คดีรักข้ามเวลา บทที่ 21 : ยาบำรุง

คดีรักข้ามเวลา บทที่ 21 : ยาบำรุง

โดย : ณรัญชน์

คดีรักข้ามเวลา โดย ณรัญชน์ เรื่องราวของการเดินทางย้อนอดีต เพื่อไขปริศนาฆาตกรรมที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ซึ่งหนทางเดียวที่พิชญาจะพิสูจน์ตัวเองให้ได้คือสืบหาต้นตอของคดีฆาตกรรม ในชาติภพที่ผ่านมา ‘คดีรักข้ามเวลา’ นิยายออนไลน์ ที่ อ่านเอา อยากให้คุณได้ อ่านออนไลน์

……………………………………………………..

-21-

แม่ไพลินใส่สร้อยพระของคุณพี่อยู่ เหมือนที่แม่ผินบอกจริงรึ ดวง”

บุหลันวางหวีเสนียดในมือลงบนโต๊ะเครื่องแป้ง หมุนตัวกลับมาถาม ขณะที่นางดวงจีบปากจีบคอเล่าอย่างหมั่นไส้

“วุ้ย บ่าวเห็นเต็มสองตาเจ้าค่ะ นั่งลอยหน้าลอยตาวางท่าเป็นเมียเอก อวดสร้อยทองอะร้าอร่าม คุณผินก็ไปนั่งพูดคุยฉอเลาะด้วย นี่คงเอาใจออกห่างไปอยู่ข้างคุณไพลินเต็มตัวแล้วกระมัง”

“เรื่องแม่ผิน ฉันแน่ใจแล้วว่าหล่อนตั้งตัวเป็นศัตรูกับเรา ไม่ใช่แค่เอาหินฝนทองมาหลอกให้ฉันตกใจดอกนะ แม้แต่ลิเกที่แสดงอยู่จนคนนินทาฉันไปทั่วตอนนี้ ฉันก็มั่นใจว่าต้องเป็นฝีมือหล่อน เพราะนอกจากแม่ผินแล้วไม่มีใครรู้เรื่องที่เราทำร้ายคุณพี่ทรัพย์”

นางดวงทำหน้ากลัดกลุ้ม “พูดถึงลิเกแล้วบ่าวละหนักใจ วันนี้ตอนไปวัด คนมันมองคุณบุหลันเป็นตาเดียวกัน เดี๋ยวนี้แม้แต่อีพวกบ่าวในบ้านก็ไม่ค่อยยอมพูดยอมจากับบ่าวแล้วนะเจ้าคะ ทำท่าทางหมางเมินอย่างไรพิกล”

บุหลันเองก็รับรู้ถึงความเปลี่ยนไปของคนในบ้าน แม้ทุกคนจะยังคงรับใช้หล่อนด้วยความนอบน้อมดังเก่า แต่กิริยาหวาดกลัวแกมรังเกียจที่ปกปิดไม่มิด ก็สร้างความเจ็บแปลบให้หล่อนอยู่ดี

“แล้วเรื่องที่ฉันให้ไปสืบล่ะ ได้ความอย่างไรบ้าง”

“บ่าวไปถามหานางปิ่นที่โรงลิเกแล้วเจ้าค่ะ ไม่มีใครรู้จักคนชื่อนี้เลย แต่บ่าวมั่นใจว่าคนที่เห็นในคืนนั้นเป็นมันแน่”

“ให้คนไปดักแถวโรงลิเก ถ้าเห็นนางปิ่นเมื่อไรให้รีบมาบอกฉัน” หล่อนถอนใจนิดหนึ่ง เมื่อนึกถึงเรื่องอื่นที่สำคัญกว่า

“ตอนนี้ฉันกังวลเรื่องคุณพี่มากกว่า ท่าทางคุณพี่กำลังใจอ่อนกับแม่ไพลิน ทั้งต้มแกงต้มยาไปให้ ทั้งให้สร้อยพระ ขืนปล่อยไว้จนแม่ไพลินคลอดลูก คุณพี่อาจรับหล่อนกลับมาอยู่บนเรือนใหญ่อีกก็ได้”

“แล้วคุณจะทำอย่างไรล่ะเจ้าคะ จะห้ามคุณกนกท่านได้หรือ”

บุหลันเม้มริมฝีปาก หดหู่ใจเมื่อพูดถึงสามี นับตั้งแต่ไปดูลิเกคืนนั้นกนกก็เย็นชากับหล่อน ไม่ว่าบุหลันจะพูดหรือทำอะไรก็ดูจะขัดหูขัดตาเขาไปเสียหมด ความระแวงกัดกินจิตใจล้ำลึกเสียจนชายหนุ่มแทบไม่ยอมมองหน้าภรรยา ทั้งๆ ที่ยังไม่มีอะไรพิสูจน์ว่าบุหลันทำผิดแม้แต่น้อย

