ข้ามมหาสาคร บทที่ 38 : หัตถ์แห่งโชคชะตา

ข้ามมหาสาคร บทที่ 38 : หัตถ์แห่งโชคชะตา

โดย : กฤษณา อโศกสิน

“ข้ามมหาสาคร” นวนิยายพีเรียด โดย กฤษณา อโศกสิน ศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ เรื่องราวความรักโรแมนติกของสองหนุ่มสาวที่ต้องฝ่าฟันอุปสรรคนานัปการไปจนถึงความรักชาติรักแผ่นดินและการต่อกรกับชาติตะวันตกที่จ้องจะเข้ามาครอบครอง นิยายออนไลน์อีกหนึ่งเรื่องที่ อ่านเอา อยากให้คุณได้อ่านออนไลน์

************************

– 38 –

สนับสนุนอ่านเอาด้วยการสั่งซื้อหนังสือ “ในสวนอักษร” คลิกที่นี่
สนับสนุนอ่านเอาด้วยการสั่งซื้อหนังสือ “ในสวนอักษร” คลิกที่นี่

เขาจึงกอดนางไว้แน่น แม้นเหมือนจะเหาะได้ สิบปีเต็มอันเลยลับไปเป็นสิบปีที่ทิ้งเขาไว้ในแดนดินแห่งทุกข์มหันต์…ครั้นมาถึงบัดนี้ ก็ราวพระหัตถ์เทพไท้แห่งสวรรค์เอื้อมลงมา…ผูกเขากับนางไว้ด้วยกัน

ผูกแลพันกันอย่างมั่นคง

“แม่นาย…ข้าขอเอาชีวิตข้าเป็นเดิมพัน…มันผู้ใดหวังพรากแม่นายไปจากข้า…ข้าจะสู้จนตัวตาย”

“กันตัง…กันตัง…ข้าทั้งเกลียดทั้งกลัวโจรสลัด”

“หนอยแน่…เกลียดกลัวโจรสลัด” ตัวหัวหน้ายังคงเท้าสะเอวคุมเชิง “กูอยากรู้นักว่า…มึงทั้งคู่จะรอดน้ำมือนายกูไปได้ยังไร”

พวกมันที่ยืนตะคุ่มๆอยู่โดยรอบต่างก็แค่นหัวเราะแกมเย้ยหยัน หลังจากเขม้นมองสองหนุ่มสาวกอดกันอย่างหวาดพรั่นอยู่ตรงหน้า

“เอ้า…มึงก็ร่ำลากันซะให้ช่ำ…ถึงเวลาพานางนี่ไปให้นายกูแล้ว”

“กูไม่ให้ไป”

“เอ๊ะ…ไอ้นี่…เดี๋ยวได้รู้กัน…มึงกะกูใครอยู่ใครไป” ว่าพลาง เจ้าคนพูดก็ง้างฝ่ามือ

ทันใดนั้นก็มีเสียงตวาดลั่น

“ไอ้หัน…นั่นมึงจะทำไร”

ประตูที่กั้นระหว่างหัวเรือแลห้องด้านในเปิดออก ร่างสูงใหญ่ใบหน้ารกด้วยหนวดเครา มีแวววาบมันเงาคมกริบจากหน่วยตาภายใต้คิ้วหนายาว คล้ายกันกับรองหัวหน้าผู้ถูกส่งไปทำงานแทนตัว

ลูกน้องนามว่าหันก็ได้แต่ลดฝ่ามือลง

ทั้งกันตังแลดูราจำต้องสบตากับชายผู้ยืนเด่นอยู่ตรงหน้า

“เหตุใดจึงไม่ไหว้นายข้า” เจ้าหันเอ่ยถาม “ท่านชื่อสะลอแม”

แต่ทั้งเขาแลนางราวกับนัดกัน

ต่างก็ยืนนิ่งตกตะลึงอยู่เช่นนั้น

ทั้งๆในใจกำลังตะเบ็งเสียงดังลั่น

ข้าจะไม่ไหว้คนฆ่าพ่อแม่ข้าให้เสียมือ

คนผู้นี้หรือคือสะลอแม

สิบปีผ่านไป…จากวัย 35 ปี มาสู่อายุ 45…จากหนุ่มวัยต้นสูงโปร่ง มาสู่วัยหนุ่มใหญ่ร่างหนา หนวดเครายังดกครึ้มเหมือนครั้งกระนั้น

ต่างคนต่างก็ยังจำกันได้

จำเพาะนางเท่านั้นที่เพิ่งประจันหน้า

นี่ถ้าตามาด้วย จะทำท่าทางอย่างไร ดูราได้แต่นึกอยู่ในใจ ขณะที่ต่างก็เล็งแลกันแลกัน

