คดีรักข้ามเวลา บทที่ 17 : อะไรในตะกร้า

คดีรักข้ามเวลา บทที่ 17 : อะไรในตะกร้า

โดย : ณรัญชน์

คดีรักข้ามเวลา โดย ณรัญชน์ เรื่องราวของการเดินทางย้อนอดีต เพื่อไขปริศนาฆาตกรรมที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ซึ่งหนทางเดียวที่พิชญาจะพิสูจน์ตัวเองให้ได้คือสืบหาต้นตอของคดีฆาตกรรม ในชาติภพที่ผ่านมา ‘คดีรักข้ามเวลา’ นิยายออนไลน์ ที่ อ่านเอา อยากให้คุณได้ อ่านออนไลน์

……………………………………………………..

-17-

 

พิชญาเลื่อนถ้วยขนมสีสวยให้บุหลันอย่างเอาใจ “ขนมนี้ฉันคิดสูตรขึ้นเอง ลองชิมดูนะคะว่าชอบไหม”

บุหลันตักขนมเข้าปาก เพียงคำแรกกลิ่นหอมละมุนก็ลอยขึ้นจมูก จนอดชมไม่ได้ “รสมือแม่ผินดีเหลือเกิน ขนมนี่ทั้งหอมทั้งหวาน ถูกปากฉันเสียจริง”

พิชญาหันไปหาเจ้าของบ้าน ยิ้มหวานกว่าปกติเมื่อเชื้อเชิญ “คุณกนกลองชิมบ้างสิคะ ฉันตั้งใจทำสุดฝีมือเลยนะ”

กนกลองชิมดูก็พบว่าขนมของหล่อนหอมหวานถูกปากจริงดังที่บุหลันว่า “อร่อยจริง แม่บุหลันช่างโชคดีที่มีน้องสาวทั้งสวยทั้งเก่งอย่างแม่ผิน”

แววตาของบุหลันวาววับขึ้นนิดหนึ่ง แต่ริมฝีปากยังมีรอยยิ้มเป็นปกติ “ฉันก็คิดอย่างนั้น ดูสิคะ วันนี้แม่ผินแต่งตัวงามเป็นพิเศษ คงจะมีกระไรดีๆกระมัง”

จริงอย่างที่หล่อนว่า วันนี้พิชญาห่มสไบสีกลีบบัว หน้านวลผ่องทาแป้งบางเบา ผมดำยาวที่เคยปล่อยตามสบาย ถูกหวีเสยขึ้นเป็นตั้งสูง ก่อนจะทิ้งตัวอย่างน่ามองลงมาตามลาดไหล่ขาวเนียน มีดอกจำปาผูกไว้ที่ปลายผมข้างหนึ่ง ส่งกลิ่นหอมรวยรื่นจนคนที่อยู่ใกล้อดเมียงมองไม่ได้

เหมือนอย่างที่กนกชำเลืองมองไม่วางตานี่ไง…

พิชญาพูดต่อไปเหมือนไม่เห็นสายตาของชายหนุ่ม และการขมวดคิ้วนิดๆ อย่างระแวงของบุหลัน

“ฉันมีเรื่องอยากขออนุญาตคุณกนกด้วยค่ะ ฉันขอไม่ไปทำงานที่ร้านขายผ้าแล้วได้ไหมคะ ฉันอยากจะเรียนทำกับข้าวกับป้าแจ่มอยู่ที่นี่”

กนกอนุญาตอย่างใจดี “เรื่องแค่นี้เองดอกหรือ ได้สิแม่ผิน ดีเสียอีกต่อไปฉันจะได้ชิมอาหารฝีมือหล่อนบ่อยๆ”

