ข้ามมหาสาคร บทที่ 47 : กูเป็นพ่อค้า แต่มันเป็นโจร

ข้ามมหาสาคร บทที่ 47 : กูเป็นพ่อค้า แต่มันเป็นโจร

โดย : กฤษณา อโศกสิน

“ข้ามมหาสาคร” นวนิยายพีเรียด โดย กฤษณา อโศกสิน ศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ เรื่องราวความรักโรแมนติกของสองหนุ่มสาวที่ต้องฝ่าฟันอุปสรรคนานัปการไปจนถึงความรักชาติรักแผ่นดินและการต่อกรกับชาติตะวันตกที่จ้องจะเข้ามาครอบครอง นิยายออนไลน์อีกหนึ่งเรื่องที่ อ่านเอา อยากให้คุณได้อ่านออนไลน์

************************

– 47 –

สนับสนุนอ่านเอาด้วยการสั่งซื้อหนังสือ “ในสวนอักษร” คลิกที่นี่

แต่แล้วเฉียนก็ยังเอ่ยซ้ำ

“ถ้าอย่างไร กระผมขอแก้ตัวพอให้ใต้เท้าอารมณ์ดีขึ้นจะได้หรือไม่ขอรับ”

“แก้ยังไร” เหมืองกระโชกกระชากเข้าใส่ นัยน์ตาใหญ่ลุกวาว

“เอ้อ…คือ…กระผมจะว่ายน้ำไปเจรจากะสะลอแมเองขอรับ” คนสนิทค่อยๆแย้มพราย

เพียงแต่ได้ฟัง นายของเขาก็จ้องหน้า นัยน์ตาแทบถลน

“มึงสัปดนไรขนาดนี้” อีกฝ่ายร้องดัง

“จริงขอรับ…กระผมว่ายได้ นายก็รู้…ขอแค่เอาเรือนี่เข้าไปใกล้อีกหน่อยก็พอ…ต่อรองกะมันเสร็จ กระผมก็ว่ายกลับ…”

“มึงจะบ้ามากไปไหม”

“ไม่บ้าขอรับ…หรือถ้านายใคร่ให้ถือหนังสือไปส่งก็คงได้ เขียนใส่กระดาษแล้วกระผมเสียบไว้ในผ้าโพกหัวขอรับ”

“ไม่มีใครจะอุตริเท่ามึงอีกแล้ว ไอ้เฉียน” เหมืองลดเสียงลง พลางก็เหลียวแลไปรอบๆยังขอบทะเลแลขอบฟ้าท่ามกลางแสงมัวแห่งยามเช้าที่บัดนี้ไม่มีฝนหลงเหลือ มีแต่เรือสองลำตรงหน้าไกลออกไปพอประมาณ ประหนึ่งคุมเชิงกันแลกัน “ไอ้ลี่ ไอ้เจีย มึงว่าจะเอายังไรกะมันดี…มันทำท่าเป็นที่หนึ่งเห็นหรือไม่ มันทำท่าว่ามันใหญ่เต็มทะเล…”

“ก็มันเอาแม่นางไปได้แล้ว มันก็สบายใจแล้วอย่างไรล่ะขอรับ” ลี่เสร้งยั่วนายของเขา “ใต้เท้าหวังจะได้นางคืนก็คงต้องเสียค่าไถ่ละกระมัง”

“แต่กระผมว่า ต่อให้เอาดีบุก 100 ภาราไปไถ่ มันก็ไม่คืนให้” เจียอุตริสอดแทรก

หากยังมิทันขาดคำ เหมืองก็ตบหน้าผู้พูดฉาดใหญ่ คนขับเรือเร็วถึงแก่หัวเราะหึออกมา สมน้ำหน้านายเจีย

