ข้ามมหาสาคร บทที่ 16 : ขัดคอ

ข้ามมหาสาคร บทที่ 16 : ขัดคอ

โดย : กฤษณา อโศกสิน

“ข้ามมหาสาคร” นวนิยายพีเรียด โดย กฤษณา อโศกสิน ศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ เรื่องราวความรักโรแมนติกของสองหนุ่มสาวที่ต้องฝ่าฟันอุปสรรคนานัปการไปจนถึงความรักชาติรักแผ่นดินและการต่อกรกับชาติตะวันตกที่จ้องจะเข้ามาครอบครอง นิยายออนไลน์อีกหนึ่งเรื่องที่ อ่านเอา อยากให้คุณได้อ่านออนไลน์

************************

– 16 –

สนับสนุนอ่านเอาด้วยการสั่งซื้อหนังสือ “ในสวนอักษร” คลิกที่นี่

อาหารมื้อนี้…หากจะไม่มีนัยน์ตาสองคู่คอยจับจ้อง หรือมิต้องตอบคำถาม ก็นับเป็นการฉลองเรือครั้งใหญ่แลเปิดโลกคราวใหม่อันงดงาม กระทั่งอากาศรอบตัวก็ยังเป็นใจให้ความรู้สึกผ่องแผ้วสุดสะอาด ธรรมชาติรอบกายเมื่อมองจากดาดฟ้า แลเห็นพุ่มพงดงไม้แลภูผาสูงใหญ่เหนือฝั่งน้ำ อาบแสงสุดท้ายของดวงตะวันที่ซ่อนอยู่แห่งหนใดมิอาจรู้ ด้วยหมู่เมฆทาบหนา จนกระทั่งสีทองทาค่อยๆเลือนลง เหลือแต่แสงตะเกียงที่กะลาสีจุดส่งขึ้นมา แขวนไว้หน้าห้องนายท้าย กระจายความสว่างทั่วดาดฟ้าหากก็ไม่จัดจ้าสักเท่าไร

ดวงตานางในแสงรำไรที่วาววามขึ้นวูบหนึ่งอย่างมิพอใจ จึงไม่ค่อยชัดเท่าใดนักเมื่อต้องเอ่ย

“ยังไม่นึกอยากหัดสักเท่าไร อยากเที่ยวมากกว่า”

คุณหลวงเองก็ค่อยโล่งอกที่ดูรามีคำตอบ แม้มิค่อยจะเต็มใจ

ทันใดนั้น เหมืองก็ยิ้มกว้าง

“น้องเรียกพี่ว่าพี่ก็ได้นะ พี่เป็นพี่น้องน่าจะสักสิบปี”

ทั้งๆกำลังอร่อยเคาหยก ดาบก็แทบจะยกทั้งจานปาหน้า

แต่เท่าที่ทำได้ เท่าที่บิดาเตือนไว้ก็คือระงับทั้งกิริยาแลวาจา

จึงเพียงแต่นิ่งฟัง

“น้องสามคนก็เหมือนกัน เรียกพี่ว่าพี่ดีกว่า ถึงอย่างไร แต่นี้เป็นต้นไป พี่ก็ขอให้สัญญาว่าจะคอยดูแลคุณพ่อของน้องอย่างพ่อของตัวเอง” เหมืองกล่าวต่อไปอย่างไม่สนใจว่าผู้ใดจะนึกคิดเขาไปในทางใด “ใต้เท้าขอรับ…กระผมคิดว่า…ไปคราวนี้ ใต้เท้าอยากพาน้องๆแวะที่ไหนก็แวะได้เลยขอรับ…กระผมจะคุ้มกันเรือลำนี้ไปให้ถึงเกาะหมากจนได้ รือถ้าใคร่ไปสิงคโปร์ก็ไปเถิดขอรับ ไม่ลำบากยากเย็นกระไรเลย กระผมอาสา…คุ้มกันทั้งไปแลกลับ”

“ไม่กลัวโจรสลัดดอกรึพี่” ด้าวถาม ขณะทำท่าลูบหน้าท้องเป็นเชิงว่าอิ่มมาก

“นั่นน่ะซี” คุณหลวงก็เลยพยักหน้า

“มันกลัวพี่มากกว่าพี่กลัวมัน” เหมืองกางข้อศอกออกนิดหนึ่ง ทำท่าผึ่งผายให้เห็นว่า เขาก็ใหญ่คับทะเลแถบนี้ “มันมีปืนร้อยบอก แต่พี่มีสองร้อย มันมีสองร้อย พี่มีห้าร้อย”

ดูราเพียงแต่ฟังก็นึกชังน้ำหน้าจนมิรู้จะทำท่าแบบไหน

แค่ที่เจ้านี่เอ่ยถึงโจรสลัด นางก็ขัดแค้นแสบแน่นแล่นขึ้นมาจนแทบจะวี๊ดเหมือนเมื่อกลางวัน