ไม่มีใครรู้ดีไปกว่าเขา ว่าที่จริงกนกอยากยกเลิกคำสั่งลงโทษหล่อนนานแล้ว เพียงแต่ไม่รู้จะหาเหตุผลใดมาอ้างเท่านั้นเอง น้องชายของเขาก็ทำงานอยู่ที่ร้านขายผ้า มีโอกาสใกล้ชิดหญิงสาวทั้งวัน แล้วเขมก็มีเสน่ห์แพรวพราวออกปานนั้น มีหรือแม่ผินจะไม่ใจอ่อน

เขาเสียเชิงเรื่องไพลินไปครั้งหนึ่งแล้ว เรื่องอะไรกนกจะยอมให้เขมหยิบชิ้นปลามัน ชิงแม่ผินไปได้อีกคน

บุหลันเอื้อมไปจับมือสามีอย่างรักใคร่แกมประกาศความเป็นเจ้าของ ขณะพูดกับพิชญา

“ฉันกับคุณพี่ก็ไม่สบายใจที่แม่ผินต้องไปทำงานทุกวัน แม่ผินเปลี่ยนมาเรียนการเรือนกับแจ่มก็ดีแล้ว แต่งงานไปจะได้ไม่ลำบาก”

กนกหูผึ่ง แม้แต่พิชญาก็ยังแปลกใจ “ใครมีท่าทีจะมาชอบพอแม่ผินหรือจ๊ะน้อง” เขาทำเสียงเหมือนชวนคุยทั่วๆไป แต่ในใจร้อนวูบ

บุหลันหัวเราะน้อยๆ “แหมคุณพี่นี่ละก็ ใกล้เกลือกินด่างแท้ๆ ไม่สังเกตจริงๆหรือคะว่าใครมาชอบพอแม่ผิน คนเขากลับเรือนด้วยกันทุกวัน พูดคุยสนิทสนมจนบ่าวไพร่รู้กันทั่ว”

พิชญารู้ทันทีว่าบุหลันหมายถึงใคร นี่คืออีกเหตุผลหนึ่งที่หล่อนไม่อยากไปทำงานที่ร้านขายผ้า พิชญารำคาญการตามเกี้ยวพาราสีของนายเขมตัวจริง จนกลัวว่าจะอดใจไม่ไหวเผลอชกหน้าเข้าสักวัน

แต่แทนที่จะค้านบุหลัน หญิงสาวก็เฉยเสีย ปล่อยให้คำพูดนั้นซึมซาบเข้าไปในสมองของกนกนั่นละดีแล้ว พิชญาพอดูออกว่าเขาคิดอย่างไรกับหล่อน ความหึงฆ่าคนมานักต่อนักแล้ว และถ้ากนกจะหึงหวงจนแตกคอกับน้องชาย พิชญาคงไม่รู้สึกอะไรนอกจากขอบคุณ

นางจวงถือตะกร้าบรรจุดอกไม้สีขาวเดินขึ้นบันไดมา นางยอบตัวลงข้างนายสาว “บ่าวเก็บมะลิมาแล้วเจ้าค่ะ คุณบุหลันจะร้อยมาลัยเลยไหมเจ้าคะ”

บุหลันขยับถ้วยขนมไปอีกทาง รับตะกร้ามาวางบนตัก “กลิ่นมะลิหอมชื่นใจเหลือเกิน น้องจะร้อยมาลัยไว้ถวายพระ จะได้สวดมนต์ให้ลูกเราคลอดออกมาแข็งแรง”

หล่อนคุยกับสามีไปพลางมือก็ลูบไล้ดอกไม้ไปพลาง จนกระทั่งนิ้วไปกระทบถูกของแข็งๆ ที่อยู่ก้นตะกร้า มีดอกมะลิขาวพร่างปกคลุมไว้มิดชิด

“ดวงใส่กระไรไว้ในตะกร้ารึ” บุหลันหยิบวัตถุนั้นขึ้นมาดู

ทันใดนั้นนางดวงที่นั่งอยู่ใกล้นายสาว ก็ร้องกรี๊ดออกมาจนทุกคนสะดุ้ง

“กระไรกันนางดวง ร้องเป็นผีเข้าเชียวนะเอ็ง” กนกอุทาน แต่เมื่อเหลียวไปมองภรรยาเขาก็ตกใจ “แม่บุหลันไม่สบายหรือ หน้าซีดเผือดเชียวน้อง”