อึดใจเต็ม…โจรใหญ่ก็ปริปาก…เสียงของเขายากจะรู้ได้ว่า…นี่คือเสียงของคนผู้เป็นที่ต้องการของทั้งสยามแลต่างภาษา

“ข้าดีใจที่วันนี้มีโอกาสได้พบเจ้าทั้งคู่”

ดูราขนลุกซู่เลยทีเดียวเมื่อได้ยิน

ไม่น่าเลยที่เขาผู้นี้จะเคยฆ่าพ่อแม่ของนาง

“เราควรจะอยู่ด้วยกันตามลำพัง ได้คุยกันโดยไม่มีใครมานั่งฟัง…ไอ้หัน…มึงไปบอกไอ้บุกให้จัดห้องใหม่ ห้องที่เก็บหีบสมุนไพร เข้าไปกวาดถู ย้ายของ ปูฟูกหาหมอน กางมุ้งใหม่ให้นางนอน…”

“ขอรับนาย” ไอ้หันฝ่อลงทันใดเมื่อนายตัวจริงปรากฏกาย

“เข้ามาข้างในก่อนดีกว่านาง…นางชื่อไรนะ…จะได้เรียกถูก”

“ดูรา” กันตังจึงตอบแทน

โจรร้าย ณ บัดนี้กลับกลายไป…กลายร่างเป็นใครอีกคนที่แม้แต่สมุนก็ยากจักเคยเห็น

ด้วยฝ่ามือเขาหันไปดึงบานประตูไม้ให้เปิดออก แลเห็นแสงตะเกียงที่แขวนสลัวอยู่ภายใน

ลักษณะคล้ายกันกับเรือดูรา

“เข้าไป” ในที่สุด เขาก็พยักหน้า ยืนถือบานไม้อยู่เช่นนั้น จนกระทั่งทั้งคู่ค่อยๆก้าว

ตรงหน้าคือเบาะสีอำพันแลม่านไหมสีนวลติดพู่ห้อยงดงามตามผนังไม้สองข้าง กลางลำเรือปูเสื่อที่ถักด้วยกกเป็นลวดลายฟันปลา วางโตกยาวกว้างทำด้วยซุงทั้งท่อน สี่มุมห้องมีตุ่มหินใส่น้ำฝนวางตั้งพร้อมขันทองเหลืองครอบแทนฝา

“เจ้าอยากกินไรรือไม่…บอกมา…พ่อครัวที่นี่ทำกับข้าวได้ทุกอย่าง”

สะลอแมยังคงแปลงร่างสืบไป

ขณะที่ทั้งกันตังแลดูรายังคงจับมือกันไว้ แม้ว่าจะลงนั่งบนเบาะเคียงกัน ตรงข้ามมีชายหนุ่มใหญ่ที่ไม่มีเค้าว่าเป็นโจร นอกจากหนวดเครารุงรังที่ปกคลุมใบหน้า ซึ่งถ้าโกนออก เขาก็คงเป็นชายสามัญที่คล้ายมือไม่เคยเปื้อนเลือดคนหนึ่งเท่านั้น

“อิ่มมาแล้ว” กันตังบอกเรียบๆ

สะลอแมก็ได้แต่มองหน้าเขานิ่ง…นาน…พร้อมกะพริบตาถี่

ชายหนุ่มแลเห็นน้ำใสๆหล่อขึ้นเต็มที่ในวงตาใหญ่กว้างแกมแดง…เขาคงดื่มสุราขนาดหนักในช่วงเวลาที่ไม่ออกไปปล้น

“ข้าดีใจที่ได้พบเจ้าอีกครั้ง” ในที่สุดเจ้าของเรือก็เอ่ยขึ้น “เราไม่ได้พบกันนาน…สิบปี…ไม่ใช่เวลาน้อยๆ…แต่ในเวลาที่ไม่น้อยนั้น…เจ้าไม่เคยหายไป…เคยอยู่กับข้ายังไรก็อยู่อย่างนั้น…”

ครั้นแล้วเสียงของเขาก็หยุดลง...กันตังแลดูราแลเห็นดวงตาที่เอ่อเต็มด้วยน้ำใส บัดนี้มันค่อยๆร่วงลงมาเป็นสายจนหายไปในกลุ่มหนวดเครา ขณะที่อีกฝ่ายกลืนน้ำตาลงลำคอโดยมิหวังจะต่อล้อต่อเถียงแต่อย่างใด

