จากฮันกังถึงเจ้าพระยา บทที่ 6 : หมออีกคนของตระกูลฮัน

จากฮันกังถึงเจ้าพระยา บทที่ 6 : หมออีกคนของตระกูลฮัน

โดย : นาคเหรา

จากฮันกังถึงเจ้าพระยา นวนิยายรางวัลชนะเลิศจากโครงการช่องวันอ่านเอา โดย นาคเหรา เมื่อชะตากรรมพาให้ฮันแจกังมาสู่อยุธยา ดินแดนอันสงบร่มเย็นที่ปกครองโดยพระเจ้าแผ่นดินผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตา แต่ชีวิตไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เมื่อบททดสอบใหม่เปิดฉากขึ้นทันทีที่พม่าบุกกรุง ชีวิตของเขาจะเป็นอย่างไร อ่านออนไลน์ได้ใน anowl.co

**************************

สนับสนุนอ่านเอาด้วยการสั่งซื้อหนังสือ “ในสวนอักษร” คลิกที่นี่

ข่าวการขับไล่ชายคนหาบน้ำและบุตรชายเป็นที่รู้กันทั่วไปในคังชินวอน เรื่องถูกเล่าและแต่งเติมจนดูเกินจริงไป ฮันแฮซูกำชับให้บ่าวในบ้านเลิกพูดเรื่องนี้และให้จดจำไว้ว่า ทุกอย่างมีระยะเวลาในการเรียนรู้เสมอ หากใครที่คิดว่าการเรียนรู้เพื่อไต่เต้ามาเรียนวิชาแพทย์นั้นยาวนานก็ให้ลาออกไปได้ เพราะหากเรียนรู้จนหมดแล้ว เขาจะเลือกลูกศิษย์ที่จะเรียนหมอเอง

คนงานส่วนใหญ่ไม่ได้พูดอะไร เพราะคนต้มยาส่วนมากก็ไม่ได้อยากเรียนวิชาแพทย์ การเรียนเรื่องจุดชีพจรต่างๆ อวัยวะภายในตลอดจนถึงการฝังเข็ม ไม่ใช่เรื่องที่น่าสนุกเลย การจดจำเรื่องสมุนไพรว่ายากแล้ว การเรียนรู้เรื่องการรักษายากกว่าเป็นร้อยเท่า เรื่องเล่าที่ดงกอนลอบเข้าไปขโมยตำราฝังเข็มของตระกูลฮันจึงตกเป็นหัวข้อสนทนาอยู่หลายวัน

วันนี้แจคังตื่นแต่เช้าเพื่อไปเดินหลังเรือนเหมือนดังเช่นทุกวัน เขาเดินไปดูแปลงยาที่ปู่ปลูกไว้เพื่อดูชนิดของยาที่คนงานเก็บอย่างละเอียด ก่อนจะทำการคัดแยกและตากแห้ง บางครั้งตัวยาราคาแพงไม่ว่าจะเป็นดีหมี เขากวาง หรือของป่าหายาก เขาก็จะเป็นคนดูเองเพราะอย่างน้อยนอกจากจะดูเรื่องคุณภาพของยาแล้วยังต้องดูเรื่องจำนวนด้วย การใช้ของป่าของหายากในยาบางตัวเป็นสิ่งจำเป็นมาก แต่ท่านปู่มักจะหาตัวยาที่ใกล้เคียงกันมาใช้แทน เพราะคนที่มาส่วนใหญ่เป็นชาวบ้านยากไร้ การใช้ยาที่หาได้ง่ายจะช่วยประหยัดเงิน บางทีคุณภาพก็ใกล้เคียงกัน ผู้ป่วยและญาติจะได้ไม่ต้องสิ้นเปลืองมาก นอกจากนั้นก็จะไปดูที่โรงเก็บน้ำเอาไว้ต้มยาด้วย

“คนเป็นหมอต้องเรียนรู้เรื่องต่างๆ ให้มาก เพราะอาชีพหมอเป็นอาชีพที่ต้องรับผิดชอบชีวิตของผู้อื่น น้ำต้มยาที่ใช้รักษาโรคจะสักแต่ว่าเอาน้ำอะไรมาต้ไม่ได้ รสชาติและคุณภาพของน้ำแต่ละชนิดแตกต่างกัน ผู้ป่วยอ่อนแอด้านร่างกายมาเราต้องรักษา สมุนไพรแต่ละชนิดเป็นทั้งยาและยาพิษ คนเป็นหมอต้องรู้จักใช้ นอกจากนั้นต้องเรียนรู้จุดต่างๆ ในร่างกาย จำไว้นะแจคัง คนเป็นหมอแม้จะมีเพียงเข็มเพียงเล่มเดียวเพื่อรักษาผู้ป่วย เรื่องในร่างกายพวกนี้จะต้องจดจำให้แม่นยำ หลานบอกปู่มาสิว่าเส้นลมปราณแต่ละข้างมีกี่เส้น”

