ซ่อนรัก บทที่ 62 : เกือบพลาด

ซ่อนรัก บทที่ 62 : เกือบพลาด

โดย : โสภี พรรณราย

Loading

ซ่อนรัก โดย โสภี พรรณราย เมื่อความรักพังทลาย ปารีสจึงออกเดินทางด้วยหวังว่าโลกกว้างจะช่วยเยียวยาหัวใจ แต่สิ่งที่เธอคิดและตัดสินใจอาจไม่เป็นอย่างที่คาด เมื่อหนุ่มหล่อเข้มคนนี้เข้ามาในชีวิต และความหลังของหล่อนกับเขาเป็นความรักที่ต้องเก็บซ่อนเอาไว้ในส่วนลึก นวนิยายออนไลน์ที่อ่านเอาอยากให้คุณได้อ่านออนไลน์

เพราะนอนไม่หลับ ปารีสจึงตื่นสาย และพบว่า ที่นอนข้างๆ ว่างเปล่า พอลุกจากที่นอนทำธุระส่วนตัวแล้ว ก็พบอีกว่ามีอาหารเช้าเตรียมไว้แล้ว แต่ปราศจากร่างของวิศว์ในคอนโด

เขาเตรียมอาหารเช้าสำหรับตัวเองและสำหรับเธอ และออกไปก่อนปารีส

ปารีสมาทำงานในสภาพมึนๆ งงๆ จึงเดินไปชงกาแฟ พบว่าหฤทัยกับกุลวดีก็อยู่ที่ห้องครัว พอเห็นสภาพของปารีส หฤทัยถามทันที

“โอ้โห…เมื่อคืนทำอะไร มาอย่าบอกว่าจัดหนักนะ สภาพแกเหมือนไม่ได้นอนเลย”

“แววตาแกเหมือนเศร้าๆ นะ” กุลวดีช่างสังเกต “ทะเลาะกับคุณวิศว์เรอะ ได้ยินว่าพ่อแม่แกไปเที่ยวเหนือ คุณวิศว์กลับมานอนบ้าน”

ปารีสพยักหน้ายอมรับเสียงอ่อยๆ

“เรามีปัญหากัน เขาโกรธ…”

“แกผิดสิท่า” กุลวดีรู้ทัน “คุณวิศว์ไม่มีทางผิดต่อแกแน่ๆ เขาดีจะตาย ตามใจแกจะตาย”

“ใช่…ฉันผิดเอง”

“เห็นไหม…แกทำอะไรล่ะ?”

“เรื่องมันยาว พูดยาก พวกแกไม่เข้าใจหรอก”

“เออ…เออ…ตอนนี้อยู่บริษัท พูดยากจริงๆ อย่าเพิ่งพูด ไว้มีเวลาแกค่อยเล่า แต่บอกก่อนเลยนะ ฉันไม่เข้าข้างแกนะ อย่าทำให้คุณวิศว์โกรธแกนานล่ะ”

หฤทัยโพล่ง

“อย่าปล่อยคุณวิศว์หลุดมือล่ะ ถ้าปล่อย…ฉันจะแย่ง”

กุลวดีตีแขนหฤทัยเสียงดังเพียะ ค่อนข้างแรง

“กับคุณบรมก็นัดไปกินข้าวบ่อยๆ กับแฟนเพื่อนห้ามแตะต้องเด็ดขาด”

“โธ่…ยัยวดี…ฉันพูดเล่น” หฤทัยเสียงอ่อน “ฉันพูดให้ยัยปาสำนึกเข้าไปถึงกะโหลกที่หุ้มสมองกลวงๆ ของมันว่า เลือกถูกคนแล้ว รักษาไว้ให้ดีล่ะ”

และอีกครั้งที่ผู้ชายที่ยืนอยู่ข้างประตูทางเข้าห้องครัว ได้ยินทุกถ้อยคำ เขาคือ…ดุสิต

ยืนนิ่ง…ฟังและคิด…โอกาสของตนมาแล้ว

 

วิทย์ยังสับสน วันนี้คงทำงานไม่ได้ ออกจากคอนโดก็กลับไปบ้านป้าโสภา บ้านที่พักพิงหัวใจ บ้านที่แสนมีความสุข บ้านที่กลับมากี่ครั้งก็อบอุ่นเสมอ

