะนี้ไม่ต้องสวมหน้ากาก ไม่ต้องปิดบังความจริง

“เฮ้ย…” กุลวดีร้อง “ยัยปาจะมีโลกสองใบได้ยังไง ยัยปาไม่ใช่คนอย่างนั้น”

ปารีสพยักหน้าช้าๆ

“ฉันเหนื่อย…เหนื่อยใจ”

“ทำไมฉันไม่มีคนดีๆ สองคนมาจีบพร้อมกันบ้าง” หฤทัยบ่น

“ไม่สนุกหรอก ฉันไม่มีโลกสองใบ ฉันมีรักเดียว ใจเดียว”

“เห็นด้วยว่ะ เพื่อน” คุณวิศว์ยอดเยี่ยมที่สุดแล้ว”

“ฉันต้องบอกความจริงกับคุณดุสิตแล้วล่ะ พรุ่งนี้…พรุ่งนี้แน่นอน เพื่อคุณวิศว์ คนที่ฉันรัก…”

คนที่ฉันรัก…

หฤทัยทำท่าขนลุก ยิ้มกว้าง

“นี่…นี่…บอกคุณสวิศว์หรือเปล่าว่า เขาเป็นคนที่แกรัก ช่วงนี้เห็นคุณวิศว์เหงาๆ ไปนะ ตอนไปคุมงานที่ห้องประชุมเห็นเงียบๆ เพราะต้องห่างจากแก ต้องแยกกับแก คุณน้ามาเมืองไทยแค่ไม่กี่วัน คุณวิศว์ดูเหงาๆ”

“พรุ่งนี้พ่อกับแม่ก็จะไปเที่ยวเหนือแล้ว คุณวิศว์จะกลับมาพักที่คอนโดได้”

“แหม…แหม…ดูแววตาแกสิ แกก็อยากให้เขามาพักใช่ไหม…ใช่ไหม…ใช่ไหม…จะได้จู๋จี๋ดู๋ดี๋นอนกอดกันได้ เช้าๆ ตื่นขึ้นมาจะได้สดชื่นแจ่มใส โอ๊ย…คนโสดปวดใจ”

กุลวดีพูดกับปารีส

“ว่าไง…แกแน่ใจแล้วนะ จะพูดกับคุณสิตเสียที อย่าให้คุณวิศว์ต้องรอนาน บอกแค่คุณสิต กับพ่อแม่แก ทุกอย่างก็จบ อย่างเรียบร้อย สวยงามนะ”

“ปัญหาอยู่ที่ฉันคนเดียว” ปารีสรู้ตัว พึมพำ

หฤทัยโคลงศีรษะ พูดเสียงดัง

“บอกตามตรงเลย…ไอ้ปา เป็นฉัน…ถ้าฉันเป็นคุณวิศว์ ฉันบอกเลิกแกนานแล้ว เล่นตัวเกินไป ไร้สาระ ไม่พูดความจริง แลกแหในแต่งงานที่เมืองนอก โรแมนติกจะตาย แต่ดันปกปิด อายอะไรวะ คุณวิศว์มีคุณสมบัติยอดเยี่ยม ขอพูดอีกครั้ง ฉันเป็นคุณวิศว์ ฉันเลิกกับแกแน่ๆ”

“ดีที่คุณวิศว์ไม่คิดอย่างแก”

 



Don`t copy text!