คดีรักข้ามเวลา บทที่ 18 : เธอคือนางกลางใจ

คดีรักข้ามเวลา บทที่ 18 : เธอคือนางกลางใจ

โดย : ณรัญชน์

คดีรักข้ามเวลา โดย ณรัญชน์ เรื่องราวของการเดินทางย้อนอดีต เพื่อไขปริศนาฆาตกรรมที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ซึ่งหนทางเดียวที่พิชญาจะพิสูจน์ตัวเองให้ได้คือสืบหาต้นตอของคดีฆาตกรรม ในชาติภพที่ผ่านมา ‘คดีรักข้ามเวลา’ นิยายออนไลน์ ที่ อ่านเอา อยากให้คุณได้ อ่านออนไลน์

……………………………………………………..

-18-

 

ไพลินตักขนมในถ้วยกระเบื้องป้อนคุณนวลช้าๆ ยิ้มพอใจเมื่อแม่สามีทานอย่างเอร็ดอร่อย “ขนมอร่อยใช่ไหมคะคุณแม่ ถ้าอย่างนั้นทานเยอะๆนะเจ้าคะ”

นางชมกระซิบถามเบาๆ “วันนี้บ่าวได้ยินเสียงเอะอะที่หน้าเรือน เกิดเรื่องหรือเจ้าคะ”

“คุณเขมแวะมาแล้วฉันก็ทะเลาะกับเขานิดหน่อย ไม่มีกระไรดอกชม”

ไพลินไม่ได้ปิดบังเพราะปลงเสียแล้วว่าเรื่องของหล่อนไม่เป็นความลับของคนทั้งบ้าน อีกทั้งนางชมก็เมตตาหล่อนมาตลอด แม้จะเกิดเรื่องเสื่อมเสียนางก็ไม่เคยแสดงอาการรังเกียจ ยังคงนอบน้อมต่อไพลินเช่นเดิม

“อย่าไปถือสาคุณเขมเลยเจ้าค่ะ คิดเสียว่าเคยก่อกรรมทำเข็ญกับเธอเอาไว้ ชาตินี้คุณก็ชดใช้เธอเสียให้หมด จะได้ไม่ติดค้างกันอีก”

“ฉันจะพยายามคิดอย่างนั้นนะชม” เห็นไพลินป้อนขนมคุณนวลต่อจนหมดถ้วย หน้าตาเรียบเฉยไม่เจ็บแค้นชายที่เอ่ยถึง นางชมก็เบาใจ จึงหยิบผ้าขึ้นมาเช็ดปากให้คุณนวลโดยไม่ซักถามอีก

หญิงชราไม่รู้หรอกว่าแท้ที่จริงความแค้นเคืองไม่ได้จางไปจากใจของไพลินเลย แต่ที่หญิงสาวสงบใจได้เพราะหล่อนกำลังมีความหวังใหม่ จากการพูดคุยกับน้องสาวของบุหลันต่างหาก

“เรื่องที่คุณโกหกว่าท้อง อีกไม่กี่เดือนพอท้องคุณไม่ใหญ่ขึ้น ทุกคนก็ต้องจับได้” พิชญาเอ่ยเรียบๆ “แต่ไม่ต้องห่วง ฉันจะหาทางออกให้คุณเอง”

“หล่อนน่ะหรือจะช่วยฉัน ฉันไม่เชื่อดอก ถ้าช่วยฉันก็เท่ากับให้ร้ายแม่บุหลันน่ะสิ”

“ไม่มีใครให้ร้ายคุณบุหลันได้หรอกค่ะ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับการกระทำของเธอเอง”

พิชญานิ่งไปอึดใจหนึ่ง หล่อนไม่อยากให้ไพลินตั้งความหวังไว้สูงเกินไปนัก จึงบอกตามตรง “ฉันไม่ได้เก่งกาจถึงขนาดจะทำให้คุณกนกกลับมารักคุณได้หรอกนะคะ แต่ฉันจะพยายามทำให้คุณกนกมองคุณในแง่ดีขึ้น ส่วนคุณบุหลัน..” หล่อนแค่นยิ้มเย็นชา “หลังจากที่ฉันช่วยคุณแล้ว เธอจะมาทำร้ายคุณอีกไม่ได้ ฉันรับรอง”

