ขอบฟ้าจรดขอบน้ำ บทที่ 28 : สอนเด็กหรือเด็กสอน

ขอบฟ้าจรดขอบน้ำ บทที่ 28 : สอนเด็กหรือเด็กสอน

โดย : กฤษณา อโศกสิน

ขอบฟ้าจรดขอบน้ำ บทสรุปของความรักที่ดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้ของสมุทรไทและบนฟ้า นวนิยายยอดนิยมในอ่านเอา จากปลายปากกาของกฤษณา อโศกสิน ศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ นิยายออนไลน์ ที่ อ่านเอา อยากให้คุณ อ่านออนไลน์

***************************

– 28 –

เพียงแต่ทั้งสามคนลับไปจากประตูสองชั้น ปรายผู้ยังคงนั่งเอกเขนกรอจนกว่าปู่ย่าและน้องสาวจะอาบน้ำกันเสร็จสรรพ เขาและเพื่อนจะได้เข้าบ้าง…ก็เอ่ยขึ้น…ด้วยน้ำเสียงที่เป็นการเป็นงาน ไม่มีวี่แววครึกครื้นเหมือนทุกครั้ง

“เออ…นี่…กูมีเรื่องจะถามมึงนิดหน่อย…ก็คงไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายสำหรับกูหรอก แต่สำหรับพี่ปัน เขากำลังโมโหโทโสฟาดหัวฟาดหางอยู่เร่าๆ” เพื่อนเก่า…พี่ชายของน้องสาวสุดที่รัก…บรรยายด้วยสีหน้าที่ไม่ทำให้อีกฝ่ายประจักษ์ถึงความเคียดขึ้งใดๆ “เขาเองก็คงไม่กล้าพูดกับปู่ แต่เขาหลุดปากกับกูวันก่อน ว่า…เออ…ว่ามึงกับน้องบนเป็นอะไรกันแล้วใช่ไหม”

“โธ่เอ๊ย” ชายหนุ่มผู้เพิ่งชงโกโก้ร้อนมานั่งจิบด้วยท่าทางผ่อนคลาย ปล่อยทั้งกายและใจไปกับยามค่ำในห้องหับต่างถิ่น ยินดีกับบรรยากาศสุขสงบราวกับได้กลิ่นน้ำกับความชื่นเย็นจากทะเลสาบมาอาบรดอยู่รวยริน…ร้องออกมาเบาๆ…ด้วยสีหน้าซึ่งไร้เงาแห่งเสแสร้ง “กูน่ะเหรอจะทำแบบนั้นกับมึงกับน้องบน น้องของเพื่อนรักได้”

“ก็น่าน-น่ะ-ซี” อีกฝ่ายทอดเสียงยาว

ที่จริง…ก็โล่งอกเป็นปลิดทิ้งเหมือนกัน กับที่จริงยิ่งกว่านั้นก็คือ…เชื่อ…เลยไปถึงเชื่อมั่น…ว่า…คนอย่างสมุทรไทไม่มีวันทำกับเพื่อนได้…ไม่ว่าจะมีความอยากสักเพียงไหน

จริยธรรมในใจของเพื่อนสูงส่งกว่า

“กูก็นึกรู้อยู่แล้วไง” อีกฝ่ายบอกกล่าวช้าๆโดยไม่รีบร้อนแก้ตัว “กูเห็นสายตาพี่ปันวันแรกที่มองกูแล้วซักครู่ก็รีบกลับ…ก็รู้แล้ว…ว่าพี่ปันไม่ชอบขี้หน้ากู…กูก็เลยต้องทำตัวผอมๆหน่อย…ยิ่งวันหลังๆ…พบกันบ่อยขึ้น…แม้แต่แค่แว่บๆพี่มึงก็ยังมองกู…เออ…จะบอกว่าดูถูก…ก็อาจจะเกินไป”

ครั้นแล้ว ชายหนุ่มก็หัวเราะนิดๆ

“เออ…แต่มึงก็ไม่ยักกะบอกกันมั่ง”

“ไม่หรอก…เรื่องอะไรจะบอกให้มึงไม่สบายใจ กูบริสุทธิ์ใจกับน้องบนกับมึงกับคุณปู่คุณย่าก็พอดีพองามอยู่แล้วไม่ใช่หรือ”

ถึงคราวที่ปรายก็ต้องพยักหน้า

พอดีพองาม…จริงของมัน

เพราะเขาเองก็ไม่เคยเห็นเพื่อนทำท่าจี๊ดจ๊าดวาบหวิวกับบนฟ้า เคยเรียบๆนิ่งๆอย่างไรก็ยังเรียบนิ่งอยู่เช่นนั้น น้องของเขาเสียอีกหวิวกว่า…นั่นก็เนื่องด้วยเคยตัวเคยใจ เคยแก่การตามใจตน ไม่เคยมองคนอื่นว่าเขาจะคิดอย่างไร ขอให้ได้แสดงออกเท่านั้น

“ใช่…มึงดี”