หลังจากอยู่กินกันมาครึ่งปี บุหลันก็ประจักษ์ในนิสัยของสามี ว่ากนกไม่ใช่ผู้ชายที่มั่นคงอย่างเปลือกนอก แท้จริงแล้วเขาเป็นคนโลเลแปรเปลี่ยนได้ตลอดเวลา ตามแต่เหตุการณ์ใดจะเข้ามากระทบ หากวันนี้เขาพอใจหล่อน เขาจะเอาอกเอาใจราวกับบุหลันเป็นผู้หญิงคนเดียวในโลก แต่ถ้าวันใดเกิดไม่พอใจขึ้นมา กนกก็พร้อมจะทอดทิ้งไม่ไยดีคล้ายหล่อนไม่มีตัวตน เรื่องนี้เกิดขึ้นมาแล้วกับไพลิน และตอนนี้มันก็กำลังเกิดขึ้นกับบุหลัน

ที่สำคัญ เวลานี้เขากำลังหมายตาสาวสวยคนใหม่ผู้ไม่ยอมตกเป็นของเขาง่ายๆ กนกจึงเออออตามใจแม่ผินทุกอย่าง จนถูกชักจูงให้ห่างจากบุหลันไปทุกที ทิ้งให้หล่อนจมอยู่ในก้นบึ้งหุบเหวแห่งความกระวนกระวาย ร้อนรุ่มทุกข์ทนยิ่งกว่าถูกพระเพลิงเผาผลาญ

และแน่นอนว่าเมื่อไม่ได้อยู่ในฐานะเมียรักอีกแล้ว การห้ามปรามไม่ให้กนกรับไพลินกลับมาอยู่บนเรือนใหญ่ จึงเป็นความคิดที่โง่เขลา รังแต่จะทำให้สามีชิงชังยิ่งขึ้นไปเท่านั้น หากจะพลิกสถานการณ์กลับมาเป็นต่อ บุหลันจะต้องใช้วิธีใหม่

“ตอนนี้ฉันต้องระวังไม่ทำกระไรให้ขุ่นเคืองใจคุณพี่ ฉันจะไม่ห้าม แต่ก็จะไม่ยอมให้แม่ไพลินหรือแม่ผินมาเป็นเสี้ยนหนามของฉันเหมือนกัน” ดวงหน้าสวยของหล่อนเหี้ยมเกรียม “ชีวิตฉันลำบากขนาดไหนดวงก็รู้ ฉันสู้อุตส่าห์ฝ่าฟันจากกระต๊อบท้ายเรือนคุณพ่อ จนมาไกลถึงขนาดนี้แล้ว ฉันจะไม่ยอมตกต่ำลงไปอีกแน่”

“พูดอย่างนี้แสดงว่าคุณมีแผนแล้วใช่ไหมเจ้าคะ”

บุหลันยกมือลูบท้อง เวลานี้มันนูนขึ้นมาจนเห็นได้ชัดว่ามีชีวิตหนึ่งกำลังเติบโตอยู่ภายใน “ก่อนอื่นฉันจะต้องทำให้คุณพี่กลับมามองฉันในแง่ดีให้ได้ก่อน นิสัยคุณพี่ถ้าพอใจใครก็หลงไม่ลืมหูลืมตา เข้าข้างไปทุกเรื่อง หลังจากนั้นเราจะทำกระไรก็ง่ายขึ้น”

หล่อนหันไปหยิบไถ้ใบหนึ่งส่งให้นางดวง “ในนี้มีอัฐอยู่หนึ่งชั่ง พรุ่งนี้ดวงไปซื้อยาทำแท้งมา ฉันจะเอาให้แม่ไพลินกิน”

นางดวงใจหายวูบ ร้องค้านทันที “จะดีหรือเจ้าคะ ถ้าหากคุณกนกจับได้คุณจะลำบาก”

“ไม่เป็นไรดอก” นายของนางขัดทันควัน “ฟังนะ ฉันจะเอายาส่วนหนึ่งให้แม่ไพลินกิน อีกส่วนดวงให้แม้นเอาไปซ่อนในห้องแม่ผิน จากนั้นเราจะทำเป็นจับได้ว่าแม่ผินวางยาแม่ไพลิน แต่เดชะบุญที่ฉันช่วยไว้ทัน แม่ไพลินก็เลยไม่แท้งลูก คิดดูสิว่าคุณพี่จะขอบใจฉันขนาดไหน ที่ช่วยชีวิตลูกของคุณพี่ไว้ได้”