ไพลินสะดุดหูกับคำพูดนั้น มันฟังแปร่งๆอย่างไรชอบกล “หล่อนพูดแปลก เหมือนกับว่าหลังจากนั้นจะเกิดกระไรขึ้นกับแม่บุหลันอย่างนั้นละ”

“พระจันทร์อยู่สูงจะตาย คนธรรมดาอย่างฉันจะไปทำอะไรบุหลันบนฟ้าได้ คุณไพลินคิดมากไปแล้วค่ะ” พิชญาหัวเราะกลบเกลื่อน “ฉันรู้ว่าวันนี้คุณยังระแวงฉันอยู่ แต่ไม่เป็นไร รอดูต่อไปแล้วคุณจะรู้ว่าฉันไม่คิดร้ายกับคุณจริงๆ ที่ฉันจะช่วยคุณก็เพื่อชดเชยความผิดพลาดที่ฉันมีส่วนก่อขึ้น ไม่มีอะไรมากกว่านั้น”

อาจจะเพราะแววตาแน่วแน่จริงใจที่มองมา หรือไม่ก็เพราะหล่อนหมดสิ้นความหวังทั้งมวลแล้วก็เป็นได้ ที่ทำให้ไพลินคล้อยตามผู้หญิงคนนั้น

กระนั้นหล่อนก็ยังไม่กล้าหยิบยื่นความไว้ใจออกไปง่ายๆ ไพลินเจ็บปวดมาจนเกินพอแล้วจากการเชื่อลมปากคน

“เอาเถิด ฉันจะรอดูว่าหล่อนจะทำได้อย่างที่พูดหรือเปล่า”

 

ห้องนอนบนเรือนใหญ่ของบุหลันกว้างขวางกว่าห้องเดิมที่เรือนเล็กมาก เครื่องใช้ก็หรูหรามีราคา สมกับเป็นห้องเจ้าของบ้านฝ่ายหญิง พิชญาวางขวดน้ำอบที่ทำมาให้เจ้าของห้องลงบนโต๊ะเครื่องแป้ง แต่พอจะกลับออกไป ก็พบว่ามีใครคนหนึ่งยืนมองหล่อนเงียบๆ อยู่ที่หน้าประตู

“แม่ผิน เข้ามาหาแม่บุหลันหรือ”

แทนที่จะหลีกทางให้พิชญาเดินออกไปได้สะดวก กนกกลับตรงเข้ามาหา บังคับให้หญิงสาวต้องถอยกลับเข้าไปในห้อง

พิชญาก้มหน้าหลบสายตาเจ้าชู้ที่มองมา “ใช่ค่ะ ฉันไปหัดทำน้ำอบกับป้าแจ่ม ได้กลิ่นที่คุณบุหลันใช้ประจำ เลยเอามาให้เธอ”

กนกโน้มตัวไปหยิบขวดน้ำอบ แขนเฉียดไหล่กลมกลึงของหญิงสาวไปเพียงคืบ ใบหน้าก้มต่ำลงมาใกล้กลุ่มผมนุ่มสลวย เขาแอบสูดกลิ่นหอมอ่อนๆ เข้าไปเต็มปอด ทำทีเป็นยกขวดน้ำอบขึ้นดู แต่สายตาไม่คลาดคลาไปจากดวงหน้าพริ้มเพรา

“หอมเหลือเกิน กระบวนช่างคิดช่างทำไม่มีใครเกินแม่ผิน”

ปกติถ้าเจ้าของบ้านทำตัวอย่างนี้พิชญาจะรีบเดินหนี แต่ครั้งนี้หล่อนเงยหน้าขึ้นสบตากนก นิ่งนานพอให้เขาเห็นเแววหวานในดวงตาสีนิล ก่อนจะก้มหน้าเอียงอาย

“ฉันขอตัวก่อนค่ะ”

กนกรีบคว้าแขนเล็กเรียวไว้ก่อนที่หล่อนจะผละไป “ประเดี๋ยวสิแม่ผิน อยู่คุยกับฉันก่อน โอกาสที่จะได้พูดจากันตามลำพังมีน้อยเหลือเกิน แม่ผินจะไม่เมตตาฉันบ้างเชียวหรือ”

‘แม่ผิน’ ไม่ได้สะบัดมือชายหนุ่มออก แต่กลับยืนเฉย ปล่อยให้เขากุมมือไว้อย่างนั้น “แม่ผินคงรู้ใช่ไหมว่าฉันคิดอย่างไร ฉันรักแม่มานานแล้ว เห็นใจฉันเถิดนะ”

