ผมรัก/ฆ่าคุณ บทที่ 12 : พี่เป็นของผม

ผมรัก/ฆ่าคุณ บทที่ 12 : พี่เป็นของผม

โดย : รังสิมันต์

ผมรัก/ฆ่าคุณ สุดยอดนวนิยาย Medical thriller แห่งปี จากปลายปากกาของ ‘รังสิมันต์’ ที่คุณอ่านแล้วจะต้องนับวันรอตอนต่อไปด้วยใจที่จดจ่อ… นิยายออนไลน์ อีกเรื่อง ที่ เว็ปอ่านเอา อยากให้คุณได้อ่านออนไลน์

****************************

– 12 –

“นี่นายช่วยไว้ใจพี่หน่อยได้ไหม?”

“งั้นพี่ก็เอามือถือมาให้ผมดูสิ”

 

“ทำไมอะ ถ้านายไว้ใจพี่ ทำไมต้องดู?”

“ก็ถ้าพี่ไว้ใจได้จริง ทำไมดูแค่นี้ไม่ได้”

 

“พี่ว่านายคุยไม่รู้เรื่องแล้ว”

“ผมก็ว่าพี่ไว้ใจไม่ได้เหมือนกัน”

 

“ฟังพี่นะ เราเป็นแฟนกัน

ถ้าเราไม่ไว้ใจกัน มันไม่เหลืออะไรแล้วนะ”

 

“อ๋อ เหรอ? ถ้าไม่ไว้ใจกัน

แล้วเราจะไม่เหลืออะไรแล้ว?

แล้วความรักล่ะวะพี่ ความรักพี่ไม่นับเหรอ?”

 

“…….”

“เงียบแบบนี้หมายความว่าไง?”

 

“พี่ ….คือพี่”

“นี่จะบอกว่าไม่รักผมแล้ว?”

 

แล้วก็มีโฆษณามาคั่น  เป็นโฆษณาน้ำยาถูพื้นกลิ่นหอม  ซึ่งดูยังไงก็ไม่เข้ากับบริบทละครเมื่อกี้นี้  ผมนั่งพิงพี่ภูอยู่บนโซฟา เรานั่งดูละครวายในโทรทัศน์  เมื่อกี้นี้ ไม่ใช่บทสนทนาของเรา มันในทีวี

 

“ละครอะไรก็ไม่รู้ ไม่เห็นดีเลย”

พี่ภูบิดขี้เกียจ พลางหยิบรีโมทมาตั้งท่าเปลี่ยนช่อง

 

“เดี๋ยวดิพี่ภู กฤษอยากดูให้จบก่อนอ่ะ”

ผมยั้งมือเขาไว้

 

“ทำไมอ่ะเรา? เดี๋ยวนี้ติดละครเหรอ?”

พี่ภูวางรีโมท แล้วหันมาหอมหน้าผากผมทีหนึ่ง

 

“ก็กฤษอยากรู้ว่า สองคนนี้จะจบกันยังไงอ่ะครับ”

ตอนที่ผมพูด ผมไม่แน่ใจหรอกนะว่าหมายถึงในทีวี หรือหมายถึง ผมกับพี่ภู

 

“ไม่เห็นจะยากเลย” พี่ภูหัวเราะ

แล้วมือถือของเขาก็ดัง  ผมแอบเห็นว่ามีข้อความเข้า

 

พี่ภูหยิบมาดูแว่บเดียว แล้วปิด ผมเห็นเขาปรับมือถือให้เข้า mute mode แล้วก็วางมันคว่ำหน้าจอกับโต๊ะหน้าทีวี แล้วพี่ภูก็กลับมาพูดต่อ

 

“คู่รัก ที่ไม่รัก และไว้ใจกันไม่ได้ มันจะเหลืออะไรล่ะ ถ้าขืนยังจะรั้งกันต่อไป สุดท้ายพี่ว่าก็ได้เกลียดกันไปเลย”   พูดจบพี่ภูก็ยักไหล่ลุกจากโซฟา

