ขอบฟ้าจรดขอบน้ำ บทที่ 34 : มหาวิหารแห่งมิลาน

ขอบฟ้าจรดขอบน้ำ บทที่ 34 : มหาวิหารแห่งมิลาน

โดย : กฤษณา อโศกสิน

ขอบฟ้าจรดขอบน้ำ บทสรุปของความรักที่ดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้ของสมุทรไทและบนฟ้า นวนิยายยอดนิยมในอ่านเอา จากปลายปากกาของกฤษณา อโศกสิน ศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ นิยายออนไลน์ ที่ อ่านเอา อยากให้คุณ อ่านออนไลน์

***************************

– 34 –

ใกล้ๆหนึ่งชั่วโมง บัสจากสนามบินก็จอดสนิท ณ ที่จอดรถบริเวณหน้าสถานีรถไฟ ต่อจากนั้นโยธีจึงเรียกแท็กซี่ให้ขึ้นนั่งคนละคัน โดยปรายไปกับสามพ่อลูก สมุทรไทนั่งคู่กับคนขับคันที่มีปู่ย่าและหญิงสาวผู้บัดนี้มีแต่ความโล่งใจ

พลางหมายมั่นปั้นมือ หากถึงกรุงเทพฯแล้วพี่ชายคนโตขัดขวาง

“คืนนี้ปู่ย่าจะไปเที่ยวกะหนูไหม…หนูกับพี่ไทกะว่าจะไปเดินดูภาคกลางคืนของเขากันน่ะย่า…ถ้าเดินนานไม่ไหว…ก็ไปสักประเดี๋ยวแล้วกลับก็ได้นะย่าขา…”

ย่าก็เลยตอบอย่างนึกรู้ในอาการ

“คืนนี้น้องบนอ่อนหวานแต่ไม่แก่ขมเหมือนทุกที”

“ย่าน่า-า” เจ้าตัววางมือลงบนมือผู้สูงวัย

ปู่กับย่าขนาบข้าง มีตนเองอยู่ตรงกลาง แววนัยน์ตาพร่างพรายเมื่อมองตรงไปยังบ่าไหล่ชายหนุ่มผู้นั่งหน้า

ฟ้าวันนี้ช่างเฉิดฉัน

นึกขอบใจพี่ชายทุกชั่วโมงทุกวันที่ช่วยกันเด็กมีดีที่หัวใจติดสปริงออกไป แม้ทีท่าของอีกฝ่ายจะไม่มีวี่แววว่าเล่นด้วย

แต่คนอย่างปราย…จุดหมายของเขาประดุจเชื้อเพลิงเผาไหม้ เขาคือสมองใหม่ของบริษัท ต้องการความชัดเจนก็จริง แต่เรื่องนิ่งจนกระทั่งเน่านั้นไม่ชอบ

ปันจึงมอบความไว้ใจให้น้องชายคนที่สามตลอดมา

“พี่ไทพาปู่ย่าไปด้วยน้า-า…เมื่อยเมื่อไหร่ค่อยพามาส่ง”

“ได้อยู่แล้วละฮะ…มาถึงนี่ทั้งทีก็ต้องเห็นบ้านเมืองเขาทั้งกลางวันกลางคืนไงครับ คุณปู่…อย่างเวนิส เราก็เดินกันจนค่ำ…”

“สนุกมากเลยไท มาเที่ยวนี้ดูเหมือนจะสนุกกว่าเที่ยวที่แล้วใช่ไหม…ไทว่างั้นไหม”

“เที่ยวที่แล้ว…” ชายหนุ่มจากหน้ารถทวนคำ ยังจำอาการของสามมุขได้ติดตาขณะยืนทำท่าเป็นคนเกเรอยู่หน้าห้องเขา “ที่จริง เที่ยวที่แล้วก็…เอ้อ…ดีนะครับ…ผมไม่เคยลงเรือมาก่อน ก็ได้แต่รู้สึกว่าแปลกดีฮะคุณปู่คุณย่า…ที่เคยได้ยินหนุ่มสาวเขาบอกว่าลงหนเดียวเข็ดเพราะไม่มีอะไรทำเวลาถึงเรือนั่น…ผมก็ว่าไม่ถึงยังงั้น…”

“ย่าว่าต้องไปกันเป็นกลุ่มถึงจะเพลิน”

“ใช่ครับ…แต่ก็ต้องถูกคอกันนะฮะ…ขืนพาคนไม่ชอบหน้ากันลงเรือ ไม่ต้องมากหรอกฮะ…แค่คู่เดียวก็เหลือเฟือแล้ว”

“คู่พี่กับพี่สามหรือไงคะ” บนฟ้าก็เลยเผยอตัววางมือลงบนบ่าเขา

ปู่ก็ได้แต่ส่ายหน้านิดหนึ่งกับตนเอง

นี่ถ้าไม่มียาเยีย…หลานหนึ่งเดียวคนนี้คงจะบรรเลงเพลงรักของหล่อนให้ชายตรงหน้าฟังทุกชั่วโมงนาทีละกระมัง