“แต่ฉันเป็นน้องของคุณบุหลันนะคะ” พิชญาท้วงเสียงเบา

“แต่ก็เป็นเพียงน้องบุญธรรม ไม่ใช่น้องสาวแท้ๆ” กนกขัด กระชับมือหล่อนแน่นเข้า หัวใจพองโตเมื่อสาวเจ้าไม่บ่ายเบี่ยง

“ถ้าแม่ผินยินยอม ฉันจะพูดกับแม่บุหลัน ขอยกหล่อนขึ้นมาเป็นเมียฉันอีกคน แต่ไม่ใช่เมียบ่าวดอกนะ” เขารีบบอก “ฉันจะให้หล่อนเป็นเมียกลางนอก มีฐานะเท่าเทียมกับแม่บุหลัน แม่บุหลันก็เอ็นดูแม่ผินมากคงไม่ขัดดอก”

หนอยแน่! อยู่ข้างนอกก็โอบประคองเมียคนหนึ่ง พอลับตาเมียกลับมาอ้อนคำหวานกับผู้หญิงอีกคน  ซ้ำยังเป็นน้องบุญธรรมของคนแรกเสียด้วย เมตตาแรงจริงนะพ่อคุณ!

พิชญาปลดมือใหญ่ออกอย่างนุ่มนวล ริมฝีปากแย้มออกเป็นรอยยิ้มแจ่มกระจ่างที่กนกหลงใหล “ฉันขอบพระคุณคุณกนกที่เมตตา แต่ฉันไม่บังอาจแย่งชิงความรักกับคุณบุหลันเธอดอกค่ะ”

กนกรีบห้ามหน้าตาขึงขัง “มิได้ ใครว่าแม่ผินแย่งชิง ทุกวันนี้ฉันยังคงรักแม่บุหลันเช่นเดิม แต่ฉันวางแม่บุหลันไว้สูงส่ง ให้เป็นศรีแก่วงศ์ตระกูล ส่วนแม่ผิน” เขามองหล่อนอย่างหวานซึ้ง “ก็เป็นนางกลางใจฉัน ทั้งสองคนมีความสำคัญต่อฉันเท่าๆกัน”

พิชญาต้องสะกดความพะอืดพะอมสุดกำลัง ขณะทำท่าเหมือนซาบซึ้งในคำหวานของเขาเสียเต็มประดา

“ คุณกนกมีเมตตาต่อฉันเหลือเกิน แต่ฉันยังให้คำตอบตอนนี้ไม่ได้ คุณบุหลันเธอมีพระคุณกับฉันมาก ฉันหักหลังเธอไม่ลง ยกเว้นแต่…” หล่อนทอดเสียง

เป็นอย่างที่คาดไว้ กนกรีบถามต่อ “ยกเว้นกระไรรึ”

“ยกเว้นคุณบุหลันจะออกปากเองว่าจะให้ฉันเป็นเมียคุณกนก ฉันถึงจะยอมรับความเมตตาของคุณได้”

หล่อนพูดอย่างนี้ก็เท่ากับตอบรับนั่นเอง ชายหนุ่มหน้าแดงด้วยความปิติ เขาทำท่าจะรวบร่างอรชรเข้ามากอด แต่พิชญาถอยห่างออกไปอย่างรู้ทัน

“ตอนนี้เรายังไม่ควรทำอะไรให้ผิดสังเกต บ่าวไพร่จะนินทาเอาได้นะคะ” หล่อนช้อนสายตาขึ้นสบตาหวานฉ่ำของเขา แล้วเดินออกจากห้องด้วยกิริยาเอียงอาย

กนกรีบตามออกมาจนทันกันหน้าประตู เขาก้มลงคว้าชายสไบไว้ เมื่อพิชญาหยุดมองชายหนุ่มก็ยกขึ้นจูบเบาๆ

“แม่ผิน คุณพี่ ทำกระไรกัน” เสียงกังวานแต่ค่อนข้างแข็งกร้าวของบุหลันดังขึ้น กนกสะดุ้ง รีบขยับออกห่างจากพิชญา

