ผมรัก/ฆ่าคุณ บทที่ 19 : ระหว่างเขาและยา

ผมรัก/ฆ่าคุณ บทที่ 19 : ระหว่างเขาและยา

โดย : รังสิมันต์

ผมรัก/ฆ่าคุณ สุดยอดนวนิยาย Medical thriller แห่งปี จากปลายปากกาของ ‘รังสิมันต์’ ที่คุณอ่านแล้วจะต้องนับวันรอตอนต่อไปด้วยใจที่จดจ่อ… นิยายออนไลน์ อีกเรื่อง ที่ เว็ปอ่านเอา อยากให้คุณได้อ่านออนไลน์

****************************

– 19 –

ผมเกลียดโรงพยาบาล

หลายคนก็ไม่ชอบนะ ผมว่ามันไม่แปลก

แต่เขาแค่ระดับไม่ชอบ ส่วนผมน่ะเกลียด

 

คนอื่นๆมีเหตุผลเยอะแยะ

กลิ่น เสียง บรรยากาศ ความหดหู่

แต่ผมเกลียด เพราะผมเกลียด แค่นั้นจบ

 

โชคดีมาก นี่เป็นครั้งสุดท้ายแล้วที่ผมจะต้องมา

 

อย่าเข้าใจผิดนะ ผมไม่ได้เข้ามารับการรักษาอะไร  เรื่องราวระหว่างผมกับหมอ และการรักษาจบไปนานแล้ว  ไม่มียา ไม่มีการพูดคุย ไม่มีการพบปะไถ่ถาม เป็นยังไงบ้างอีกต่อไป

 

นั่นก็เพราะ …

ยา ทำให้ /เขา/ ห่างจากผม

ยา ทำให้ /เขา/ ไม่คุยกับผม

ยา ทำให้ ผม กับ /เขา/ ห่างกัน

 

ถ้าต้องเลือกระหว่างยา กับ เขา

ทำไมผมต้องเลือกด้วยล่ะ ชัดออกขนาดนี้

 

วันนี้ผมมาด้วยธุระสำคัญสองเรื่อง  เรื่องแรกน่ะจัดการไปเรียบร้อยแล้ว ส่วนเรื่องที่สอง ผมกำลังรอให้คนที่ผมนัดมาพบ  ซึ่ง …  ผมดูจากนาฬิกาแล้ว  ใกล้จะถึงเวลาที่อีกฝ่ายจะมาแล้ว  ผมยังพอมีเวลาอีกนิด  คิดแล้วก็เดินไปที่ร้านกาแฟในโรงพยาบาล

 

“สวัสดีครับ อเมริกาโน่ร้อนครับ”  ผมสั่ง กาแฟที่นี่ไม่ได้ดีนัก แต่ก็ไม่ถึงขนาดแย่กินไม่ได้ อย่างน้อยก็ดีกว่านั่งอยู่แบบปากว่างๆ พนักงานสาวหน้าใสเงยหน้าขึ้นมารับออร์เดอร์

 

“อเมริกาโน่ร้อนนะคะ 75 บาทค่ะ”

“ไม่ต้องทอนนะครับ”

 

ผมยื่นธนบัตร 100 บาทส่งให้เธอ เธอไหว้ขอบคุณก่อนรับเงินไป  “ช่วงนี้ไม่ค่อยเห็นเลยนะคะ เมื่อก่อนมาบ่อยเลย”  ผมพลันเงยหน้าจากมือถือขึ้นมาทันที  “จำผมได้?”

