ซ่อนรัก บทที่ 61 : ผิดหวังอีกแล้ว

ซ่อนรัก บทที่ 61 : ผิดหวังอีกแล้ว

โดย : โสภี พรรณราย

Loading

ซ่อนรัก โดย โสภี พรรณราย เมื่อความรักพังทลาย ปารีสจึงออกเดินทางด้วยหวังว่าโลกกว้างจะช่วยเยียวยาหัวใจ แต่สิ่งที่เธอคิดและตัดสินใจอาจไม่เป็นอย่างที่คาด เมื่อหนุ่มหล่อเข้มคนนี้เข้ามาในชีวิต และความหลังของหล่อนกับเขาเป็นความรักที่ต้องเก็บซ่อนเอาไว้ในส่วนลึก นวนิยายออนไลน์ที่อ่านเอาอยากให้คุณได้อ่านออนไลน์

ปารีสส่งพ่อกับแม่ขึ้นเครื่องบินไปเชียงใหม่แล้วก็รีบมาทำงาน

วันนี้…วันนี้จะเป็นวันที่เธอจะพูดกับดุสิตเสียที…

ความจริง…เปิดเผย…บริสุทธิ์ใจ ที่ผ่านมาเท่ากับผิดกับคนสองคนทั้งวิศว์และดุสิต

หญิงสาวเดินผ่านห้องประชุมที่วิศว์กำลังดูงานช่างเก็บงาน งานใหญ่ๆ เสร็จแล้ว ก็เหลือแต่งานเก็บรายละเอียดที่ยาก และต้องใช้ฝีมือมากกว่า พอเห็นว่าไม่มีใคร จึงเดินเข้าไปพูด

“พ่อกับแม่บินไปเชียงใหม่ค่ะ”

“กี่วันครับ?”

“ท่านยังไม่มีกำหนด อยู่ที่ความพอใจค่ะ แต่ทุกครั้งท่านจะพักราวอาทิตย์ไม่เกินสองอาทิตย์ แต่งวดนี้ท่านว่าจะอยู่เมืองไทยราวสองเดือน”

“คืนนี้ผมจะกลับไปคอนโด” สายตาของวิศว์วาววับ “ผมคิดถึงคุณเหลือเกิน”

“วันนี้ คุณสิตนัดออกไปติดต่องานและทานอาหาร ฉันจะบอกคุณสิตแล้วนะคะ…”

บอก…ฉันจะ ‘บอก’ รู้ความนัยกัน

นี่คือเรื่องที่วิศว์รอคอย

“คืนนี้ผมจะรอฟังข่าวดี” ทั้งสองยิ้มให้กันและกัน และก็มีเสียงของดุสิตขัดจังหวะ แกล้งทำเป็นมองไม่เห็นภาพของหนุ่มสาวที่มีอะไรกันแน่นอน

“มาตามตัวคุณปา เราต้องออกไปแล้วครับ” พูดกับปารีส

“อ๋อ…ค่ะ…ค่ะ…”

แล้วหันไปทางวิศว์พูดว่า

“งานใกล้เสร็จแล้ว เร่งหน่อยก็ดีครับ” เสร็จงานเร็วๆ ไปเร็วๆ อย่าอยู่ใกล้ปารีสเลย

“เก็บงานละเอียดต้องใช้เวลาอีกระยะครับ ใช้เวลามากกว่า เพราะผมไม่ชอบทำงานแบบเร่งๆ ลวกๆ เรารักษามาตรฐานและชื่อเสียงของบริษัท”

ดุสิตแค่พยักหน้า และแต่ข้อศอกของปารีสให้เดินผละไป

ในขณะที่นั่งรถไปด้วยกัน ปารีสถามดุสิตว่า

“จะไปไหนคะ…วันนี้เลขา คุณสายชลไม่ได้บอกล่วงหน้ากับฉันเลยค่ะ”

“หาอะไรกินก่อน ตั้งแต่เช้าผมยังไม่ได้กินอะไรเลย”

“แค่มากินข้าว?”