“ไม่ได้ดีเด่อะไรหรอกปราย แต่กูอยู่กับผู้ใหญ่แล้วผู้ใหญ่ก็ดีกับกู ดีกว่าที่กูคิดไว้ล่วงหน้าไม่รู้กี่เท่า…กูน่ะเหรอจะทำลายของรักของท่านได้ลงคอ”

เพียงเท่านั้น ปรายก็น้ำตาคลอโดยมิได้ตั้งใจ เผยอตัวกอดคอเพื่อนไว้ พลางพึมพำ

“กูขอบใจมึงมาก ไท…ขอบใจมากจริงๆ…กูรักคนไม่ผิด ดูก็ไม่ผิด เลือกก็ไม่ผิด”

“แล้วกูก็ขอบอกให้มึงสบายใจขึ้นอีกว่า…ค่ำวันก่อน กูเข้าไปที่ห้องน้องบน…ก็ไม่ใช่อะไรนอกจากมีเรื่องต้องปรับความเข้าใจกันนิดหน่อย น้องบนก็เลยอนุญาตให้กูเข้าไป”

ครั้นแล้ว เขาจึงเล่าถึงเรื่องราววันนั้นกับวันก่อนหน้าให้ปรายฟังอย่างละเอียด

เพียงแต่ละไว้นิดหนึ่ง…ตรงความตรึงใจยามเมื่อได้จุมพิตและกอดหล่อนเต็มร่าง

ด้วยว่า…นี่คือที่ว่างพิเศษที่เขาขอสงวนไว้มิให้ผู้หนึ่งผู้ใดก้าวเข้ามาข้องเกี่ยว

เพียงเท่านี้ ปรายก็พอใจจนถึงแก่ถอนหายใจดังๆ

“เออ…เผื่อพี่ปันโทร…มาอาละวาดอีก กูจะได้ตอกกลับไป”

“ก็อย่าไปต่อล้อต่อเถียงกับเขาเลยปราย…กูเองก็เห็นใจพี่ปันนะ คือเขาก็เป็นห่วงน้องบนไง…” สมุทรไทประนีประนอม “คงกลัวกูจะเข้ามาปอกลอกหรือไงทำนองนั้นมั้ง”

ว่าพลางก็ยิ้มๆ

แต่ปรายร้องดัง

“ไอ้บ้า…ไม่เอาโว้ย…คิดไกลไปโน่นน่ะไม่เอา พี่กูคงไม่ได้คิดขนาดมึงว่าหรอก…เพียงแต่เขาเอาเงินนำหน้ามากไป…” ปรายออกความเห็นตรงเผ็งเหมือนเคย “ปัทธ่อ…ขืนเอาไอ้นายสามมาทำน้องเขย…น้องบนน่ะเหรอจะทนอยู่กะมันเกินเดือน”

คราวนี้ชายหนุ่มผู้ฟังแย้มริมฝีปากออกยิ้มอย่างถูกใจ

“ใช่…น้องบนอยู่กับใครก็ไม่ทน นอกจากอยู่กับกู” เขาก็เลยลงเสียงอย่างกริ่มๆ

“มึงฝึกน้องให้กูหน่อยนะไท” ปรายปะเหลาะ

“เต็มใจเลย” เพื่อนผู้เติบโตมากับผู้ดีเก่าและประวัติศาสตร์แห่งอดีตลงเสียงหนัก “กูน่ะสอนเด็กนะ ไม่ใช่เด็กสอนกู”

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า” ปรายทำเสียงด้วยหัวใจเบิกบาน

ครู่ต่อมา สองหนุ่มก็ได้ยินเสียงประตูเปิดเบาๆ ครั้นแล้วก็ปรากฏร่างในเสื้อนอนบางยาว คลุมด้วยแพรเนื้อหนักเยื้องย่างเข้ามา พาเอากลิ่นหอมอ่อนหวานตามติดมากรุ่นอยู่ในห้อง ปล่อยผมที่ปกติมักม้วนเหน็บไว้แน่นให้ยาวรุ่ยร่าย

“พี่ปรายพี่ไท อาบน้ำได้แล้ว หนูกับปู่ย่าอาบเสร็จแล้ว”

ดวงหน้าปราศจากเครื่องสำอางยังคงพริ้งเพราหมดจดขณะเคลื่อนตัวมานั่งลงเคียงข้างเพื่อนพี่พลางถาม

“คุยอะไรกันหรือเปล่า…หนูได้ยินนะ”

“คุย” ปรายก็เลยชิงตอบ “คุยเรื่องพี่ปันถูกนายสามยุให้แอนตี้หมอนี่”

หญิงสาวก็เลยเบิกตากว้าง

“จริงอ่ะ”

“จริง” พี่ชายพยักหน้า “แต่คนอย่างไทกินมันไม่ได้อยู่แล้ว ต่อให้อีกสามไอ้สามก็เถอะ”