“เออ…แต่กูก็เกือบลืมไปว่า ขังอีนางนั่น…น้องไอ้กันตังไว้ในห้องที่เรือใหญ่” ในที่สุด เจ้าของเรือก็ร้องดังเมื่อนึกขึ้นมาได้ “เอาอีนั่นไปแลกดีกว่าหรือไม่ ให้ไอ้สถุลสะลอแมทำเมีย แล้วส่งนางดูรากะไอ้ห่ากันตังคืนมา…กูจักเอานางนั่นเป็นเมียกูให้ได้ แล้วจับไอ้กันตังขังลืมไว้ในเรือ มันจะเอารือไม่ ดีกว่าได้ดีบุกร้อยภาราอีกนะ”

ที่จริง ทั้งลี่แลเจียต่างก็กระลิ้มกระเหลี่ยกายีมาตั้งแต่รู้จักนางนาทีแรกนั่นแล้ว แต่จักหาทางใดให้เข้าถึงนางรุ่นสาวก็ยังมิเจอ ได้แต่ละเมอเพ้อพกอยู่ในใจ ‘ไม่ถึงตากูมั่งก็แล้วไป’ นั่นก็เนื่องด้วยน้องของกันตังมีทีท่าไว้วางตัวราวกับผัวของนางควรเป็นใครสักคนที่อยู่เหนือหัวชายสามัญ

จึงชวนให้ทั้งคู่ยิ่งกระเหี้ยนกระหายใคร่ได้นาง

แต่นายของเขาน่ะหรือ

‘แม้แต่หางตา กูก็ไม่เคยแล มึงไม่รู้ดอกรึว่ากูไม่เคยแตะหญิงหยำฉ่า…’

ดังนั้น เหมืองจึงไม่ถือ เมื่อพาหญิงดีๆลูกชาวบ้านมาเสพสุขในเรือ

‘เรือกูไม่ใช่เรือโจรสลัด จะได้พาหญิงขึ้นมาไม่ได้ หาว่าอัปมงคล…แต่คนอย่างกู…กิน…ต้องกินดี…นอน…ก็ต้องนอนดี กูไม่นอนซ่องนางโลม’

นายของเขาจึงจองหญิงชาวบ้านผู้บริสุทธิ์ไว้สองสามนาง ให้เงินเหรียญสเปนหรือรูปีอินเดียจำนวนหนึ่ง ซึ่งมากพอ…ไว้กับพ่อแม่ของนาง แล้วจึงพานางมาเสพสุขภายในห้องเล็กๆท้ายเรือ…จบสิ้นแล้ว ไม่ลี่ก็เจียหรือเฉียนจึงมีหน้าที่พานางไปส่งขึ้นบก…เป็นอันจบไปทีละฉากทีละคน ณ เมืองท่าไม่ซ้ำกัน ด้วยว่าคนหนึ่งอยู่สตูล อีกคนอยู่ตรัง แลอีกคนอยู่ถลาง

เหมืองจึงไม่นึกอยากแต่งงานกับหญิงใด

จนกระทั่งมาพบดูรา

หากก็มีอันเป็นไปดังที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า

“ว่าแต่ว่า…ตกลงจะเอายังไรดี” ท้ายที่สุดเหมืองก็ถามไถ่ “ก่อนจะมีหนังสือถึงมัน…ก็ควรต้องรู้ว่าเรากะมันคนละชั้นกัน…กูเป็นพ่อค้า แต่มันเป็นโจร…” นายกองเรือว่าพลาง นัยน์ตามองไกลไปสู่กำปั่นสองเสาอันลอยสงบอยู่ตรงโน้น…ท่ามกลางแสงจากฟากฟ้าที่ค่อยสว่างขึ้นทุกขณะ “กูไม่อยากได้ยินมันหัวเราะเยาะว่ากูโง่กว่ามัน”

“ไม่มีดอกขอรับโง่กว่า มีก็แต่ว่า แม่นางอยู่ในกำมือมันแล้ว…ใต้เท้าจะทำยังไรถึงจะได้คืนมา…ก็เท่านั้น…” เฉียนเองก็ยังขบไม่แตก “แต่ไอ้กันตังกะน้องมันนี่สิ คือไรกันแน่”

 