“แม่บุหลัน” เขาเข้าไปประคองภรรยา “พี่กำลังคุยกับแม่ผินเรื่องน้ำอบกลิ่นที่น้องชอบ พอดีว่าแม่ผินทำน้ำอบมาให้น้อง”

“อย่างนั้นหรือคะ” บุหลันหันไปถามพิชญา เน้นเสียงเสียดสี “ฉันเห็นแม่ผินเดินออกมาจากห้อง มีคุณพี่เดินตามมา ก็นึกว่าเข้าไปคุยเรื่องสำคัญกัน ที่แท้ก็แค่เรื่องน้ำอบเองดอกรึ”

พิชญายิ้มหน้าซื่อ “ฉันไปเรียนทำน้ำอบกับป้าแจ่ม เลยทำมาให้คุณด้วย วางไว้ในห้อง ฉันจะเข้าไปเอามาให้นะคะ”

ไม่รอฟังคำตอบหล่อนก็เข้าไปหยิบขวดน้ำอบออกมาส่งให้อีกฝ่าย บุหลันรับขวดแก้วไปอย่างเฉยเมย แต่สีหน้าดีขึ้นเมื่อสามีประคองพาไปนั่งอย่างเอาใจ เขาหันไปสั่งบ่าวให้ยกน้ำลอยดอกมะลิมาให้นายหญิง แล้วหันมาชวนคุย

“น้องกับนางดวงไปไหนกันมาหรือจ๊ะ”

บุหลันระงับอารมณ์ได้แล้ว จึงตอบสามีด้วยเสียงปกติ “ไปหาซื้อผ้ามาตัดเสื้อให้คุณพี่ค่ะ ที่จริงน้องเย็บค้างอยู่ตัวหนึ่ง คุณพี่มาก็ดีแล้ว ลองดูหน่อยนะคะว่าชอบไหม”

หล่อนสั่งให้นางดวงไปหยิบเสื้อในห้อง เพียงอึดใจเดียวของที่ต้องการก็ถูกนำมาวางบนโต๊ะ บุหลันคลี่เสื้อออกดูอย่างภูมิใจในฝีมือของตัวเอง “คุณพี่ดูสิคะ ชอบผ้าสีนี้ไหม”

เสื้อตัวนั้นเป็นเสื้อคอตั้งสีเขียวหยก แม้ยังไม่เสร็จสมบูรณ์แต่ก็ดูออกถึงฝีมือตัดเย็บอันประณีต กนกสัมผัสเนื้อผ้าอย่างพอใจ “เสื้อสวยเหลือเกิน แม่บุหลันของพี่เป็นแม่บ้านแม่เรือนเสียจริง”

“น้องอยากทำให้คุณพี่มีความสุขที่สุด ไม่ใช่แค่กินอิ่มอย่างเดียว แต่ต้องสมบูรณ์พร้อมหมดทุกด้าน” คนพูดพูดเรื่อยๆ พลางเหลือบมองพิชญาเหมือนไม่ได้ตั้งใจ แต่ฝ่ายที่ถูกมองรู้สึกคล้ายถูกแขวะอย่างไรพิกล

กนกนิ่วหน้าเมื่อลูบไปถึงกระเป๋าเสื้อ “เอ๊ะ น้องใส่กระไรไว้ในนี้รึ หนักๆชอบกล”

ชายหนุ่มหยิบของในกระเป๋าออกมา ทำหน้าอย่างสงสัย “ครั้งก่อนพี่เห็นน้องไม่ชอบหินฝนทองไม่ใช่หรือ ทำไมยังเก็บไว้อีกล่ะ”

กนกชูหินฝนทองในมือให้ภรรยาดู ทันใดนั้นนางดวงที่นั่งอยู่ด้านหลังเจ้านาย ก็อุทานออกมาเต็มเสียง บุหลันหน้าซีดเผือด ตัวแข็งเหมือนถูกสาปเป็นหินไปชั่วขณะ

“แม่บุหลันไม่สบายหรือไร หน้าขาวเทียวน้อง” กนกตกใจ

ภรรยาของเขาหันขวับไปจ้องพิชญา เป็นครั้งแรกที่กนกได้เห็นดวงหน้าสวยหวานของหล่อนถมึงทึง ท่าทางเกรี้ยวกราดผิดเป็นคนละคน “หล่อนเอาหินฝนทองมาไว้ในเสื้อฉันใช่ไหม แม่ผิน”