“ถ้าเป็นบ่าว บ่าวต้องทั้งรักทั้งบูชาคุณเลยละเจ้าค่ะ เพราะเด็กที่คุณช่วยนี่อันที่จริงก็เป็นลูกเมียอีกคน เป็นคู่แข่งของคุณแท้ๆ”

ทั้งๆที่กำลังพูดถึงแผนการร้าย แต่ดวงตาของบุหลันกลับแวววาวราวเกล็ดเพชรต้องแสงไฟ รอยยิ้มหวานแฉล้มน่าหลงใหลเป็นทวีคูณ

“ใช่ คุณพี่จะต้องกลับมาชื่นชมฉัน แล้วเกลียดชังอีคนตีสองหน้าอย่างแม่ผิน คนที่เปลือกนอกแกล้งทำดีกับแม่ไพลิน ที่แท้ก็อิจฉา ลอบวางยาหมายจะให้แท้ง”

“แล้วคุณจะปล่อยลูกคุณไพลินไว้อย่างนี้หรือเจ้าคะ”

บุหลันส่ายหน้า “แต้มต่อของแม่ไพลินคือลูก มีหรือฉันจะยอมปล่อยให้เด็กนั่นออกมาดูโลก แต่เราต้องรอเวลาอีกหน่อย คนท้องน่ะเดินสะดุดหกล้มได้ทุกเมื่อละดวงเอ๊ย”

นางดวงเหน็บไถ้ใบนั้นไว้ที่ชายพก หน้าตาเบิกบาน “ไม่ต้องห่วงเจ้าค่ะ พรุ่งนี้บ่าวจะรีบไปซื้อยา คุณรอฟังข่าวดีได้เลย”

บุหลันกำชับอีกครั้ง “จำไว้นะอย่าไปซื้อเอง จ้างคนอื่นไปแทน จะได้ไม่มีหลักฐานสาวมาถึงเรา”

 

ถนนเส้นนี้ทอดยาวราวกับจะไม่สิ้นสุด เขมพบตัวเองกำลังเดินไปช้าๆ สอดส่ายสายตามองหาแสงไฟ หรือใครสักคนที่จะพาเขาออกไปจากความมืดมิด แต่ยิ่งเดินหนทางก็ยิ่งยาวไกลออกไปทุกที

“มีใครอยู่บ้าง ตอบผมหน่อย”  เขาตะโกน

ฉับพลัน อะไรบางอย่างคล้ายคลิปวิดีโอขนาดสั้น ก็วาบผ่านสายตาชายหนุ่มไปอย่างรวดเร็ว เขาเห็นภาพเหตุการณ์ในชีวิตของตัวเอง ตั้งแต่วัยเด็กจนกระทั่งโตเป็นหนุ่ม ภาพเขานั่งร้องไห้ในงานศพบิดามารดา มีคุณนวลโอบประคองอยู่ใกล้ๆ ภาพเขาวิ่งเล่นกับบุหลันและพี่ชาย ภาพเขาเกี้ยวพาราสีไพลิน ฯลฯ ทุกเหตุการณ์เคลื่อนปราดๆ เข้าสู่สมองอย่างว่องไวราวสายฟ้าฟาด เมื่อความมหัศจรรย์นั้นหยุดลง เขมก็ถึงกับต้องสลัดศีรษะไล่ความมึนงง

ทันใดนั้นชายหนุ่มก็รู้สึกเจ็บแปลบที่ชายโครง ในความมืดที่มีแสงเพียงเลือนราง เขาเห็นมีดเล่มหนึ่งปักอยู่ที่ท้องของตน มีมือเล็กเรียวบางกำด้ามมีดไว้แน่น!

เขมผวาขึ้นสุดตัว เมื่อสติกลับคืนมาก็พบว่าตนเองนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานในห้องนอน มีหนังสือที่อ่านค้างไว้วางอยู่ตรงหน้า เขาคงอ่านเพลินจนเผลอหลับไปไม่รู้ตัว ทว่าสิ่งที่เห็นเมื่อครู่นี่สิ คืออะไรกันแน่

และในภาพสุดท้าย…เขาจะต้องตายด้วยคมมีดของใครบางคนอย่างนั้นหรือ!