จริงอย่างที่เขาพูด คุณบุหลันที่สง่างามดั่งพระจันทร์วันเพ็ญในยามปกติ บัดนี้หน้าซีดจนเกือบเขียว หายใจหอบแรง ตาจ้องเขม็งไปที่วัตถุในมือ ท่าทางเหมือนจะเป็นลมอยู่รอมร่อ พอได้ยินสามีเรียกหญิงสาวก็ได้สติ รีบวางสิ่งนั้นลงบนโต๊ะ

กนกหยิบของชิ้นนั้นขึ้นมาดูบ้าง “หินฝนทอง” เขาเอ่ยอย่างงุนงง “มันมาอยู่ในตะกร้าของแม่บุหลันได้อย่างไร ของอย่างนี้น่าจะอยู่โรงงานทำทองนี่นา”

เขาจับมือภรรยาขึ้นมากุมอย่างปลอบประโลม พบว่ามือหล่อนเย็นเฉียบ  “มือเย็นเหลือเกิน ตกใจมากหรือน้อง”

“นั่นสิ คุณบุหลันกลัวอะไรหรือคะ ก็แค่หินโมราก้อนหนึ่งเท่านั้นเอง”

เสียงเย็นๆของพิชญาลอยมาเข้าหู บุหลันนิ่วหน้า หล่อนคิดมากไปเองหรือเปล่านะ ที่รู้สึกว่าคำว่า“โมรา”จะถูกเน้นเสียงหนักเป็นพิเศษ

“น้องไม่เป็นไรดอกค่ะคุณพี่” บุหลันตั้งสติได้แล้ว หล่อนหันไปดุนางดวง “ดวงนี่ก็แปลกคน ร้องเอะอะออกมาได้ ฉันเลยพลอยตกใจไปด้วย”

“ขอประทานโทษเจ้าค่ะ” นางดวงก้มหน้างุดเพื่อซ่อนสีหน้า ทว่าเนื้อตัวยังสั่นน้อยๆ “บ่าวขอตัวก่อนนะเจ้าคะ จะไปเตรียมของร้อยมาลัยให้คุณบุหลัน”

ไม่รอให้เจ้านายอนุญาตนางดวงก็คลานตุ้บตั้บออกไปทันที โดยมีสายตาคลางแคลงของกนกมองตามไปด้วย

“ดวงมันเป็นกระไรของมัน ท่าทางเหมือนเห็นผี”

พิชญาคลี่ยิ้ม รอยยิ้มของหล่อนงดงามตรึงใจที่สุดเท่าที่กนกเคยเห็นมา งามเสียจนเขาไม่อาจละสายตาได้ แต่ดวงตาของหญิงสาวเย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง

“นั่นสิคะ ทำท่าเหมือนเห็นผีกลางวันแสกๆ”

ไม่ต้องสงสัยแล้ว บุหลันและนางดวงเป็นคนฆ่าคุณทรัพย์อย่างแน่นอน มิฉะนั้นทั้งคู่คงไม่แตกตื่นลนลาน เพียงแค่ได้เห็นหินโมราก้อนหนึ่งเท่านั้น

เรือนที่กนกปลูกให้คุณนวลเป็นเรือนไม้สองชั้น อยู่ในบรรยากาศเงียบสงบเหมาะแก่การพักฟื้น ไพลินถูกสั่งให้ย้ายไปพำนักที่นั่นด้วย เพื่อจะได้ดูแลแม่สามีได้สะดวก เมื่อคิดถึงชะตากรรมของภรรยาเอก พิชญาก็อดรู้สึกผิดไม่ได้ หากไม่เพราะหล่อนพาบุหลันเข้ามา ไพลินก็คงมีชีวิตที่พร้อมพรั่งบริบูรณ์ ไม่ตกต่ำอย่างที่เป็นอยู่