 

นั่นน่ะสิ … คู่รัก มันมีสองอย่าง

รัก + เชื่อใจ ที่ใช้เชื่อมใจกันไว้

 

ถ้าขาดไปอย่างหนึ่ง

อีกอย่างก็ต้องทำงานอย่างหนัก

เพื่อคงสถานภาพความเป็นคู่รักกันไว้

 

ผมแม่ง … โคตรหงุดหงิดเลยว่ะ

 

เพราะข้อความนั้นจากแฟนเก่าพี่ภู  มันเลยทำให้ความเชื่อใจของผมต่อเขา ที่เพิ่งเก็บกู้ซากมาบูรณะใหม่ได้หมาดๆ ต้องมีรอยร้าวอีกรอบ ข้อความที่เขาขู่อาฆาตในนั้น  มันบอกว่า พี่ภูกับคนแฟนเก่าคนนั้น ยังติดต่อกันอยู่

 

เช้าวันนั้น ผมทำเป็นไม่พูดอะไร ตอนตื่นนอนมา ผมแอบเห็นว่าพี่ภูเช็คข้อความ เหมือนสีหน้ากระตุกนิดหนึ่ง แล้วก็เก็บมือถือไม่พูดอะไร

 

เขา ไม่ ยอม บอก ผม เรื่อง นี้

เขา ปิด เรื่อง นี้ ไว้ เป็น ความ ลับ

 

ผมไม่สงสัยเรื่องที่เขารักผมหรอกนะ ผมก็รักเขา ผมสัมผัสได้ถึงรักที่เขาให้ผมด้วย แต่รักก็ส่วนรัก ความลับก็ส่วนความลับ

 

ผมเกลียด ที่เขามีความลับ

เกลียดหนักกว่า ที่เขาทำเป็น ไม่มีความลับ

 

“คู่รักกันน่ะ มันต้องไม่มีความลับกันสิ”

พี่ภูเดินกลับมาที่โซฟา พร้อมกับน้ำอัดลมให้ผมหนึ่งกระป๋อง

 

“ขอบคุณครับ”  ผมรับมาเปิดจิบไปหนึ่งอึก

“พี่ภูว่า คู่รักกันต้องไม่มีความลับใช่ไหมฮะ?”

 

“ถูก” แล้วเขาก็โอบไหล่ผม

“เหมือนเราสองคนไงครับ”

 

ผมยังไม่ทันจะอ้าปากพูดถามอะไร  โฆษณาจบ ละครกลับมาเล่นต่อ  ผมเลยปล่อยให้การทะเลาะกันบ้านแตกของตัวละครสองตัว สนองความหงุดหงิดที่มีอยู่ในหัวผมไปก่อน

 

ผมแอบเห็นว่า ไฟหน้าจอมือถือพี่ภูสว่างวาบๆเป็นพักๆ แม้จะไม่มีเสียง แม้จะไม่สั่น แต่ผมรู้ว่า มันกำลังมีข้อความเข้า และนั่นมันรบกวนสมาธิผมมากจนเกือบจะหันไปถามเขา

 

“เฮ้ยยย ใจเย็นเว้ย ยังก่อนกฤษ .. ยังไม่ใช่วันนี้”  ผมบอกตัวเอง พี่ภูเป็นผู้ใหญ่ บางทีเขาคงจะละเรื่องนี้ไว้จัดการทีหลังให้เสร็จด้วยตัวเองแล้วค่อยมาบอกผมทีหลัง มันน่าจะเป็นอย่างนั้น  นี่คือสิ่งที่ผมพอจะอธิบายแก้ต่างแทนพี่ภูได้

 

ก็ … หวังว่ามันจะเป็นอย่างนั้น

อย่าให้ผมต้องเสียความเชื่อใจไปมากกว่านี้เลย

 

เพราะ รัก + เชื่อใจ มันเชื่อมผมกันพี่ภูไว้

และตอนนี้ รัก มันทำงานหนักกว่า เชื่อใจ เยอะแล้ว

 

…….

