ข้ามมหาสาคร บทที่ 52 : หรือว่ามันคือสายโจร

ข้ามมหาสาคร บทที่ 52 : หรือว่ามันคือสายโจร

โดย : กฤษณา อโศกสิน

“ข้ามมหาสาคร” นวนิยายพีเรียด โดย กฤษณา อโศกสิน ศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ เรื่องราวความรักโรแมนติกของสองหนุ่มสาวที่ต้องฝ่าฟันอุปสรรคนานัปการไปจนถึงความรักชาติรักแผ่นดินและการต่อกรกับชาติตะวันตกที่จ้องจะเข้ามาครอบครอง นิยายออนไลน์อีกหนึ่งเรื่องที่ อ่านเอา อยากให้คุณได้อ่านออนไลน์

************************

– 52 –

สนับสนุนอ่านเอาด้วยการสั่งซื้อหนังสือ “ในสวนอักษร” คลิกที่นี่

ไอ้กันตัง เหมืองครางอย่างพิศวง “มันคงยังไรเสียแล้วละมัง”

ลี่ เจีย เฉียน ผลัดกันมองผ่านกล้องมองไกล จึงแลเห็นชายคนนั้นใกล้เข้ามา เต็มตาเต็มกายอยู่ในระยะที่ดูเหมือนใกล้แค่เอื้อม

“มา…ให้กูดูมั่ง” เหมืองดึงไหล่เจียออกไป “กูอยากรู้เหมือนกันว่าไอ้ห่านี่มันใคร”

“ดูมันกลมเกลียวกะโจรดิบดี” เฉียนกำลังคิดครุ่น

“กลมเกลียวกะโจร” เหมืองมองกล้องพลางพึมพำ

กล้องช่วยขยายให้แลเห็นความล่ำสันแลเนื้อหนังดวงหน้า รวมทั้งบ่าไหล่อันได้สัดส่วน ล้วนคลับคล้ายคลับคลาว่าเคยเห็น…เห็นน่ะเห็นแน่ แต่เห็นจากที่ไหนเมื่อไร…นายกองเรือเพียรทบทวนความทรงจำ

“จริงสิ…ดูท่าทางมันเข้ากันได้กะไอ้พวกนั้น” เจ้าของเรือเร็วคำรามในลำคอราวใคร่โผนเข้าต่อตีให้หนุ่มในกล้องขยายตายดับไปเสียเดี๋ยวนั้น “ไอ้โจรจัญไรมันนึกยังไรถึงมาเอาไอ้นี่ไปคอยคุ้มกันแม่นาง…มันนึกอย่างไร…กูชักสงสัยขึ้นมาแล้วซีนี่…แต่แรกคิดแค่ที่ว่ามันเคยเห็นไอ้นี่แถวแหลมเจ้า…ก็เลยเอาไปใช้งาน แต่ก็ชักจะไม่ใช่อย่างที่คิดเสียแล้วซี…ไอ้เฉียน…มึงว่าไง…”

เฉียนเพิ่งได้ประจันกันกับสะลอแมยังไม่ทันจะหายดีใจ…ตรงที่ว่า…แม้แต่นายของเขาก็ไม่เคยพบเห็นโจรสลัดใหญ่แลหัวหน้าก๊กอีกสามนั้นว่ารูปร่างหน้าตาเป็นเช่นไร เขาเสียอีกกลับโชคดีกว่าผู้ใดในน่านน้ำ นั่นก็เนื่องด้วย บัดนี้ สามารถจดจำดวงหน้าแววตาภายใต้ผ้าโพกหัวตาหมากรุกที่แม้จะคาดต่ำ หากก็ได้สบตากันอย่างชิดใกล้ ยังจำดวงตาคมดำแกมแดงก่ำด้วยพิษสุราได้เป็นอย่างดี แม้มีกลุ่มหนวดเครายาวปิดคลุม แต่ถ้าพบอีกยามใด ก็จำได้ยามนั้น

ดวงตาคมดำ

เฉียนยังคงนิ่งนึก…แม้นึกไกลไปเพียงไรก็ยังนึกมิได้คิดมิออก ด้วยว่าพวกมลายูก็มักจะมีหน่วยตาคล้ายกัน จะผิดกันก็จำเพาะแววตา

ความแข็งกล้าหลักแหลมแกมด้วยเลศนัยของสะลอแมปรากฏอยู่

แต่แล้ว เฉียนก็ต้องตอบ

“ขอรับ…กระผมก็ว่า มันคงมีไรอย่างอื่นที่น่าสงสัย”

“มึงพูดไรให้มันฟังดีกว่านี้ได้รือไม่” เหมืองก็เลยกระโชกกระชากเข้าใส่พร้อมถลึงตา ขณะยังคงมองผ่านกล้องไปยังชายหัวเรือ “ที่มึงว่าสงสัยน่ะสงสัยไร…ไงไม่บอกออกมา…”

