ข้ามมหาสาคร บทที่ 14 : รุมร้อน

ข้ามมหาสาคร บทที่ 14 : รุมร้อน

โดย : กฤษณา อโศกสิน

“ข้ามมหาสาคร” นวนิยายพีเรียด โดย กฤษณา อโศกสิน ศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ เรื่องราวความรักโรแมนติกของสองหนุ่มสาวที่ต้องฝ่าฟันอุปสรรคนานัปการไปจนถึงความรักชาติรักแผ่นดินและการต่อกรกับชาติตะวันตกที่จ้องจะเข้ามาครอบครอง นิยายออนไลน์อีกหนึ่งเรื่องที่ อ่านเอา อยากให้คุณได้อ่านออนไลน์

************************

– 14 –

สนับสนุนอ่านเอาด้วยการสั่งซื้อหนังสือ “ในสวนอักษร” คลิกที่นี่

ในที่สุด คุณหลวงก็สั่งกัปตันมิให้ถอนสมอในวันนี้ที่เมื่อตกบ่าย อากาศก็ยิ่งแจ่มใสสดชื่น หากก็ไร้แสงแดด ด้วยว่าดวงสุริยายังคงถูกหมู่เมฆกลืนหาย ช่วยให้กำปั่นสองเสาเสมือนบ้านกลางน้ำอันร่มเย็น น่านั่งแลนอนเล่นพร้อมกับหลับไป

แต่ยังมิทันที่คุณหลวงจะงีบยามบ่าย เรือแคนนูจากเหมืองก็มาส่งหนังสือขออนุญาตเชิญคุณหลวงแลครอบครัวไปรับประทานอาหารมื้อเย็นที่เรือของเขา

“อย่าเพิ่งไปเลยขอรับ คุณพ่อ ลูกอยากนั่งนอนยืนเดินดูอะไรสบายๆ ไม่อยากให้ใครมากวนตอนนี้”

กันตังได้ยินชัดเจนดี ด้วยว่าเขาเองเป็นผู้รับถุงผ้าขาวเนื้อดีขลิบลูกไม้ มีสายเกลียวบางๆรูดปิดมามอบให้เจ้าของเรือ ครั้นแล้วจึงยังคงนั่งรอรับคำตอบที่จะส่งมอบไปกับถุงใบเดิม

หากพร้อมกันนั้นก็เหลือบไปทางนางผู้นั่งเอนอิงพิงผนัง มีหมอนนุ่มกอดไว้กับอก ตาปันจังนั่งเกือบสัปหงกเคียงข้างด้วยว่าเล่าเรื่องเมืองถลางบางตอนเพิ่งจบ ว่าด้วยคราวรบพุ่งกับพม่า ให้หนุ่มทั้งสามฟังเพื่อประดับภูมิปัญญา ดูราฟังด้วยก็ยิ่งดีจะได้ล่วงรู้ว่า บนพื้นปฐพีที่ชื่อตะกั่วป่า หาได้กว้างขวางโตใหญ่มากมายไม่ ยังมีเขตคามนามต่างๆรอบทะเล นับจากระนองเรื่อยลงมาตามฟากฝั่งโขดเขินเนินผา  เกาะแก่งน้อยใหญ่อันงดงามตรึงตรา กระทั่งมาถึงตะกั่วป่า พังงา ถลาง ปากน้ำปะเหลียนแห่งเมืองตรัง  จนถึงสตูล แลเกาะลังกาวี พูโล ดายังปันติง แล่นเรืออีกนาน กว่าจะถึงปีนังนั้น มีเรื่องราวใดบ้างที่สำคัญควรได้รู้

“พ่อก็ยังไม่อยากไป” คุณหลวงคุยกับกันตังเพิ่งลงมา แต่หาปริปากใดไม่กับลูกๆ ด้วยเกรงจะถูกกล่าวหา ‘คุณพ่อเชื่อที่มันเล่าด้วยรือ’ อยากนั่งนอนสบายๆ…ให้ไอ้กลิ้งขึ้นไปถูพื้นแล้วปูเสื่อ จะได้หายใจคล่องหน่อยไงลูก”

“ถ้าเช่นนั้น คุณพ่อก็ต้องตอบมันไปว่า…ยังไม่หายเหนื่อยก็แล้วกันขอรับ” ด่านออกความเห็น

“ก็ดีเหมือนกัน” ครั้นแล้วผู้พูดก็หันไปหยิบกระดาษ สำหรับบันทึกข้อความอันติดมาปึกหนึ่งพร้อมดินสอ เขียนตัวหนังสือลงไป ความว่า

‘ข้ารู้สึกถึงไมตรีจิตของเจ้าเป็นอันมาก แต่หากเลื่อนเวลาออกไปได้ ก็ขอเลื่อนไปก่อน พรุ่งนี้ ถ้าลมมา ก็อาจจะออกเรือ แต่เช้ารือบ่ายยังมิรู้ ถ้าออกยามใด ก็จะโบกธงให้รู้กัน’