หากนาทีต่อมา เหมืองก็ตัดสินใจ

“มึงว่ายน้ำไปก็ได้ ถ้าอยากว่าย ก็คงไม่ไปตายห่ากลางทางดอกนะ…เอาหนังสือกูไปให้สะลอแม กูจะบอกมันว่า กูมีหญิงนางหนึ่งอยู่ในมือ ชื่อกายี เป็นน้องไอ้กันตังที่มึงมาพาไปคุ้มกันลูกสาวคุณหลวง อือ…ไอ้กันตัง…กูว่ากูคุ้นๆหน้า แต่มิรู้ว่าเจอมันที่ใด…” ท้ายที่สุดนายของคนทั้งสามก็ครางออกมา พลางนิ่งนึกอีกครา แต่ก็หานึกออกไม่ “ก็เอาเถอะนะ เมื่อยังนึกไม่ออกก็ยังไม่ต้องนึก…เอาเรื่องนางกายีนี่ก่อน…เอามันไปล่อไอ้สะลอแมจนตาลุกพอให้ก้นร้อนสักหน่อยก่อน”

“นายแน่ใจนะขอรับว่าจะต่อรองโดยง่าย” เฉียนถามไถ่อีกครั้งทั้งๆเขาเองกำลังจับต้นชนปลายอยู่ในใจ เริ่มตั้งแต่นายจ้างหวังจะให้โจรสลัดนำเรือมาโจมตีเรือคุณหลวง เพื่อว่านายของเขาจะได้มีโอกาสเข้าไปช่วย เป็นการแสดงความรักอันสวยงามให้บิดา ตายายแลพี่ชายน้องชายนางแลเห็นความเป็นชายฉกรรจ์หาญกล้า สามารถดูแลปกป้องนางได้เป็นอย่างดี โดยเขาเข้าไปติดต่อกับหัน เสียเบี้ยบ้ายรายทางเล็กน้อย โดยเจ้าหันจะนำความนี้ไปบอกกล่าวโจรใหญ่ ยอมเสียดีบุกแค่ห้าสิบภารา ก็จะเป็นไรไปเสียนักในเมื่อเขาเองก็พบกับเรือโจรกลางทาง…นัยว่าสะลอแมกำลังเข้ามาอย่างเงียบๆ พร้อมเรือติดตามแค่ลำเดียว ‘นายกำลังจะไปแวะเยี่ยมเมียใหญ่’ นายหันยังบอกกล่าวเขาไว้

แต่แล้ว เหตุไฉนเรื่องราวจึงกลายกลับไปเสียในพริบตา ด้วยว่าขณะกำลังเจรจากันนั้น พลันสมุนโจรก็กรูกันเข้ามาจับเขามัดไว้โดยคำสั่งของคนภายในประตูผู้ไม่ก้าวออกมาปรากฏกาย

ภายในไม่นาน เรือยาวก็ถูกปลดส่งลงทะเล โจรสี่คนช่วยกันผลักเขาลงไปเค้เก้อยู่กลางลำ มีหันตามมานั่งคุมเคียงข้าง เขาจึงแลเห็นแผ่นหลังทุกคนเหน็บปืนยาว ครั้นแล้วนายหันก็บอกกล่าว

‘กูเป็นลูกน้องเขา ถึงยังไรก็ต้องทำตามนายสั่ง’

สมองของเฉียนขณะนั้นดูจะพลอยโง่เง่าลงไป

กว่าจะนึกขึ้นได้ก็ต่อเมื่อเจ้าหันสั่งให้สมุนลากเขาขึ้นบก แล้วฉกเอาหญิงหนึ่งชายหนึ่งลงเรือ

