ข้ามมหาสาคร บทที่ 17 : คลับคล้าย

ข้ามมหาสาคร บทที่ 17 : คลับคล้าย

โดย : กฤษณา อโศกสิน

“ข้ามมหาสาคร” นวนิยายพีเรียด โดย กฤษณา อโศกสิน ศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ เรื่องราวความรักโรแมนติกของสองหนุ่มสาวที่ต้องฝ่าฟันอุปสรรคนานัปการไปจนถึงความรักชาติรักแผ่นดินและการต่อกรกับชาติตะวันตกที่จ้องจะเข้ามาครอบครอง นิยายออนไลน์อีกหนึ่งเรื่องที่ อ่านเอา อยากให้คุณได้อ่านออนไลน์

************************

– 17 –

สนับสนุนอ่านเอาด้วยการสั่งซื้อหนังสือ “ในสวนอักษร” คลิกที่นี่

โดยพลัน ดูราก็ได้ยินเสียงตอบชัดเจนจากชายผู้ที่นางมิค่อยจะวางใจตั้งแต่แรก หากบัดนี้กลับค่อนข้างทึ่งในตัวเขา

“กระผมนึกว่าตัวเองเป็นคนสยามมาตั้งแต่อายุสิบห้าขอรับ”

“อ้าว…ไฉนจึงไปเกี่ยวกะอายุด้วยเล่า” คุณหลวงก็เลยย้อนถาม

พอดีเหมืองโผล่พ้นขอบเรือก้าวขึ้นมา ชายแปลกหน้าจึงหยุดไว้เพียงเท่านั้น คลานกลับไปยังปลายดาดฟ้า

ดูราถึงแก่เหลียวตามเขาไป

ชายคนนี้คือผู้ใดกันหนอ นางเพียรนึกอยู่ในใจ…หรือมิฉะนั้นเขาควรจะเป็นใคร

พอดีเหมืองก็มองตามหลัง มีวี่แววชังน้ำหน้า เพราะเมื่อครู่ที่ตามลงไปส่งกัปตันโฮป กัปตันเรือผู้บรรทุกปืนมาเร่ขายขุนนางแลเศรษฐีสยามอย่างง่ายๆโดยปราศจากการกีดกันใดๆจึงคาดว่าครานี้ก็คงง่ายอีกเช่นกันนั้น มิทันนึกว่าจะมาถูกขัดจังหวะด้วยชายชั้นต่ำผู้คือใครยังมิรู้ นอกจากกัปตันโฮปจะพาเอาความขุ่นเคืองกลับไปแล้ว เหมืองผู้ค่อนข้างคุ้นกับกำปั่นสองเสาของชาวอเมริกันผู้แล่นเรือเข้าๆออกๆ ชายฝั่งทะเลด้านตะวันตกนี้มานานพอสมควร ก็ยังปั่นป่วนในอารมณ์จนถึงนาทีนี้เช่นกัน

นึกถึงคำที่กัปตันถามเขาเมื่อครู่

‘ยูว่ามันเป็นใคร ถึงบังอาจทำท่ารู้ดี’

‘ฉันเองก็เพิ่งเจอมันวันวาน คลับคล้ายคลับคลาว่าเคยเห็น แต่ไม่รู้ว่าเห็นที่ไหน จนป่านนี้ก็ยังนึกไม่ออก’

แต่อีกฝ่ายยังหัวเสียไม่เลิก จึงได้แต่สั่นศีรษะดิกๆ พลางว่า

‘พรุ่งนี้ฉันจะลองดีกะมัน’

‘อย่าให้แพ้มันเป็นใช้ได้’ เหมืองก็เลยหยอดไว้พร้อมหัวเราะ

อีกฝ่ายจึงโบกมือลา ลงเรือเล็กกลับไป

ครั้นนั่งลงบนเบาะตรงข้ามคุณหลวง พลางสบตากับลูกสาวของเขา ก็กลับเปลี่ยนสีหน้าได้ทันใด

แต่เจ้าของเรือก็ไม่เอ่ยเรื่องเก่า หากเชื้อเชิญให้ดื่มน้ำมะพร้าวอ่อนที่เจ้าเมืองฝากมากับเรือแคนนูลำที่มาส่ง

เรื่องราวที่ควรยาวจึงจบลง

เจ้าของกองเรือจีนยกมะพร้าวที่เฉือนปากจนเปิดออกดื่มได้ ดื่มจนหมด พลางพึมพำ

“น้ำมะพร้าวนี่ทั้งหอมทั้งหวานขอรับ”

“เอาช้อนตักเนื้อกินดูสิ” คุณหลวงจึงแนะนำ พร้อมยิ้มจางๆบนแนวปาก

เหมืองจึงทำตามอย่างว่าง่าย เอาใจอีกฝ่ายจนออกนอกหน้า หากก็ถึงแก่ชมเปาะ

“อือ…เนื้อก็ทั้งอ่อนทั้งหวานมันดีมากขอรับ”