สภาพของวิศว์หนีไม่พ้นสายตาป้าโสภาหรอก

“วันนี้ไม่เหมือนวันก่อนเลย มาสภาพหนักอกหนักใจ”

“โอ้โห…ผมไม่อาจปิดบังเลยครับ ป้าอ่านออกเสมอ”

“เลี้ยงแกมา ทำไมจะดูไม่ออก”

“มีปัญหานิดหน่อยครับ”

“ไม่นิดมั้ง หน้าตาแก ถ้านิดๆ จริงๆ แกไม่แสดงออกหรอก แกมันพวกไม่ค่อยเก็บปัญหามาใส่ใจ อะไรตัดได้ก็ตัดไป แต่นี่คงตัดยากนะ แกจึงหนักใจ”

“บางทีผมไม่ค่อยเข้าใจความรักครับ เราให้ใจแล้ว ไม่ได้รับตอบเต็มร้อย ผมผิดหวังครับ”

“นั่นไง…นั่นแกคาดหวังมากเกินไป ผู้หญิงไม่ยอมรักง่ายๆ ไม่ยอมให้ใจใครง่ายๆ หรอก บางทีต้องดูเหตุดูผลบ้าง เมื่อไหร่แกจะพามาให้รู้จักล่ะ ป้าคนนี้ทันสมัยนะ รับได้หมดนะ”

“ผมชักไม่แน่ใจครับ”

“อ้าว…ป้าอยากมีหลานสะใภ้เร็วๆ”

“เมื่อพร้อมครับ”

“จ้ะ…ป้ารอได้ ว่าแต่เรื่องงานไปถึงไหน งานที่ปรับปรุงห้องประชุมเพชรอนันต์แน่ะ ใกล้เสร็จแล้วสินะ” ถามแบบคล้ายไม่สนใจ แต่ลึกๆ สนใจมาก อยากรู้มาก แต่ต้องสะกดน้ำเสียงเหมือนคุยทั่วๆ ไป นงยกน้ำมาให้วิศว์และสบตากับโสภาอย่างรู้กัน

เพชรอนันต์…กับอดีตกับโสภา

“ใกล้แล้วครับ เหลือเก็บงาน

“แล้วคุณจิรานุชอะไรนั่น ยังดีต่อแกหรือเปล่า?”

“คุณนุชดีจนผมไม่รู้จักพูดอะไรได้ แบบผมก็ว่าจะทำออกโชว์ในงานเพชรอีกเดือนสอง เดือนข้างหน้า ตลกครับ เป็นอินทีเรียอยู่ดีๆ จะทำเพชรขายแล้ว เจอผมทีไรต้องเข้ามาพูดคุย”

“อย่าไปสนิทมาก ทางนั้นโสด แกอาจถูกนินทา ผู้หญิงผู้ชายถึงวัยต่างก็ไม่ควร”

“ผมกับคุณนุชต่างรู้ว่า เราบริสุทธิ์ใจ”

“อย่าเจอก็ดีนะ”

“คุณนุชคงถูกชะตาผมมาก ถ้าผมเข้าเพชรอนันต์ ต้องมาคุยกับผมเสมอ ไม่ใช่ชู้สาวแน่นอน แต่เห็นผมเป็นลูกเป็นหลาน”

“แล้วเจ้าของบริษัทกับเมียล่ะ?”

“คุณอนันต์กับคุณนาถ ผมก็เจอครับ ท่านก็น่ารัก พูดคุยกับผมดีครับ”

“อย่างไรก็ห่างๆ กันไว้ล่ะ”

“มีอะไรหรือเปล่าครับ?”

“เปล่า…เปล่า..” รีบปฏิเสธ เกือบรัว “ก็จะไปยุ่งเกี่ยวกับพวกนั้นทำไม พวกปากปราศรัยใจเชือดคอ!”

“อะไรครับ?”

