ข้ามมหาสาคร บทที่ 50 : หญิงคนสำคัญ

ข้ามมหาสาคร บทที่ 50 : หญิงคนสำคัญ

โดย : กฤษณา อโศกสิน

“ข้ามมหาสาคร” นวนิยายพีเรียด โดย กฤษณา อโศกสิน ศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ เรื่องราวความรักโรแมนติกของสองหนุ่มสาวที่ต้องฝ่าฟันอุปสรรคนานัปการไปจนถึงความรักชาติรักแผ่นดินและการต่อกรกับชาติตะวันตกที่จ้องจะเข้ามาครอบครอง นิยายออนไลน์อีกหนึ่งเรื่องที่ อ่านเอา อยากให้คุณได้อ่านออนไลน์

************************

– 50 –

สนับสนุนอ่านเอาด้วยการสั่งซื้อหนังสือ “ในสวนอักษร” คลิกที่นี่

ณ ห้องนายท้ายที่ช่วยให้แลเห็นทะเลด้านในของเกาะลิบง กันตังก็เลยกล่าวแก้ความสงสัยเกี่ยวกับตนเองแลดูรา มิให้ไมโบคลางแคลง โดยเอ่ยกล่าว

“ถ้าถึงเรือคุณหลวงเมื่อใด…ข้าก็คงโล่งใจเมื่อนั้น…นั่นก็ด้วยงานคุ้มกันแม่นายมิใช่งานง่าย คุณลุงไมโบ” เขาเอ่ยต่ออย่างประจบเอาใจ “ถ้าอย่างไรก็ขอให้คุณลุงช่วยดูแล แม่นายพร้อมกันไปกะฉัน…เผื่อถึงฝั่งแล้วฉันได้ความดีความชอบก็จะเอามาแบ่งให้คุณลุงมั่ง แค่คำชมเชยก็คงปลาบปลื้มยิ่งนัก”

ไมโบก็ได้แต่พยักหน้า

ที่ห้องนายท้ายมีม้ายาวตรึงติดฝาทั้งขวาซ้าย เป็นม้าไม้สั้นๆ กันตังกับนางจึงนั่งคนละฟาก วางสัมภาระไว้ข้างกาย กระหายน้ำยามใดก็ยกกระบอกไม้ไผ่ขึ้นดื่ม

ลมแรงกำลังดี…ส่งใบเรือทุกใบให้โค้งตึงงามสง่า อากาศยามสายค่อยๆล่วงลา พาเรือผ่านหาดพรานช้างเรื่อยไป…โดยแล่นใบไกลจากฟากฝั่งที่น้ำค่อนข้างตื้น แลดกดื่นไปด้วยหญ้าทะเลกับฝูงสัตว์น้ำอันมีนามว่าพะยูน

“นี่คือด้านในของเกาะ…” เสียงไมโบบอกกล่าว “เราต้องแล่นเลียบไป เลยไปจากนี่สักพักก็จะถึงเกาะเจ้าไหม เลยเกาะเจ้าไหมไปสักพักก็จะถึงเกาะมุก แล้วออกทะเลใหญ่ไปจนถึงปากพระ…เลยปากพระไปไม่มากก็ถึงอ่าวจอดเรือของคุณหลวงใช่หรือไม่”

“ใช่…ที่คุณลุงว่านี่ก็ถูกแล้ว”

“ถ้าไม่มีพายุจนต้องจอดตามชายฝั่ง” ไมโบพูดเรื่อยๆ “แต่ไม่คิดว่ามี”

เจ้าตัวทายทักอย่างคุ้นเคยกับอารมณ์ดีอารมณ์ร้ายของธรรมชาติ

ขณะที่ดวงตาสองคู่ยังคงสบกัน

แต่ฝ่ายหนึ่งนั้นกำสรดเศร้า จนอีกฝ่ายไม่เข้าใจ

“กันตัง” นางทำปากปะงาบๆ หากก็ไม่มีเสียง เกรงนายท้ายจะได้ยิน

กะลาสีหรือที่จริงสมุนโจร ต่างก็ยืนเด่นอยู่มิไกลคอยดูแลใบเรือ

“ดูเจ้าเหงาไป”

ชายหนุ่มเข้าใจภาษาใบ้ของนาง จึงพยักหน้า ยกมือขึ้นทาบทรวงอก

“ข้าเหงา” เขาทำปากให้รู้ว่าจริงดังนั้น “อีกไม่นานก็ต้องปะหน้าคุณหลวง…”