 

ประตูใหญ่หน้าศาลเจ้ามีสิงโตหินตั้งตระหง่านอยู่ข้างละตัว เคียงข้างด้วยเสาหินสลักรูปมังกรสีแดงสดเลื้อยกระหวัดพันรอบเสาอย่างสง่างาม ด้านในประดิษฐานเทพเจ้าหลายองค์ เนื่องจากเป็นศาลเจ้าที่มีชื่อเสียง จึงมีชาวจีนมากราบไหว้ขอพรตลอดทั้งวัน

หลังจากไหว้เจ้าเสร็จ หากเดินเลี้ยวไปทางซ้ายมือจะพบซอยเล็กๆ มีห้องเช่าปลูกเรียงติดกันเป็นแถวยาว หนึ่งในจำนวนนั้นมีหญิงสาวสองคนนั่งสนทนาอยู่ภายใน

พิชญาส่งไถ้ที่เตรียมมาให้ปิ่น “ฉันเอาอัฐมาให้แม่ปิ่นตามสัญญา และขอชมว่าลิเกของแม่ปิ่นแสดงได้ดีมาก เนื้อเรื่องตรงตามที่ฉันบอกทุกอย่าง”

ปิ่นยิ้มกว้างจนปากแทบจะฉีกไปถึงใบหู “จะไม่ตรงได้อย่างไร ก็แม่ผินกำชับแล้วกำชับอีกว่าให้ย้ำเนื้อเรื่องตอนไหน ใช้คำพูดว่ากระไร นี่เจ้าของคณะก็ฝากขอบใจมาด้วยนะ เพราะเรื่องซินเดอเรลลาที่แม่ผินให้มาแท้ๆเชียว ลิเกคณะเราถึงมีคนดูแน่นทุกคืน ได้ทุนรอนพอเลี้ยงตัวไปอีกนานเชียว”

ปิ่นเดาะไถ้ในมือเล่น แสนจะปรีดิ์เปรมเมื่อคิดถึงคู่อาฆาตทั้งสอง “ฉันละสาแก่ใจนักตอนคุณบุหลันกับนางดวงนั่งหน้าซีดดูลิเก และตอนนี้ชาวบ้านก็นินทากันให้แซด คุณบุหลันคงต้องเอาปี๊บคลุมหัวเดินกันละ” พูดแล้วหล่อนก็นึกถึงเรื่องที่คาใจอยู่ขึ้นมาได้ สีหน้าจึงเปลี่ยนเป็นจริงจัง

“ถามจริงๆเถิด ทำไมแม่ผินต้องให้พวกลิเกแสดงเรื่องซินเดอเรลลา แล้วทำไมแม่บุหลันกับนางดวงถึงดูหวาดกลัวนัก ฉันมาคิดดูแล้วนะ ฉันว่าแม่บุหลันต้องเกี่ยวข้องกับการตายของคุณทรัพย์ใช่ไหม”

พิชญาไม่คิดจะเล่าเรื่องคุณทรัพย์ให้ปิ่นรู้อยู่แล้ว จึงยิ้มแทนคำตอบ “เรื่องนั้นแม่ปิ่นไม่ต้องรู้ดอก ที่ฉันมานอกจากจะเอาอัฐมาให้แล้ว ฉันยังจะมาเตือนให้แม่ปิ่นออกจากพระนครไปเสียด้วย ป่านนี้คุณบุหลันคงกำลังตามหาตัวแม่ปิ่นอยู่ ฉันกลัวว่าแม่ปิ่นจะเป็นอันตราย”

“ฉันก็คิดเอาไว้แล้ว อีกไม่กี่วันจะมีเรือขายข้าวล่องไปเพชรบูรณ์ ฉันจะขอติดเรือเขาไปด้วย ฉันมีญาติอยู่ที่โน่น พอจะไปอาศัยได้”

“ดีจริง รีบไปเร็วเท่าไรก็ยิ่งดี จริงสิ…” หล่อนขยับตัวเข้าไปใกล้ “ฉันมีเรื่องหนึ่งอยากจะถาม ทำไมจู่ๆแม่ปิ่นถึงมาหาฉันล่ะ เราไม่เคยรู้จักกันมาก่อนนี่นา”

ปิ่นหลบตาวูบ ตอบไม่เต็มเสียงนัก  “คือ…ฉันได้ยินว่าแม่ผินเป็นน้องบุญธรรมของคุณบุหลัน เลยกลัวว่าหล่อนจะไม่รู้จักธาตุแท้พี่สาว ถึงได้ไปเตือนด้วยความหวังดี ไม่มีกระไรดอก”

“อย่างนี้นี่เอง”  พิชญายิ้มบางๆก่อนจะเปลี่ยนเรื่อง  “ไม่รู้เราจะมีโอกาสได้พบกันอีกหรือเปล่า แต่อย่างไรฉันก็ขออวยพรให้แม่ปิ่นโชคดี”

พิชญาโบกมือลา แต่ฝ่ายตรงข้ามมองกิริยานั้นอย่างงุนงง “เป็นการลาแบบฝรั่งน่ะ เหมือนเรื่องซินเดอเรลลาไง”

พอรู้ว่าเป็นธรรมเนียมฝรั่ง ปิ่นก็ยิ้มกว้าง โบกมือหยอยๆตอบมาบ้าง  “โชคดีนะแม่ผิน ฉันจะไม่ลืมหล่อนเลย”