นี่ถ้าไม่เห็นแก่ความหมายมั่นของบิดาที่ใคร่จะพานางมาเพื่อให้พบปะสิ่งแปลกใหม่ที่นางมิเคยไปมิเคยรู้จัก ก็ใคร่จะขอตัวลงไปพักข้างล่างอย่างไม่ไยดี

หากในที่สุดคุณหลวงก็เอ่ย

“กำลังกินอร่อยๆก็อย่าเอาพวกมันมาแกล้มดีกว่า”

เหมืองก็เลยหัวเราะชอบใจ

“ขอประทานโทษขอรับที่เผลอพูดถึงคนน่ารังเกียจ”

เสียงของเขาค่อนข้างดัง แม้ลมปลายฝนเพียงรำเพย สิ่งที่เขาเอ่ยก็ยังถูกพาไปแว่วอยู่ในหูคนปลายดาดฟ้า

กรามจึงบดเข้าหากันจนใบหน้าตึงเขม็ง กล้ามเนื้อเกร็งไปทั้งร่าง สองมือกำแน่น…ด้วยความแค้นอันทั้งแสบแลร้อน

“ขออย่าได้เฉียดไปใกล้พวกมันก็พอ” คุณหลวงส่งผักสดเข้าปากเคี้ยวอย่างอร่อยดังเช่นคนชอบผัก พลางเหลือบมองลูกบุญธรรมที่แสนรัก ก็เห็นนั่งนิ่งขึง ทำท่าเหมือนกลืนไม่ลง ก็ได้แต่ปลงอนิจจังอยู่ในใจ

มีเรื่องเดียวที่มิอาจลบจนลาเลือนประหนึ่งเฉือนทิ้งไปเสียได้ จึงทำให้ทุกข์ลึกๆยังคงอยู่

อยู่ทั้งในใจตนเองแลลูกน้อยกลอยตาผู้มิใช่สายเลือดแท้ แต่ก็ยิ่งกว่าใช่

อยู่เลยไปถึงในใจตาปันจังแลนางกระออมผู้สูญเสียทั้งหมดทั้งสิ้นในครั้งกระนั้น

จึงมิรู้จะทำอย่างไรได้ นอกจากให้มันอยู่ หากตนเองต้องทำไม่รู้ไม่ชี้ไม่จี้ไช ดังที่เขาทำได้ตลอดมา

แต่จะบังคับปากชาวบ้านให้สงบ สวดมนต์กี่จบก็หาสำเร็จไม่

ทันใดนั้น ก็มีเสียงโหวกเหวกดังแว่วมา

ทุกคนก็เลยชวนกันลุกจากเสื่อ ชะเง้อดูเงาเรือเล็กที่กำลังกรรเชียงเข้าหาโดยอาศัยแสงตะเกียงจากเรือดูรา…พาคนกรรเชียงสองคนกับชาวต่างชาติคนหนึ่งมาถึง

เพียงแต่เขาส่งเสียง เหมืองก็หัวเราะร่า

“กัปตันโฮปนั่นเอง…เอาเลย…” เขาส่งภาษาสยาม “ขึ้นมากัปตัน มากินข้าวด้วยกัน”

“ฉันกินมาแล้ว” มีเสียงบอกกระท่อนกระแท่น

เพียงไม่ถึงอึดใจต่อมา อีกฝ่ายก็ไต่บันไดเชือกถึงดาดฟ้า

“นี่คุณหลวงกับลูกๆ”

กัปตันโฮปร่างใหญ่จึงถามง่ายๆเป็นภาษาสยามอย่างนอบน้อมเมื่อเหมืองสาธยายถึงฐานะของอีกฝ่าย

“ฉันมาเร่ขายปืน”

คราวนี้คุณหลวงก็เลยเหลียวหาชายแปลกหน้า

กันตังแลเห็นแล้วจากปลายดาดฟ้า จึงเดินเข้ามาคุกเข่าข้างๆ

“เจ้าลองส่งภาษากับกัปตันหน่อย เขาเอาปืนมาขาย”

“ใต้เท้าจะซื้อหรือขอรับ”

“ถ้าดี…ก็น่าสนใจ” อีกฝ่ายตอบเป็นกลางๆ แต่ผู้กำลังฟังยังคงนิ่ง ทั้งกัปตันโฮปแลเขาต่างก็มองตากัน…นั่นก็คือชายแปลกหน้าไม่รู้สึกวางใจในผู้มาใหม่

แต่เหมืองกลับเป็นใจสนับสนุน

“ของเขาดีทีเดียวขอรับ…กัปตันคงพอจะรู้ละมังว่า ขาดอันใดขาดได้ แต่อย่าขาดของสำคัญ”