เชื่อเลยว่า คือฝีมือสะลอแม

แต่แล้วในบัดนี้ โจรกับพ่อค้าก็กำลังสู้กัน…อย่าง…เออ…อย่างพอกัน

นั่นก็คือ สู้กันอย่างโจรกับโจร

เฉียนนึกอยู่ในใจ

ก็ไม่รู้ว่า คนทั้งคู่จะเผชิญหน้ากันเมื่อไร

“เอ้า…ว่ามา…มัวอ้ำอึ้งอยู่หาไร” เสียงนายของเขาตะคอกดังอย่างโกรธแค้นแน่นหัวอก “คอยดูนะ ถ้ามึงหาทางเอาดูราคืนมาไม่ได้ กูฟันคอมึงขาดแล้วอย่ามาว่ากูใจดำ”

“คอกระผมขาดตั้งสิบคอ นายก็คงยังไม่ได้แม่นายดูรา” เฉียนเพียงแต่ยิ้มนิดๆในหน้า

นายของเขาก็แสนจะเข้าใจยิ้มเจ้าเล่ห์ของลูกน้องจนต้องอึ้งไป

“สะลอแมไม่เคยแพ้ใคร นายก็รู้ มันใหญ่กว่าใครทั้งสี่ก๊ก…แม้กระทั่งเจ้าเมืองก็อาจต้องจ้างมัน ถ้าวันดีคืนดีพวกเขามีเรื่องไม่ชอบกัน…ก็ไม่มีอันใดนอกจากขัดประโยชน์ที่ควรได้ควรมี” นายเฉียนจาระไน ด้วยว่าล่วงรู้ใจทั้งคนดีคนเลวแสนปรุโปร่ง

โกงซึ่งหน้า โกงลับหลัง รวมทั้งอิจฉาริษยายามเจ้านายโปรดปรานใครก็ตาม ครั้นแล้วจึงทำให้ตนเองตกอันดับ

เฉียน เจีย ลี่ ฟังความมาแล้วทั้งข้างเดียวแลสองข้าง

ดังนั้น จึงแลเห็นเป็นธรรมดาทั้งฝ่ายพ่อค้าแลมหาโจร

ไม่มีใครเด่นไปกว่านี้

ไม่มีใครดีไปกว่าใคร

“นายก็ลองร่างหนังสือทีละบรรทัดซีขอรับ กระผมรอได้” เฉียนก็เลยเอ่ยคำ

ถึงจะเตะถีบตบหน้า แต่ท้ายที่สุดนายผู้ใจไฟก็ต้องพึ่งพาพวกเขา

“มึงว่ามา” เหมืองพยักหน้าพลางล้วงย่ามหยิบกระดาษกับดินสอออกมาเขียนข้อความ

“ถึงนายสะลอแมหรืออย่างไร” พลางเจ้าตัวก็หุนหันไม่ได้ดังใจขึ้นมาอีก “นี่มึงกล้าดียังไรให้กูส่งหนังสือถึงมหาโจร…ฮะ…ไอ้ห่าเฉียน…”

เฉียนก็เลยหัวเราะ เพื่อนของเขากับคนขับเรือต่างก็ยิ้มในหน้า

รู้ฤทธิ์เดชความพาลของนายเป็นอย่างดี

หากก็เขียนต่อไป

“ถึงนายสะลอแม…แล้วจะใช้ว่ากูหรือข้า”

“ใต้เท้าก็ต้องดีกะมันหน่อยซีขอรับ จะเอาของจากมันก็ต้องปะเหลาะมันหน่อย-ย-ย…” อีกฝ่ายลากเสียงเพียงเพื่อให้อารมณ์นายคลายคลี่จากทวีความโกรธ เปลี่ยนเป็นค่อยๆลดลง “ก็ใช้ว่าข้าดีกว่าขอรับ…ถ้าใช้กู…เดี๋ยวมันกูกลับมา…ใต้เท้าก็จะดิ้นผางๆไปเสียเท่านั้น”

แต่ยังมิทันขาดคำ ฝ่ามือนายก็ตบฉาดเข้าให้

“กว่าใต้เท้าจะเขียนจบ เฉียนมันคงสลบไปแล้วละขอรับ ไม่มีแรงว่ายน้ำแน่ๆ” เจียเอ่ยขำๆ

Don`t copy text!