พอกลับถึงบ้าน แทนที่จะไปช่วยงานในครัวอย่างเคย พิชญาก็ตรงไปที่ห้องของตัวเองบนเรือนใหญ่ หล่อนสำรวจที่ขอบประตูก่อนเป็นอันดับแรก แล้วก็พบแท่งไม้ขนาดเท่าไม้ขีดที่หล่อนแอบเสียบไว้ก่อนออกไป ตกอยู่ที่พื้น

มีคนลอบเข้าไปในห้อง…

หญิงสาวยิ้มอย่างสมคะเน เปิดประตูเข้าไปแล้วลงมือค้นหาอย่างว่องไว เมื่อพบสิ่งที่ต้องการก็ก้าวออกมา ปิดประตูแล้วเสียบแท่งไม้ไว้ที่เก่า

“ทำกระไรรึแม่ผิน”

เสียงนั้นไม่ดังนักแต่ก็ทำเอาพิชญาสะดุ้ง เมื่อหันไปมองก็พบน้องชายของกนกยืนยิ้มกริ่มอยู่ไม่ไกล หล่อนจึงรีบเดินหนี

“ทำไมทุกครั้งที่พบหน้าฉัน แม่ผินต้องเดินหนีด้วย กลัวฉันหรือไร” เขมยังตามตอแยไม่เลิก

จะให้บอกตามตรงละหรือว่าใบหน้าเขาทำให้หล่อนคิดถึงผู้ชายอีกคน ที่หายสาบสูญไปในช่วงเวลาเดียวกับที่เขมกลับมาพอดี  ถ้าจะบอกว่าน้องชายของกนกไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุร้ายนี้เลย พิชญาไม่มีทางเชื่อเป็นอันขาด

ไหนยังจะพี่โจอีกเล่า หากเขมร่วมมือกับบุหลันในการกำจัดนายตำรวจหนุ่ม เขาก็ต้องมีส่วนในการฆ่าและตราหน้าพี่โจด้วย เพียงแค่คิดไฟกองใหญ่ในอกหล่อนก็ลุกโพลง

รอให้พิชญาจัดการบุหลันได้เรียบร้อยก่อนเถิด หล่อนจะไม่ปล่อยให้ ‘คุณเขมคนนี้’ ได้อยู่เป็นสุขแน่

เมื่อหญิงสาวเดินดุ่มๆ ไปโดยไม่ตอบ คนที่ตัวสูงกว่าก็อ้อมมาดักหน้า น้ำเสียงเริ่มเข้มขึ้น

“ถึงหล่อนจะไม่อยากพูดจากับฉัน แต่ฉันมีคำถามจะถามหล่อนหลายข้อ อย่างเช่นวันนี้หล่อนไปไหนมา เรื่องลิเกนั่นเป็นฝีมือหล่อนใช่ไหม และหล่อนยังมีแผนการร้ายกระไรอีก”

พิชญาถอนใจยาว จงใจทำสีหน้าที่พี่โจเรียกว่า ‘ไล่แขก’ ออกมาอย่างชัดเจน

“คุณเขม ขอฉันพูดกับคุณตรงๆเลยแล้วกัน คนอันธพาลเกเรอย่างคุณอาจไม่ตั้งใจเรียนหนังสือ เลยไม่รู้ว่าในโลกนี้มีธุระอยู่สามประเภท คือธุระของฉัน ธุระของคุณ และธุระที่ไม่ใช่เรื่องของคุณ เมื่อครู่ฉันไปธุระประเภทที่หนึ่งกับสามมา จบนะ”

วูบหนึ่งพิชญาคิดว่าเขมจะหัวเราะออกมาเสียแล้ว อะไรบางอย่างในแววตาของเขาบอกเช่นนั้น แต่ปฎิกิริยาต่อมาทำให้หญิงสาวรู้ว่าตนเองคิดผิด เมื่อชายหนุ่มเอื้อมมากระชากแขน บอกเสียงห้วน

“อย่ามาเล่นลิ้นกับฉัน ที่ฉันอดทนกับหล่อน ก็เพราะเห็นว่าหล่อนเป็นคนโปรดของคุณพี่ดอก แต่ไม่ได้แปลว่าหล่อนจะมาจองหองกับฉันได้ รู้ไว้ด้วยว่าฉันเป็นเจ้าของบ้านนี้ครึ่งหนึ่ง แม้หล่อนจะมาเป็นเมียน้อยคุณพี่ ก็ยังต้องยำเกรงฉัน”