 

“ร้านสอนให้จำหน้าลูกค้าประจำค่ะ”

เธอยิ้มสดใสจนผมคลื่นไส้ เสแสร้งเสียจนเอียน

 

“อ๋อ … ครับ คือแม่ผมเขา …”

แล้วผมก็ยักไหล่ เป็นการจบประโยค

 

เธอพยักหน้า แล้วเปลี่ยนสีหน้าจากยิ้มชวนอาเจียน เป็นสีหน้าราวกับเห็นหมาโดนรถชน  “อือ… เข้าใจค่ะ ฉันจำแม่คุณได้ เห็นคุณเข็นท่านในรถเข็นบ่อยๆ”

 

ผมว่า … เธอพูดเยอะเกินไปแล้ว ผมปิดบทสนทนาด้วยการพยักหน้าแค่นั้นและ เดินกลับไปนั่งที่โต๊ะ

 

“มีคนจำนายได้”  /เขา/ พูดในหัวผม

“ก็แค่บาริสต้าน่ะ” ผมตอบ

 

“มันไม่ควรจะมีใครจำได้สิ  นายควรจะต้องไร้ตัวตน คนจำไม่ได้ มันเป็นส่วนหนึ่งของแผนเราไม่ใช่หรือไง อย่าบอกนะว่านายลืมแล้ว”  /เขา/ หงุดหงิด คราวนี้ผมผิดจริง ผมจะไม่ชี้แจงอะไร ได้แต่ขอโทษ

 

“ผมขอโทษ แต่มันจะจบแล้ว ผมสัญญา”

ผมจำไม่ต้องมาที่โรงพยาบาลแห่งนี้อีกต่อไป หลังธุระนี้

 

“เราก็หวังว่ามันจะจบแล้วจริงๆ”

/เขา/ สำทับ น้ำเสียงเบาลง

 

“ผมไม่ชอบมาโรงพยาบาลนี้เลย”

“เราก็ไม่ชอบ … เราไม่ชอบเวลานายมาโรงพยาบาล ไม่ว่าโรงพยาบาลไหนก็ตาม”

 

“อเมริกาโน่ร้อนมาแล้วล่ะคุณปรเมศร์”

พนักงานจำชื่อผมได้ ไม่ใช่แค่หน้าผม ใช่  ที่โรงพยาบาลนี้ผมชื่อ ปรเมศร์ แต่มันไม่ใช่ชื่อจริงๆของผมหรอก  คุณรู้ไหม ถ้าคุณมีเงินมากพอ คุณจะชื่ออะไรก็ได้เวลาเข้าโรงพยาบาล ผมมีชื่ออีกเป็นสิบ สำหรับโรงพยาบาลอื่นๆ

 

ผมพยักหน้าขอบคุณ แล้วพนักงานร้านกาแฟก็เดินจากไป พอเห็นว่าเขาลับสายตาไปแล้วผมถึงได้ ยกกาแฟมาจิบ  “ผมสัญญา ว่าจะมาที่นี่ครั้งสุดท้าย” ผมพึมพำกับ /เขา/ ระหว่างที่กาแฟดำค่อยๆไหลผ่านลงคอ

 

“มันคือส่วนหนึ่งของแผนใช่ไหม?” /เขา/ ถาม

“ใช่ครับ”  ผมวางแก้วกาแฟ  “มันเป็นส่วนหนึ่ง”

 

เสียงส้นรองเท้ากระทบพื้นหินอ่อน  ไม่ต้องหันไปมองผมก็รู้ว่าใครเดินมา จังหวะมันใช่ น้ำหนักการเดิม มันก็ใช่  ผมคุ้นเคยกับเจ้าของเสียฝีเท้านี้ ผมนัดให้เขามาเจอผมที่นี่เองล่ะ

 

“ทำไมต้องนัดมาที่โรงพยาบาลด้วยเนี่ย”

 

เสียงฝีเท้าหยุดที่ข้างหลังเก้าอี้ผม  ตามด้วยเสียงทักทายค่อนข้างห้วนๆ รู้ได้ว่าอารมณ์ไม่ดี แหงล่ะ ใครจะอารมณ์ดี ถ้าถูกเรียกให้มาพบที่โรงพยาบาล

 

