ข้ามมหาสาคร บทที่ 31 : คืนฟ้าคำรณ

ข้ามมหาสาคร บทที่ 31 : คืนฟ้าคำรณ

โดย : กฤษณา อโศกสิน

“ข้ามมหาสาคร” นวนิยายพีเรียด โดย กฤษณา อโศกสิน ศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ เรื่องราวความรักโรแมนติกของสองหนุ่มสาวที่ต้องฝ่าฟันอุปสรรคนานัปการไปจนถึงความรักชาติรักแผ่นดินและการต่อกรกับชาติตะวันตกที่จ้องจะเข้ามาครอบครอง นิยายออนไลน์อีกหนึ่งเรื่องที่ อ่านเอา อยากให้คุณได้อ่านออนไลน์

************************

– 31 –

สนับสนุนอ่านเอาด้วยการสั่งซื้อหนังสือ “ในสวนอักษร” คลิกที่นี่

กันตังแลกายีได้แต่แลตามหลังคุณหลวงผู้มิวายทิ้งแววตาห่วงใยดูราไว้ให้รู้ แต่ผู้ชายหนุ่มอีกสามคนมิรู้สึกอันใด ดาบเห็นกายีมานั่งเฝ้าหน้าห้องก็แสนจะยินดีหาใดเทียม

“แล้วนี่…ยังไม่มีใครเอามุ้งหมอนมาให้เจ้าเลยละหรือ” ดาบได้แต่กระตือรือร้นกังวลใจ

ไอ้หมอนี่เห็นข้าทาสเป็นหมูหมากาไก่รืออย่างไร จึงทำท่าไม่สนใจไต่ถาม…ตาปันจังกับกัปตันก็ถูกชายสามคนพาหายไป

ด้าวจึงรับอาสา

“ฉันลงไปดูให้ก็ได้”

“ไม่เป็นไรขอรับ” กันตังเดาได้โดยตลอดทีเดียวว่านายกองเรือนึกอย่างไร ถ้ามิใช่ความโกรธยังคุกรุ่น…นอกจากเคืองขุ่นเรื่องปืน ก็ยังมาถึงเรื่องไม่ทำตามคำสั่ง…นั่นก็เนื่องด้วยคงอยากกีดกันเขากับน้องสาว มิให้มาเฝ้านางสาวน้อย

เออจริง…มึงเดาถูก…ชายหนุ่มนึกในใจ

ถึงอย่างไรกูก็ต้องเฝ้า…นับแต่นี้เป็นต้นไป

มึงน่าไว้ใจเสียนักหรือ

“ไม่ต้องเลยขอรับ กระผมกะน้องไม่ต้องมีมุ้ง หมอนก็นอนกันได้ ใช้ย่ามนี่หนุนหัวก็สบายแล้วขอรับ ท่านไม่ต้องห่วง”

ด้าวก็เลยย้ำถาม เพราะความจริงก็มิอยากลงไปเนื่องด้วยบ้านช่องใหญ่โต ผู้คนที่แลเห็นเมื่อสักครู่ก็ค่อนข้างมาก แม้ไม่มากเท่าที่จวนเจ้าเมือง ก็ยังเกินยี่สิบคนขึ้นไปโดยไม่รวมตัวนายที่น่าจะมีหญิงมากกว่าชาย

คงต้องคอยดูพรุ่งนี้เช้าว่าบ้านช่องห้องหับแลผู้คนเป็นอย่างไร

ดังนั้นด้าวจึงพยักหน้า

“ถ้ากายีจะลงไปทุ่ง กันตังต้องไปเป็นเพื่อนน้องเจ้านะ”

“ขอรับ”

“แต่ใต้ถุนของเขาก็สว่างดี มีไต้จุดอยู่ใกล้ๆ” ด่านบุ้ยปากบอกพลางเหลือบแลไปมา “ในห้องเขานั่นปูฟูกน่าสบาย…”

ยังมิทันขาดคำ เหมืองก็เดินกลับมา มานั่งลงบนยกพื้นตรงหน้าชายทั้งสาม

กันตังกับกายีจึงค่อยๆเลื่อนตัวออกไปยังมุมยกพื้นด้านในเนื่องด้วยฝนฝอยๆกำลังโปรยละอองลงมา

เหมืองก็เลยหันมาถามเชิงตอกหน้า

“ก็ไหนว่าแม่เจ็บไข้อย่างไรเล่า เหตุใดจึงไม่รีบไป”

อีกฝ่ายก็เลยตอบกลับ

“มียากินอยู่แล้วขอรับ…แกก็เพียงแต่คิดถึงลูกเท่านั้น…พรุ่งนี้ยังไรๆก็ต้องไป…”