ก็เท่านั้นเองที่ต้องการ…หลวงประกาศบุรีนึกในใจ

มันจะได้จบเรื่องพาลคนของเรา

พลางก็หันไปเอ่ยกับกัปตัน

“เซปา…หวังว่าจะไม่มีพายุนะพรุ่งนี้”

“ไม่น่ามีขอรับ”

ลูกๆทั้งสี่จึงได้แต่นึกชมบิดาของพวกเขา

จึงไม่น่าสงสัยเลยว่า เหตุไฉนคุณหลวงจึงไม่เคยมีเรื่องเคืองขุ่นกับผู้ใด

หากถ้ามี ก็มักจะปัดเป่าไปเสียได้ด้วยวิธีที่แยบยล

เหมืองก็เลยคาดเดา

“ถ้ามี ก็คงมีคืนนี้แหละขอรับ เพราะดูฟ้าแล้ว เมฆก็ยังมืดมาก” พูดพลางก็ตักขนมโคเข้าปาก พลางว่า “ขนมนี่รสชาติดีมากขอรับ”

“อยากให้อิ่มกลับไปอย่างไรเล่า” เจ้าของเรือยังคงตอบเรียบๆ “กลับไปนี่จะได้หลับสบาย”

“พรุ่งนี้ขอกระผมมาแต่เช้านะขอรับ…คือนัดกัปตันโฮปไว้ เขาจะไปรับกระผมที่เรือตอนแปดโมง” พลางเจ้าตัวก็มองหน้าสตรีผู้เดียวในที่นี้ “พี่มีผ้าทั้งของฝรั่งกับแขกมาฝากนะขอรับน้อง…เชื่อเลยว่า น้องจะต้องชอบมาก”

ดาบฟังแล้วได้แต่คันทั้งมือแลเท้า หากมิอาจทำอย่างไรได้ ในเมื่ออย่างน้อยบิดาก็กำลังจะได้รับประโยชน์จากกองเรือของหนุ่มจีนผู้นี้นับจากพรุ่งนี้เป็นต้นไป

ด้วยอำนาจของแม่เหล็กชิ้นใหญ่ที่มีอยู่นั่นก็คือ น้องสาวผู้มิใช่สายเลือดเดียวกับเขา

เพียงแต่ส่งเหมืองลงเรือ ยังมิทันจะไปไกลสักเท่าใด กัปตันเซปาขึ้นไปยังห้องของเขาแล้ว ดาบก็ระเบิดถ้อยคำออกมา

“ไอ้หมอนี่ ท่าทางมันน่าถีบที่สุดคุณพ่อ”

แต่คุณหลวงยังคงจดจ่ออยู่กับปืน…ที่เช้าพรุ่งนี้ ผู้จะขายคงขนลงเรือมาให้ดูเป็นตัวอย่าง

ดังนั้นจึงเรียกกันตังเข้าไปในห้องกว้างที่นั่งกันอยู่พร้อมหน้า

“ไหน…เจ้าว่าเจ้าดูปืนเป็น ดูได้อย่างไร แค่เห็นก็รู้ว่าดีรือมิดีใช่หรือไม่”

“ก็คงต้องขอดูที่ไกปืนก่อนขอรับ เพราะที่เอามาขายๆกันอยู่นี่ ไม่ว่าฝรั่งหรือเจ๊ก ที่ห้ามไกปืนมักจะไม่แข็งแรง เพราะที่จริงมันก็แค่ทำขึ้นง่ายๆ” กันตังอธิบายช้าๆ “ถ้าพรุ่งนี้เขาเอามาให้ดู กระผมจะขอดูที่ห้ามไกปืนขอรับว่าจะหลุดง่ายหรือไม่ คือปืนพวกนี้ส่วนใหญ่ไม่ใช่ชนิดที่หนึ่ง”

คุณหลวงแลลูกๆฟังแล้วอึ้งไปเหมือนกัน

“หมายถึงว่าถ้าที่ห้ามไกปืนไม่แข็งแรง เราก็ไม่ควรซื้อไว้ เช่นนั้นใช่หรือไม่”

“ขอรับ…ไม่ควรซื้อ…ถ้าจะให้ดี ลองเทียบดูกับปืนที่ใต้เท้ามีก็ได้” กันตังยังคงชี้แจงแสดงให้อีกฝ่ายเข้าใจ “ถ้าที่ห้ามไกปืนหลุดเสียแล้ว ก็ยากจะซ่อมได้ขอรับเพราะปืนนี่มีห่วงรอบลำกล้องกับพานท้ายปืนแลที่ห้ามไกปืนอันเดียวกัน โยงถึงกันได้ขอรับ”

