จากฮันกังถึงเจ้าพระยา บทที่ 11 : ความช่วยเหลือของอูแท

จากฮันกังถึงเจ้าพระยา บทที่ 11 : ความช่วยเหลือของอูแท

โดย : นาคเหรา

จากฮันกังถึงเจ้าพระยา นวนิยายรางวัลชนะเลิศจากโครงการช่องวันอ่านเอา โดย นาคเหรา เมื่อชะตากรรมพาให้ฮันแจกังมาสู่อยุธยา ดินแดนอันสงบร่มเย็นที่ปกครองโดยพระเจ้าแผ่นดินผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตา แต่ชีวิตไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เมื่อบททดสอบใหม่เปิดฉากขึ้นทันทีที่พม่าบุกกรุง ชีวิตของเขาจะเป็นอย่างไร อ่านออนไลน์ได้ใน anowl.co

**************************

สนับสนุนอ่านเอาด้วยการสั่งซื้อหนังสือ “ในสวนอักษร” คลิกที่นี่

“นายท่านหมอใหญ่…นายท่าน”

สายตาของทหารผู้นั้นมองเข้ามาในคุกหลวงอย่างเพ่งพิศ แจคังกำมือแน่นเขาหายใจติดขัดด้วยไม่รู้ว่าทหารนายนี้มาด้วยจุดประสงค์อะไร ฮันแฮซูเดินไปที่หน้าประตูคุกโดยมีหลานชายคนเล็กเดินตามมาไม่ห่าง แสงจันทร์สาดส่องทำให้เห็นดวงตาที่ทอประกายในความมืดชัดเจน เมื่อนายทหารผู้นั้นได้สบตาฮันแฮซูก็ยิ้มยินดีนัก จำได้ทันทีว่าเขาเป็นใคร

“อูแท เป็นเจ้าใช่ไหม?”

“ขอรับ นายท่านหมอใหญ่ ไม่เป็นไรนะขอรับ”

“อืม ตอนนี้ยังหรอก แต่เที่ยงของวันพรุ่งนี้ไม่แน่ ว่าแต่ว่าเจ้ามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง” ฮันแฮซูเอ่ย เมื่อเห็นว่าชายคนนี้สวมชุดของทหารระดับล่าง เขายิ้มน้อยๆ พลางตอบคำถามหมอชรา

“เรียนนายท่าน ข้ายังกลับไม่ถึงแคซอง ท่านแม่ร่างกายอ่อนแอมาก ทำให้ตายระหว่างทาง ข้าไม่มีใจจะกลับบ้านอีกแล้วเพราะที่นั่นหน้าหนาวก็อดอยาก จึงคำนับหลุมศพท่านแม่ขอทิ้งบ้านเกิดมาหาทางรอดที่นี่ ตอนแรกข้าคิดจะมาทำงานที่โรงหมอของท่าน แต่เพราะเป็นคนไม่รู้หนังสือมากนักคงอ่านชื่อสมุนไพรออกไม่หมดแน่ๆ จึงมาทดสอบสมัครเป็นทหารยามเฝ้าคุกแทนขอรับ”

แจคังได้ฟังอย่างนั้นก็พยายามนึกว่าชายผู้นี้เป็นใคร ตลอดเวลาหลายปีที่เขาอยู่ข้างกายท่านปู่มีผู้ป่วยมารับการรักษาที่คังชินวอนมากมายในแต่ละวัน แล้วชายคนนี้เป็นใครกันเล่า เมื่อสงสัยมากๆ เข้าจึงกระซิบถามปู่ออกไปทันที ปู่ก็ได้แต่บอกว่าเป็นคนป่วยที่เคยรักษานานมาแล้ว เมื่อตอบคำถามของหลานชายแล้วจึงหันไปหาอูแทพลางเอ่ย