“ก้อ…เปล่า…หมายถึงพวกนิสัยไม่ดี” ป้าโสภาแก้ตัว

“ในตอนสาวๆ ป้าก็เคยอยู่ในวงการอัญมณีมาก่อนนี่ครับ ป้าดูไม่ค่อยประทับใจเลยนะครับ”

“มันก็ไม่เชิงนะ มีทั้งเรื่องราวดีๆ และไม่ดี แต่มันก็ผ่านมานานแล้วล่ะ อย่าเลย…อย่าพูดเลย” โบกมือตัดบท

“ผมมาขอข้าวกลางวันกิน มาขอชาร์จแบตให้ตัวเองครับ แล้วจะกลับครับ ผมไม่ค้างคืนนี้”

 

จิรานุชมองหาวิศว์ที่ห้องประชุม ไม่พบทั้งที่วันนี้เขาน่าจะเข้ามาคุมงานนะ จึงถามรินทร์ที่กำลังยืนคุยกับทรัพย์

ช่วงนี้ในบริษัทงานจะยุ่ง เพราะจะจัดงานโชว์เพชรในเวลาไม่นาน ทุกแผนกจึงต้องร่วมมือกัน

“รินทร์…เห็นคุณวิทย์ไหม?”

รินทร์ระงับอารมณ์ ไม่ชอบทุกครั้งที่จิรานุชถามหาชายหนุ่ม

“ไม่เห็นฮะ…และเขาไม่บอกด้วยฮะว่าไม่เข้า”

“ปกติวันนี้เขาเข้าบริษัทนี่”

“พวกช่างก็อย่างนี้ล่ะฮะ ทำงานตามอารมณ์ เอาแน่เอานอนไม่ได้หรอกฮะ”

จิรายุรับฟัง พยักหน้าแล้วเดินเข้าไปในห้องทำงาน ในจังหวะนั้นปารีสกำลังเดินมา มีแฟ้มในมือจะเข้าไปพบจิรานุช ก็ถูกรินทร์กั้นไว้

“จะไปไหนฮะ?”

“พบคุณนุช”

“เอาแฟ้มมาฮะ เดี๋ยวรินทร์เอาเข้าไปเอง”

“แฟ้มจากคุณดุสิต และคุณดุสิตก็บอกว่าต้องส่งให้ถึงมือคุณนุช ขอเข้าไปพบคุณนุชค่ะ”

“คุณนุชยุ่งๆ อยู่ ให้รินทร์ไว้ก็ได้ฮะ คุณปารีรีบกลับไปทำงานดีกว่า ช่วยส่งงานที่เตรียมจัดโชว์เพชรมาด้วย ถ้าชักช้าแผนกของรินทร์จะทำงานไม่ทัน คุณเป็นคนใหม่ ยังไม่รู้ระบบที่นี่ดี อย่ามัวเสียเวลา จนเสียงานเสียการฮะ”

คำพูดรินทร์แสดงถึงความมีอำนาจพอสมควร ในขณะที่ปารีสลังเลก็มีเสียงดังและมีอำนาจเหนือกว่าแสดงตัวกล่าวว่า

“คุณปาไม่ต้องฟังคำสั่งของใครทั้งนั้น คุณตาเป็นเจ้านายที่นี่ เป็นว่าที่ภรรยาของผม เจ้าของบริษัท!” อีกครั้งแล้วที่ดุสิตข่มรินทร์ต่อหน้าสาว ทั้งที่ดุสิตต้องยอมรับว่า ยังไม่สามารถไล่รินทร์ออกจากบริษัทได้ เพราะรินทร์เป็นคนของอานุช ที่มีอำนาจไม่แพ้ตน

ดูสิว่า รินทร์จะกล้าขัดขวางไหม…ไม่…ยอมให้ดุสิตกับปารีสก้าวเข้าไปในห้องของจิรานุชอย่างง่ายดาย

ได้แต่กำมือแน่น จนทรัพย์พูดขึ้นเบาๆ กับญาติผู้น้อง

“เกลียดใช่ไหม…แต่ทำอะไรไม่ได้…ยอมแพ้เรอะ แกมันคนเก่งไอ้รินทร์ อย่ายอมแพ้”

“คนใหม่ทั้งคู่…ทั้งปารีสทั้งวิศว์ ไม่ควรมีที่ยืนในบริษัทนี้”