“ว่าแต่ว่า เป็นชนิดที่หนึ่งหรือไม่” ทุกคนได้ยินชายผู้มาพึ่งใบบุญพูดภาษาอังกฤษเสียงกังวาน ท่ามกลางแสงรางสลัวจากตะเกียงท้ายเรือ

โดยพลัน ผิวหน้ากัปตันนักขายก็เปลี่ยนสีไปนิดหนึ่ง เผลอถลึงตามองอีกฝ่ายคล้ายหยามหยัน

“ฉันไม่เคยขายของไม่ดี”

“ถ้าเช่นนั้น ฉันขอดูตัวอย่างก่อนได้หรือไม่”

คราวนี้ เหมืองก็เลยอดรนทนไม่ไหว จึงชิงตัดบทด้วยสีหน้าไม่พอใจ

“ทำไมต้องดูตัวอย่าง กัปตันโฮปเคยขายปืนให้ขุนนางสยามมิรู้เท่าไรมาแล้ว”

กันตังฟังพลางคันปาก…นี่หากไม่เกรงใจเจ้าของเรือ ก็น่าเชื่อว่า ไม่ใครก็ใครคงต้องใช้วาจารุนแรงออกมา

แต่เขาเห็นแก่คุณหลวง ก็เลยเก็บปากเก็บคำที่คิดจะถ่ายทอด จึงเพียงแต่ย้ำ

“ถึงอย่างไรก็ต้องขอดูตัวอย่างปืน…” กันตังยังคงยืนยันเรียบๆ

ตาปันจังแลพี่น้องทั้งสี่ต่างก็มองดูเขาด้วยสายตาที่เปลี่ยนจากดูแคลนอย่างมองคนชั้นต่ำ เป็นดื่มด่ำในน้ำใจ

ชายแปลกหน้าผู้นี้พูดจริงทำจริงรวมทั้งคงรู้จริง มิฉะนั้นไหนเลยจะเอ่ยวาจาที่ฟังแล้วยิ่งรู้ว่า แม้เรื่องปืนผาหน้าไม้ก็ชำนาญ

แค่รู้ว่าดีกับไม่ดีแตกต่างกันอย่างไรก็ถือว่าใช้ได้แล้ว

“เอามาให้ดูก่อนดีกว่านายเหมือง บอกเพื่อนว่า ข้าเองก็นับถือคนอเมริกัน…ฉะนั้น ชนิดไหนเป็นอย่างไร ใช้ได้ผลหรือไม่ ถึงอย่างไรก็ควรรู้”

“ขอรับ” เหมืองตอบ เพียงแต่ไม่เต็มคำด้วยสีหน้าไม่ตีตื้น พลางก็หันไปส่งภาษากับเพื่อนของเขา

กัปตันเองก็มิสู้จะพอใจ

จึงหันไปมองหน้ากันตังเหมือนติฉิน

นกกำลังจะบินเข้ากรงกูอยู่แล้วทีเดียว มึงเป็นใครจึงบังอาจ

“ถ้าเช่นนั้น พรุ่งนี้ผมจะขนปืนมาให้ท่านดู” ชายร่างใหญ่พุงยื่นนิดๆบิดริมฝีปากบางยาวพลางก็ก้มศีรษะ “คืนนี้ผมขอกลับไปก่อนนะขอรับ…พรุ่งนี้ ท่านจะให้มาเวลาใดก็ได้”

ครั้นแล้ว เขาก็ผลุนผลันไต่เชือกกลับลงไป มีเหมืองตามไปส่ง

หลวงประกาศบุรีจึงลดเสียงเบาลง

“นับว่าเจ้ากล้ามากที่บังอาจขัดคอเขา…ว่าแต่ว่า เจ้ามีเหตุผลดีมาชี้แจงนะว่า ปืนดีกะไม่ดีต่างกันตรงไหน”

“มีขอรับ” กันตังลงเสียงหนักแน่น “แล้วกระผมจะอธิบายให้ใต้เท้าฟังหลังจากแขกกลับแล้วขอรับ”

แม้แต่ดาบผู้เคยขวางตาก็ยังสบายใจ จึงปริปากเป็นครั้งแรก ต่อหน้ากัปตันเซปา เพื่อนสนิทของนายกองเรือ

“ดูเจ้าเท่าทันแม้แต่กับฝรั่ง” ชายเพิ่งเริ่มหนุ่มออกเสียงชมเชย

“ที่จริงก็ต้องเท่าทันคนทุกชาตินั่นแหละขอรับ แม้แต่กับคนสยามด้วยกัน”

“นี่เจ้าก็จัดตัวเองเป็นคนสยามกับเขาด้วยงั้นรึ” คุณหลวงก็เลยแกล้งถามยิ้มๆ 

 

Don`t copy text!