ดูราก็เลยยกฝ่ามือส่ายไปมา ให้เขารู้ว่า บิดานางไม่น่ากลัวแต่อย่างใด

“คุณพ่อไว้ใจเจ้า” นางขยับริมฝีปากขึ้นลง

ลมยังคงส่งใบเรือ พากำปั่นสองเสาค่อยๆผ่านเกาะลิบงจนกระทั่งถึงเกาะเจ้าไหมแลใกล้จะผ่านเกาะมุกด้านใน

ไมโบจึงเอี้ยวกายมาเอ่ยกล่าวอย่างเอาใจใส่

“แม่นายคงหิวแล้ว”

สมุนโจรชะโงกเข้ามาบอกว่า มีอาหารเตรียมไว้ให้ที่ชั้นล่าง

เขาแลนางก็เลยเก็บสัมภาระตามลงไป

ประตูห้องเปิดกว้าง รับลมแรงอันแสนเย็น แลเห็นผ้าดิบผืนสี่เหลี่ยมปูไว้ มีหม้อแลจานชามสังกะสีเคลือบดอกดวงฉูดฉาดบรรจุอาหารง่ายๆพร้อมน้ำพริกถ้วยหนึ่ง ไข่ต้มยังไม่แกะเปลือกห้าฟอง แกงเหลืองหน่อไม้กับปลาชะโดแลกุ้งเผา ที่ขาดมิได้ก็คือชามผักสดสารพัดชนิด

“นางกินก่อนดีกว่า” กันตังลดเสียงเบา “พวกนี้จะได้ไม่คิดว่าข้าเป็นไรกะนาง”

“ถ้าเป็น…จะว่าอย่างไร” นางก็เลยย้อนถามอย่างนึกรำคาญขึ้นมา

“มันคงจะยุ่งมากกว่านี้…” กันตังตอบพลางตักข้าวให้นาง ครั้นแล้วจึงรินน้ำจากเหยือกสังกะสีใส่ลงในจอก วางไว้ข้างๆ แล้วจึงถอยห่างออกมา มานั่งพิงเสาซึ่งเป็นขาตั้งที่นอนสามชั้นด้านข้างเรือ มองดูนางกินอาหาร แต่สมองก็ยังคงทำงาน “แต่…เราอย่าเพิ่งพูดกัน…กินให้อิ่มก่อน แม่นาง กินเสร็จแล้วอยากนอนก็จงนอน ข้าจะนั่งอยู่ข้างๆ…คอยเฝ้า…ตื่นเมื่อไรค่อยขึ้นข้างบน…คิดว่าถ้าลมแรงเช่นนี้ตลอดบ่าย…ค่ำหน่อยก็คงถึง”

ดังนั้น นางจึงเปิบข้าวอย่างเงียบๆจนเสร็จสิ้น

“เจ้าก็กินบ้างสิ”

สมุนโจรสองคนที่ยืนเฝ้าปากประตู ต่างก็แลดูหญิงแลชาย ด้วยได้รับคำสั่งจากนายที่เรือนำสั่งมายังเรือตาม ให้คอยดูแลความเคลื่อนไหวของชายหญิงทั้งคู่ ซึ่งผู้หนึ่งคือผู้คุ้มกัน

แต่อีกผู้หนึ่ง คือหญิงคนสำคัญที่ผู้ใดจะแตะต้องมิได้

นายจากเรือนำบัญชามา

 

หากเสียงเรือเร็วนั่นเองที่จู่ๆก็ดูเสมือนว่าเพิ่งดังขึ้น…ดังมาจากกลางอันดามันที่อยู่ทางซ้ายมือ

“คงเป็นเรือไอ้เหมือง” กันตังผุดลุกขึ้น ถลาออกไปชะโงกดูที่ปากประตู ขณะที่เรือลำที่นั่งมาเพิ่งโผล่ออกจากด้านในของเกาะมุก จึงแทบจะประจันกับเรือเร็วที่แล่นมาถึง แลขึ้นหน้าไปก่อน

ครั้นแล้วจึงย้อนกลับ ตรงเข้ามา

แลเห็นปลายกระบอกปืนอยู่ตรงหน้า ถัดออกไปราวห้าสิบเมตร

มีคนออกมายืนโบกผ้าแดงให้เรือทอดสมอ

กันตังก็เลยกระโจนพรวดขึ้นไป พลางยกมือไหว้

“คุณลุงอย่าจอดเลยนะขอรับ”

“จะจอดได้ยังไร” นายท้ายไมโบตอบด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “มันมีปืน เราก็มี…แล้วนี่อย่างไรกัน นายเหมืองจึงหันมาเป็นศัตรู…”

“มันหวังขู่เอาแม่นางไป”