น้องบนก็เลยยกนิ้วร่อนไปตรงหน้าชายหนุ่ม พลางเอนอิงพิงอยู่กับไหล่เขา ผมยาวก็เลยระเรี่ยอยู่กับอกอีกฝ่าย

“เอ้อเฮอ น้องเรา…นี่กะยั่วหนุ่มต่อหน้าพี่หรือไง” ปรายมองน้องและเพื่อนอย่างเอ็นดู…พร้อมกับนึกในใจ

เออ…มิเสียแรงกูวางแผนเสียเงินแสนเชียวนา…ครั้นแล้ว ฟ้าก็บันดาลให้มันสองคนมาปิ๊งกันได้…ปรายนึกเรื่อยไป ขณะที่เพื่อนของเขายิ้มๆ แววนัยน์ตาเป็นมันพลางก็โอบแผ่นหลังหล่อนไว้

“ระวังนะมึง น้องกูอ้อนเก่งไม่หยอก”

“พี่ป-ร๊-า-ย-“ อีกฝ่ายก็เลยลากเสียงเขินๆจนกระทั่งปรายตัดบท

“ไปนอนได้แล้วน้อง พรุ่งนี้จะได้ตื่นตะเช้า…ไปลงเรือ…พี่ก็อยากเห็นทะเลสาบเต็มที”

หญิงสาวก็เลยลุกขึ้น พร้อมกับร้องเบาๆ

“เฮ้อ…ไม่อยากเห็นหน้านางยักษ์นั่นเล้ย”

สองหนุ่มก็ได้แต่ชวนกันขำขัน…ลุกขึ้นจูงมือเจ้าของร่างโปร่งบางไปส่งพลางเปิดประตูให้

อาบน้ำแล้ว ต่างฝ่ายต่างก็เอนตัวสอดร่างเข้าไปในซองผ้าห่ม หลับไปในพริบตา

 

เพียงแต่ปู่ย่าและบนฟ้าเปิดประตูออกมาในเสื้อผ้าชุดใหม่ หญิงสาวสวมหมวกใบเก่า นำเสื้อหนังดำขลิบแดงตัวเก่ามาพาดไว้กับปลายเตียงของเขาซึ่งบัดนี้ทำที่นอนเรียบร้อยแล้ว จึงเห็นชายทั้งคู่กำลังช่วยกันทอดไข่ดาว เบคอน ปิ้งขนมปังทาเนย ชงกาแฟพรักพร้อม เมื่อทั้งสามออกจากห้อง ก็ลงนั่งรับประทานได้ ขณะที่เสียงมือถือดัง โยธีถามไถ่มาตามสายว่าจะออกจากห้องหรือยัง

ครู่ต่อมา ทั้งแปดก็พบกันตรงลานหน้าบ้านที่ยังไม่มีใคร

อากาศเย็นจัดทีเดียว หากก็กำลังค่อยคลายลงไปเมื่อเดินไปตามถนนซ้ายมือราว  5 นาที ไม่มีผู้คนนอกจากรถยนต์ที่นานๆผ่านไปสักคัน จนกระทั่งถึงทางเลี้ยวขวา พาไปสู่ท่าเรือ

แลเห็นทะเลสาบโคโมวางผึ่งผายโอ่อ่าเต็มนัยน์ตาอยู่ตรงหน้า

เมฆบางๆสีขาวกำลังแผ่ขยายกระจายไปในแนวฟ้า ที่มีผืนน้ำกว้างใหญ่สีเข้มออกน้ำเงินคล้ำสะท้อนรับกับแสงจากเวหา ครั้นมองเลยไปยังริมฝั่ง จึงประจันกับตึกรามซ้อนกัน หลั่นลดลงมาตามริมผา ทาสีสันสวยสดรจนา เรือใบทั้งเสาเดียวและสองเสารวมทั้งเรือเร็วทั้งเล็กกลางใหญ่จอดสงบ

โยธีรับเงินจากปรายไปซื้อบัตรข้ามฟาก ผู้สูงอายุคนละ 7.40 ยูโร นอกนั้นคนละ 9.20 ยูโร

รอเพียงครู่ เรือเฟอร์รี่ลำใหญ่สองชั้นก็แล่นเข้ามาเทียบ

ยาเยียเงียบไปในเช้าวันนี้เมื่อแลเห็นบนฟ้าคล้องแขนสมุทรไทไม่ยอมปล่อย

แม้กระนั้น หล่อนก็เดินตามหลัง กะให้ว่างข้างซ้ายมือ ก็จะถือโอกาสเข้าเคียงคู่กับผู้ชายที่หล่อนเห็นว่า ช่างเป็นหนุ่มที่ ‘เข้าท่า’ น่าเล่นด้วยเป็นที่สุดเท่าที่เคยพบมานับแต่วัย 12-13 จนถึงบัดนี้

เพื่อนพี่ชายอีกคนชอบเอะอะเปรี้ยงปร้างอันเป็นบุคลิกที่หล่อนยังไม่เข้านัยน์ตา

Don`t copy text!