 

“น้องกฤษก็เลยขอนัดหมอฉุกเฉินสินะ”

“ใช่ครับหมอนิน ผมไม่ชอบตัวเองเลย”

 

ทางออกเดียวของผมคือ ระบายให้หมอนินฟัง

 

ตอนนี้ผมไม่เหลือเพื่อนสนิทคนไหนที่ไว้ใจได้อีกต่อไป  หลังจากเหตุการณ์โฟร์เพิ่งผ่านไปหมาดๆ ผมคิดว่าการเล่าให้ใครสักคนที่จรรยาบรรณเหนือเขาเขาระบุไว้เลยว่า “ต้องเก็บความลับ”  คงไว้ใจได้สุดละ

 

แล้วเผื่อว่าเขาจะหาทางกู้ความเชื่อใจของผมที่มีต่อพี่ภูให้กลับมาได้ด้วย  ผมรู้สึกว่าสมอง … ความรู้สึก ส่วนนี้ของผมมันอ่อนแอเหลือเกิน อะไรนิดหน่อยก็ทำให้ตัวเองหวาดระแวงได้ตลอด เกลียดตัวเองที่เป็นแบบนี้

 

“หมอมีมุมมองเรื่องแฟนเก่าอีกแบบน่ะ”

“ยังไงครับหมอนิน แชร์ให้ผมฟังได้ไหม?”

 

หมอนินพยักหน้า

“แต่มันเป็นมุมมองคนแก่นะ กฤษจะเข้าใจเหรอ?”

 

ผมหัวเราะ

“แหม หมอนินยังไม่แก่เสียหน่อย ผมอยากฟังฮะ”

 

“คืองี้นะ หมอมองว่าเรื่องของแฟนเก่า มันคือ เกมที่เขาเล่นค้างไว้”​

“เกม? ที่เขาเล่นค้างไว้ อย่างนั้นเหรอครับ?”

 

หมอนินพยักหน้า

 

“ใช่  มันเปิดค้างอยู่ เขาต้องจบเอง ไม่เกี่ยวกับเราเลยสักนิด แม้ว่าบางครั้งมันจะส่งผลถึงความสัมพันธ์ระหว่างเรากับเขาก็เถอะ แต่ถ้าเขายังไม่เล่า ยังไม่ขอให้เราช่วย มันก็ยังเป็นเกมส่วนตัวของเขา

 

สิ่งที่เราทำได้คือ คอยให้กำลังใจเขาเท่านั้นล่ะ เพราะเขาก็คงเหนื่อยกับการจัดการปิดเกมแฟนเก่าให้ได้ อย่าเพิ่งไปสงสัยอะไรเลย เพราะไม่ว่าเขาจะทำอะไรอยู่ก็ตาม เราคือคนที่เขาเลือกสำหรับปัจจุบัน

 

น้องภู เขาเลือกที่จะอยู่กับกฤษ

เขาใช้คำว่า แฟนเก่า กับอีกฝ่าย

นั่นแปลว่า เขาเลือกกฤษเป็นคนปัจจุบัน

 

ถ้าเป็นหมอ หมอไม่กังวลหรอกนะ

รอให้กำลังใจเขาตรงนี้ดีกว่า”

 

 

“สุดท้ายมันก็จบที่ไว้ใจใช่ไหมอ่ะครับ?”

ผมแอบรู้สึกเซ็งนิดๆ เพราะปัญหาที่ผมมีก็คือเรื่องไว้ใจนี่แหละ

 

“กฤษมีปัญหาเรื่องไว้ใจเหรอครับ?”