หลวงประกาศบุรีได้แต่มองหน้า พลางตวัดกลับมาสู่คำถาม

“เจ้าคงเคยยิงปืนมามากละซีนะ เคยยิงใครตายบ้างหรือไม่”

“ไม่เคยขอรับ” คราวนี้ เขาลดเสียงเบาลง “คือ…ก็…เอ้อ…เพียงแต่ยิงขู่ขอรับ ยิงป้องกันตัว”

“เจ้ายิงใคร”

 

ทันใดนั้น กัปตันเซปาก็เปิดประตูท้ายเรือเข้ามา พลางคุกเข่าลงรายงาน

“มีเรือเข้ามาจอดอีกลำแล้วขอรับ…ทอดสมอห่างจากเรือเราไม่มาก ไม่ทราบว่าเป็นเรือทูตอังกฤษรือไม่””

“เช่นนั้นรือ” คุณหลวงจึงลุกขึ้นอย่างกระตือรือร้น “ก็ถ้าเป็นเรือทูตอังกฤษจริง พรุ่งนี้เช้าเขาก็คงเข้าไปพบท่านเจ้าเมืองละกระมัง”

ครั้นแล้ว ทั้งเจ็ดคนจึงตามกัปตันขึ้นบันไดไปสู่ห้องท้ายเรือ ชวนกันมองผ่านกล้องไปทางน่านน้ำใหญ่ หากก็แลไม่เห็นเรือลำใดนอกจากกำปั่นสองเสาแบบตะวันตกจอดทอดสมออยู่ไม่ไกลจากเรือดูรา

คุณหลวงจึงเรียกกันตังเข้ามาดูเรือจากกล้องมองไกล

“เจ้าบอกได้รือไม่ว่าเป็นเรือชาติใด”

“ชาติอังกฤษขอรับ…ธงนั่นธงอังกฤษ”

ที่จริงอีกฝ่ายก็แกล้งถามไปอย่างนั้น เพราะรู้จักธงอังกฤษเป็นอย่างดี

“คนส่งข่าวคงจะเห็นเรือแล้วขอรับ คงจะรีบกลับไปรายงานท่านเจ้าเมือง”

เมื่อรู้แน่ว่าเป็นเรืออังกฤษ คุณหลวงจึงกลับลงไปข้างล่าง

“ดีเหมือนกันที่ไม่ต้องรีบไป…ก็เอาละ…เราจะได้อยู่ฟังรายละเอียด พอให้รู้ว่ามาดีรือมาร้าย มาด้วยเรื่องอันใด” คุณหลวงเอ่ยกล่าวด้วยวิญญาณชาวสยามผู้สนใจความเป็นไปของบ้านเมืองเนื่องด้วยใคร่รู้ถึงการมาการไปของชนชาติต่างๆอยู่เสมอว่าจะมาดีหรือมาร้าย

ดีอย่างไร ร้ายเพียงไหน

“กระผมออกไปสืบข่าวให้ก็ได้ขอรับ” กันตังเอ่ยขึ้นมาท่ามกลางวงหารือ

ชวนให้คุณหลวงแลลูกๆหันมามองเขาเป็นตาเดียว…อย่างมิสู้จะแน่ใจว่า ควรใช้ชายแปลกหน้าในงานเช่นนี้ดีหรือไม่

เพราะยังมิรู้เลยว่า เขาผู้นี้คือใคร

นี่ก็ลงมาอยู่ในเรือเกือบจะผ่านสองวันสองคืนเข้านี่แล้ว

แต่หลวงประกาศบุรีเป็นผู้ที่มักจะต้องท้าทายความสงสัยของตนเองอยู่เสมอ จึงตัดสินใจ

“ไปเดี๋ยวนี้น่ะหรือ”

“ขอรับ”

เจ้าของเรือจึงถามตาปันจังกับลูกๆ

“ส่งกันตังไปสืบข่าวดีหรือไม่”

“ก็น่าจะส่งไปนะขอรับ” ตาของสาวน้อยไม่กังขา…เพราะตนเองก็อยากรู้เช่นกันว่า ชายนี้จะมีความสามารถใดบ้าง

ช่างดูน่าอัศจรรย์ยิ่งนักที่ราวกับเขาผู้มีเพียงเสื้อสองสามตัวผลัดเปลี่ยน จะหมุนเวียนทำงานได้รอบตัวเช่นนี้

“ถ้าเช่นนั้นด้าว…ขึ้นไปบอกกัปตันเอาเรือเล็กลง ส่งกันตังกับไอ้กลิ้งไปด้วยกัน เอาจดหมายของข้าไปให้เจ้าเมือง”

 

Don`t copy text!