“คุยงานด้วยครับ” เห็นเธอถอนใจยาว “ทำไมครับ แค่กินข้าวไม่ได้ ต้องมีงานคุยถึงสบายใจหรือครับ”

“ฉันทำงานกินเงินเดือน และคุณก็เป็นเจ้านาย ฉันไม่อยากเอาเปรียบค่ะ”

“ใครว่าคุณเป็นแค่พนักงานกินเงินเดือนล่ะ”

“คือความจริงนะคะ ยังมีความจริงอีก ที่ฉันต้องบอกคุณ…”

“ระหว่างขับรถ ผมไม่ให้พูดหรอกนะ”

“คุณรู้หรือว่าฉันจะพูดอะไร”

ดุสิตหัวเราะเบาๆ

“เรื่องอะไรก็ตาม ผมยังไม่อยากฟัง แค่อยากกินอาหารกับคุณ กับคนพิเศษเท่านั้น”

“คุณสิตคะ…อย่ามองฉันเป็นคนพิเศษเลยนะคะ”

“ผมมองไปแล้วล่ะ ช้าไปแล้วล่ะ”

“ฉันต้องบอกคุณค่ะ…วันนี้ต้องพูดแล้วค่ะ” ตัดสินใจเด็ดขาดเพื่อ…วิศว์”

“ยังครับ ผมขอคุยงานก่อนแล้วกัน เดือนหน้าจะมีงานอัญมณี เราจะโชว์เพชรที่โรงแรม ชุดหรูที่สุดของเราราคาสองร้อยล้าน เมื่อคืนผมคุยกับครอบครัวแล้ว งานออกแบบของคุณ จะอยู่ในชุดพิเศษด้วย”

หญิงสาวพยักหน้า

“ฉันขอบคุณ ที่คุณเห็นคุณค่างานของฉัน แต่เรื่องงานต้องแยกกับส่วนตัว เรื่องส่วนตัวที่พัวพันกับงาน ฉันจึงจำเป็นต้องบอกให้ทราบ แล้วคุณจะตัดสินอย่างไรก็ได้”

“ผมว่าตอนนี้ขอคุยงานก็พอ…” จนมาถึงร้านอาหาร สั่งอาหาร แต่ทว่ามื้อกลางวันก็แสนจืดชืด ปารีสหาโอกาสพูดแต่ไม่มีโอกาส เขาจะอ้างคุยเรื่องงาน จนกลับบริษัทก็ยังไม่ได้บอกความจริง

จนเย็น ทุกคนกลับกันหมดแล้ว ปารีสรอ…รอเวลาที่จะพูดกับเขา รอ…รอให้เขาออกจากห้องทำงาน จนหมดบริษัท เขาก็ยังไม่ออกมา ทนไม่ได้จึงเคาะประตูและก้าวเข้าไป

ดุสิตกำลังจะกลับบ้านพอดี และกำลังกินยา หญิงสาวถาม

“ยาอะไรคะ?”

“อ้าว…ผมนึกว่าคุณกลับแล้ว”

“ยาอะไรคะ?” เธอถามอีกครั้ง

“อ๋อ…ผมปวดหัวมาก เครียดงานมั้ง”

ปวดจนต้องกินยา หน้าตาเขาไม่สู้ดีด้วย

“ไปหาหมอไหมคะ?”

“ผมกินยาแล้ว”

“จะให้ช่วยอะไรบ้างคะ?”

“ผมจะกลับไปนอนพักที่บ้าน ถ้าช่วย คุณช่วยขับรถของผมไปส่งผมได้ไหม เดี๋ยวถึงบ้าน ผมให้คนรถที่บ้านไปส่งคุณเอง รถของคุณทิ้งไว้ที่บริษัท”

“ได้ค่ะ”

พอขึ้นรถ เขาก็พูดว่า

“ผมไม่อยากขับเอง คนขับวันนี้ไปขับให้คุณแม่”

“ฉันเต็มใจค่ะ แค่ขับรถ” ดีเหมือนกันนะ ได้อยู่กันสองต่อสอง จะได้คุยกันอย่างเปิดใจ

“ผมว่าจะเชิญพ่อแม่คุณไปทานอาหารที่บ้าน สะดวกวันไหนครับ?”