พิชญาก็ตกใจไม่น้อย รีบปฏิเสธเป็นพัลวัน “เปล่านะคะ ฉันไม่เคยเห็นเสื้อตัวนี้มาก่อนเลย จะเอาไปใส่ได้อย่างไร”

“เมื่อวานตอนที่ฉันเย็บเสื้ออยู่ในห้อง ก็ยังไม่มีกระไร และเมื่อครู่หล่อนก็เข้าไปในห้องฉัน ถ้าหล่อนไม่เอาเข้ามาหินนี่จะเดินมาเองได้รึ หล่อนเป็นคนเอามันมาใส่ไว้ก็รับมาตามตรงเถิด อย่าโกหก”

“ฉันไม่ได้ทำจริงๆค่ะ และฉันไม่รู้จะทำไปทำไมด้วย หินฝนทองนี่มีความหมายอะไรหรือคะ” พิชญาเสียงสั่น ท่าทางเหมือนจะร้องไห้

“ไม่ต้องมาถาม ทำก็ยอมรับว่าทำเท่านั้นพอ” บุหลันตะคอก

กนกเห็นท่าไม่ดีเพราะภรรยาดูฉุนเฉียวผิดปกติ ส่วนแม่ผินนั้นเล่าก็หน้าจ๋อยน่าสงสาร เขาจึงช่วยพูดอีกแรง

“อย่าเอะอะไปเลยแม่บุหลัน แม่ผินไม่ได้เอาหินฝนทองมาใส่ไว้ดอก พี่รับรองได้ ตอนที่แม่ผินเดินเข้าไปในห้องพี่ก็เห็น”

บุหลันชะงัก นับตั้งแต่ไพลินระเห็จออกจากเรือนใหญ่ กนกก็หลงใหลหล่อนมาตลอด เรียกได้ว่าบุหลันชี้นกเป็นนกชี้ไม้เป็นไม้เลยทีเดียว แต่ครั้งนี้เขากลับขัดใจหล่อนเพียงเพื่อช่วยผู้หญิงอีกคน สัญชาตญาณของคนเป็นเมียเตือนให้หญิงสาวระวังตัวทันที หล่อนจึงลูบหน้าอย่างเหนื่อยอ่อน บอกเสียงอ่อนระโหย

“ถ้าคุณพี่ยืนยันอย่างนั้นน้องก็คงเข้าใจผิดไปเอง วันนี้น้องเพลียเหลือเกิน ขอตัวไปพักหน่อยนะคะ”

กนกรีบประคองภรรยาเข้าไปในห้อง นั่งลงบนเตียง “หน้าน้องซีดมาก ถ้าเหนื่อยก็นอนพักเถิด อย่าทำงานเลย ประเดี๋ยวจะกระเทือนถึงลูกในท้อง”

บุหลันยิ้มอ่อนหวานให้สามี และเลยไปถึงพิชญาที่ตามเข้ามาดูแล “ฉันตกใจก็เลยเสียงดังไปหน่อย อย่าถือสาเลยนะแม่ผิน” พิชญายิ้มรับคำขอโทษ แต่ทันทีที่คนทั้งคู่ลับตัวไป น้ำเสียงของหญิงสาวก็เปลี่ยนเป็นร้อนรน

“ดวง ต้องมีคนรู้เรื่องที่เราทำแน่ มันถึงเอาหินฝนทองมาแกล้งยั่วประสาทฉัน”

นางดวงยังตัวสั่นไม่หาย “คนจริงๆหรือเจ้าคะ ไม่ใช่ว่าเป็นวิญญาณคุณทรัพย์ดอกนะคุณ”

“บ้าหรือดวง ผีมีจริงที่ไหน” บุหลันหงุดหงิด “ฉันกลุ้มใจพออยู่แล้ว อย่ามาพูดโง่ๆให้รำคาญอีกเลย” หล่อนผุดลุกขึ้นเดินวนเวียนไปมาอย่างใช้ความคิด “คนที่น่าสงสัยที่สุดตอนนี้คือแม่ผิน”

“แต่คุณกนกบอกเองว่าเธอไม่ได้ถือกระไรเข้ามา บ่าวว่าคุณกนกคงไม่โกหก”