ลงจากเรือนใหญ่พิชญาจึงเข้าไปในครัว ตักของว่างใส่ถ้วยกระเบื้องบรรจุลงตะกร้าตรงไปยังเรือนคุณนวล เส้นทางที่เดินไปค่อนข้างเปลี่ยวเพราะอยู่ห่างจากเรือนใหญ่พอสมควร พอไปถึงต้นหางนกยูงก็ได้ยินเสียงคนเรียกเบาๆ

“แม่ผิน”

ผู้หญิงคนนั้นมีรูปร่างอวบอัด แต่งกายอย่างสาวชาวบ้าน ใบหน้าซ่อนอยู่ใต้ผ้าโพกสีเข้ม พอพิชญาหันไปมอง หล่อนก็ปลดผ้าคลุมลง เผยให้เห็นดวงหน้าคมเข้มและแววตาเอาเรื่อง

“ฉันชื่อปิ่น คุณคือแม่ผินใช่ไหม”  ปิ่นถามทั้งๆที่รู้ดีอยู่แล้ว

“เธอเป็นใคร มาหาฉันมีธุระอะไรหรือ”

“คุยตรงนี้เดี๋ยวมีคนเห็น มานี่” ปิ่นฉุดมือพิชญาให้ตามไปหลบหลังต้นหางนกยูง ก่อนจะเข้าเรื่องโดยไม่อ้อมค้อม

“คืออย่างนี้ ฉันเคยเป็นเมียบ่าวคุณกนกมาก่อน แต่ถูกคุณบุหลันหลอกไปฆ่า โชคดีรอดมาได้ ฉันเลยมาเตือนคุณ”

วิธีเล่าแบบไม่มีอารัมภบทของปิ่น ถ้าพูดกับคนในสมัยเดียวกัน คนฟังคงจับต้นชนปลายไม่ถูก แต่พิชญาพบเจอการเล่าเรื่องที่ห้วนและสั้นกว่านี้ในโลกโซเชียลมามาก หล่อนจึงเรียบเรียงเรื่องราวได้อย่างรวดเร็ว

“คุณบุหลันคงไม่ยอมให้คุณกนกมีเมียอื่นนอกจากคุณไพลิน เลยกำจัดเมียคนก่อนๆทิ้งไป คนโหดเหี้ยมอย่างเธออะไรก็ทำได้ทั้งนั้น”

ปิ่นมองฝ่ายตรงข้ามอย่างทึ่งจัด แม่คุณเอ๊ย! หัวไวดีแท้ อย่างนี้สิถึงจะคุยกันได้ “ใช่แล้ว คุณนี่ฉลาดจริง พูดปุ๊บก็เข้าใจปั๊บ”

“แล้วแม่ปิ่นมาบอกฉันทำไม อยากให้ฉันช่วยเรียนคุณกนกหรือ”

“ไม่ใช่ดอก ฉันมาเล่าเพราะอยากให้คุณรู้จักธาตุแท้ของคุณบุหลัน ฉันนึกว่าคุณจะเหมือนคนอื่นๆ เห็นนางนั่นหน้าตาสวยเข้าหน่อยก็หลงเชื่อ คิดว่าเป็นนางฟ้านางสวรรค์กันไปหมด”

พิชญาถอนใจ นั่นสินะ เมื่อก่อนหล่อนก็เป็นอย่างนั้นเหมือนกัน “ฉันขอบใจแม่ปิ่นมากที่มาบอก เท่านี้ใช่ไหม”

พูดจบหล่อนก็ทำท่าจะผละไป แต่ปิ่นรีบรั้งแขนไว้ หน้าตางุนงง “อ้าวคุณ! จะไปง่ายๆอย่างนี้หรือ ไม่มีกระไรจะถามฉันอีกรึ”