ผู้เป็นปู่ถามหลังจากที่เขาเข้ามาที่ห้องหนังสือแล้ว แจคังยิ้มน้อยๆ แต่ก็ต้องหุบยิ้มทันทีเมื่อได้ยินเสียงไอถี่ๆ ดังมาจากปู่

“แค่กๆ”

“ท่านปู่ขอรับ”

แจคังพูด ท่าทางเป็นกังวล ตลอดเวลาเขาเห็นว่าท่านปู่ดูแลร่างกายได้ดีจะเจ็บป่วยก็น้อยครั้งนัก แต่จากสีหน้าของปู่วันนี้ทำให้เขาอดเป็นห่วงไม่ได้ ฮันแฮซูไม่ได้สนใจท่าทางของหลานมากนัก กลับพูดต่อไปว่า

“ตอบปู่มาสิ แจคัง”

“ขอรับ เส้นลมปราณในร่างกายแต่ละข้าง แยกออกเป็นซ้ายและขวามีสิบสองเส้น โดยแบ่งออกเป็นส่วนของแขนหกเส้น และส่วนของขาอีกหกเส้นขอรับ”

แจคังตอบ แต่เมื่อเห็นท่านปู่ยังคงไออยู่ก็ได้แต่ถอนหายใจ สองสามวันมานี้ท่านปู่ของเขาตรวจคนไข้จนดึกดื่นทุกวัน เพราะคนไข้บางคนเดินทางมาจากต่างเมือง แถมเมื่อเข้าไปยังเรือนพยาบาลที่ทางราชการจัดให้ก็ต้องต่อแถวยาวจนอาการทรุดหนัก หมอหลวงที่เรือนพยาบาลของทางการมิอาจจะรักษาใครเกินเวลาได้ และถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่ควรปฏิบัติ อีกอย่างหมอในเรือนพยาบาลที่ทางราชสำนักจัดไว้ก็มีไม่เพียงพอเสียอีก เมื่อไร้ทางเลือกผู้ป่วยก็ต้องมาที่คังชินวอนแทน ทำให้สองสามวันมานี้ท่านปู่ บิดาและพี่ชายของเขาต้องเปิดเรือนพยาบาลเพื่อรับผู้ป่วยจนค่ำมืดดึกดื่น

จากสายตาของเด็กอย่างเขาที่ผ่านมาท่านปู่ดูแลตัวเองดีมาตลอด ท่านกินอาหารที่มีประโยชน์ไม่มากไปหรือน้อยไป แต่ท่านก็ทำงานอย่างหนักไม่ค่อยได้คำนึงถึงสุขภาพของตนเท่าใดนัก ยอนเอาชาที่ต้มด้วยผลพุทราจีนแห้งมาให้ผู้เป็นนาย แจคังรอให้ท่านดื่มชาถ้วยนั้นเสร็จจึงทำท่าจะพูดต่อ แต่ฮันแฮซูก็เอ่ยขึ้นมาว่า

“แล้วเส้นรองล่ะ..อยู่ที่ใด”

“เส้นรองอยู่ที่ตรงกลางหลังและตรงกลางหน้าท้องขอรับ”

“เก่งมาก จำไว้นะเรื่องนี้ปู่เน้นย้ำให้เจ้าต้องจำให้ได้ เอาล่ะ หยิบกระบอกเข็มของเจ้าขึ้นมาสิหลานรัก”

เสียงแหบแห้งนั้นบอกกับเขาด้วยความอาทร แจคังเปิดกระบอกซึ่งบรรจุเข็มที่ใช้รักษาคนไข้ เข็มที่เขาเอาออกมาเรียงกันมีหลายประเภท ฮันแฮซูเอาเข็มทั้งหมดมาวางไว้ในถาดที่มีผ้าสีแดงคลุมไว้ก่อนจะอธิบายไปเรื่อยๆ 

ประเภทของเข็ม มีเก้าชนิดด้วยกัน เมื่อเรียนรู้จุดต่างๆ ในร่างกายดีแล้ว หลานจงจำไว้ว่าแต่ละจุดเป็นศูนย์รวมของชีพจรและเลือดลมที่ไหลเวียนในร่างกายของคนเรา ถ้าฝังเข็มผิดตำแหน่งจะมีอันตรายถึงชีวิต ฉะนั้นต้องรู้ตำแหน่งแล้วค่อยลงมือฝังเข็มลงไป บอกปู่ได้ไหมว่า โรคอะไรที่รักษาด้วยการฝังเข็มได้ดีที่สุด