“ใต้เท้าขอรับ…” เฉียนก็เลยปริปาก “จะเป็นไปได้รือไม่ว่าไอ้กันตังคือสายโจร…”

“อะฮ้า” เจ้าของกองเรือร้องดัง “นี่กูก็เลยล่อให้มึงเอ่ยก่อนได้สำเร็จแล้วละซี…ก็กูเองกะลังคิดอยู่นี่ไงว่า…ไอ้หมอนี่น่าจะเป็นสายลับ…เพียงแต่ว่า หะแรกนึกแค่ที่ว่ามันน่าจะเป็นสายลับคนอังกฤษ…ไม่ทันนึกว่า…แท้แล้วมันคือสายลับโจร…”

“มาปล้นแม่นายไป” เจียแซงขึ้นมา

เลยโดนฝ่ามือนายของเขาเข้าให้ แต่คราวนี้ไม่แรงนัก

“แม่นายก็ยังอยู่ในห้องข้างหลังมันนั่นแล้…ไม่มีทางไปไหน” ลี่ก็เลยแสร้งยั่ว หากก็เตรียมหลบมือตีนไปพร้อมกัน “แต่คงไม่ถึงกะกล้าเอานางดอกขอรับ…ถึงไงก็ต้องเกรงสะลอแม”

“ก็ถ้ามันเอาล่ะ” อีกฝ่ายไม่แน่ใจ

“มันจะเอาได้ไง…ลูกเรือออกเต็มลำ…นายมันคงสั่งมาแล้วละขอรับ…ก็นั่นไง…มันตามมาโน่นแล้

จริงดังลี่ว่า…เมื่อทุกสายตาเบนไป ก็แลเห็นเรือสี่ลำใกล้เข้ามา…ใกล้กว่าเมื่อครู่

“สะลอแมได้นางกายีไปคนแล้ว ยังจะเอาอีกคน” เจียพึมพำหลังจากหลบไปยืนอยู่ห่าง

“มันมีเมียกี่คน” เหมืองแทบจะกัดฟันกรอด

“เท่าที่รู้น่ะสองใช่ไหมขอรับ” เฉียนว่า

“กูไม่รู้ ไม่ได้สนใจ” นัยน์ตาเขาขณะเอ่ยยังคงจับอยู่ที่ชายหนุ่มบนเรือซึ่งกำลังเผชิญกันในระยะครึ่งกิโลเมตร “เรื่องโจรโจรไม่ใช่เรื่องที่จะเอามาใส่หัวกบาล…ว่าแต่ว่า…นี่เราจะทำยังไรกะมันดี ถึงจะเอาตัวนางมาได้เดี๋ยวนี้…หา…ไอ้เฉียน”

“ก็มีสองอย่างขอรับ”

“ว่ามา”

“หาของไปแลกเปลี่ยน…หรือไม่ก็ยิงสู้กะมัน”

“ยิงสู้กะมัน” เหมืองหันมาเงื้อมือ “มึงกะจะให้กูวอดวายงั้นสิ”

“ถ้างั้นใต้เท้าก็คงต้องยอมเสียดีบุกสักห้าร้อยภารา”

“มันคุ้มกันมั้ยกะอีนางนั่น” อีกฝ่ายทำตาถลนเข้าใส่

“ก็ใต้เท้ากะแค่เอาเพราะจะแก้แค้นเท่านั้นมิใช่รือขอรับ” เฉียนย้อนถาม

“เออ” เสียงของอีกฝ่ายเบาลงไป เพราะเริ่มไม่แน่ใจว่า ความไม่ได้ดังใจอันอัดแน่นอยู่ในอก ควรจะตอบแทนอีกฝ่ายอย่างไรดี

 

แต่เรือสี่ลำก็แล่นใบใกล้เข้ามาราวกับแรงลมเป็นใจ แม้เรือเร็วของเหมืองจะลอยลำคุมเชิงมิไกลนัก หากก็ราวสะลอแมแลเหล่าโจรจะไม่ยี่หระแต่อย่างใด ครั้นแล่นเลยลำที่มีกันตังแลนางสาวน้อยอยู่ในนั้น กำปั่นสองเสาที่เมื่อครู่ดูเหมือนว่าต้องหาเรื่องให้ได้เรื่องกับเรือเร็วของพ่อค้าจนถึงที่สุด กลับหันหัวเรือรีบรุดตามลำนั้นไป ทิ้งพ่อค้ากับลูกน้องทั้งในเรือเร็วแลกำปั่นสองเสาให้แลตามอย่างมิวายพิศวง

“แล้วนี่มันไปไหน” เหมืองตะคอกเข้าใส่ที่ปรึกษา

“คงไปหาเมียมันที่แหลมเจ้าขอรับ”

