ขอบฟ้าจรดขอบน้ำ บทที่ 14 : คำสอนของปู่

ขอบฟ้าจรดขอบน้ำ บทที่ 14 : คำสอนของปู่

โดย : กฤษณา อโศกสิน

ขอบฟ้าจรดขอบน้ำ บทสรุปของความรักที่ดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้ของสมุทรไทและบนฟ้า นวนิยายยอดนิยมในอ่านเอา จากปลายปากกาของกฤษณา อโศกสิน ศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ นิยายออนไลน์ ที่ อ่านเอา อยากให้คุณ อ่านออนไลน์

***************************

– 14 –

กลับถึงที่พักแล้ว แม้โยธีนำเงินหนึ่งร้อยห้าสิบยูโรมาขอช่วยบรรเทาภาระ หากปรายก็บอก

“ไม่เอาว่ะ กูจ่ายเอง ก็นี่มันทัวร์ของกู กูเป็นคนริเริ่มไง มันก็ต้องซื้อความรู้กันมั่งหรอกน่า…นะฮะปู่…ไม่ต้องเสียดายนะย่าครับ…ถ้าจะโทษใคร ก็ขอให้โทษกฎเกณท์ของอิตาลีดีกว่า ว่ามันไม่แยบคาย ไม่น่ารัก เหมือนคอยดัก ‘กินเหยื่อ’”

“ใช่แน่นอน” ปู่รู้ขั้นตอนแยบคายพวกนี้ดีถึงดีที่สุด ด้วยว่าผ่านมาแล้วทุกจุดคับขัน จึงเห็นด้วย “คือทำแบบนี้มันเห็นชัดว่าตุกติก ถ้าไม่ตั้งใจตุกติกต้องเขียนตัวโตๆ ไว้เลยว่าให้เอาบัตรใบนี้เข้าเครื่องหน้าห้อง คือต้องบอกไว้ให้ชัดเจน ไม่งั้นนักท่องเที่ยวถูกปรับบ่อยๆ เขาก็เอือม”

เมื่อสักครู่ ปรายจึงจบเรื่องด้วยการชวนปู่ย่าเข้าไปในร้านอาหารตรงปากทางเข้าหมู่บ้าน ต่างคนต่างสั่งตามที่ตนอยากรับประทาน พลางถามโยธี

“ไม่เข้าไปได้ไหม หมู่บ้านนี่”

“ได้” เพื่อนตอบทันที “มันก็คล้ายๆกัน”

ดังนั้น เมื่อเสร็จจากมื้อเย็น ปรายกับสมุทรไทจึงพาปู่ย่าขึ้นรถไฟกลับลา สเปเซีย ลงจากรถแล้วรีบตั้งหน้าตั้งตาเดินเข้าที่พัก

ขากลับนี้ ทุกคนก็เลยเงียบกริบ

เสียดายเงินแทนปราย

ถึงห้องแล้วจึงสุดแสนสบายทั้งกายและใจ ที่ว่าเหนื่อย…เหนื่อย…พลันหายไป

“บ๊ายบายนะคะพี่ไท พี่ปราย พรุ่งนี้พบกันใหม่ สวัสดีค่ะคุณปู่คุณย่า” ยาเยียว่าพลางพนมมือพร้อมกับทำท่าไม่ถือสาอาการกิริยาของหญิงหนึ่งผู้ยืนทำตาเขียวเรืองๆเข้าใส่จึงยังคงเอ่ยวาจา “สวัสดีค่ะพี่บน”

“หนูเยียนี่มันคล่องตัวจริงๆ” ปรายก็เลยเอ่ยชมพร้อมทิ้งเลศนัยไว้หน่อยหนึ่ง “กูละก็ซึ้งใจกับเด็กรุ่นใหม่ ความคิดไม่เก่าพวกนี้จังเลยว่ะ…มึงล่ะไท…ซึ้งขนาดไหนบอกมา”