“ช่วงนี้คุณพ่อคุณแม่ไปเที่ยวเหนือ”

“รอท่านกลับมาก่อนก็ได้”

“ไม่รู้ไปนานขนาดไหน กลับจากเหนือท่านจะไปทะเลต่อ”

“ผมรอได้” อย่างน้อย เขาต้องรีบทำคะแนนกับผู้ใหญ่ มั่นใจว่าด้วยคุณสมบัติของนายดุสิต ผู้ใหญ่ทุกคนชอบแน่นอน “ในระยะนี้ต้องเตรียมตัวสำหรับงานโชว์อัญมณี ต้องออกชุดพิเศษหลายชุด คุณอาจจะเหนื่อยหน่อย ผมอยากให้คุณคุมงานผลิตด้วย คุณจะเป็นเสมือนตัวแทนผมเลย คนพิเศษของผม”

“ฉันอาจไม่ถนัด”

“ทำงานกับผม ต้องเป็นทุกอย่าง ไม่ถนัดก็หัดได้ คุณพ่อเคยบอกว่า เป็นเจ้าของกิจการที่ดี ต้องรู้ทุกขั้นตอนของงาน ไม่ต้องเก่งทุกอย่าง แต่เรียนรู้เพื่อประโยชน์ของตนเอง จะได้สั่งงานและแบ่งงานได้ถูกคน ถูกตำแหน่ง ถูกกับงาน ถ้าเก่งทุกอย่างก็ต้องเหนื่อย”

“เพชรอนันต์มีทั้งคุณจิรานุช คุณนิกร มีหลายแรงช่วยค่ะ”

“ถึงเป็นอา…แต่ผมยังอยากเอาชนะอานุชเสมอ”

“คุณทำแบบนี้ คุณต้องเหนื่อยนะคะ คุณพูดเองนี่ ต้องแบ่งงานให้ถูกกับคน เก่งคนเดียว เหนื่อยคนเดียว”

ดุสิตยิ้มแห้งๆ

“อานุชเป็นหญิงเก่ง และผมไม่อยากให้คุณพ่อเห็นคนอื่นดีกว่าผม”

หญิงสาวโคลงศีรษะ แค่อยากเอาชนะ แค่กลัวไม่มีความหมายในสายตาบิดา เขากลัวไปเองแท้ๆ

“ยังไงคุณก็เป็นทายาทเป็นลูก”

“อานุชเป็นน้องสาวคนเดียวที่พ่อรักมาก

“จากที่ฟังประวัติของเพชรอนันต์ คุณนุชมีส่วนให้พี่ชายบริหารจนมีวันนี้นี่คะ”

“นี่ผมคิดผิดเรอะ”

“วิธีคิดของคุณค่ะ ถ้าปรับเปลี่ยนได้ คุณจะมีความสุขมากกว่า แข่งขันกับงานดีกว่าแข่งขันกับญาติสนิทของเราเอง การมีญาติสนิทมีพี่น้องถือว่ามีค่ามากกว่าสมบัติเงินทอง ฉันเป็นลูกคนเดียว ฉันอยากมีญาติมากๆ แต่ฉันยังโชคดีมีเพื่อนรักที่สามารถปรับทุกข์คุยได้ทุกเรื่อง แทนจะโดดเดี่ยวมุ่งหวังแค่เป็นหนึ่ง เป็นหนึ่งแล้วได้อะไร ในเมื่อมีทุกอย่างในมือแล้ว หยุดเอาชนะก็ดีนะคะ”

“อือม์…ผมจะเก็บไปคิด” เสียงเขาเบามาก

“ดีใจที่คุณรับฟัง ฉันจะบอกความจริงกับคุณอีกเรื่อง”

“อือม์…” ครางในลำคอ

“ฉันต้องขอโทษคุณมากๆ ที่ไม่บอกก่อนหน้า เพราะฉันคิดว่าเป็นเรื่องส่วนตัว ฉันรู้ว่าคุณดีต่อฉันมาก”