แต่ผมมีธุระที่นี่ด้วย ดังนั้น ก็ต้องนัดเจอกันที่นี่ล่ะ ผมจะได้ประหยัดเวลาในการทำธุระ ผมยังมีเรื่องอื่นอีกที่สำคัญกว่า รอ ให้ ทำ

 

“อย่าขี้นเสียงใส่ผมสิ อย่าลืมนะว่าคุณอยู่ในฐานะอะไร และผมอยู่ในฐานะอะไร”  ผมหันไปปรามอีกฝ่ายในที และย้ำคำแสดงให้เห็นด้วยว่า ใครกันแน่ที่ถือไพ่เหนือกว่าในการพบปะครั้งนี้

 

“เอ่อ .. ขอโทษ … ค่ะ”

เธอคงนึกได้ เลยเอ่ยขออภัย

 

ผมพยักหน้า  ยิ้มอย่างผู้เหนือกว่า

“ไม่เป็นไรครับ ทีหลังระวังหน่อยนะครับ”

 

“สวัสดีค่ะคุณภู”

เธอทักผมอย่างเป็นทางการ

 

“สวัสดีเช่นกันครับ … “

ผมพยักหน้า และเรียกชื่ออย่างเป็นทางการของคู่สนทนา

 

“คุณ ภาวนา …   เอาล่ะ ผมว่าเรามาคุยธุระส่วนสุดท้ายกันได้แล้ว”

 

……

 

ทุกอย่างเสร็จสิ้น การเจรจาเรียร้อย

ที่จริงมันเรียกว่าการสั่งงานจะเหมาะกว่า

 

แล้วผมก็ขับรถออกจากโรงพยาบาล

ธุระสำคัญสองอย่างของผมเสร็จหมดจด

 

ตอนนี้ทางของผมกับ /เขา/ ก็สะดวกแล้ว ไม่มีอะไรขวาง สองธุระสุดท้าย เป็นเหมือนขั้นตอนการเอาหินขวางทางออกไป พร้อมๆกับปรับถนนให้มันราบเรียบ พร้อมสำหรับการพุ่งไปข้างหน้าตามแผน

 

เมื่อกลับถึงคอนโด ผมส่งข้อความไปหา น้อง … ร่างสมบูรณ์ ที่ผมแสนจะคิดถึง

 

/เป็นไงบ้าง คิดถึงพี่หรือเปล่า?/

รอไม่ถึงสิบวินาที ข้อความก็ตอบกลับมาทันที

 

/คิดถึงครับ หายไปสองวันเลยอ่ะ นึกว่าลืมผมไปแล้วเสียอีก/

 

/ใครจะลืมแฟนได้ล่ะครับ พี่มีธุระต้องทำน่ะ/

 

“หึ หึ หึ …​แฟนเหรอ?”

เสียงของ /เขา/ แทรกขึ้นมาระหว่างที่ผมพิมพ์แชท

 

“ผมก็แค่ทำตามบทน่ะ เพื่อคุณไง”

ผมรู้สึกผิดนิดๆตอนตอบ /เขา/ ไม่ได้รู้สึกผิดต่อ น้อง คนนั้นหรอกนะ  รู้สึกผิดต่อ /เขา/ ต่างหาก ที่ผมต้องไปเรียกคนอื่นว่าแฟน ต้องแสดงเป็นว่ารักเขา ทั้งๆที่แท้จริงแล้ว คนที่ผมอยากอยู่ด้วยที่สุดคือ /เขา/ ต่างหาก

 

คุณเคยรัก ช่อดอกไม้ ที่เอาไปให้แฟนเหรอ? ผมเดาว่าไม่น่าจะเคยนะ … หรือเคยก็แค่บางคน สำหรับผม น้อง คนนี้ เหมือนช่อดอกไม้ ที่ผมกำลังจะเอาไปกำนัลให้คนรักของผม น้องคนนี้เป็นได้แค่ ช่อดอกไม้นั่นล่ะ

 

/อาการคุณแม่เป็นไงบ้างฮะ?/

เขาพิมพ์มาถาม

 