“พี่ดาบทำท่าไม่ชอบนายเหมือง” ด้าวสัพยอกโดยมิรู้ความนัย

“ไม่ชอบ” พี่ชายตอบทันใด พลางก็หันไปทางบิดา “คุณพ่อขอรับ…หวังว่ามันจะไม่มาก้าวก่ายในครัวเรือนเรานะขอรับ”

หลวงประกาศบุรีก็เลยสบตากับบุตรคนโต ขณะพับกระดาษสอดใส่เข้าในถุงผ้าพร้อมรูดเกลียวไหมที่ร้อยไว้เข้าหากันส่งให้กันตัง

ชายแปลกหน้ามิใคร่จะอยากคลานออกมาจากที่นั้น ด้วยใคร่รู้ว่าพ่อลูกจะเอ่ยความใดต่อไป

ก็ใช่ว่าคุณหลวงจะไม่ตระหนักถึงเรื่องค่อนข้างยากที่รออยู่

เพียงแต่รู้ดี…ควรตอบเหมืองว่ากระไร

“ก้าวก่ายอย่างไร” ดังนั้น บิดาจึงแกล้งถาม

ดีเหมือนกัน…ดูราจะได้ร่วมรับฟังเพื่อตกลงใจ

“ก็…ถ้ามันมา…ขอน้องดูราล่ะขอรับ” ท้ายที่สุดดาบก็หลุดปากออกมาด้วยอาการเร่าร้อนในหัวอก

“เราก็ต้องถามเจ้าตัว…จริงไหมลูก…” คุณหลวงยิ้มๆพลางหันมาทางเจ้าของเรื่องราว “ว่า…ถ้านายเหมืองมาขอ ลูกจะว่าอย่างไร”

“ตอบได้ทันทีเลยเจ้าค่ะว่าไม่ตกลง”

“ไม่เสียดายเลยหรือลูก” บิดาก็เลยแกล้งกล่าวพร้อมยิ้มๆในหน้า ขณะที่ดาบหัวเราะร่าออกมาทันใด “เขารวยนา…มีกองเรือใหญ่ แม้แต่โจรสลัดก็ยังไม่กล้า”

“โจรสลัด”

คุณหลวงก็ได้แต่โทษตนเองว่าไม่ควรหลุดปากคำนี้ออกมา

“มันอยู่กันตรงไหนเจ้าคะ คุณพ่อ ลูกอยากรู้”

“อย่าไปรู้ดีกว่าน้อง” ดาบก็เลยขัดขึ้น “จริงไหมตา…ไม่ใช่เรื่องที่หญิงควรใส่ใจ…คือมันอยู่ไกลจากเรามาก”

กันตังคลานเข้ามารายงานพอดี

แลเห็นสีหน้าทุกคนดูแปลก เหมือนกำลังคุยกันค้างอยู่ เรื่องที่คุยนั้นก็คงสำคัญพอใช้

“ลองถามกันตังดูก็ได้นี่พี่” ด้าวโพล่งขึ้นมา “เออ กันตัง พวกโจรสลัดนี่มันอยู่ไหนกันมั่ง แกรู้ไหม”

“พอจะทราบบ้างขอรับ…แต่ไม่เคยเจอมันเลย”

“ได้ยินว่ามันมีตั้งสี่ก๊กมิใช่หรือกันตัง”

“เขาก็ว่ายังงั้นกันขอรับ”

“กันตังเคยได้ยินชื่อสะลอแมไหม” ดาบถาม

ดูราร้องวี๊ดขึ้นมาทันใด

โดยพลันก็ซบหน้าลงกับบ่าตาปันจังผู้นั่งเคียงข้างพลางสะอึกสะอื้นออกมา

“แม่นาย” กันตังเผลอตัวเปล่งเสียง…ขณะที่หัวใจพ่างเพี้ยงเพียงวางวาย

คุณหลวงเองก็ตกใจ จึงเผยอกายลุกจากเบาะ คลานมาถึงตัวลูกบุญธรรมผู้ที่เขาเก็บงำไว้ด้วยความรักเสมือนหนึ่งบุตรในสายเลือด

“ลูกพ่อ” พลางก็ประคองกอดด้วยสีหน้า แววตาเศร้าสลดหมดความสุข “ไม่น่าเลยที่ลูกยังเก็บชื่อนี้ไว้คอยจำ…แล้วนี่พ่อจะทำอย่างไร ลูกจึงจะลืมได้…”

เกือบจะหันไปตวาดตาปันจังรวมทั้งยายกระออมที่เฝ้าสาธยายให้เด็กฟัง…อย่าหวังเลยว่าห้าขวบจะจำมิได้ แต่ก็มิใช่คนพาลถึงเช่นนั้น จึงตั้งสติไว้ทันในเวลาต่อมา