“ก็คิดเอาเองละกัน…จริงไหมไท” ย่าพลอยเบิกบานไปกับหลานสุดที่รัก “ว่าแต่ว่าคืนนี้จะไปทั้งกลุ่มหรือยังไง”

“ไม่ไปหรอกนะ…ใช่ไหมพี่ไท…หนูไม่อยากไปกับ…นางเมดูซ่า…”

ผู้ชายนั่งหน้าก็เลยหัวเราะ

“โธ่เอ๊ยน้องบน”

“อย่าไปรังแครังคัดอะไรกะเขานักเลยลูก” ย่าลูบหลังหลานไปมา

รถถึงหน้าตึกแถวแห่งหนึ่งพอดี โยธีกับปรายจึงช่วยกันขนของจากท้ายรถคันหน้า สมุทรไทขนจากรถคันนี้

ประตูอพาร์ตเมนต์ที่นี่ก็ไม่ผิดจากเมืองที่ผ่านๆมา คือเป็นบานประตูสูงใหญ่หนา

เมื่อต่างก็ก้าวตามกันเข้าไป จึงประจันกับโต๊ะทำงานที่มีพนักงานสาวนั่งประจำอยู่หนึ่งคน

ครั้นโยธีนำบัตรแสดงตนรวมทั้งบัตรจองห้องสองชุดไปยื่นให้ เธอก็บอกให้เขาขึ้นลิฟต์ที่อยู่ซ้ายมือ พากันไปถึงชั้น 4 ที่มีพนักงานหญิงอีกคนหนึ่งตั้งโต๊ะเล็กๆคอยรับบัตรจองจากนักท่องเที่ยว ยื่นกุญแจทั้งสองห้องที่อยู่ติดกันให้โยธี

“เอ้า…มึงอยู่ห้องใหญ่” เพื่อนส่งกุญแจห้องริมให้เขา

ยาเยียดูเศร้าหมองลงไป ริมฝีปากเม้มสนิท ไม่พูดไม่จา เดินตามพ่อและพี่ชายแยกไปเข้าห้องซ้ายมือ

มีสายตาอีกคู่ตามไปพร้อมด้วยยิ้มมุมปาก

หากเพียงแต่ผ่านบานประตูเข้ามา แลเห็นห้องยาวลึกสะอาดสะอ้านเกลี้ยงเกลา นำหน้าด้วยห้องน้ำข้างทางเข้าแล้วต่อด้วยห้องแต่งตัวว่างๆพร้อมกระจกบานยาวเป็นส่วนสัด ชิดผนังด้านนอกคือเคาน์เตอร์แพนทรี คั่นด้วยโต๊ะเก้าอี้หกที่นั่ง ถัดไปคือโซฟาเบ้ดที่บัดนี้ถูกดึงออกมาตึงเปรี๊ยะเป็นเตียงกว้างสำหรับสองคนนอนสบาย

“โอ้โฮเฮะ…ไอ้โย…ดูมัน” ปรายร้องดังทันทีที่แลเห็นห้องริมสุดซึ่งเมื่อมองผ่านหน้าต่างกระจกออกไป แลเห็นตึกรามและรถราขวักไขว่ “ดูมันเลือกห้อง…โอ้โฮ…อะไรจะสบายขนาดนี้”

สมุทรไทก็เลยลากกระเป๋าเล็กสามใบของปู่ย่าและหญิงสาวของเขาเข้าไปวางไว้บนชั้นภายในห้องสุดท้ายอันเป็นห้องใหญ่ มีเตียงเดี๋ยวหนึ่งเตียงคู่หนึ่งจัดวางอย่างพอเหมาะพอดี

“คุณปู่คุณย่าคงชอบห้องนี้ละครับ เพียงแต่ถ้าไปห้องน้ำ ก็ต้องเดินไกลนิดหนึ่ง คือห้องมันค่อนข้างยาวลึกไงครับ”

“ไม่เป็นไรเลยไท ย่าเดินไหว ปู่ก็ไหว” ย่าใบบุญมองไปรอบๆอย่างชอบใจ “มาคราวนี้ไม่ผิดหวังเลยทั้งอาหารทั้งที่พัก เจ้าของก็ดีทุกแห่ง…เสียดาย…ที่เราจะค้างได้อีกแค่สองคืน”

“เอาไว้มาใหม่” ปู่บอกสั้นๆ

“หวังว่าคราวน่าคงไม่มีนางเมดูซ่ามาคอยกัดหนูอีกนะ”

“น้องบน” ปู่ก็เลยติงเตือนพลางหันไปยิ้มจืดๆกับชายหนุ่ม “ไม่เอาลูก น่าเกลียด…”

ปรายก็เลยบอกเพื่อน

“มึงก็ปรามๆน้องบนมั่ง ไม่ใช่เอาแต่ตามใจ”

ชายหนุ่มเลยหัวเราะพร้อมส่ายหน้า

“อะไรๆก็มาลงที่กู”

“ฮ่าฮ่าฮ่า” อีกฝ่ายทำเสียง

อาหารค่ำมื้อแรกใจกลางเมืองมิลานมื้อนี้ โยธีเป็นผู้นัยน์ตาไว แลเห็นร้านจีนที่ทุกคนเดินออกจากที่พักใกล้ 18 นาฬิกา แค่เลี้ยวขวาแล้วเดินเลียบไปอีกครู่ ก็แลเห็นประตูลูกกรงมีป้ายภาษาอังกฤษว่า ‘มิชลิน’