“ผม…ชอบคุณ…” เสียงแผ่วเบา

“ขอบคุณสำหรับความรู้สึกดีๆ ค่ะ ขอบคุณจริงๆ ฉันต้องพูดกับคุณตรงๆ ว่า ฉันมีคนรักแล้ว เราแต่งงานอย่างเรียบง่าย แลกแหวนแต่งงานที่เวนิส เขามาทำให้หัวใจที่เย็นเยือกเสียใจกลับอบอุ่นคลายความเสียใจ ในช่วงที่ฉันอ่อนแอที่สุด เขาก้าวเข้ามาเป็นอ้อมแขนที่โอบกอดผู้หญิงที่กำลังหลงทางในตอนเด็ก และตอนโตเป็นผู้ใหญ่ ฉันไม่อาจมองใครอื่นอีกนอกจากเขา พูดแล้วคุณคงคิดได้ว่า เขาเป็นใคร”

เธอเหลือบมอง และยังทำหน้าที่ขับรถอย่างระวัง

อ้าว…เขาหลับ…หลับ…เพราะฤทธิ์ยาแก้ปวดกระมัง

“คุณสิต…คุณสิต ได้ยินไหมคะ”

ไม่ได้ยิน เขาหลับแล้ว ในที่สุดหญิงสาวก็ยังไม่ได้บอก ‘ความจริง’ กับเขาเสียที

แต่…หญิงสาวไม่รู้เลยว่า ดุสิตแกล้งหลับ!

 

ทันทีที่ก้าวเข้ามาในห้อง ร่างของปารีสก็ถูกวิศว์รวบตัวมากอด

“ผมคิดถึงคุณ” แค่ไม่กี่วันที่บิดามารดาปารีสอยู่กรุงเทพฯ เท่ากับต้องแยกจากกัน สำหรับชายหนุ่มรู้สึกนานมาก แทบจะทนคิดถึงเธอไม่ไหว ต้องกอดและจูบ แต่ถูกผลัก

“ขออาบน้ำก่อนนะคะ เหนื่อยจังค่ะ”

โยนกระเป๋าถือที่เก้าอี้โซฟา เสียงถามตามมา ยอมปล่อยตัวหล่อน

“คุณสิตคงรู้ความจริงแล้ว”

หญิงสาวกำลังก้าวเข้าไป ต้องชะงัก หันมาบอก

“ยังไม่ได้พูดค่ะ บังเอิญว่าคุณสิตกำลังจะวางแผนงานโชว์เพชร แถมปวดศีรษะ กินยาแก้ปวด” สังเกตท่าทางของฝ่ายชาย ดูจะผิดหวังจนเธอต้องเดินกลับมา “ขอโทษนะคะ ผิดแผนอีกแล้ว” ต้องเป็นฝ่ายกอดเขา “อย่าโกรธนะคะ” เอียงหน้าทำเสียงอ้อน

ผิดหวังมากกว่าโกรธ ยืดเยื้ออีกตามเคย เขาถอนใจยาว จะทำอะไรได้ล่ะ

“คุณไปอาบน้ำเถอะครับ”

“ไม่โกรธนะคะ…”

“ไม่โกรธ” คือความจริง และไม่อยากอธิบายมากความ หญิงสาวจึงผละไป

วิศว์เดินเข้าห้องนอน เขาอาบน้ำแล้ว จึงเองพิงพนักเตียง ดูโทรศัพท์มือถือเช็คงานบางอย่าง ระหว่างนอนพักสายตา จึงเหลือบไปเห็นคล้ายๆ เม็ดยาหล่นอยู่ใกล้กับโต๊ะเครื่องแป้ง

ยาอะไร?

ลุกจากเตียงหยิบขึ้นมา เหมือนกับคุ้นๆ ยาแบบนี้เห็นปารีสกินเสมอ…ใช่ไหม…ใช่หรือ จึงลองเปิดลิ้นชักตรงโต๊ะเครื่องแป้งที่มีสามชั้น เปิดชั้นแรกก็เจอเลย แผงยา…ยาคุมกำเนิด

ไหนหญิงสาวว่าทิ้งยาตัวนี้ไปแล้ว พร้อมจะมีลูกกับเขาแล้ว วิศว์กลับไปนั่งพิงพนักเตียง รอคอยจะถาม

รอจนหญิงสาวอาบน้ำเสร็จ และเห็นเขาเงียบมาก จึงไม่ได้บำรุงผิวที่โต๊ะเครื่องแป้งอย่างเคยก็ก้าวขึ้นบนเตียงทันที ออดอ้อนถามเบาๆ

“ยังโกรธอยู่ใช่ไหมคะ?”