แต่อีกฝ่ายยังคงเสียอารมณ์ไม่หายกับภาพเมื่อครู่ใหญ่…โยธีดึงแขนน้องบนจนเจ้าตัวหลุดจากยิปซีไปสู่วงแขนเพื่อนของเขา

ยังจำสีหน้าเพื่อนเก่าได้ติดตาจนบัดนี้

แดงระเรื่อเจือเห่อหน่อยๆ…กระทั่งเขาเองยังนึกอยากต่อยมันสักหมัด อย่างน้อยก็ขอซัดสักเปรี้ยงเบาๆ

ลิฟต์กลับลงมา ทุกคนก็เลยก้าวเข้าไปเงียบๆ

สมุทรไทกับปรายต่างก็เดินตามไปส่งปู่ย่าถึงห้องข้างใน

ชายหนุ่มเหลือบไปทางหญิงสาว แต่หล่อนก็ยังไม่มองมา ไม่สบตา ไม่เอ่ยต่อว่ากระไร เหมือนโกรธขึ้งเสียงใสๆเมื่อสักครู่

หล่อนมิรู้หรือไรว่าเขาก็กำลังหมั่นไส้ครามครัน

“คุณปู่คุณย่าอาบน้ำเลยดีกว่านะฮะ” เขาก็เลยบอกกล่าวผู้อาวุโสขณะที่ปรายหยิบแก้วรินน้ำให้ทั้งคู่

“ก็ดี” ปู่คล้อยตาม ขณะบนฟ้าลับร่างเข้าไปในห้อง

มีสายตาสี่คู่ตามไป

เขาก็เลยขออนุญาตเข้าไปหยิบผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่ที่เกี่ยวไว้กับขอบนผนังมาส่งให้ประธานผลัดเสื้อผ้า ฝ่ายย่าก็มีหลานสาวทำให้โดยไม่ปริปากถามไถ่ หรือแม้แต่ชำเลืองมองมา

“ย่าสนุกไหมย่าครับ” ปรายเอ่ยเมื่อเห็นย่ายังคงเงียบ “ไม่ต้องเสียดายนะย่านะ…เงินค่าปรับน่ะ…ถึงไงมันก็เงินค่าแรงของปรายล้วนๆไง…ย่าไม่ต้องเอามาเติมให้หรอกค๊าบบ…”

ว่าพลาง เจ้าตัวก็เข้าไปหอมย่าดังฟอดๆสองครั้งซ้อน เผื่อย่ากำลังใจรอนๆ จะได้สบายขึ้น

แต่แท้จริงแล้ว ที่ทั้งปู่ย่าเงียบไปก็เพราะได้แต่นึกห่วงใยความสัมพันธ์ระหว่างหลานขวัญกับชายหนุ่มมากกว่า

ถ้านะ…ถ้า…ย่ากำลังสองสมมุติดู…ก็รู้ว่า…เกินกำลังจะสมมุติได้

ครั้นอาบน้ำแล้ว ปรายจึงส่งปู่ย่าเข้านอนเพื่อพักผ่อนให้เต็มที่ สมกับความสุขและความยุ่งยากที่ต้องฝ่าฟันในวันนี้ ขณะที่น้องสาวเดินไปห้องน้ำ

ผ่านหน้าชายที่ยืนรอปรายอย่างไม่ไยดี

สมุทรไทก็เลยตัดสินใจเดินตามไปส่ง

บนฟ้าหันมามองเขาเพียงแวบหนึ่ง จึงปิดประตูห้องน้ำ กะให้มันดังกว่าเคย

ปรายเดินกลับมาเห็นเพื่อนยืนพิงผนังตรงข้าม สีหน้ายามนี้หม่นหมอง จึงดึงมือเข้าห้องนอนแล้วปิดประตู ผลักเพื่อนให้นั่งลงบนเตียง พลางลดเสียง

“คนอย่างกูมีแค่ทฤษฎี แต่มึงเก่งปฏิบัติก็จัดไปเว้ย จัดให้หนัก กูขอแค่กรรมการ…กรรมการนะเฟ้ย…ไม่มีคำว่าประธานนำหน้า…ฮ่าฮ่าฮ่า…นั่นมันของพี่ปันเขา…ยังมีพี่ปันอีกคน”