สีหน้าของพิชญาเรียบเฉยเมื่อตอบอย่างไม่มีเยื่อใย “ฉันไม่มีอะไรจะถาม เพราะฉันไม่เชื่อใจใครทั้งนั้น เธอเองก็เถอะ จะเป็นแม่ปิ่นตัวจริงหรือเปล่ายังไม่รู้เลย”

ปิ่นโวยวายทันที “ฉันไม่ได้ปด ฉันคือนางปิ่นจริงๆนะ ฉันอาศัยอยู่กับคณะลิเกท้ายตลาด คุณไปถามคนที่นั่นได้ แต่ตอนนี้ฉันใช้ชื่อว่าเพา ไม่กล้าใช้ชื่อเดิม กลัวคุณบุหลันจะตามมาเจอ”

ท่าทางของพิชญายิ่งไม่ไยดีขึ้นไปอีก “ขนาดชื่อยังปลอม อย่างนี้หรือจะให้ฉันเชื่อ”

ปิ่นทำท่าจะเถียงต่อ พอดีเหลือบไปเห็นใครบางคนเข้าเสียก่อน หล่อนจึงรีบดึงผ้าขึ้นคลุมศีรษะแล้วก้มหน้าก้มตาเดินสวบๆ หนีไป พิชญาเหลียวไปดูบ้าง ก็พบนางดวงกำลังมองมาอย่างจับผิด

“จะไปตัดกล้วยหรือพี่ดวง ดงกล้วยต้องไปทางนั้น ไม่ใช่ทางนี้” พิชญาชี้มือไปอีกทางหนึ่ง

“บ่าวผ่านมาเท่านั้น กำลังจะไปแล้วเจ้าค่ะ” นางดวงตอบ “เมื่อตะกี้คุณผินคุยกับใครอยู่หรือเจ้าคะ”

“บ่าวในบ้านน่ะ” ดวงทำท่าจะซักต่อแต่พิชญาตัดบทโดยไว “ฉันไปก่อนนะ จะเอาขนมไปให้คุณนวล”

ร่างบางเดินจากไปทันที เพื่อไม่ให้นางดวงมีโอกาสซักถาม พิชญาใช้เวลาในช่วงนั้นคิดถึงปิ่น การปรากฏตัวของผู้หญิงคนนี้มีอะไรแปลกๆ ชอบกล แม้แต่เรื่องที่หล่อนเล่ามา จะเชื่อถือได้แค่ไหนก็ไม่รู้

เพราะมัวแต่จมอยู่กับความคิด พิชญาจึงเกือบไม่ทันเห็นคนสองคนที่กำลังยืนคุยกันอยู่หน้าเรือนคุณนวล ถ้าฝ่ายหญิงไม่บังเอิญแผดเสียงขึ้นมาเสียก่อน

“ไปให้พ้นเดี๋ยวนี้นะ คนชั่ว คนเลว คุณทำลายชีวิตฉันจนป่นปี้แล้ว ยังไม่พอใจอีกหรือ”

เสียงไพลินนั่นเอง ห่างออกไปไม่กี่ก้าวมีต้นจามจุรีขนาดสองคนโอบอยู่ต้นหนึ่ง พิชญาจึงรีบหลบไปยืนด้านหลัง ให้ไม้ใหญ่ช่วยบังตัวไว้ กระนั้นก็ยังได้ยินเสียงของฝ่ายชายได้ถนัด

“เอากระไรมาพูด ฉันน่ะหรือทำลายชีวิตหล่อน เราสองคนคบหากันก็ด้วยใจสมัคร ใช่ว่าฉันบังคับหล่อนเสียเมื่อไร”

ไพลินแค้นจนน้ำตาแทบร่วง ต้องกัดริมฝีปากกลั้นสะอื้นอย่างยากเย็น

“แต่คุณก็หลอกให้ฉันเชื่อว่าจะยกขันหมากมาสู่ขอ ฉันนึกว่าคุณจริงใจถึงได้ยอมลดเกียรติตัวเอง คุณมาหลอกฉันทำไม ผู้หญิงอื่นที่เขาเต็มใจเล่นสนุกกับคุณก็มีถมเถ มากลั่นแกล้งฉันเพื่อกระไร ไอ้คนใจร้าย”