ครั้งนี้เขาตอบไม่ถูกแล้ว จากที่ผิดหวังกลายเป็น…กลายเป็น…เป็นอะไร ตอบกลับตัวเองไม่ได้เลย

ปารีส…ผิดคำพูดครั้งแล้วครั้งเล่า

“ขอโทษนะคะ คุณต้องไว้ใจฉันนะคะ ฉันกลับดึกไปหน่อย เพราะเจ้านายไม่ค่อยสบาย ฉันยังไม่พูดเพราะเขายังไม่พร้อมรับฟัง ฉันพยายามบอก แต่เขาก็หลับเพราะกินยาแก้ปวด” พูดพลางกอดแขนของชายหนุ่ม แต่ไม่มีการตอบรับอย่างเคยที่ควรจะกอดตอบและแสดงความรักที่หวานชื่นเช่นทุกครั้ง

ปารีสจูบต้นแขนชายหนุ่ม

“ผู้ชายไม่งอนนานหรอกค่ะ”

วิศว์สูดลมหายใจลึกๆ โพล่งถาม

“นี่อะไร?” มือที่กำยาไว้เปิดออก พอหญิงสาวเห็นก็ตาโตเล็กน้อย

“คุณเจอที่ไหน คุณค้นลิ้นชักฉันหรือคะ?” หล่อนมั่นใจเสมอ เขาให้เกียรติ ไม่ค้นของส่วนตัวกันและกัน ซึ่งตัวเองก็ไม่เคยแตะต้องชั้นวางของของวิศว์เลย

“สามีภรรยาคือความเชื่อใจ การรักษาคำสัตย์ และการไม่พูดโกหกคือความซื่อสัตย์ นอกเสียจากไม่อยากรักษาความสัมพันธ์นี้แล้ว ผมเก็บยาได้จากพื้นห้องใต้โต๊ะเครื่องแป้ง”

โอ๊ย…ยัยปารีส พลาดเองล่ะ วันก่อนทำยาหล่นและหาไม่เจอ วิศว์กลับหาเจอง่ายๆ รู้สึกละอาย ผละจากการกอดแขนเขาพิงพนักเตียงข้างๆ

“ขอโทษค่ะ ฉันคิดว่าฉันพร้อมจะเป็นแม่ แต่งานเพิ่งเริ่มต้น งานท้าทายมาก เพชรอนันต์มีอะไรท้าทายเสมอ ฉันอยากพิสูจน์ฝีมือ ไม่ได้ทำงานกับคุณรัศมี ทำงานกับแบรนด์เพชรอื่น ฉันก็ได้ดีกว่าได้ คนอื่นอาจใช้วิธีรวยทางลัด แต่ฉันจะใช้ฝีมือ คุณรอได้นี่คะ รอวันที่ฉันพร้อม”

“คุณก็บอกผมตรงๆ สิ ไม่ต้องโกหก” เสียงวิศว์เย็นมาก เย็นจนน่ากลัว

“ฉันไม่อยากให้คุณผิดหวัง”

“มันเกินความผิดหวังแล้ว”

“ขอโทษค่ะ”

“คุณไม่พร้อมอะไรสักอย่าง และไม่พูดความจริง”

“ต่อไปฉันจะไม่โกหกคุณแล้ว”

“ดูต่อไปครับ”

“ฉันไม่โกหกจริงๆ ค่ะ”

“ผมอยากนอนแล้ว คุณเองก็เหนื่อย พักผ่อนเถอะ…” เขาตัดบทและเอนตัวลงนอน

จริงๆ แล้วก็อยากใช้ความคิดเงียบๆ ว่าที่ผ่านมาเขาให้เวลากับเธอเพียงพอหรือไม่ เหมาะสมหรือยัง หญิงสาวอ้างเรื่องงานมาก่อนส่วนตัว หรือเธอยังสลัดเรื่องอุเทนไม่ได้สักที ยังอยากเหนืออุเทนหรือที่อุเทนรวยทางลัด

เขาคิดวนเวียนไปมา การนอนหลับคืนนี้ยากเย็นเหลือเกิน และหญิงสาวก็เช่นกัน

 



Don`t copy text!