“ข้ารู้อยู่ก่อนแล้ว…แต่ไม่รู้ว่ามันจะถึงกะฆ่าฟัน” พลางอีกฝ่ายเบ้ริมฝีปาก “แต่ไม่เป็นไร…เจ้าโอเบคุมการยิงดีอยู่ เรารู้กันแล้วก่อนออกเรือว่าไม่ต้องเชื่อคำสั่งใครนอกจากคำสั่งนาย”

“ดีมากคุณลุง ดีจริงๆ” กำลังใจกันตังค่อยคืนมา

“มันคงนึกว่าบังคับง่าย” นายท้ายไมโบแค่นหัวเราะ…ดูราวกับความเป็นคุณลุงหายไป ความเป็นโจรเคลื่อนมาแทน

“แล้วนี่ คุณลุงอยากให้ฉันช่วยอันใดมั่ง ก็บอกมา”

“เจ้ายิงปืนได้รือไม่”

“ได้ขอรับ”

“ถ้าเช่นนั้น” ไมโบจึงกวักมือเรียกกะลาสีที่ยืนอยู่นอกห้องสองนาย ต่างก็มีปืนอยู่ในมือ พลางก็ทำภาษาใบ้ ชี้มาที่กันตัง

ชายหนุ่มก็เลยสมทบกับพวกเขา หลังจากไมโบออกคำสั่ง

“เอาปืนมาให้มันบอกนึง”

โดยพลัน เขาจึงวิ่งลงไปชั้นล่าง

ดูรากำลังตกใจ

“แม่นาง อยู่เงียบๆที่นี่…อย่าออกไป เจ้านั่นเอาเรือเร็วตามมาหมายจะยิงสกัด…คงกะชิงตัวแม่นาง…”

“กันตัง” นางร้องพลางลุกขึ้น โผเข้ากอดเขาไว้…ทั้งกายใจแสนตระหนก

เช้าตรู่อันมีเสน่ห์หายวับไป เหลือแต่เลศเล่ห์ผู้คน

“ข้าไปด้วย…ไปอยู่ข้างๆเจ้า” นางเอ่ยคำเร้ารัว พลางยกย่ามแลกระบอกน้ำขึ้นแขวนไหล่ ชายหนุ่มก็ได้แต่ร้อนรนแกมห่วงใย ดังนั้นจึงยกย่ามแลกระบอกน้ำขึ้นแขวนไหล่เช่นกัน จูงนางเดินออกไปยังหัวเรือที่บัดนี้ หัวหน้ารองจากไมโบนามโอเบแลต้นกลพร้อมกะลาสีทุกหน้าที่ต่างก็มีปืนอยู่ในมือ

คนที่พามาจึงนำปืนมาส่งให้กันตังกระบอกหนึ่ง

“เหตุใดจึงเอาหญิงมาตรงนี้” โอเบหันมาเอ็ดเขาดังลั่น

ชายหนุ่มจึงแถลงไขให้ฟังเพียงสั้นๆถึงต้นตอที่ทำให้เป็นไป แลแถมท้ายด้วยว่า

“ทุกคนในเรือต้องช่วยกันระวังนาง มิให้คนใดมากุมเหงได้”

จึงบัดนี้ทุกสมุนโจรต่างก็มีปืนในมือเตรียมยิง โดยกันดูราให้หลบเข้าไปในประตูชั้นล่างด้านหลังแท่นเสียบปืนที่ติดตรึงอยู่หัวเรือ

ต่อจากนั้นเรือเร็วก็โฉบเข้ามา คนหัวเรือที่โพกผ้าแดงพลันตะเบ็งเสียงลั่นทะเล

“ส่งนางที่ชื่อดูรามาเดี๋ยวนี้ ถ้าไม่ส่งกูเอาตาย”

“ส่งเรื่องใด ใครสั่งมา” โอเบตะโกนกลับไป

“นายข้า นายเหมือง”

“ก็ให้มันมาพูดกะกู” ข้างนี้ขู่กลับไป…ให้มันรู้กันเสียที…น่านน้ำแห่งนี้…ใครใหญ่กว่าใคร

ให้มันรู้กันไปว่า โจรกับพ่อค้า ใครใหญ่กว่า

ทันใดนั้น ร่างของเหมืองก็พลันก้าวพรวดออกมา ยืนผงาดดูกาจกล้า พร้อมปืนในมือส่องตรง

แต่โอเบแลสมุนโจรไม่งงงัน ด้วยว่ารู้ดี

ราวีกันคราวนี้มีเงื่อนงำ

Don`t copy text!