“น่าเสียดายนัก เจ้าอุตส่าห์เดินเท้าแบกแม่มาจากเมืองเหนือ แต่แม่ของเจ้าก็กลับไปไม่ถึงบ้านเสียนี่”

“ไม่เป็นไรขอรับ ท่านแม่เคยสั่งเสียให้ข้าหาทางตอบแทนท่านหมอให้ได้สักครั้งในชีวิต”

ฮันแฮซูรู้ทันทีว่าชายผู้นี้มาพบเขาด้วยเรื่องอะไร แต่มันก็สำเร็จได้ยากมาก เพราะนี่คือคุกหลวงมีเวรยามแน่นหนา ไม่ใช่ใครจะเข้าหรือออกได้ง่ายๆ อีกอย่างโทษที่เขาได้รับมิใช่ความผิดเล็กน้อยอย่างฉกชิงวิ่งราวธรรมดา แต่เป็นโทษที่เพิกเฉยต่อหน้าที่และอดีตพระราชาผู้ล่วงลับ ซึ่งเป็นโทษที่หนักมาก ชายคนนั้นจ้องใบหน้าหมอที่เคยช่วยชีวิตมารดาด้วยสายตาขอร้อง

“นายท่านขอรับ”

“ข้ารู้ว่าเจ้าหวังดีอยากช่วยข้า แต่คนในตระกูลทั้งนายบ่าวมีมากกว่าสามสิบชีวิต ข้าผู้เป็นต้นเหตุแห่งเรื่องร้ายแรงนี้จะหนีเอาตัวรอดไปได้เช่นใดกัน”

“แต่ข้าเชื่อว่าท่านหมอใหญ่ไม่ผิด ท่านหมอใหญ่ไม่เคยเพิกเฉยต่อชีวิตผู้อื่น แล้วชีวิตขององค์ราชาผู้เป็นเจ้าชีวิตของทุกคนในโชซอนท่านจะเพิกเฉยได้เช่นใด วันนี้ต่อต้องให้ตายข้าก็จะช่วยพวกท่านทุกคนให้ได้”

อูแทเอ่ย ในตอนนั้นแจคังเห็นด้วยที่มีคนเสนอตัวมาช่วยเหลือ จึงพูดออกมาไปทั้งที่ยังไม่ได้ไตร่ตรองแม้เพียงนิดเดียว

“ท่านปู่ เชื่อเขาเถิดขอรับหนีไปกับเขาเถิด” แจคังเอ่ย

“ไป..แล้วทิ้งให้พวกเจ้าดื่มยาพิษฆ่าตัวตายอย่างนั้นรึ ปู่แก่แล้วนะแจคัง หากไม่มีโรคภัยอยู่ได้อย่างมากก็แค่สี่ห้าปี จะให้ปู่หนีเอาตัวรอดแล้วทิ้งพวกเจ้าทุกคนไว้ที่นี่ อยากให้ปู่ตกนรกก่อนตายรึ” เสียงฮันแฮซูดุจนแจคังต้องก้มหน้าลง

“แต่นายท่านขอรับ ข้าไม่อาจปล่อยให้ท่านตายได้ คนป่วยยากไร้ยังต้องการหมอ ต้องการนายท่านทุกคนในคังชินวอน ข้าพร้อมจะเอาชีวิตเป็นเดิมพันถึงตายก็ต้องช่วยท่านออกมาให้ได้”

“เสียใจนะ โทษทัณฑ์ข้าหนักยิ่งนัก คงหนีไปไม่ได้”

ฮันแฮซูเอ่ยด้วยน้ำเสียงมั่นคง แจคังมองไปยังพ่อและพี่ชายที่มองเขาอย่างขอร้อง สำหรับเด็กหนุ่มแล้วเขาอยากให้ปู่รอด แต่ท่านดูเหมือนจะไม่ยอม อูแทยังไม่ละความพยายามเช่นกัน เขาคุกเข่าอยู่หน้าคุกพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