ปู่ย่ายังหลับไม่ลง คอยหลานออกจากห้องน้ำในชุดนอนยาวกรุยกราย ได้กลิ่นหอมกรุ่นจากเรือนร่างบางโปร่งที่บัดนี้เคลื่อนไหวเบาๆอยู่ในความมืดบนเตียงเดี่ยวชิดผนัง

ย่าก็เลยยื่นแขนออกไปพลางพึมพำ

“มาหอมกันก่อน”

หลานจึงเลื่อนตัวมานั่งแกมหมอบอยู่ข้างๆ โน้มใบหน้าให้ย่าหอมเสียงดังฟอด

แต่ย่ากลับสัมผัสน้ำชื้นๆจากหน่วยตา

“ไม่เอาน่าลูก ไม่ร้องไห้”

“อย่าขี้แย น้องบน” ปู่เองก็หลับมิลง ยังคงพะวงถึงทีท่าประเปรียวของหญิงผู้เยาว์ ที่ดูเหมือนจะเข้าใจโลก และตามชีวิตได้ชิดใกล้จนเก่งกล้าท้าทายความแปลกใหม่อันรายอยู่โดยรอบอย่างชื่นชอบด้วยชั้นเชิง

ผิดกับหลานรักผู้แวดล้อมเริงร่าไปด้วยเครือญาติ จึงประมาทหมิ่นผู้คนตลอดมา หารู้ไม่ว่าพิษสงนั้นซ่อนอยู่

“ต่อไปนี้ หนูต้องไม่เอะอะก็ร้องไห้…ไม่เอา” ท้ายที่สุด ปู่ก็ลุกขึ้นนั่งในความมืด หากเสียงที่ส่งออกมาไม่มีวี่แววว่าอยากหลับ “ต้องเข้มแข็งแล้วละ รู้ไหม”

แต่ปู่ไม่ยินดีที่จะนำใครไปเปรียบกับใคร ไม่เคยนำพี่ไปเทียบกับน้อง ไม่เคยนำหลานไปข้องแวะกับความเป็นใครของผู้ใด ด้วยเกรงความสะเทือนใจของทุกคน

“นับจากพรุ่งนี้เป็นต้นไป…หนูต้องเริ่มต้นใหม่…ต้องรู้ใจตัวเองให้แน่นอนว่าต้องการอะไร เงินอาจช่วยหนูได้…แต่ก็แค่บางเรื่อง ไม่ใช่ทุกเรื่อง…แค่บางคน ไม่ใช่ทุกคน”

ครั้นแล้ว ปู่ก็เอนตัวลงนอน

ย่าก็เลยลูบหลังหลานเบาๆบนเนื้อแพรลื่นเย็น เป็นทุกข์แทนสืบไป

“นอนซะลูก พรุ่งนี้ตื่นเช้า ถ้าเขาพูดด้วย ก็พูดกับเขานะลูกนะ โกรธกันข้ามวันข้ามคืนมันไม่ดี”

แต่เสียงสะอื้นถี่ๆดังขึ้น

“น้องบน” ย่าก็เลยลุกขึ้น ข้ามไปนั่งข้างๆ พลางลูบไล้ไปตามแขน

ขณะที่ปู่บนเตียงใหญ่อีกด้านผงกศีรษะขึ้นมอง

“บอกแล้วไงว่าอย่าขี้แย”

แต่ย่ารู้แน่ว่าหลานรักเขา โดยยังมิรู้ว่าเขารักหลานเพียงไหน

เนื่องด้วยคบหากันแค่เดือนครึ่ง แม้มิถึงกับแน่ใจมากมาย หากก็รู้ว่าเขามิใช่พวกตามน้ำ

มาดนิ่งๆของเขาอาจลึกกว่านัยน์ตาเห็น

ขณะที่น้องบนยังเป็นเด็ก เอาแต่ใจตน ไม่ยอมรู้ใจใคร

“ต่อไปนี้ หนูก็ต้องทดสอบเขาแล้วละลูก เพราะยังงั้นหนูก็ต้องไม่สนิทกับโยธีมากเกินไป”