“อั้ยย่ะ…ร้านอาหารจีนนี่พ่อ…พ่อชอบไหม คุณปู่คุณย่าล่ะครับ…แวะร้านนี้เลยก็ดีนะฮะ…ไม่ทราบว่าเขาจะเปิดหรือยัง เพราะมันยังหัวค่ำสำหรับที่นี่น่ะฮะ”

“เอาเลยเว้ย” ปรายสั่ง “เข้าไปเลย ไม่เปิดก็นั่งรอได้นี่นา”

ปู่ย่าพลอยดีใจที่จะได้อาหารจีนมาคั่น อาหารฝรั่งหลายมื้อ จึงหันไปทางยาเยีย ถามอย่างเอาใจ

“หนูชอบอาหารจีนไหมจ๊ะ”

“ชอบค่ะ” วัยรุ่นไม่กล้าหน้าบึ้งกับผู้อาวุโส แต่หน้าบึ้งกับหนุ่มสาวทุกคน รวมทั้งพี่ชายของตนเอง…คนที่จะต้องทำหน้าเฉยชาเย็นใส่มากที่สุดก็คือสมุทรไทกับน้องของปราย

“ถ้างั้นก็ดีเลย จะได้เปลี่ยนรสชาติซะนิดนึง” ครั้นแล้วจึงตามกันขึ้นบันได ก้าวเข้าไปในประตูที่มองเห็นแต่ความว่างเปล่าในห้องอาหารซ้ายมือที่มีโต๊ะเก้าอี้พร้อมหมอนอิงเรียงรายลึกเข้าไป พนักงานจึงบอกให้นั่งรอ ณ ที่นั่งในห้องด้านหน้าติดบันไดท่ามกลางความเงียบ มีเพียงบริกรหญิงเดินผ่านไปมา รอรับอาหารตามสั่ง

กว่าร้านจะเปิดก็ทุ่มตรง คณะแรกจึงเดินตามกันเข้าไปนั่งก่อน ณ โต๊ะยาวที่จองไว้

“อาหารอร่อยทุกอย่างจริงๆ” ปู่พึมพำเมื่อกินเสร็จ “ข้าวผัดของเขานี่เนี้ยบมาก แห้ง หอม…”

ปู่ย่าจิบชาอู่หลงเป็นระยะอย่างชื่นใจ

ข้าวผัด ผัดผัก บะหมี่ผัด กุ้งชุบแป้งทอดแบบเท็มปุระของญี่ปุ่น จานไม่ใหญ่แต่รสชาติใหญ่ จึงทั้งอิ่มและอร่อยไปด้วยกัน

แม้แต่ยาเยียก็ยังเอ่ยกับปราย

“พรุ่งนี้มาทานกันอีกไหมคะ”

ปรายก็คนแสบคนหนึ่ง จึงชี้ที่หน้าอกตัวเอง

“มากับพี่น่ะเหรอ น้องแน่ใจเหรอว่าไม่ผิดคน”

“พี่ปร๊าย” อีกฝ่ายก็เลยตีแขนเขาเบาๆ

เพียงแต่เดินตรงไปจากร้านอาหารไม่กี่นาที ก็พบลานหน้ามหาวิหาร ดูโอโม สไตล์โกธิค สร้างด้วยหินอ่อนสีขาวอมชมพู สลับสล้างด้วยยอดแหลมสูงและต่ำเสียดฟ้านับร้อย ลดหลั่นงามสง่า ตระการตาท่ามกลางเวหาหาวมืดสนิทเนื่องด้วยเป็นคืนข้างแรมแก่ เพียงแต่แสงไฟจากทั้งมุมบนมุมล่างมุมสว่างมุมมืดช่วยให้ลานทั้งลานเจิดจรัส ท่ามกลางความพลุกพล่านของผู้คนที่วนเวียนไปกลับ พลางแหงนมองเบื้องบนยอดวิหารอันโอ่อ่าราวมงกุฏราชินี

ทุกชีวิตที่ไม่เคยมาไม่เคยเห็นต่างก็ยืนแหงนมอง จ้องแล้วจ้องเล่าไม่วางตา

“ดูโอโมที่ฟลอเรนซ์ยังไม่สวยขนาดนี้” ปู่ออกความเห็น

“โอ้โฮ…ตาคุณปู่นี่เยี่ยมจริงๆเลยครับ” โยธีสรรเสริญ “พรุ่งนี้ผมจะพาคุณปู่เข้าไปชมข้างในนะฮะ แล้วคุณปู่จะต้องอึ้งทึ่งเลยฮะ”

“แต่ไม่มีเสียวนะเว้ย” ปรายก็เลยขัดขึ้น

ฝ่ายบนฟ้าไม่สนใจ ในเมื่อแขนหล่อนกับแขนของเขายังคงคล้องกันไว้ ยั่วให้ยาเยียเหลือบมอง

Don`t copy text!