“เจ้าก็เหมือนกัน” สะลอแมผู้นามของเขาแพร่สะพัดกังวานไกลในฐานะโจรสลัดตัวร้าย หนึ่งในสี่มหาโจรแห่งภาคใต้ แต่ละรังทั้งใหญ่เล็กของพวกนี้มีเรือสำหรับแล่นออกไปปล้นกำปั่นทั้งสามเสาแลสองเสา รวมแล้วราวสี่สิบลำ มีลูกสมุนประจำแต่ละลำไม่ต่ำกว่า 20 คน สุดแต่จะปล้นใหญ่หรือปล้นเล็ก หากปล้นใหญ่ก็อาจใช้เรือเร็วกำกับไปเพื่อระดมยิง แต่ส่วนใหญ่จะไม่เข้าใกล้เรือเป้าหมาย เกินกว่า 200 หรือ 300 หลา หากจะส่งเสียงดังข่มขวัญก่อนเริ่มโจมตีจนกว่าอีกฝ่ายจะสิ้นกำลัง เหยื่อของพวกเขาส่วนมากคือเรือพ่อค้ามลายูแลสยาม หลีกเลี่ยงการข้องแวะกับเรือจีนที่มักจะยิงโต้ตอบอย่างทรหด “ข้าอยากเจอเจ้ามานาน…สิบปีเต็ม…ที่ข้าทรมานมาก…จริงอย่างที่เจ้าพูดเมื่อกี้…ว่า…ข้าฆ่าพ่อแม่เจ้าด้วยมือของข้า…มือนี่ไง…”

ว่าพลางเขาก็ยกฝ่ามือขวาขึ้นชู

ชวนให้ดูราน้ำตาไหลแกมสะอื้นไห้เบาๆ

ขณะที่เขา…ชายหนุ่มผู้กุมมือนางไว้…ได้แต่บีบมือนางให้ได้รู้สึกว่า

แม้ยามนี้จักไม่มีใคร หากก็ยังมีเขาที่ไว้ใจได้

“เจ้าคงยังไม่เคยรู้จักความแค้นว่าคืออย่างไร…” สะลอแมเอ่ยสืบไปเรียบๆ “ถ้ารู้จัก…ก็คงจะเห็นใจข้า…แม้ว่าข้าจะไม่เคยขอความเห็นใจ”

ถึงอย่างไร ทั้งคู่ก็ยังคงนิ่ง กันตังนิ่งเพราะใคร่ให้อีกฝ่ายได้ขยับขยายกระจายความเป็นตัวตนของเขาให้นางสาวน้อยได้รับรู้…ดูสิว่า นางจะสามารถเข้าถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมาได้เพียงไหน

“จงรู้ไว้เถิดว่า ข้าเกลียดคนของหลวง” ในที่สุดสะลอแมก็ลั่นวาจา “มิว่าหลวงชั้นสูงหรือชั้นล่าง…เห็นใครเก่งกว่าดีกว่ามันก็กลั่นแกล้งทุกทาง…”

“นี่เจ้าจะกล่าวหาว่าพ่อข้ากลั่นแกล้งเจ้ายังนั้นรึ” เมื่อมาถึงตรงนี้ ดูราสุดจะทนฟังวาจาเข้าข้างตนของโจรใหญ่ได้อีกต่อไป นางดึงมือออกจากกันตัง พลันก็นั่งตัวตรง ยืดกายอย่างหมายใจจะโต้ตอบกับเขา พร้อมจะสืบเอาหลักฐานการป้ายสีให้บิดาตนมีราคีด่างพร้อย “พ่อข้าไม่เคยรังแกเอาเปรียบใครหน้าไหน หลวงประกาศบุรีพ่อเลี้ยงข้าเป็นพยานยืนยัน…เจ้าฟันแทงพ่อแม่ข้าอย่างทารุณ…แล้วเอาศพใส่เรือไปทิ้งไว้บนหน้าผา…เจ้าฆ่าพ่อแม่ข้าอย่างโหดเหี้ยมถึงเช่นนั้นได้อย่างไร…เจ้าเป็นคนหรือเป็นสัตว์กันแน่”

สะลอแมยามนี้ถึงแก่ตกตะลึง ขึงแข็งไปทั้งร่าง พลางก็ลดเสียงลง

“แม่นาง” น้ำตาเขาไหลพรากจากดวงตาอันแดงราวมีขมวดเลือดอยู่ในนั้น พลันก็ยกฝ่ามือ “ข้าก็รู้…รู้ว่าตัวเองรุนแรง…เกินไป…”

เสียงของเขาแกมสั่นสะท้านด้วยอาการโทมนัส

“แต่ความแค้นตอนนั้น…กับสติไม่ดีพอ…ข้าก็เลยฆ่าพ่อแม่เจ้า…ฆ่าแล้ว…ต่อมา…จึง…รู้ความจริง…ว่า…มีหนอนบ่อนไส้คนหนึ่งหรือมากกว่านั้น…หักหลัง…”

พลันโจรใหญ่ก็พนมมือ…พร้อมกับก้มลง

“คืนนี้…ข้าก็เลย…ดีใจ…ที่ได้เจอเจ้า”

 

Don`t copy text!