“ผมควรมีไหมล่ะครับหมอ?”  ผมถอนหายใจพรืดใหญ่

 

“ทีแรกก็พี่ภู  ต่อมาก็โฟร์ เพื่อนสนิท แล้วก็มีเรื่องพี่ภูอีกทีนึง หมอ ผมโดนไปสามหมัดเลยนะ ขวา ซ้ายแล้วก็ ปลายคาง นี่ถ้าผมอยู่บนสังเวียน ผมน็อคเอาท์ไปแล้วครับ”  พูดแล้วก็เซ็งนะ เซ็งทั้งคนรอบข้าง เซ็งทั้งตัวเอง

 

หมอนินพยักหน้า “หมอเห็นใจนะ แต่กฤษตีความเรื่องความเชื่อใจผิดไปเยอะ กฤษเอาความเชื่อใจ ไปแขวนไว้กับคนรอบข้าง ครอบครัวบ้าง เพื่อนบ้าง คนรักบ้าง กฤษรู้ไหมว่าความเชื่อใจ ควรจะแขวนไว้ที่ไหน?”

 

“แขวนคอตัวเองมั้งครับ”

ผมตอบประชดๆ แต่หมอนินพยักหน้า

 

“ถูกครับ ความเชื่อใจ ควรแขวนไว้กับเรา

หมอหมายถึง เราต้องไว้ใจตัวเอง ที่จะเชื่อคนอื่น

 

ไว้ใจตัวเอง ว่าเราจะนิ่งพอ ว่าเราหนักแน่นพอ

ในระหว่างที่เขาอาจจะทำให้เราหวั่นไหวบ้าง

 

แต่มันเป็นขั้นตอนปิดเกมของเขากับอีกคน

สิ่งที่สำคัญ ก็คือเราไว้ใจตัวเองให้ได้ครับ”​

 

ผมไม่แน่ใจจริงๆ ว่า session วันนั้นผมเก็ทมากน้อยแค่ไหน ผมเดินออกมาจากห้องบำบัดพร้อมคำถาม ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา ผมเคยไว้ใจตัวเองบ้างไหม? มันเป็นคำถามที่แปลกนะ  และแปลกกว่าคือ ผมตอบตัวเองไม่ได้ด้วยว่ะ

 

 

“โฟร์ เป็นไงบ้าง”

 

ผมแวะมาเยี่ยมโฟร์ที่บ้าน ตามคำชวนของพี่ซัน  เขาบอกผมว่า โฟร์อยากเจอผมนะ แต่ไม่กล้าบอก คงเพราะรู้สึกผิดกับเรื่องนั้น

 

“เป็นเพื่อนกันมาแต่เด็ก อย่าแตกกันเพราะเรื่องผู้ชายเลยน่า”  พี่ซันพูดก่อนวางสาย ผมแอบไม่เห็นด้วยนิดนึง ปัญหาระหว่างผมกับโฟร์มันไม่ใช่เรื่องผู้ชาย แต่มันเรื่องปากสว่างของโฟร์มันต่างหาก

 

แต่พี่ซันพูดถูกอย่างหนึ่ง

อย่างน้อยก็คบกันมาตั้งแต่เด็ก

สิ่งที่โฟร์ทำ มันไม่เกี่ยวกับน้ำใจของผม

 

ผมมีน้ำใจให้เพื่อนเสมอ

และครั้งนี้ ผมก็ต้องมีน้ำใจกับเพื่อน

 

โฟร์นั่งเล่นเกมอยู่บนโซฟากลางบ้าน เป็นที่ประจำของมัน กิจวัตรที่ผมเคยชิน เมื่อก่อนผมมาเล่นเกมบ้านมันบ่อยมากนะ  เพิ่งจะมีช่วงหลังๆ … ก็ช่วงที่ผมติดทวิตเตอร์กับคบกับพี่ภูนั่นล่ะ ที่ผมไม่ค่อยได้มา

 

“เป็นไงบ้างวะโฟร์”  ผมทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ

 

“กฤษ … กูขอโทษ” มันกด pause แล้วหันมาสบตาผม

 

“ตกลงใครตีหัวมึงเนี่ย นึกออกป่ะ?”