”คนอย่างแม่ผินไม่ต้องถือหินฝนทองเข้ามาเองดอก หล่อนมีวิธีถมไป” บุหลันแย้ง “ดวงไม่สังเกตหรือว่าทุกครั้งที่เกิดเรื่องหินฝนทอง จะต้องเกี่ยวข้องกับแม่ผิน อย่างเช่นครั้งนี้ หรืออย่างครั้งที่แล้วดวงก็บอกเองไม่ใช่รึ ว่าตอนไปเก็บดอกมะลิมีพวกในครัวคนหนึ่งเข้ามาชวนคุย”

“ใช่เจ้าค่ะ แต่มันแค่มาคุยเรื่องสัพเพเหระไม่กี่คำก็ไป”

“ตอนที่มันมาคุย ดวงวางตะกร้าไว้ข้างตัวใช่ไหม ถ้ามันจะหย่อนหินฝนทองลงไปก็ทำได้ไม่ยาก แม่ผินสนิทกับบ่าวในครัว อาจจะใช้มันมาก็ได้” บุหลันกลับมานั่งลงบนเตียง พูดต่อเสียงเครียด “แล้วพักหลังนี่แม่ผินก็ดูแปลกไป แต่งเนื้อแต่งตัวสวยขึ้นจนคุณพี่มองตาเป็นมัน คนเราไม่เปลี่ยนกันง่ายๆดอก ที่จู่ๆแม่ผินก็ทำตัวไม่เหมือนเก่ามันต้องมีสาเหตุ”

“คุณคิดว่าคุณผินรู้เรื่องที่เราทำกับคุณทรัพย์หรือเจ้าคะ”

“ฉันไม่แน่ใจ แต่ถึงแม่ผินจะรู้ก็คงไม่มีหลักฐานมายืนยันความผิดของเราได้ หล่อนถึงต้องเอาหินฝนทองมายั่วให้เราตกใจอย่างไรล่ะ”

“แล้วคุณจะทำอย่างไรเจ้าคะ” นางดวงเริ่มหนักใจขึ้นมาครามครัน “อย่างไรเสียคุณผินเธอก็ช่วยเหลือเรามามาก คุณคงไม่คิดจะ..ง่า..กำจัดเธอดอกนะเจ้าคะ”

บุหลันถอนใจด้วยเหตุผลคนละแบบกับสาวใช้ ถ้าไม่จำเป็นหล่อนไม่อยากก่อเรื่องขึ้นมาอีกเลย แค่เรื่องคุณทรัพย์กับปิ่นก็สร้างปัญหามากพอแล้ว

“ฉันเองก็ไม่อยากทำรุนแรงกับแม่ผินดอก และหากหล่อนตายไปคุณพี่จะต้องสืบสาวราวเรื่องแน่  ดวงมองไม่ออกรึว่าคุณพี่ดูจะมีใจให้แม่ผิน”

“นั่นสิเจ้าคะ อย่างเมื่อครู่ที่เราขึ้นมาเห็น บ่าวก็ว่าท่านกำลังเกี้ยวคุณผินอยู่นะเจ้าคะ”

สีหน้าของบุหลันหมองลงอย่างห้ามไม่ทัน หัวใจผู้ชายช่างโลเลราวกับสายน้ำที่แปรเปลี่ยนไปตามภาชนะที่รองรับมัน “ฉันก็คิดเช่นนั้น ทั้งๆที่คุณพี่บอกว่ารักฉันกับลูก แต่ไม่ทันไรก็ไปติดใจคนอื่นเสียแล้ว ฉันว่าคุณพี่คงกำลังรอเวลาให้ท้องฉันโต ปรนนิบัติไม่ถนัด จะได้ถือโอกาสรับแม่ผินเป็นเมียอีกคน“

“แล้วคุณบุหลันจะยอมหรือเจ้าคะ”

รอยยิ้มของบุหลันประหลาดล้ำ แม้จะยิ้มแต่เจือไปด้วยความเศร้าสร้อย เจ็บแค้น เหี้ยมเกรียม ปนเปคละเคล้ากันอยู่ในที

“ถ้ายอมฉันก็โง่เต็มทน แม่บุหลันอาจจะรู้เรื่องที่ฉันฆ่าคุณทรัพย์แล้ว อีกทั้งหล่อนยังเป็นคนหลักแหลมนัก ขืนปล่อยให้มาเป็นเมียคุณพี่ หากวันหนึ่งหล่อนคิดจะโค่นฉันขึ้นมา เราคงรับมือลำบาก ฉะนั้นฉันต้องตัดไฟตั้งแต่หัวลม“