เขมหัวเราะพรืดออกมา ท่าทางของหล่อนดูน่าขันนักในสายตาของเขา

“ยังไม่รู้ตัวอีกรึ ฉันก็หมั่นไส้ในความจองหองของหล่อนน่ะสิ เจอกันครั้งแรกหล่อนวางท่าเป็นดอกฟ้า มองฉันเหมือนเป็นหมูเป็นหมา ฉันก็เลยอยากลองดูว่าดอกฟ้าอย่างหล่อนจะสูงส่งจริงหรือเปล่า แต่ที่แท้ก็…” ชายหนุ่มแค่นหัวเราะ “ถ้าหล่อนไว้ตัวไม่ยอมให้ฉันเกี้ยวพา ฉันนี่ละจะไปกราบขอร้องคุณแม่ ให้ยกขันหมากไปสู่ขอหล่อนเอง แต่นี่กระไร แค่ผู้ชายส่งเพลงยาวให้หน่อยก็หลงคารม ยอมลอบออกจากวังมาหาแล้ว”

“คุณเขม”

ความอดทนของไพลินขาดผึง หล่อนฟาดฝ่ามือไปยังใบหน้าที่กำลังเย้ยหยันตนฉาดใหญ่ จากนั้นก็ระดมทุบตีไม่ยั้ง เขมต้องปัดป้องเป็นพัลวัน ก่อนจะรวบสองมือหล่อนไว้แล้วผลักออกไป ใจจริงชายหนุ่มไม่คิดจะทำร้ายไพลินเลย แต่หญิงสาวตัวเบากว่าที่คิด พอถูกผลักร่างผอมบางก็เซถลาล้มลง หน้าท้องกระแทกกับตอไม้เก่าๆ ที่อยู่บริเวณนั้นเต็มแรง

ไพลินยกมือกุมท้อง จุกจนร้องไม่ออก เขมเองก็ตกใจไม่น้อย เขารีบเข้าไปหาหมายจะพยุง แต่หญิงสาวที่ฟุบอยู่กับพื้นหันขวับมามองด้วยสายตาชิงชัง ทำเอาชายหนุ่มชะงัก อึ้งอยู่อึดใจหนึ่งเขมก็เดินจากไปดื้อๆ โดยมีสายตาพร่ามัวด้วยน้ำตาของไพลินมองตามจนลับตา

พิชญารอจนเขมลับตัวไปแล้วจึงเข้าไปประคองไพลินบ้าง แต่คนเจ็บปัดมือหล่อน ลุกขึ้นเดินตัวงอไปนั่งที่แคร่หน้าเรือน

“คุณเป็นอย่างไรบ้าง เจ็บขนาดนี้ตามหมอดีไหม”

“ฉันไม่ได้เป็นกระไร เจ็บกายเพียงเท่านี้ฉันทนได้” ไพลินสะบัดเสียงตอบ “หล่อนมาทำไม แม่บุหลันจะสั่งให้ฉันทำงานกระไรก็ว่ามา”

ระยะหลังคุณนวลอาการดีขึ้นมาก ไม่อาละวาดอย่างตอนที่ล้มป่วยใหม่ๆ ไพลินจึงมีเวลาว่าง แต่บุหลันก็มักจะสั่งให้หล่อนทำงานฝีมือเล็กๆน้ อยๆไม่ได้ขาด จนแทบไม่ต่างจากบ่าวอีกคน

“คุณบุหลันไม่ได้สั่งกระไรมาดอก แต่พอดีวันนี้ฉันทำของว่าง เลยแบ่งมาให้คุณกับคุณนวล” พิชญาเดินไปหยิบตะกร้าที่วางทิ้งไว้ข้างต้นจามจุรี แม้จะเริ่มเอะใจกับความผิดปกติบางอย่าง