ตลอดชีวิตของพิชญาต้องรับมือกับลูกค้าเจ้าอารมณ์ แม่ครัวเรื่องมาก และพ่อค้าหน้าเลือดมานับไม่ถ้วน กับอีกแค่ผู้ชายคนหนึ่งทำท่าเหมือนอยากจะงับหัวหล่อนกลางวันแสกๆ จึงไม่ใช่ปัญหา หญิงสาวยิ้มเยาะ เอียงคอเหมือนกำลังทบทวนความจำ

“เอ แต่เท่าที่ฉันจำได้ คุณเป็นแค่เด็กที่คุณนวลเก็บมาเลี้ยงนะ คิดจะอ้างสิทธิความเป็นเจ้าของบ้านตั้งครึ่งเชียวหรือ ส่วนฉันถ้าสักวันได้เป็นเมียคุณกนก เมียของเจ้าของบ้านก็ย่อมมีสิทธิมากกว่าคนอาศัย เรื่องแบบนี้ฉันว่าแม้แต่บ่าวในครัวก็ยังรู้”

“กล้าเอาฉันไปเปรียบกับบ่าวรึ ระวังเถิด หล่อนจะอยู่บ้านนี้ได้อีกไม่นาน”

มือที่จับแขนหล่อนอยู่กำแน่นขึ้นตามแรงอารมณ์ พิชญาสะบัดแต่อีกฝ่ายไม่ยอมปล่อยง่ายๆ จากปลายหางตาหล่อนเห็นกนกกำลังขึ้นบันไดมา เร็วเท่าความคิด หญิงสาวทำเป็นเซถลาเข้าสู่อ้อมอกคนตรงหน้า พลางกรีดร้องออกมา

“คุณเขมจะทำกระไร ปล่อยฉันนะ”

“พ่อเขม แม่ผิน มีเรื่องกระไรกัน” เสียงของกนกแข็งกร้าวเมื่อก้าวยาวๆเข้ามาด้วยสีหน้าบึ้งตึง คู่พิพาททั้งสองจึงผละออกจากกัน

พิชญาก้มหน้างุด เสียงสั่นอย่างคนที่กำลังขวัญผวา “ไม่มีเรื่องกระไรดอกค่ะ ฉันขอตัวไปต้มยาให้คุณไพลินก่อนนะคะ”

ถึงแม้หญิงสาวจะรีบผละไปก่อนจะได้ไต่ถามเอาความ แต่กนกมั่นใจว่าพิชญาอยู่ในอาการหวาดกลัวและอับอาย เมื่อรวมกับเสียงอุทานที่ได้ยิน เขาจึงคิดเป็นอื่นไปไม่ได้

“เจ้าเขม เมื่อครู่เจ้ากำลังล่วงเกินแม่ผินใช่ไหม นี่ขนาดอยู่บนเรือนใหญ่นะ ทำไมไม่เห็นแก่พี่บ้าง”

เขมเองก็คิดไม่ถึงว่าหญิงสาวจะมาไม้นี้ สีหน้าหึงหวงของพี่ชายบอกให้รู้ว่าถ้าพูดผิดแม้แต่คำเดียว เขาคงต้องระเห็จกลับไปอยู่ที่ร้านขายผ้าตามเดิมเป็นแน่ ชายหนุ่มจึงตอบด้วยน้ำเสียงที่ปั้นให้นอบน้อมที่สุด

“ผมไม่เคยล่วงเกินแม่ผินเลย เป็นสัตย์จริงขอรับ  เพียงแต่เมื่อครู่เรามีเรื่องทะเลาะกัน อาจจะเกิดการยื้อยุดไปบ้าง ผมต้องกราบขอประทานโทษคุณพี่ด้วย”

ความระแวงยังไม่คลายไปจากดวงหน้าของกนก ซ้ำยังมีแววตำหนิเพิ่มขึ้นมาอีก  “เจ้าเป็นผู้ชาย ไม่ควรทะเลาะกับผู้หญิง ยิ่งยื้อยุดฉุดกระชากก็ยิ่งไม่ควร พี่ไม่ชอบ”

“ผมสัญญาว่าจะไม่มีเรื่องอย่างนี้อีกแล้วขอรับ”

เพื่อตัดไฟแต่ต้นลมไม่ให้ซ้ำรอยไพลินขึ้นมาอีก กนกจึงคิดว่าเขาควรจะปักป้าย ‘จอง’ แม่ผินไว้แต่เนิ่นๆ เขมจะได้มาบิดพลิ้วอ้างว่าไม่รู้ไม่ได้

“เจ้าควรรู้ไว้ว่าพี่ชอบพอแม่ผิน คิดจะยกขึ้นมาเป็นเมียอีกคน เจ้าจึงต้องให้เกียรติหล่อนตามสมควร จะทำรุ่มร่ามจับเนื้อต้องตัวไม่ได้ พี่จะไม่ยกโทษให้อีกแน่หากมีเรื่องบัดสีเกิดขึ้นมาอีก”