“โรคที่เกี่ยวกับอาการปวดจะรักษาดีด้วยการฝังเข็ม อัมพฤกษ์ อัมพาต อาการชาที่มีผลมาจากโรคเบาหวานขอรับ แต่ทั้งนี้เมื่อฝังเข็มแล้วต้องรักษาด้วยยาสมุนไพร และบางอาการของผู้ป่วยต้องใช้การรมยาร่วมด้วยขอรับ”

แจคังบอก แฮซูเอามือแตะผมซังทูของหลานด้วยความภาคภูมิใจ 

“เจ้าเก่งมาก ใช้เวลาเรียนไม่นานก็แตกฉาน แถมยังฝังเข็มรักษาคนได้แล้ว ในเมื่อเจ้าบอกว่าการฝังเข็มช่วยรักษาอาการชาจากโรคเบาหวานได้ ปู่จะให้เจ้าดูแลคนป่วยที่มีอยู่ในเรือนพยาบาล บางรายมีแผลที่เท้าและเจ็บป่วยจากอาการนั้น เจ้าเข้าไปดูแลจ่ายยาให้เขาด้วยนะ” 

“ขอรับ แต่หลานขอตรวจชีพจรของท่านปู่ได้ไหมขอรับ สองสามวันมานี้ท่านปู่ใช้ร่างกายหนักจนเกินไป ทำให้มีอาการไอกำเริบ หลานอยากรู้อาการของท่านปู่”

“หึๆ ได้สิ งั้นปู่จะเป็นคนป่วยรายแรกของเจ้าในวันนี้เอง”

หมอใหญ่ยิ้มก่อนจะยื่นข้อมือให้หลานชายตรวจโดยไม่คิดโต้แย้งแม้แต่น้อย” แจคังจับชีพจรของปู่สักครู่ก่อนจะเอ่ยออกมาว่า 

“ท่านปู่ต้องกินยาและพักผ่อนให้มากๆ ขอรับ อากาศเย็นทำให้ธาตุในม้ามบกพร่อง อย่างที่ท่านปู่เคยสอนหลานว่าธาตุในร่างกายต้องสมดุลกัน หลานจะให้บ่าวต้มยาห้ท่านปู่นะขอรับ ยาตัวนี้จะช่วยปรับสมดุลของธาตุในกายให้สมดุล ถ้าปรับธาตุและอาหารบางตัวอาการน่าจะดีขึ้น”

แจคังพูดไปตามอาการที่ต้องรักษา จากนั้นเขาก็เขียนตัวยาบำรุงธาตุส่งให้ยอนและกำชับให้คนต้มยาตามนี้อย่ามากไปหรือน้อยไป อีกใบเป็นอาหารปรับธาตุที่จะส่งให้แม่ครัวจองเป็นผู้ดูแล

“กินอาหาร กินยาแล้วก็นอนเร็วหน่อยนะขอรับ อีกหน่อยท่านปู่ก็จะหายดีขอรับ” แจคังบอก

“ได้สิ ท่านหมอ”

ผู้เป็นปู่พูดล้อเลียนนั่นทำให้แจคังยิ้มอย่างเก้อเขิน เสียงหัวเราะแห่งความสุขดังไปถึงเรือนผู้ป่วยทุกๆ เช้าคนที่เรือนนี้จะได้ยินเสียงท่องบ่นตำราของแจคัง ได้ยินเสียงถกหัวข้อความรู้ สายๆ มาหน่อยก็จะเห็นร่างสูงของเขาเดินตามผู้เป็นปู่อยู่ไม่ห่าง

สามสี่วันก่อนเด็กชายในวันนั้นก็เกล้าผมเป็นซังทูขึ้น ดูเหมือนเขาจะเป็นหนุ่มรูปงาม ดวงตายาวรีมีแววซุกซนแต่ก็แฝงความเมตตาเหมือนบิดาและปู่ไม่มีผิดเพี้ยน เมื่อเปลี่ยนผมเป็นซังทูเขาก็ได้สวมชุดหมอรักษาโรค โดยมีผู้เป็นปู่นั่งอยู่ข้างๆ มองดูวิธีการรักษาอย่างละเอียดเพื่อให้คำแนะนำอีกที

หลานชายคนเล็กของท่านหมออายุย่างเข้าสิบขวบ แต่สามารถวินิจฉัยโรคได้ราวกับเป็นหมอเทวดา