“ขนมนี่ฉันทำเอง รับรองว่าสะอาดและอร่อย คุณลองชิมดูนะคะ”

ไพลินไม่แม้แต่จะชำเลืองมองของในตะกร้า “ฉันไม่รับ และขอบอกให้รู้ไว้ว่าฉันไม่ได้จนตรอกขนาดต้องขอหล่อนกินดอกนะ เบี้ยอัฐฉันก็มี ถึงคุณพี่ไม่เลี้ยงฉันก็ไม่อดตาย”

“คุณไพลิน” พิชญาพยายามกล่อม “ฉันรู้ว่าคุณไม่ชอบฉันเพราะฉันเป็นน้องบุญธรรมของคุณบุหลัน แต่รับรองได้ว่าฉันไม่เคยคิดร้ายกับคุณเลย ฉันก็ส่วนฉัน คุณบุหลันก็ส่วนคุณบุหลัน”

“แต่หล่อนก็คอยช่วยเหลือแม่บุหลัน ทุกวันนี้ที่แม่บุหลันขึ้นมาเหยียบหัวฉันได้ ก็เพราะหล่อนไม่ใช่รึ”

ถ้าจะว่ากันตามตรงพิชญาคิดว่าที่ไพลินมาอยู่ ณ จุดนี้ เพราะตัวของหล่อนเองมากกว่า แต่หญิงสาวไม่อยากพูดอะไรให้กระทบกระเทือนจิตใจฝ่ายตรงข้าม

“ฉันอาจมีส่วนผิดที่ช่วยให้คุณบุหลันได้เป็นเมียคุณกนก แต่ฉันไม่เคยวางแผนให้เธอมาทำร้ายคุณเลยสักครั้ง ฉันขอยืนยัน”

ไพลินสะบัดหน้าพรืด  “ฉันไม่เชื่อ หล่อนนั่นละตัวดี ถ้าไม่มีหล่อนแม่บุหลันก็ถูกเฉดหัวออกจากเรือนไปนานแล้ว ไหนจะคนที่เขียนจดหมายมาขู่ฉันอีก ฉันมั่นใจว่าต้องเป็นฝีมือหล่อนกับแม่บุหลันแน่”

พิชญารู้สึกว่าการโน้มน้าวใจผู้หญิงคนนี้ คงเป็นงานยากพอๆ กับเข็นครกขึ้นภูเขา แต่ก็นั่นละนะ ถ้าหล่อนเป็นไพลินก็คงไม่ยอมเชื่อเหมือนกัน หญิงสาวจึงตัดบทสั้นๆ

“เอาเถิด คุณยังไม่เชื่อใจฉันก็ไม่เป็นไร แต่ฉันว่าตอนนี้คุณรีบไปนอนพักก่อนดีกว่า ฉันจะไปตามหมอมาดูอาการ”

“บอกแล้วไงว่าฉันไม่เป็นกระไร จะตามหมอทำไมให้ยุ่งยาก ล้มแค่นี้นั่งพักนิดเดียวก็หาย” ไพลินตอบเสียงห้วน แต่แล้วก็เอะใจเมื่ออีกฝ่ายเงียบกริบไปเฉยๆ เมื่อหันไปมองก็พบว่าพิชญากำลังมองมาอย่างสำรวจ ดวงตามีแววไตร่ตรองบางอย่าง

“คุณไม่ได้ท้องใช่ไหม”  พิชญาถามเรียบๆ

ไพลินหน้าถอดสี รีบยกมือกุมท้องโดยอัตโนมัติ “ฉัน..ฉันก็ต้องท้องสิ เขารู้กันทั้งบ้าน จะไม่ท้องได้อย่างไร”