“กูจำไม่ได้” โฟร์ส่ายหน้า  “กูจำเรื่องวันนั้นแทบไม่ได้เลย”

 

โฟร์เม้มปากแน่นสนิท “แต่กูจำได้ว่ากูทวีตเรื่องของมึง และกูเสียใจ มันก็แค่ …”  โฟร์เหมือนจะพูดอะไรต่อ แต่เขาก็หยุดลิ้นไว้ กลืนคำเหล่านั้นลงคอไป  “ไม่มีข้อแก้ตัวว่ะ กูทำผิดจริง และกูเสียใจ”

 

“ปัญหามันไม่ใช่แค่นั้นว่ะโฟร์”

ผมกอดอก จ้องหน้ามัน

 

“มึงโกหกพี่ซันพี่ชายมึง

มึงโกหกพี่นนท์ แฟนมึง

แล้วมึงก็โกหกกู เพื่อนมึง

 

คืนนั้น มึงไปไหน ทำอะไร

มึงนึกไม่ออกจริงๆเหรอวะ?”

 

โฟร์สบตาผม หลุบสายตาลง แล้วส่ายหน้า

“กูจำไม่ได้จริงๆ กูขอโทษว่ะ”

 

ผมพยักหน้า “โอเค ปล่อยมันผ่านไปเหอะ”

แล้วผมก็หยิบจอยอีกอันขึ้นมา กด start

 

“ป่ะ กูเล่นด้วย” ผมหันไปยิ้มให้มัน

“มึงหายโกรธกูแล้วเหรอ?” มันถาม

 

“โกรธน่ะโกรธอยู่” ผมตอบ “แต่กูก็ยังรักมึงเหมือนเดิม เดี๋ยวเวลาผ่านไปมากกว่านี้ กูก็คงหายโกรธเองแหละ แต่ตอนนี้เล่นเกมกันเหอะ ไม่ได้เล่นกับมึงมานานละ”

 

“เออ ดี เล่นคนเดียวเซ็ง” มันยิ้มตอบ  แล้วเราก็เริ่มเล่นเกมกัน เหมือนปกติที่เมื่อก่อนเราเลยทำเป็นประจำ

 

ผมหันไปมองสีหน้าโฟร์อีกครั้งระหว่างเล่นเกม  เราสองคนเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก ผมเห็นสีหน้าแทบทุกอารมณ์ของมัน เราสองคนเป็นเพื่อนประเภทที่แทบไม่ต้องคุยกันเป็นคำพูด ใช้วิธีสื่อสารกัน มองหน้ากัน ก็รู้แล้วว่าจะพูดอะไร

 

ผมถึงรู้ได้ไง ว่าเมื่อกี้นี้

โฟร์ มัน โก หก

 

ปริศนาอีกข้อ …

ผมเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่า

คนที่อัพทวีตวันนั้น คือโฟร์จริงๆไหม?

 

เป็นไปได้ไหมว่า … มันไปเจอใครสักคน

ใครสักคนที่เป็นความลับมากๆ แล้ว ….

 

“เชี่ย กฤษ มึงใจลอย เดี๋ยวแพ้กูนะเว้ย”

โฟร์เอาศอกมากระทุ้งผม

 

“กูต่อให้มึงก่อนหรอกน่ะ”

ผมเถียงมันกลับ แล้วเล่นเกมต่อ

 

โทรศัพท์ผมดัง ข้อความเข้า

ผมกด pause แล้วหยิบมาเปิดอ่าน

 

จาก unknown user

 

/ นายคงอยากจะเจ็บตัวเหมือนเพื่อนสนิทสินะ ถึงได้ยังหน้าด้านคบกันพี่ภูต่อไปเนี่ย  ก็ได้ อยากนายเอาแบบนั้นก็ได้  ผมจัดให้

 

จำใส่สมองใสๆกลวงๆของนายไว้เลยนะ

พี่ ภู เขา เป็น ของ ผม   /

Don`t copy text!