“ยากว่ะ…คนพิเศษทั้งคู่ คนหนึ่งก็คนพิเศษของคุณสิต อีกคนก็พิเศษสำหรับคุณนุช คนระดับยอดสุดของบริษัท สักวันแกต้องถูกเขี่ยออกไป”

“ไม่มีวัน!” กัดฟันตาวาวอย่างมุ่งมั่น

“นั่น…นั่นสิ ต้องอย่างนั้น อย่ายอมแพ้!” ทรัพย์เข้าใจความรู้สึกของญาติสาว “เดี๋ยวจะช่วย…”

 

วิศว์มานั่งดื่มในคลับที่เคยนัดเป็นประจำกับบรม คืนนี้ก็โทรนัด แต่บรมติดงานว่าจะมาดึกหน่อย ให้วิศว์รอและดื่มเงียบๆ คนเดียว

เคยมีกำหนดว่าดื่มเท่าไหร่จะต้องหยุด หากคืนนี้ เขาดื่มอย่างไม่หยุด เกินความตั้งใจ ในสมองเฝ้าครุ่นคิดเรื่องของ ‘ปารีส’

ถามตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า ถึงความสัมพันธ์ที่แท้จริง จากใจจริงถามว่า…หรือว่า ‘รัก’ อย่างเดียวไม่พอ และความอดทนของผู้ชายควรมีจุดจบที่จุดไหนกันแน่ ใช้ความรู้สึกเป็นเครื่องตัดสิน

อะไร…กับเรื่องความรัก ไม่ใช่สิ่งแน่นอน ไม่ใช่ว่าหนึ่ง สอง สาม แล้วจบ ยังมีเงื่อนไข และองค์ประกอบต่างๆ มากมาย

คิดไม่ตก…ผงเข้าตาเขี่ยไม่ออก ไอ้บรมเมื่อไหร่มันจะมาวะ

“ขอดื่มด้วยคนสิคะ” แทนจะเป็นบรม กลับเป็นเสียงหวานๆ ของผู้หญิง เขาแค่หลับตาแป๊บเดียว ลืมตาเห็น

“คุณวี?”

เทวี…อดีตคนรัก และเธอก็สั่งเครื่องดื่มมาเพิ่ม ดื่มด้วย

“วีมากับเพื่อน เห็นคุณ…วีดีใจมาก”

“ผมรอบรม”

“รอทำไมคะ ตอนนี้มีวีเป็นเพื่อนแล้ว วีรู้สึกเหมือนเรากลับไปบรรยากาศเก่าๆ นะคะ ดื่มกันและสนุกกัน มีความสุขกัน”

“กลับไปเหมือนเดิมไม่ได้ บรรยากาศเก่าๆ ก็คือ…อดีต”

“วีอยากไปเหมือนเดิมจริงๆ ค่ะ”

“ผมมีคนรักแล้ว”

“มีคนรักจริงเรอะ…ท่าทางคุณเหมือนคนอกหักมากกว่า เหมือนเลิกกันแล้ว…วีเสนอตัวเป็นเป็นทางเลือก” หญิงสาวพูดไปก็โอบกอดชายหนุ่ม เรียกร้องให้อารมณ์เก่าๆ กลับมา “จะให้พูดกี่ครั้ง วีไม่ควรเลิกกับวิศว์เลย เพราะวีงี่เง่าเอง หวงหึงวิศว์มากเกินไป ถ้าเรากลับมาคบกัน วีจะไม่ทำนิสัยเดิมๆ อีก ไม่ทำให้วิศว์รำคาญอีก จะทำตัวดีๆ”

วิศว์เมา…และโบกมือ

“ผมมีคนที่ผมรักแล้วจริงๆ เราแต่งงานกันที่เวนิส รัก…นั่นอาจถือว่าเป็นรักแรก ผมไม่เคยลืมเด็กผู้หญิงคนนั้นเลย เด็กที่หลงทาง ผมลืมสายตาเธอไม่ลงตอนเธอมองมา และมาเจอตอนนี้ ผมรู้ว่าเธอเป็นคนพิเศษเสมอ แต่…แต่…เธอก็ทำให้ผมผิดหวัง…”

“วีก็เป็นอดีตคนรักของคุณนะคะ คุณลืมวีได้เรอะ”