“นายท่านขอรับ โทษทัณฑ์ครั้งนี้จะทำให้ท่านหมดสิ้นทั้งตระกูลนะขอรับ ต่อไปจะไม่มีคนตระกูลฮันที่มาจากคังชินวอนอีกแล้ว ขอนายท่านโปรดคิดให้รอบคอบด้วย” อูแทให้เหตุผล แต่ดูท่าว่าท่านหมอใหญ่ของเขาจะไม่ยอมทำตามที่เขาขอร้อง ฮันแฮซูนิ่งเงียบอยู่พักหนึ่ง ดวงตาของเขาจับจ้องไปยังหน้าต่างที่มีแสงจันทร์สาดส่อง แล้วเสียงถอนหายใจก็ดังขึ้น

“ก็เป็นความจริงนะที่ข้าอยากให้ใครสักคนในตระกูลของข้ารอดชีวิต แจคัง..หลานจะยอมหนีไปและอยู่อย่างไร้ตัวตนหรือไม่”

ผู้เป็นปู่มองมาที่หลานคนเล็ก แจคังส่ายหน้าไปมา เกิดเป็นคนย่อมรักตัวกลัวตายเขาเองก็เป็นแค่เด็กอายุสิบเจ็ดเห็นโลกไม่กี่มากน้อย ย่อมไม่อยากให้ชีวิตจบสิ้นลงโดยที่ยังลิ้มรสความสุขไม่ครบถ้วน แต่เมื่อทั้งตระกูลได้รับอาญา การหนีไปคนเดียวดูเป็นเรื่องน่าละอายยิ่งนัก

“ไม่มีทาง ข้าจะไม่ยอมทิ้งทุกคนไปแน่” เสียงพูดของเด็กหนุ่มไม่ได้ดังมาก แต่เด็ดเดี่ยวจนคนที่อยู่ในนั้นรับรู้ได้

“แต่ปู่อยากให้เจ้ารอด หากเจ้ายังอยู่ก็จะสามารถช่วยชีวิตคนได้อีกนับร้อยนับพัน เหตุผลข้อเดียวที่ปู่เลือกเจ้ามิใช่ลำเอียงรักเจ้าเพราะเป็นหลานคนเล็ก แต่เพราะความสามารถ แจยุน…หลานจะกล่าวโทษปู่ไหมที่ไม่เลือกเจ้า ทั้งๆ ที่เจ้าคือหลานคนโตผู้สืบทอดตระกูลของเรา”

ฮันแฮซูพูดแล้วหันไปสบตาหลานชายคนโต เขาส่ายหน้าน้อยๆ

“หลานจะไม่กล่าวโทษท่านปู่ขอรับ”

“แล้วเจ้าล่ะยองชิน เห็นด้วยกับพ่อหรือไม่ พ่อขอโทษนะที่ทำให้พวกเจ้าต้องมารับโทษอันน่าอดสูเยี่ยงนี้ พ่ออยากให้ทุกคนรอดแต่ก็ไม่อาจช่วยได้หมด”

“ลูกจะไม่กล่าวโทษท่านพ่อขอรับ ลูกเชื่อสายตาของท่านพ่อ”

คำพูดของลูกชายทำให้ฮันแฮซูน้ำตาไหล แต่แจคังไม่อาจยอมรับความคิดของพ่อและปู่ได้ เขาจะจากไปและทิ้งทุกคนให้แบกรับโทษทัณฑ์นี้ได้เช่นใด อูแทเหลียวมองไปที่ประตูหน้าของคุกหลวงพลางเอ่ย

“พรุ่งนี้เช้ามืดข้าจะเข้ามาที่นี่อีกครั้ง ท่านหมอโปรดได้เตรียมการด้วย”

เขาพูดเช่นนั้นก่อนจะคำนับฮันแฮซูและเดินออกไปจากคุกหลวงด้วยท่าทางร้อนรน

Don`t copy text!