หล่อนใช้ความคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะออกคำสั่ง  “เย็นนี้ดวงไปดักรอคุณเขม ถ้าเขากลับมาบอกให้ไปพบฉันด้วย ฉันจะไปรออยู่ที่เรือนหลังเดิม”

“หล่อนว่ากระไรนะ จะให้ฉันไปเกี้ยวแม่ผิน” เขมเกือบจะคิดว่าเขาฟังผิดไป แต่บุหลันยิ้มหวานแฉล้มเมื่อยืนยันหนักแน่น

“ใช่ ฉันอยากให้คุณทำให้แม่ผินหลงรัก เรื่องแบบนี้คุณถนัดอยู่แล้วไม่ใช่หรือ”

เขมไม่อยากสารภาพว่าที่จริงเขาก็เคยลองเกี้ยวหล่อนมาแล้ว แต่แม่ผินคนงามเล่นตัวเหลือเกิน ไม่ว่าเขาจะเพียรเข้าหาเท่าไรก็ได้รับแต่ท่าทีเหินห่าง กับคำพูดเสียดสีแสบๆ คันๆ กลับมาเป็นรางวัล จนเขาต้องรามือเพราะไม่อยากเข้าเนื้อไปมากกว่านี้

“แค่เกี้ยวผู้หญิงน่ะไม่ยากดอก แต่สำหรับแม่ผินฉันคงต้องยกเว้น” เขมตอบเรียบๆ

บุหลันขมวดคิ้ว แทบไม่เชื่อหูตัวเอง “คุณน่ะหรือจะปล่อยหญิงงามให้หลุดมือ”

ชายหนุ่มถอนใจยาวก่อนบอกตามตรง “คุณพี่กนกหมายตาแม่ผินอยู่ ฉันว่าแม่บุหลันก็คงเห็นเหมือนกัน ถึงได้ให้ฉันไปเกี้ยวหล่อนใช่ไหมล่ะ” เขาส่ายหน้า “ไม่ไหวละ ฉันไม่อยากบาดหมางกับคุณพี่ แค่เรื่องแม่ไพลินฉันก็ทำคุณพี่เสียหน้าไปพอแรงแล้ว”

“จะกลัวกระไร ถ้าคุณชิงแม่ผินไปได้อย่างมากคุณพี่ก็เคืองนิดหน่อย แต่ไม่กล้าตำหนิคุณดอก ขืนทำอย่างนั้นคนจะได้นินทาว่าพาลที่สู้น้องไม่ได้น่ะสิ” บุหลันหัวเราะแค่นๆ “คนที่จะเสียมีแต่คุณพี่ ส่วนคุณมีแต่ได้กับได้”

“ถ้าเป็นเมื่อก่อนฉันคงคิดอย่างหล่อน แต่ตอนนี้คุณแม่อาการไม่สู้ดี คนที่กุมอำนาจเรื่องเงินทองคือคุณพี่กนกคนเดียว ถ้าเกิดคุณแม่เป็นกระไรขึ้นมา คุณพี่อาจจะแกล้งไม่แบ่งสมบัติให้ฉันก็ได้ แม่บุหลันอย่าลืมสิว่าฉันไม่ใช่ลูกแท้ๆของคุณแม่ จะไปร้องเรียนกับใครที่ไหน”

“คุณก็กลัวนั่นกลัวนี่ไม่เข้าเรื่อง ไม่ต้องคิดมากดอก ฉันจะช่วยพูดให้ ไม่ว่าอย่างไรคุณต้องได้สมบัติครึ่งหนึ่งแน่”

เขมปฏิเสธโดยไม่ต้องคิด “อย่าพยายามโน้มน้าวเลย อย่างไรฉันก็ไม่เสี่ยงขัดใจคุณพี่ และแม่ผินนั่นก็ไม่ใช่ผู้หญิงหัวอ่อนหลอกง่ายเหมือนแม่ไพลินดอกนะ ขืนฉันไปเกี้ยวก็คงเหนื่อยเปล่า เสียเวลา”

บุหลันคิดตามคำพูดเขาแล้วก็เห็นด้วย นั่นสินะ แม่ผินไม่ใช่ผู้หญิงที่จะจูงใจได้ง่ายๆ  ยิ่งเวลานี้หล่อนหมายสูงคิดจะขึ้นมาเป็นเมียกนก คงไม่มองน้องชายผู้มีแต่ตัวของเขาเป็นแน่  ถ้าอย่างนั้นจะทำอย่างไรดี…