“ลูก…ไม่..เคย…ลืม…ชื่อ…คน…ฆ่าพ่อแม่ของลูก” ดูราส่งเสียงขาดเป็นห้วง เสมือนทวงความหลัง “ทำอย่างไรก็ไม่ลืม”

“ถ้าลูกไม่ลืม” คุณหลวงเอ่ย นัยน์ตาแดงก่ำอย่างสุดแสนจะกำสรด “ลูกก็จะมีทุกข์จนวันตาย”

“ลูกก็มีทุกข์น่ะซีเจ้าคะ คุณพ่อ” นางยังคงซบหน้ากับบ่าตาของนาง…ผู้บัดนี้มีน้ำไหลหยาดลงมาตามร่องแก้ม อันเต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งการต่อสู้เมื่อครั้งเก่าปีก่อน คราเมื่อเกิดสงครามลามร้อนจนต้องร่อนเร่พเนจรจากโน่นมานี่ ครั้นแล้วจึงจบลงด้วยสูญเสียสายโลหิตที่มีอยู่เพียงหนึ่ง จึงเปล่าเปลี่ยวกายามาจนบัดนี้

ได้แต่เฝ้าถนอมกล่อมเกลี้ยงเลี้ยงรักเลือดเนื้อที่เหลือไว้ต่างหน้า ติดตามไปทุกวันเวลาทุกน่านฟ้าน่านน้ำ มิให้คลาดจากสายตา

แลนางก็มิเคยเอ่ยวาจาเกี่ยวกับโจรผู้ฆ่าพ่อแลแม่ราวกับหลงลืมสิ้นแล้ว

แต่วันนี้เป็นเช่นไรจึงเผลอไผลหลุดปาก

“ลูกเอ๊ย…ลูกก็ต้องรู้จักลืมนะลูกนะ” คุณหลวงได้แต่ปลอบโยน แม้จะรู้ซึ้งถึงน้ำใจอันหมายมั่น ไม่เคยหวั่นหวาดต่อสิ่งใดของนาง “ถ้าลูกอยากอยู่เป็นสุข ก็ต้องแยกให้ได้ระหว่างจำกับลืม…คือ คนเรานี่ ถ้าจำแล้วดี ก็ควรจำ ถ้าจำแล้วร้าย ก็ต้องลืมให้ได้นะลูกนะ”

ว่าพลางก็ลูบหลังไหล่ของนางไปมา

กันตังแทบจะกลั้นน้ำตามิอยู่ พลันที่แลเห็นทั้งคู่…พ่อกับลูก…ต่างเลือดต่างเนื้อ แต่ก็เชื่อในความรักอันยิ่งใหญ่

หากก็เคียดแค้นในหัวใจอำมหิต

เขาเองก็ยังพลอยแค้นตาม

ดูนี่สิ…แม้แต่เนื้อหนัง ขนตามลำตัว ยังร่วมใจกันลุกฮือ…คือเสียงตะโกนว่าโกรธแทน รวมทั้งแน่นในฤทัยเป็นนักหนา

ยิ่งได้ยินเสียงนางครางครวญ ก็ยิ่งป่วนปั่นราวพายุหมุนหนุนเนื่องกันเข้ามา

“คุณหลวงขอรับ” ในที่สุดเขาก็เอ่ยคำ “คุณหลวงมีสิ่งใดจะใช้กระผม…เป็นต้นว่า สืบค้นให้ถึงรังโจรทุกรังก็ได้นะขอรับ กระผมยินดีรับใช้”

“ว่าแต่ว่า เจ้าหรือคือคนที่ถ้าพบพวกมันจะหาญเข้าสู้จนอาจจะตายไปข้าง…แลข้างที่ตายไม่น่าจะใช่พวกมัน” ดาบเอ่ยขึ้นอย่างหมิ่นหยามเย้ยหยัน เนื่องด้วยขวางตาครามครันในทรวดทรงโครงร่างแลดวงหน้าของชายผู้มาใหม่ที่เขารู้สึกได้ว่า…ไม่พ่ายแพ้แก่ชายใด

“เอาเถอะ…เอาเถอะ” ในที่สุดคนกลางก็โบกมือ อย่างหนึ่งก็คือ เริ่มเชื่อถือชายแปลกหน้า หลังจากคุยกับเขาเมื่อครู่ อย่างน้อยก็ชมชอบชายผู้นี้เพิ่มขึ้น “ไม่ต้องไปตามเอาเรื่องไรกะใครดอกนะ…มันต่อความยาวมากไป เพราะข้านั้นเชื่อในกรรมของคนเรา ใครทำอย่างไรต้องได้อย่างนั้น ทำร้ายต้องได้ร้าย ทำดีต้องได้ดี”

ด้วยถ้อยคำที่มีน้ำใจ กันตังจึงก้มลงกราบทันใดนั้น

Don`t copy text!