“ถ้าท้องจริงตอนนี้คุณจะต้องเจ็บมาก และคงเป็นห่วงลูกในท้อง ไม่มานั่งพูดจาใจเย็นอย่างนี้แน่ๆ” อีกฝ่ายชี้แจงแถลงไข  “ฉันสงสัยตั้งแต่เห็นท้องคุณกระแทกแล้ว ชนแรงขนาดนั้นฉันว่าคุณน่าจะมีเลือดออกด้วยซ้ำ”

‘แม่ผินเป็นคนฉลาด’ น้ำเสียงอารีของใครคนหนึ่งผุดขึ้นในสมอง ตอนนั้นเขามาช่วยเหลือหล่อน ทำท่าทางหวังดีจนไพลินเกือบจะใจอ่อน แต่มาวันนี้เขมกลับมาเยาะเย้ยถากถางหล่อนอีก…

หญิงสาวสะบัดหัว ปัดความทรงจำอบอุ่นชั่ววูบนั้นทิ้งไป เสียงที่พูดสั่นเครือ

“ใช่ ฉันไม่ได้ท้อง รีบไปป่าวประกาศให้รู้กันทั่วเลย คุณพี่จะได้ชังน้ำหน้าฉันยิ่งขึ้นและไล่ฉันออกจากเรือนไป ผู้คนก็จะได้หัวเราะเยาะฉันกันสนุกปาก” พูดจบหล่อนก็น้ำตาร่วง ร้องไห้ออกมาอย่างเจ็บใจ

“คุณไพลิน”  พิชญาเรียกด้วยความเวทนา “คุณโกหกเพราะกลัวว่าถ้าคุณบุหลันคลอดลูกออกมา คุณกนกจะไม่รักคุณใช่ไหม คุณไม่คิดหรือว่าสักวันความลับก็ต้องแตก แล้วพอคุณกนกรู้ว่าถูกหลอกก็จะต้องโกรธมาก”

ไพลินเถียงทั้งน้ำตา “ถ้าคุณพี่คิดว่าฉันท้อง ก็ต้องมาอยู่กับฉันทุกคืน อีกไม่นานฉันก็ท้องเองละ”

พิชญาแทบจะกุมขมับ แม่คุณเอ๊ย! แผนตื้นๆอย่างนี้ก็คิดออก มาได้เนอะ

แต่เมื่อมองรูปร่างที่ผ่ายผอมลงในเวลาเพียงไม่นานของอีกฝ่าย ร่องรอยความตรอมตรมฉายออกมาทั้งสีหน้าและแววตา หล่อนก็อ่อนใจ ผู้หญิงที่กำลังโศกศัลย์คนนี้ไม่ใช่คุณไพลินผู้เย่อหยิ่งอีกต่อไปแล้ว มาวันนี้พิชญาจึงได้เห็นตัวจริงของหล่อน ตัวจริงของผู้หญิงที่อ่อนต่อโลก ขาดแคลนทั้งสติปัญญาและความรักจากคนรอบข้าง ไม่เว้นแม้แต่สามี

ไพลินไม่มีอะไรเลยนอกจากทรัพย์สมบัติและชื่อเสียงวงศ์ตระกูล ถ้าโยนเปลือกเหล่านั้นทิ้งไป หล่อนก็อ้างว้างโดดเดี่ยว ขาดแคลนแม้แต่ความภาคภูมิใจในตัวเอง

ผู้หญิงคนนี้ต่างหากคือคนที่ต้องการความช่วยเหลือ อย่างน้อยพิชญาก็ควรช่วยให้ไพลินได้กลับไปอยู่ในฐานะเดิมก่อนที่บุหลันจะก้าวเข้ามา มันคือหนี้ที่หล่อนต้องชดใช้ให้ผู้หญิงที่น่าเวทนาคนนี้

“คุณไพลิน ถ้าคุณร้องไห้แล้วมีความสุขก็ร้องต่อไปเถิด แต่ถ้าร้องแล้วความทุกข์ยังเท่าเดิม ก็เลิกร้องแล้วฟังฉัน”

Don`t copy text!