เอาแล้วไง! เขมนึกโกรธตัวต้นเหตุ เขาสู้อดทนทำตัวพินอบพิเทาพี่ชายมาเป็นแรมเดือน เพื่อลบล้างความผิดในอดีต แต่ผู้หญิงตัวร้ายใช้เวลาไม่ถึงนาที ทุกอย่างที่เขาทำมาก็เกือบจะต้องสูญเปล่า

แต่เมื่อไม่อยู่ในสถานะที่จะแสดงความในใจออกมาทางสีหน้า เขมจึงได้แต่ตอบพี่ชายอย่างที่ควรจะตอบ

“ไม่ต้องห่วงขอรับ ผมไม่เคยลืมความเมตตาที่คุณพี่มีให้เลย เรื่องเก่าๆไม่มีวันจะเกิดขึ้นอีกแน่นอน” เขมสัญญา

 

เรือนเล็กของคุณนวลมักจะเงียบเหงา ถ้าไม่นับกนกและพิชญาที่แวะมาเยี่ยมเยียนเป็นประจำ ผู้มาก็มีเพียงบ่าวที่นำอาหารมาส่งวันละสามครั้ง กับหมอที่มาตรวจเพียงเดือนละครั้งเท่านั้น แต่วันนี้บนเรือนมีชีวิตชีวาเป็นพิเศษ เพราะการมาเยือนของบุหลัน หล่อนพาหมอจีนมาด้วยคนหนึ่ง มีบ่าวถือถาดอาหารตามมาอีกสามคน จนกลายเป็นขบวนย่อมๆ

“วันนี้ฉันไม่สบาย แต่คุณหลวงเวชไม่ว่าง เลยเชิญซินแสหลี่มารักษาแทน พอดีนึกถึงคุณแม่ขึ้นมาได้ เลยพาซินแสมาตรวจท่านด้วย” หล่อนบอกนางชม “ยาจีนช่วยบำรุงร่างกายดีนัก คุณแม่จะได้หายเร็วขึ้นไงล่ะ”

เมื่อเป็นความต้องการของผู้ยิ่งใหญ่อันดับสองรองจากกนก ใครเล่าจะขัดได้ หมอจีนที่บุหลันเรียกว่า ‘ซินแสหลี’”จึงได้เข้าไปนั่งอย่างสง่าผ่าเผยในห้องคุณนวล ตรวจชีพจรให้เธอก่อนจะเขียนใบสั่งยาอย่างคล่องแคล่ว

บุหลันกวาดสายตามองหาใครคนหนึ่ง แต่แน่นอนว่าไม่มีร่างของไพลินอยู่ในห้องนั้น จึงถามนางชมว่า

“คุณไพลินไปไหนเสียล่ะ ไหนๆฉันก็พาหมอมาแล้ว ให้เขาตรวจเสียหน่อยก็ดี”

อีกฝ่ายยังไม่ทันจะตอบคุณนวลก็ยิ้มร่า รีบตอบเสียเอง

“ดีสิ หลานคนนี้แม่รักมาก โตขึ้นจะให้รับช่วงกิจการทุกอย่างแทนพ่อกนก ต้องดูแลดีๆ อย่าให้ทศกัณฑ์มันมาลักนางสีดาไปซ่อนไว้ในกรุงลงกาได้ เดี๋ยวหลานข้าที่อยู่ในท้องจะพลอยลำบากไปด้วย นะนางชมนะ“  แล้วเธอก็หันไปหัวเราะคิกคักกับคนสนิท

แววแข็งกร้าววูบหนึ่งจุดประกายขึ้นในดวงตาของบุหลัน เมื่อได้ยินคำว่า ‘โตขึ้นจะให้รับช่วงกิจการทุกอย่างแทนพ่อกนก’ ก่อนจะหายวับไปราวกับดาวตก หล่อนยิ้มรับอ่อนหวาน

“นั่นสิคะคุณแม่ ลูกของคุณพี่กนกทั้งคน อิฉันจะละเลยได้อย่างไร ถ้าอย่างนั้นขออนุญาตพาหมอไปตรวจหน่อยนะเจ้าคะ”

“แต่นางสีดาถือเพศพรหมจรรย์ ให้ผู้ชายแตะต้องตัวไม่ได้ดอกนะซินแส” คุณนวลทำหน้าตาขึงขัง อาการป้ำๆเป๋อๆยังพอมีให้เห็นอยู่บ้าง แม้ไม่มากนัก

“เอาอย่างนี้เถิดพ่อคุณ ช่วยจ่ายยาบำรุงให้ก็พอ เรื่องตรวจชีพจรอย่าทำเลยนะพ่อ เดี๋ยวพระรามรู้เข้าจะพิโรธ”