“บ้านนี้ลูกหลานเก่งทุกคน ยิ่งคนเล็กนายท่านหมอใหญ่สั่งสอนด้วยตัวเอง ท่าทางการรักษาการเอาใจใส่เหมือนท่านหมอใหญ่ตอนหนุ่มๆ นัก ดีใจเหลือเกินที่คังชินวอนมีหมอเก่งๆ เพิ่มอีกคน”

“ไม่แน่นะ นายน้อยแจคังอาจจะเข้าไปสอบเป็นหมอที่สำนักหมอหลวงก็ได้”

“ตอนหนุ่มๆ นายท่านหมอใหญ่ก็ได้รับการยกย่องว่าเป็นหมออันดับหนึ่งของโชซอนนี่ ถ้าบ้านสกุลฮันแห่งแฮยังจะเป็นหมอหลวงอีกสักคน ก็คงจะเก่งไม่แพ้ปู่เป็นแน่”

เสียงของคนเหล่านั้นดังออกมาถึงนอกกำแพงหินของคังชินวอน มีร่างของเด็กหนุ่มในชุดผ้าไหมราคาแพง เขายืนจ้องป้ายหน้าเรือนที่เขียนไว้ว่า

คังชินวอน เรือนพยาบาลสำหรับผู้ป่วยยากไร้ 

เมื่อได้มองก็มีเสียงพูดของคนผู้นั้นว่า

ยอกย้อนนัก!!

ชายหนุ่มผู้นั้นกล่าวออกมา ดวงตาเย็นชาราวกับคนที่ไร้ความรู้สึกเมื่อมองไปยังประตูหลัง ที่นั่นอยู่ใกล้เรือนต้มยาที่สุด

ถ้าหากเขายังอยู่ที่นี่และฮันแฮซูรักษาสัจจะ เขาอาจจะเริ่มเรียนวิชาแพทย์แล้ว แต่คงเทียบไม่ได้เลยกับความก้าวหน้าของแจคัง ดงกอนหรือที่วันนี้คนทั่วไปเรียกว่าคุณชายคิมดงกอนยิ้มออกมาอย่างเยียบเย็นมองเสื้อผ้าราคาแพงที่ใต้เท้าหมอหลวงได้หยิบยื่นให้ มีบ่าวไพร่เดินตามหลังก็ให้ภูมิใจนัก ถ้าเขายังทนอยู่ที่นี่คงไม่มีโอกาสเช่นนี้เป็นแน่ ถ้าฮันแจคังก้าวหน้าเขาก็ต้องก้าวหน้าเหมือนกัน สักวันเขาจะเป็นหมอที่มีชื่อเสียงและเป็นหมออันดับหนึ่ง จนคนอื่นยกย่องแทนที่ฮันแฮซูให้จงได้ 

หากเจ้าอยากแสวงหาชื่อเสียงและความร่ำรวย จงไปค้าขายเป็นพ่อค้าเสียเถิด อาชีพหมอไม่ใช่อาชีพที่จะมาแสวงหาความมั่งคั่งให้ตัวเอง เป็นหมอมีหน้าที่รักษาโรค มีหน้าที่ช่วยเหลือคนป่วย หากเจ้าคิดจะเรียนวิชาแพทย์เพื่อปรารถนาความร่ำรวย เจ้าอย่าเป็นหมอเลย”

“แต่วันนี้ข้ากำลังจะได้เป็นหมอแล้ว และจะทำทุกวิถีทางให้ตระกูลฮันไม่มีตัวตนในโชซอน ข้าจะทำให้คนทั่วไปพูดกันเป็นเสียงเดียวว่า ข้า..คิมดงกอนเป็นหมอที่เก่งอันดับหนึ่งในโชซอนให้จงได้!

รอยยิ้มเย็นชาเผยออก เขาหันไปมองบ่าวที่เดินตามหลังมาก่อนจะเอ่ยต่อไปว่า 

“ชุนฮา รีบกลับเรือนเถิด ใต้เท้าหมอหลวงอาจจะรอข้าอยู่”

“ขอรับ คุณชาย”

บ่าวคนนั้นโค้งกายให้กับนายใหม่ที่ใต้เท้าหมอหลวงผู้เป็นประมุขของบ้านบอกให้เรียกว่าคุณชาย ท่าทางอ่อนน้อมที่ดงกอนเห็นทำให้เขาพอใจ เสียงของใต้เท้าหมอหลวงดังแว่ว เสียงนั้นเปลี่ยนชีวิตของเขานับแต่วันนั้น  

“ลืมว่าตัวเองว่าเป็นไพร่ไร้สังกัดเสีย เพราะบัดนี้เจ้าคือคนของหมอหลวงโจอินวอน เจ้าไม่ใช่ลูกชายของคนหาบน้ำผู้โง่เง่าอีกต่อไป…”

Don`t copy text!