/สบายดีครับ ไม่ต้องห่วง นี่อยากเจอพี่ไหมน่ะเรา? /

 

แต่ผมน่ะอยากเจอนะ … เพราะผมรู้ว่าร่างนั้น พร้อมแล้ว สำหรับการสร้างสะพานเชื่อมโลกให้ /เขา/ ผมอยากเจอน้องคนนี้ไวๆ ผมจะได้เริ่มต้นขั้นถัดไปสักที

 

/เอ่อ … พอดีสองสามวันนี้ ต้องอ่านหนังสือเตรียมสอบฮะ/

 

ผมได้กลิ่นแห่งการปฏิเสธ …

ผมว่าผมได้กลิ่นแปลกๆในบทสนทนา

แต่ ผมว่ากลิ่นแห่งความเชื่อใจก็ยังไม่จาง

 

/แปลว่า ยังไปเจอนายไม่ได้เหรอ? /

 

/ขอโทษทีนะฮะ แต่อยากมีสมาธิอ่านหนังสืออะ/

 

/ทำไมล่ะ มีพี่แล้ว อ่านหนังสือไม่ได้เหรอ/

 

/โหย … ใครมันจะมีสมาธิเวลาอยู่กับแฟนล่ะฮะ/

 

/แต่พี่คิดถึงนายนะ พี่อยากเจอนี่นา/

 

/ผมไม่ไปไหนหรอกน่า ยังไงก็ได้เจอครับ/

 

/นิดนึงก็ไม่ได้เหรอ?/

ผมงัดลูกไม้อ้อนใส่ พร้อมส่งสติกเกอร์

 

/โห …​อย่าทำให้ผมรู้สึกผิดดิพี่ ผมคิดถึงพี่จริงๆ แต่การสอบมันก็เป็นหน้าที่ของผมอ่ะฮะ/

 

เขาตอบกลับมาเป็นสติกเกอร์ทำหน้าลำบากใจ เหงื่อตก และต่อด้วยสติกเกอร์กระต่ายน้อยร้องไห้ โอเค ผมยอมแพ้ก็ได้ ไม่ต้องรีบก็ดีเหมือนกัน ผมเหนื่อยอยู่ ต่างคนต่างแยกกัน พักผ่อนตามอัธยาศัยก่อนแล้วกัน

 

ผมพิมพ์ตอบกลับไป

/งั้นเตรียมสอบเถอะครับ มันเป็นหน้าที่/

 

/พี่ไม่โกรธผมใช่ไหมครับ/

 

/พี่จะโกรธนายทำไมที่นายตั้งใจเรียน เด็กเอ้ย/

 

/เย้ดีจัง  งั้นเดี๋ยวสอบเสร็จเจอกันเลยนะครับ/

 

/ได้ครับ/

 

ยังไม่ทันจะพิมพ์อะไรต่อ  ก็มีสายเรียกเข้ามาก่อน  ดูจากเบอร์แล้วเป็นโรงพยาบาลที่ผมไปมาวันนี้  ทางนั้นคงจะโทรมาแจ้งเรื่องที่ผมไปขอร้องไว้สินะ  ผมกดรับสาย

 

“สวัสดีครับ ขอสายคุณปรเมศร์ครับ”

“ครับ ผมปรเมศร์พูดครับ”

 

ผมตอบไป เกือบลืมไปแล้วว่า กับโรงพยาบาลนี้ ผมใช้ชื่อ ปรเมศร์

 

“เอกสารทำลายหมดแล้วนะครับ แฟ้มผู้ป่วยทุกแฟ้มของคุณ วิภาวี วงศ์สะอาด  คุณแม่ของคุณปรเมศร์”  เจ้าหน้าที่รายงาน  “ผมต้องขอบคุณมากนะครับ  ที่ทางโรงพยาบาลเข้าใจถึงความจำเป็นของครอบครัว”  ผมเอ่ยตอบไปตามมารยาท