“ข้าเองก็อยากเห็นบ้านเจ้า” ดาบยิ้มพรายอย่างใจดี ทีท่าเปลี่ยนไปจากวันก่อนราวคนละคน

หากเหมืองก็ไม่ฉงนฉงายใดๆเพราะนึกรู้

สงสัยไอ้หมอนี่กะเอานางกายีเป็นเมียควบกับน้องเลี้ยงของมันที่ไม่ยอมเปิดประตูออกมาเลยนับแต่ก้าวเข้าไป ได้แต่ขัดดาลนอนเงียบ

หากเขาก็มิเชื่อว่านางหลับ

มาถึงบ้านกูแล้วยังทำท่าไม่นับญาติ…ก็คงจะได้รู้กัน

แต่ทันใดนั้น ท้องฟ้าก็เริ่มคำรณคำรามขึ้นมาอีกเพียงครู่เดียวฝนก็หนักขึ้น เหมืองก็เลยต้องขอตัวเดินอ้อมไปด้านหลังแล้ววกซ้ายเข้าเรือนใหญ่ ปล่อยเรือนเล็กด้านขวาไว้เป็นที่นอนของลูกคุณหลวงกับสองพี่น้องที่เขายังคงขวางตาจนบัดนี้

เสียงสนั่นครั่นครื้นจากเบื้องบนยังคงสะท้านสะเทือนติดต่อกันไปจนกระทั่งสายน้ำทะลักทะลายลงมา

พลันพี่น้องสามชายผู้มิสมัครใจลงเรือนไปยังห้องน้ำที่ทาสชายบอกกล่าวไว้ว่าอยู่ใต้ถุน ต่างก็ชวนกันพยักหน้าราวกับนัด

“อาบน้ำฝนกัน ด่าน ด้าว” พี่คนโตเอ่ยขึ้นขณะที่น้องสองคนพยักหน้า “กันตัง กายีด้วย…อาบน้ำที่ชานนี่แหละนะ จะได้ไม่เปลืองน้ำในตุ่มเขา”

“เอาเลยพี่” ด้าวร้องดัง หากแต่มิอาจกลบเสียงสนั่นลั่นเปรี้ยงจากเบื้องบน “ชวนพี่ดูราออกมาด้วยดีกว่า ถึงไม่อาบก็นั่งดูสนุกดี…ดีไหมพี่ดาบ”

“ดี” พี่คนโตพยักหน้าพลางเดินไปเคาะประตูพลางเปล่งเสียงแข่งกับเสียงฝนหนัก “น้องๆๆๆ…ออกมาเล่นน้ำฝนกันดีกว่า พี่กะด่านด้าวอยู่ข้างนอกนี่ กายีก็อยู่ด้วย”

เงียบไปอึดใจจึงมีเสียงถอดดาล

ดวงหน้าแลดวงตานางปรากฏในแสงโคมจากเพดานหน้าห้อง

ครั้นแลเห็นเพียงพี่ชายน้องชาย นางจึงก้าวออกมายืนเต็มกาย

นัยน์เนตรแลเลยไปยังชายกับหญิงผู้ยังคงนั่งห้อยเท้านิ่งอยู่บนมุมยกพื้น ช่วยให้ใจชื้นขึ้นมาโดยพลัน

ครั้นแล้วจึงถาม

“เจ้าไม่ได้ไปหาแม่ดอกรึ กายี”

“รอพรุ่งนี้ก็ได้เจ้าค่ะ”

“ออกมาอาบน้ำฝนกันดีกว่าน้อง นั่งเรือมาทั้งวัน เหงื่อแตกเต็มตัว” ว่าพลางพี่ชายก็หายตามน้องๆเข้าไปในห้อง กลับออกมาในผ้าตาหมากรุกหยักรั้ง เปลือยทั้งท่อนบนแลแข้งขา ชวนกันก้าวไปสู่ชานตรงหน้า ปล่อยให้น้ำจากฟ้าชำระล้างทั้งศีรษะแลคราบไคล “เอ้า…กันตังกะกายี มาอาบน้ำด้วยกัน”

ดังนั้น สองพี่น้องก็เลยทำตามคำสั่งอย่างว่าง่าย กันตังแลกายีจึงชวนกันหลบไปเปลื้องเสื้อกางเกงข้างฝากั้น กลับออกมาพร้อมผ้าผืนสั้นหยักรั้ง กายีกระโจมอก เห็นเนินเนื้อเนียนแน่น

นัยน์ตาดาบจึงเป็นประกายแล่นขึ้นมา

ยังเหลือผู้นั่งมองคนเดียวคือดูรา

“กายี…ฝนเย็นดีหรือไม่” นางสาวน้อยส่งเสียง…เสียงที่บัดนี้แม้ดังเพียงไร ก็หามีผู้ใดได้ยินไม่