“แหลมเจ้า” นายกองเรือทวนคำ พลางนึกถึงเรือนหลังใหญ่ในดงไม้ แลแต่ไกลมักเห็นหลังคาเพียงรำไร แม้เขตแดนสยามตลอดฝั่งทะเลตวันตกของแหลมมลายู จะอุดมสมบูรณ์เพียงไร หากบัดนี้ ก็เหลือแต่แผ่นดินรกร้างแห้งแล้งแค่นั้น จึงไม่น่าแปลกใจแต่อย่างใดที่มีข่าวลือลอยมาถึงหูเหมืองอยู่เนืองว่า อังกฤษกำลังหมายตาเกาะถลางทั้งเขาเองไม่เคยสนใจ มิเคยแล่นเรือเข้าไปดู ด้วยรู้สึกว่าเสียเวลา

แต่วันนี้ เห็นจะต้องไปให้ได้ ดังนั้นจึงบอกคนคู่ใจ

“ดีละ…ถ้าเช่นนั้น ตามมันไป”

“ใต้เท้าจะถึงกะขึ้นไปหามันบนเรือนหรือไม่ขอรับ” ลี่ยั่วเย้าสัพยอก

นายของเขาก็เลยสะบัดเท้าแรง เตะหน้าแข้งอีกฝ่ายสบายไป

“คนหยั่งกู…ไม่เคยเอาตีนไปเหยียบที่เสนียดพรรค์นั้น” อีกฝ่ายเบะปากอย่างรังเกียจ “ว่าแต่ว่า…กูน่าจะส่งคนไปสอดแนมสักหน่อยก่อนจะดีไหม…เฉียน…แล้วมึงล่ะ…ว่าไง ลี่ เจีย”

เฉียนก็เลยยิ้มนิดอย่างรู้ดี

นายของเขากับโจรสลัดมิใช่ศัตรูกันแต่อย่างใด ต่างก็ให้ประโยชน์กันลับมายาวนาน…แม้ว่าส่วนลึกแล้วเขาจะเกลียดเหล่าโจรอย่างเข้าไส้ หากเมื่อจำเป็นต้องพึ่งพา โดยต้องจ่ายราคาเต็มทุกครั้งคราว ก็จำใจจ่ายไปพอพ้นเพียงครั้งต่อครั้ง

จึงนึกไม่ถึงเลยว่าจะตกลงกันมิง่ายในคราวสำคัญ

“ก็ดีขอรับ ใต้เท้าจะได้มีเวลานอนพักคืนนี้”

“ว่าแต่ว่า…เออ…กูคิดถึง…เออ…คิดถึงนางนี่ซี”

“ก็เอาแค่นอนละเมอไปพลาง” เจียเอ่ยหลังจากเลี่ยงห่างออกมา

“ตกลงใต้เท้าจะเอายังไรขอรับ” ลี่ยั่วโทสะ “เดี๋ยวรักเดี๋ยวแค้น”

“เรื่องของกู ไม่ต้องเสือกสู่รู้” ครั้นแล้วจึงสั่งให้คนขับเรือกลับลำ ย้อนไปสมทบกับกำปั่นที่ลอยลำรออยู่ด้านหลัง

 

ขณะที่กันตังถอนใจยาวเมื่อไมโบพาเรือออกจากการเผชิญหน้าซึ่งเมื่อสักครู่ทำท่าว่าคงได้ยินเสียงเปรี้ยงปร้างดังสนั่นในไม่ช้า

แต่แล้วก็กลับสงบเงียบอย่างมิคาดฝัน

ดังนั้น เขาจึงลงไปเปิดประตูให้ดูราออกจากห้องข้างล่าง พลางบอกกล่าวอย่างอ่อนโยน

“มันไปหมดแล้วละแม่นาย…ที่จริง นายเหมืองมันก็ขู่ไปอย่างนั้น ไม่มีวันยิงจริง…”

“แต่มันก็ยิงแล้วเมื่อเช้า” ดูรายังคงชิงชังไม่หาย “แต่ก็ดีนะที่สะลอแมไม่ยิงมัน”

“มันยิงอวดแม่นาย” เขาก็เลยบอกยิ้ม พลางหันไปทางไมโบแลโอเบ “ใช่รือไม่คุณลุง”

ไมโบก็เลยพยักหน้า

“ต้องใช่อยู่แล้ว นายเหมืองมันอวดเก่ง ขี้โอ่ มันรู้อยู่แล้วว่าใครกำลังดูมัน”

“เพียงแต่ใช้ไม่ได้กะนายเรา” โอเบบอกกล่าว

คำว่า นายเรา ของอีกฝ่ายช่วยให้แม่นางผู้ยืนฟังรู้ว่า คนเหล่านี้จงรักภักดีต่อนายของเขาเพียงไร

แต่กันตังกำลังตัดสินใจ จึงเอ่ยถามไมโบ

“คุณลุงขอรับ ถ้าฉันจะขอให้คุณลุงพาแม่นายเลยไปสมทบกับคุณหลวงก่อน คุณลุงพอจะพาไปได้รือไม่…จะยังไม่ตามนายของคุณลุงไปตอนนี้”

“นายข้าสั่งไว้แล้วว่า…ให้ตามใจเจ้า” ไมโบตอบคำ

Don`t copy text!