เสียงปู่หัวเราะหึๆในความมืดผ่านมา คงขำย่าตามเคย

 

รุ่งขึ้น ปู่กับย่าตื่นตั้งแต่ตีสี่ แต่บนฟ้าร้องไห้จนดึกดื่นค่อนคืนจึงหลับไป กว่าจะตื่นได้ ก็ราวหกนาฬิกา งัวเงียออกมา จึงแลเห็นทุกคนนั่งกันอยู่พร้อมหน้า ณ โต๊ะยาวกลางห้อง

ปรายกำลังทอดแฮมกับไข่ดาว สมุทรไทเสียบขนมปังลงในเครื่องปิ้งจนเหลือง นำใส่จานมาวางตรงหน้าปู่ย่า พร้อมเนยจากตู้เย็นที่ซื้อติดไว้ตั้งแต่วันมา รินกาแฟร้อนจากเหยือกใส่ให้ทั้งสอง

“นั่งลงได้แล้วไท” ย่าบอกเขาอย่างตื้นตัน พลันนึกถึงเมื่อคืนที่ตื่นตาทั้งย่าหลาน ขานไขถึงชายหนุ่มผู้มิรู้ว่าเขาจะรุ่มร้อนเช่นหล่อนหรือไม่ “นี่ทำไมไม่รู้จักเหน็ดจักเหนื่อยกับใครเขามั่งล่ะจ๊ะ”

“ไม่ต้องห่วงมันหรอกย่า มันทำได้” ปรายส่งเสียงมาจากเตาไฟฟ้าอันรอบล้อมพร้อมพรักด้วยเครื่องเคราประจำครัว ครั้นแล้วจึงตักไข่ดาวสองลูกสุดท้ายใส่จานแผ่มาหลายฟอง ยกทั้งจานแฮม จานไข่มาวางตรงหน้า “ปู่ย่าทานเลยนะฮะ…ไม่ต้องรอหรอกน้องบน ต่างคนต่างกิน”

แต่ชายหนุ่มเพียงแต่จิบกาแฟดำร้อนที่เขาเพิ่งรินมา หลังจากลงนั่งตรงหน้าผู้อาวุโส

แม้มิเอ่ยคำใดก็รู้ได้ว่าเขารอ

จนกระทั่งหญิงสาวกลับจากห้องน้ำ แต่งกายเรียบร้อยเดินออกมา จึงเลื่อนเก้าอี้ให้นั่งข้างๆ

แบ่งไข่ดาว แฮม ขนมปังใส่จาน เลื่อนถ้วยกาแฟที่เพิ่งรินให้ไปตรงหน้า

“ขอบคุณนะคะ” น้องบนก็เลยพนมมือไหว้ ยิ้มแจ่มใสให้เขา

ทั้งปู่ย่าตลอดจนปรายต่างก็โล่งใจไปตามกัน

“เดี๋ยวเราไปแวะที่ปาร์มากันก่อนนะปู่ครับ” หลานชายเริ่มเสียงดังฟังชัดจัดเต็ม “ที่ปาร์มา นายโยมันจะพาไปทานแฮมดิบที่คนไทยเรียกพาร์มาแฮมชนิดเด็ดดวงเลยละปู่ ปู่ก็ชอบพาร์มาแฮมนี่นา”

“ชอบ” ประธานตอบแววตาใส มองสมุทรไทอย่างขอบใจในความอาทรของเขาที่มีต่อหลานสาวสุดรัก

ฝ่ายย่าส่งยิ้มพรายข้ามโต๊ะมาให้เขาขณะฟังปราย

“ออกจากปาร์มาแล้วถึงจะไปค้างคืนที่โบโลญญ่า ย่ารู้จักโบโลญญ่าไหมฮะ”

“เคยได้ยินแต่ชื่อ” ย่าว่าขณะปู่หัวเราะขำ

 

Don`t copy text!