“อ้าว ไม่ให้ตรวจชีพจรแล้วจะดูอาการได้หรือ”  ซินแสแย้ง แต่บุหลันรีบตัดบทโดยไว  “ไม่เป็นไรดอกซินแสหลี่ เรารู้กันอยู่ว่าคุณไพลินท้องได้เกือบสามเดือนแล้ว ซินแสก็จัดยาบำรุงตามนั้นก็แล้วกัน แต่ยังไงไปสอบถามอาการคุณไพลินเสียหน่อยเถิด ฉันจะได้เบาใจ”

เมื่อไม่มีใครคัดค้านบุหลันก็กราบลาแม่สามี เดินตามนางชมไปยังห้องพักของไพลิน อดีตคู่ปรปักษ์ของหล่อนพักอยู่ในห้องเล็กๆ ตกแต่งเรียบง่าย ไม่หรูหราเหมือนเมื่อครั้งอยู่บนเรือนใหญ่ เจ้าของห้องกำลังนั่งเย็บถุงผ้าโปร่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง มีถุงบุหงารำไปที่ทำเสร็จแล้ววางอยู่สองถุง

เป็นครั้งแรกตั้งแต่ระเห็จมาอยู่ที่เรือนเล็กที่ไพลินได้เผชิญหน้ากับบุหลัน หล่อนต้องยอมรับว่าเมียรองคนงามสะสวยมีสง่าราศีขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก ยิ่งมาเทียบกับไพลินที่แต่งตัวง่ายๆ ด้วยสไบสีเขียวอ่อนกับโจงกระเบนกลางเก่ากลางใหม่สีน้ำตาลเข้ม ไม่ได้สวมเครื่องประดับใดๆ นอกจากสร้อยพระของกนก บุหลันก็ยิ่งดูเฉิดฉาย ข่มเมียเอกให้หมองไปลงในพริบตา

ไพลินวางงานในมือลง หันมาทักเรียบๆ “แม่บุหลัน ไม่พบกันนานสบายดีหรือ”

บุหลันยิ้มด้วยท่าทางเป็นมิตร “ฉันก็สบายตามอัฐภาพละค่ะ วันนี้ฉันพาซินแสมาตรวจคุณแม่ แล้วนึกถึงคุณไพลินเลยพามาตรวจด้วย”

บุหลันหันไปเรียกซินแสให้ขยับเข้ามาใกล้ แต่นางชมรีบบอกเสียก่อน “คุณนวลสั่งมาว่าไม่ต้องจับชีพจรนะเจ้าคะ คุณไพลินแค่บอกอาการหมอเขาไปก็พอ”

บ่าวที่ตามมาพากันมองไพลินอย่างจับสังเกต ต่างคาดว่าจะได้เห็นอาการบึ้งตึง หรืออย่างน้อยก็กระดากกระเดื่องที่ต้องรับความช่วยเหลือจากคู่อริ แต่ไพลินกลับพึมพำขอบคุณ ก่อนบอกอาการให้ซินแสหลี่ฟัง

“ฉันไม่เวียนหัวตอนเช้าแล้ว แต่ยังคลื่นไส้เป็นบางครั้ง ส่วนอาหารกินได้ตามปกติ ไม่เหม็นกระไรเลย” หล่อนลูบท้องอย่างแสนรัก “ลูกคนนี้ดีกับฉันมาก ถึงจะท้องแต่ก็แทบไม่แพ้ เขาคงสงสารแม่ไม่อยากให้ลำบาก”

“แล้วเรื่องยาบำรุงล่ะ ลื้อกินกระไร” ซินแสหลี่ถาม

ไพลินยกชามโคมขนาดย่อม มีฝาปิดมิดชิดให้ซินแสดู “แม่ผินเพิ่งจะต้มยาบำรุงส่งมาให้เมื่อครู่นี้เอง เป็นยาที่หลวงเวชสั่งไว้ให้ นี่ฉันก็ว่าจะรอให้หายร้อนก่อนแล้วค่อยดื่ม”

ซินแสหลี่เปิดฝายกชามกระเบื้องขึ้นมาดม จมูกอันเชี่ยวชาญของเขาได้กลิ่นผิดปกติอย่างรวดเร็ว

“ยาบำรุงนี่ดื่มไม่ได้” เขาวางชามลงทันที “โชคดีที่อั๊วมาพบเข้าเสียก่อน ยานี่มีเจตมูลเพลิงผสมอยู่ มันเป็นยาต้องห้ามสำหรับคนท้อง ถ้าดื่มเข้าไปเด็กในท้องต้องแท้งแน่”

Don`t copy text!