 

“ว่าแต่คุณปรเมศร์ได้เจอลูกพี่ลูกน้องหรือยังครับ?”  คำถามนี้ของเจ้าหน้าที่ทำเอาผมชะงักกึก … ไอ้ที่กำลังจะกดวางสายเป็นอันสะดุด

 

“ลูกพี่ลูกน้องอะไรครับ ?”  ผมถามกลับไป พยายามรักษาน้ำเสียงให้ปกติ เดี๋ยวนะ ลูกพี่ลูกน้องอะไรวะ … ผมไปมีลูกพี่ลูกน้องตอนไหน  ถ้าพูดให้ถูกคือ ไอ้นายปรเมศร์ มันจะไปมีลูกพี่ลูกน้องได้ไง มันชื่อสมมุติ

 

“เมื่อบ่าย หลังจากคุณปรเมศร์ออกไป  มีคนเข้ามาหาถามหาคุณ วิภาวี วงศ์สะอาด ครับ เขาบอกว่าเป็นหลานชายเพิ่งกลับมาจากต่างประเทศ อยากเจอคุณป้าเขามาก”

 

“เหรอ ครับ … เขาบอกว่าเป็นหลานชายเหรอ?”

 

“ใช่ครับ แต่ไม่ต้องห่วงครับ ทางเราไม่ได้ให้เขาดูแฟ้มประวัติหรอกครับ เพราะคุณปรเมศร์บอกว่าให้ทำลายแฟ้มทั้งหมดแล้ว เราก็ทำตามที่คุณปรเมศร์บอกครับ”

 

“ก็ดีแล้วครับ”  ผมถอนหายใจ

แม้จะโล่งอก แต่ก็ยังไม่วายสงสัย

 

วิภาวี วงศ์สะอาด จะมีหลานชายได้ยังไง

ใน เมื่อ เธอ คน นี้ ไม่ มี ตัว ตน อยู่ จริง

 

“เขายังเอารูป ที่เขาถ่ายคู่กับคุณปรเมศร์ให้ผมดูเลยนะครับ เขายืนยันว่า เขาเป็นหลานชายคุณวิภาวี วงศ์สะอาดจริงๆ แล้วก็อยากเจอคุณป้าของเขามากด้วย  แต่ทางโรงพยาบาลก็ไม่ได้ให้ข้อมูลอะไรหรอกนะครับ”

 

เดี๋ยวนะ … รูปคู่กับผม

 

“เขามีรูปคู่กับผมเหรอครับ?”  ผมถาม  “ใช่ครับ รูปถ่ายของเขายืนคู่กับคุณปรเมศร์เลย ผมเลยแน่ใจว่าเขาเป็นหลานชายของคุณวิภาวีแน่ๆ  แต่ก็ทำตามขั้นตอนครับ เรารักษาความลับของคนไข้ทุกคน”

 

“ครับ ขอบคุณครับ”

ผมวางสาย แล้วรีบเปิดโทรศัพท์เช็ค

ไม่นะ มันต้องไม่ใช่อย่างที่ผมคิดสิวะ

 

มีคนอ้างว่ารู้จัก ชื่อปลอมผม

มีคนอ้างว่ารู้จัก วิภาวี วงศ์สะอาด

มีคนอ้างว่าอยากเจอ วิภาวี วงศ์สะอาด

 

แถมคนคนนั้น … มีรูปที่ถ่ายคู่กับผม

 

ตอนนี้มือผมสั่น … มือผมสั่น มากเลยล่ะ

ตอนที่หน้าจอมือถือแสดงผมการค้นหา

 

โรงเรียนของ น้อง คนนั้น ไม่มีสอบ

มัน ไม่ มี การ สอบ ที่ เขา พูด ถึง

เขา ไม่ ต้อง อ่าน หนัง สือ

 

น้อง คน นั้น โกหก ผม

ไอ้ เด็ก เวร

 

 

Don`t copy text!