“ใจผม…ไม่มีคุณ…ผมมองอนาคต…”

“ไม่ยอม วีอาจเป็นอนาคตของคุณก็ได้”

“ผม…รักเธอ…”

“รักวีสิคะ รักสิคะ” เทวีพยายามจะให้ชายหนุ่มคิดถึงอดีต หล่อนกอดและจูบเขา

“ผมรัก…ปารีส”

ปารีส…ผู้หญิงสาว…สวย…คนนั้นที่มีบุคลิกจริงๆ แต่สวยหวานเหลือเกิน

“แต่เธอทำให้คุณผิดหวัง หนีมาดื่มคนเดียว”

“ผมนัดไอ้บรมไว้”

“ตอนนี้คุณก็อยู่คนเดียว เราไปต่อกันนะคะ” กระซิบข้างหู

“ผมจะรอบรม”

“ไปกับวีเถอะค่ะ” นอกจากกระซิบข้างหู รสสัมผัสที่หญิงสาวเร่งเร้าเขา สัมผัสไป กอดจูบไป บวกกับฤทธิ์สุราที่ดื่มเกินลิมิต ทำให้วิศว์ขาดสติ

เทวีประคองร่างวิศว์ที่เมามากเพื่อพาออกไป แต่เดินไปไม่กี่ก้าวก็ถูกขวางกั้น คนที่มาขวางคืออุเทน

“คุณเทวีครับ อย่าบังคับคุณวิศว์”

“อะไรเนี่ย…เป็นใครมีสิทธิ์อะไรมาห้ามฉันกับคุณวิศว์”

“ผมเป็นเพื่อนคุณวิศว์”

อุเทนเห็นวิศว์เมาแต่แรก และพอเห็นมีหญิงสาวพัวพันนัวเนียก็แกล้งเดินผ่านไปมาหลายรอบ จนได้ยินคนเมาพูดถึง ‘ปารีส’

เขาไม่เคยลืม ‘ปารีส’ เขาเคยเห็นปารีสอยู่กับวิศว์หลายครั้ง เคยเห็นปารีสอยู่กับดุสิต แต่จะเป็นใคร ‘ตัวจริง’ ปารีส จนได้ยินคนเมาพูดว่า ‘แต่งงานที่เวนิส’ ถ้าเช่นนั้นตัวจริงของปารีสคือ ‘วิศว์’ และวิศว์กำลังถูกหญิงสาวคนหนึ่งยั่วยวน วิศว์อาจมีสติได้ถ้าไม่เมา

ครั้งนี้เขาเอาตัวเข้าขวางเพื่อ ‘ปารีส’

“อย่ามายุ่งกับเรื่องคนอื่น” เทวีตวาดเบาๆ

“ผมว่า คุณปล่อยคุณวิศว์เถอะ ไม่งั้นผมจะโทรบอกคุณปารีส แล้วคุณจะเสียหน้าแค่ไหน ผมไม่รับประกันความอับอายครั้งนี้”

“ทำไมต้องยุ่งเรื่องชาวบ้าน”

“ถ้าคุณวิศว์ไม่เมา ผมจะไม่ยุ่งเกี่ยวเลย”

“ฉันเคยเป็นแฟนคุณวิศว์นะ”

“ผมก็เคยเป็นแฟนคุณปารีส แต่ผมไม่อยากพูดถึง ให้เกียรติผู้หญิงดีกว่า ผมต้องการเห็นคุณปารีสมีความสุข คุณเป็นอดีต คุณควรยอมให้คุณวิศว์มีความสุข”

“บ้าจริง โอ๊ย…ยุ่งยาก วุ่นวาย” เทวียอมปล่อยวิศว์ให้นั่งลงตามเดิม แล้วรีบเดินหนีทันที ตนก็มีศักดิ์ศรีเหมือนกันนะ มีคนเห็นแล้ว จะทำอะไรตามใจอย่างเดิมไม่ได้

วิศว์มึนงง มองคนมาใหม่

“ใคร?”

“ผมอุเทน…มากับผม” อุเทนลากตัววิศว์ไปล้างหน้าล้างตาในห้องน้ำ

เขากำลังทำทุกอย่าง เพื่อ…ปารีสจริงๆ

 



Don`t copy text!