“ไม่ต้องเกี้ยวก็ได้ แต่คุณต้องไปฉุดแม่ผิน” บุหลันสั่ง “ต่อให้รักหัวปักหัวปำเพียงใด แต่คุณพี่คงไม่ยอมรับผู้หญิงที่มีราคีมาเป็นเมียดอก”

เขมซึ่งกำลังเอนตัวพิงราวระเบียงอย่างหมิ่นเหม่ถึงกับสะดุ้ง แทบจะร่วงตกลงไปเมื่อได้ยินคำของหล่อน เขาโวยวายหน้าตาตื่น

“จะบ้าหรือแม่บุหลัน พูดกระไรอย่างนั้น แค่เกี้ยวฉันยังไม่กล้าแล้วจะให้ไปฉุดน่ะรึ ไม่มีทาง”

แววตาของบุหลันดุดันอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน แม้แต่น้ำเสียงที่พูดกับชายหนุ่มก็กระด้างน่ากลัว “แต่คุณต้องทำ ยกเว้นคุณอยากจะติดคุกก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง”

“หล่อนหมายความว่ากระไร”

บุหลันหยิบพัดขลิบลูกไม้ขึ้นมากระพือลมให้ตัวเอง สีหน้าที่มองเขาทั้งเย้ยหยันและเป็นต่อ

“คิดว่าฉันไม่รู้หรือว่าคุณก็คือคนร้ายที่ฆ่าไอ้สม ครั้งก่อนที่นครบาลเทียบลายมือแล้วไม่ตรงกัน ก็เพราะผู้ชายที่ถูกจับไปเป็นคนที่ปลอมเป็นคุณ ไม่ใช่คุณเขมตัวจริงดอก แต่ตอนนี้ถ้ามีคนไปร้องเรียนให้ตรวจลายมือใหม่ คุณว่าลายมือที่ได้จะตรงกันไหม”

“นี่หล่อนขู่ฉันหรือแม่บุหลัน”

เขมไม่คิดเลยว่าจะได้ยินคำเหล่านี้จากปากหญิงสาว ในชีวิตเขาเห็นผู้หญิงเป็นเพียงดอกไม้สีสวย ชอบก็เด็ดดมเบื่อเมื่อไรก็โยนทิ้ง เพิ่งจะมีครั้งนี้เองที่พบว่าดอกไม้บางดอกไม่ได้สวยเพียงอย่างเดียว มันยังมีหนามแหลมคมพอจะทิ่มแทงเขาได้ด้วย

“ฉันไม่ได้ขู่ บังเอิญว่าคุณพี่กำลังจะมีเมียน้อยอีกคน ฉันก็เลยกินไม่ได้นอนไม่หลับ จนไม่มีสติเผลอพูดเรื่องคุณออกไป ส่วนใครจะเอาไปพูดต่อจนรู้ไปถึงนครบาลหรือไม่ ฉันไม่อาจรับประกันได้ แต่ถ้าคุณได้แม่ผินเป็นเมีย คุณพี่ก็จะกลับมารักฉันคนเดียว ทีนี้ฉันก็จะสบายดี มีสติครบถ้วน”

เขมกัดฟันกรอด นึกโกรธตัวเองที่ไม่ใช่คนใจอำมหิตพอ ไม่เช่นนั้นเขาจะบีบคอหล่อนให้ตายคามือเป็นคนแรก “เอาเถิด เมื่อหล่อนขอร้องฉันก็จะทำให้ แต่บอกก่อนว่าครั้งนี้ครั้งเดียวเท่านั้นนะ และหล่อนต้องช่วยหาหนทางด้วย อย่าให้คุณพี่กนกรู้เป็นอันขาดว่าเป็นฝีมือฉัน”

บุหลันคลี่ยิ้ม กิริยากลับมานุ่มนวลอ่อนหวานเหมือนเคย เมื่อเดินชดช้อยมาหยุดตรงหน้าเขา “เรื่องแผนการไม่ต้องห่วง คุณแค่เตรียมตัวไว้ ได้โอกาสเมื่อไรฉันจะบอกคุณเอง”

Don`t copy text!