ด้วยว่า ความคะนองของท้องฟ้าดังกลบ

ครู่ต่อมา…จึงแลเห็นดวงหน้าคุณหลวงโผล่ออกมารำไรตรงมุมเรือนใหญ่ แต่ชานโล่งไร้หลังคาช่วยให้วิ่งมามิได้

แลเห็นภาพลูกชายทั้งสามกับพี่น้องแปลกหน้ากำลังชะล้างกายากลางสายพิรุณ มีลูกสาวนั่งมอง ก็ได้พยักพเยิดอย่างต้องใจ

“ดีแล้วลูก” คุณหลวงได้แต่พึมพำในลำคอ “ทำถูกแล้วที่ไม่มาร่วมวงเล่นน้ำฝนกะเขา”

ที่เกรงอยู่ก็คือ จะมีนัยน์ตาซุกซนของใครแอบดูอยู่ตรงไหนมิอาจรู้

 

แต่แท้จริงแล้ว หาเป็นเช่นนั้นไม่

ด้วยว่าบัดนี้ชายเจ้าของบ้านกลับเดินข้ามชานด้านหลัง ไปสู่ห้องพักส่วนตัวที่เรือนอีกหลังหนึ่งซึ่งเชื่อมกันด้วยชานใหญ่ ที่นั่น ลี่ เจีย เฉียนนั่งคอยอยู่ก่อนแล้วบนยกพื้นหน้าห้อง

ในตัวเรือนราวร้างไร้ผู้คน ฝนหนักที่ประหนึ่งเทน้ำลงจากฟ้าสักล้านสาย ช่วยให้เจ้าของบ้านทั้งหญิงชายผู้ใหญ่เด็กต้องเก็บตัวอยู่แต่ชั้นบน หรือมิฉะนั้นก็ใต้ถุนกับห้องครัว ปล่อยให้อาคันตุกะพักผ่อนนอนหลับในห้องที่จัดไว้ซึ่งเหมืองก็อุตส่าห์จ้างเรือเร็วมาส่งจดหมาย สั่งให้เตรียมห้องหับที่หลับที่นอนอาหารคาวหวานไว้พร้อมพรัก คอยต้อนรับเศรษฐีจากตะกั่วป่า

แต่ครั้นได้เวลามาจริงๆก็มาถึงแบบทุลักทุเล มิหนำซ้ำยังค่ำมืด แถมด้วยฝนยังกลับมาตกหนัก อาคันตุกะแต่ละคนก็ราวกับดั้นด้นมาจากป่า อ่อนล้าเพลียแรงไปตามกัน

“เข้ามานั่งใกล้ๆกูนี่…ไอ้เฉียน หวังว่าสัญญาณของมึงคงไม่เป็นหมันมังนะ”

“ไม่ดอกขอรับใต้เท้า” คนสนิทสมองไวบอกกล่าว ยกเยิรนายของเขาเท่าเจ้าเมืองเอาทีเดียว “ใช้กันมานานขอรับ รู้ไส้รู้พุงกันดี”

“รู้ไปถึงฝีมือฝีตีนด้วยหรือเปล่า” ปลายเสียงนายของเขาหยอกเอิน ด้วยว่าสนิทกันเกินนายกับลูกน้อง อาจถึงขั้นญาติก็ว่าได้

“ขนาดนั้นแหละขอรับ” เฉียนตอบรับดังดังตามสบาย

คืนนี้ นายให้กางมุ้งนอนที่นี่ ด้วยว่ามีเรื่องลับต้องหารือ

ก็หาใช่เรื่องใดอื่นไม่ นอกจากเรื่องแก้ลำน้ำใจหญิงผู้เยาว์

‘ถ้าพูดดีๆไม่เข้าใจก็ต้องใช้ทางที่ไม่ต้องพูด’ นายของเขาเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันตั้งแต่คืนก่อน ตอนที่อารมณ์กำลังคุคั่ง เหล้าองุ่นครึ่งถังเล็กก็เกือบเกลี้ยง

ครั้นแล้วในบัดนี้เขาก็ตอบสนองคำของนายเรียบร้อยแล้ว ต่อจากคืนนี้เป็นต้นไปก็เพียงแต่รอคอยเรื่องราว

“มึงว่าจะสำเร็จไหม”

“สำเร็จขอรับ…กระผมรับรองล่วงหน้าได้” เฉียนตอบอย่างมั่นใจ

ลี่กับเจียพยักหน้าพร้อมกัน

“มันพวกนี้ไม่เคยพลาดดอกขอรับ”

 

Don`t copy text!