ขอบฟ้าจรดขอบน้ำ บทที่ 35 : เรียนรู้จัก

ขอบฟ้าจรดขอบน้ำ บทที่ 35 : เรียนรู้จัก

โดย : กฤษณา อโศกสิน

ขอบฟ้าจรดขอบน้ำ บทสรุปของความรักที่ดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้ของสมุทรไทและบนฟ้า นวนิยายยอดนิยมในอ่านเอา จากปลายปากกาของกฤษณา อโศกสิน ศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ นิยายออนไลน์ ที่ อ่านเอา อยากให้คุณ อ่านออนไลน์

***************************

– 35 –

ค่ำคืนนี้จึงเป็นคืนค่ำอันน่าตื่นตาและตื่นใจในอากาศค่อนข้างเย็นแต่สุขสบาย นกพิราบแห่งลานใหญ่ที่บินว่อนอยู่ทุกแห่ง ยังคงโผผินบินถลาอยู่โดยรอบ รวมกลุ่มไปกับนักท่องเที่ยวและชาวเมือง

ปู่กับย่าร่าเริงที่สุดในยามนี้ เมื่อพบกับแสงสีที่ส่องสะท้อนในราตรีประดับดาว ดาวอันพริบพราวเหนือขึ้นไปโดยไม่ปนกับไฟบนพื้นล่าง ต่างก็สวยไม่เหมือนกัน

โดยรอบมหาวิหารคืออาเขตอันโอ่อ่าสูง 4 ชั้น เพียงมองผ่านก็แลเห็นโค้งทางเข้าสูงโปร่ง โยธีจึงนำทุกคนผ่านเข้าไป ผู้คนยังคงขวักไขว่บนทางเดินอันกว้างขวาง สองข้างเรียงรายด้วยร้านหรูที่เรียกกันว่าบูติคแฟชั่นอันเป็นแบรนด์ดังของอิตาลี แม้จะมีร้านอาหาร ร้านกาแฟและอื่นๆ ราคาที่ยืนอยู่ก็แพงตามความหรูของรูปทรงโครงสร้างอย่างเพริศแพร้วแวววาว จำเพาะโครงเหล็กหลังคารูปโดมกรุกระจกกับพื้นล่างที่กำลังเดินอยู่ปูด้วยหินอ่อนและแกรนิต ผนังประดับภาพโมเสคและลวดลายปูนปั้น บนพื้นกลางห้องเป็นภาพสัญลักษณ์สำคัญของ 4 เมือง ก็ยังต้องหยุดชมตาค้างไปตามกัน

ยิ่งแลเห็นหญิงสาวผลัดกันเข้าไปเหยียบยืนพลางหมุนตัวถึง 3 รอบ ก็ยิ่งกังขา

โยธีจึงอธิบายความหมายของการกระทำ

“คือเขามาเหยียบอัณฑะวัวกระทิงตรงนั้นไงฮะ…คุณปู่เห็นรูปวัวกระทิงไหมครับ วัวกระทิงนี่เป็นสัญลักษณ์ของเมืองตูริน คนที่นี่เชื่อกันว่าถ้าได้เข้ามาเหยียบแล้วหมุนตัว 3 รอบจะโชคดี”

“เออ…มาถึงอิตาลีแล้วก็ยังมาเจอความเชื่ออะไรแบบนี้อยู่อีกแฮะ” ปรายเบ้ปากเอาทีเดียว “กูคนละ…เห็นจะไม่เล่นด้วยแน่ๆ มึงล่ะไท…หรือว่าอยากให้น้องบนออกไปหมุนเหมือนกัน”

“ไอ้บ้า” สมุทรไทหัวเราะพลางหันมาทางหญิงสาว “น้องบนนึกสนุกอยากออกไปหมุนมั่งไหม”

“โธ่เอ๊ย…หนูละก็ยิ่งไม่เอาไหนกับอะไรแบบนี้เลยพี่ แค่เห็นก็ยังขำแล้วเลย”

หากยาเยียก็ขัดจังหวะ

“พี่บนน่ะสนใจแต่กระเป๋ารองเท้าแค่นั้นละค่ะพี่ไท อย่างอื่นไม่เคยรู้เรื่อง” อีกฝ่ายหมิ่นหยามเอาดื้อๆเชิงระบายแค้นที่อดกลั้นไว้เป็นวันเป็นคืนนั้นแล้ว “แต่นี่ก็มาถึงดงแบรนด์แล้วไงคะ…ร้านนี้ร้านนั้นแล้วก็โน่น แบรนด์ดังทุกแบรนด์ พี่น่าจะซื้อถือไปเลยจะได้ไม่ต้องเสียภาษี”

เอ๊ะ…นางเด็กนี่ นึกยังไง จึงกำเริบ

ดังนั้น จึงหันไปทางยงยุทธกับโยธี

“พี่โยคะ หนูอยากขอตัวพาปู่ย่าแยกไปเดินกันเอง…พี่จะว่ายังไงไหม…ฝากพี่ปรายไปกับพี่ละกัน”

“ดู…น้องกู…แบ่งเสร็จ…” ปรายพยักพเยิด “แล้วนี่ถ้าพี่เกิดขลังขึ้นมา ขอปู่มาคน น้องเอาย่าไป…ใครจะว่าไงไหม…”

“ว่า” ย่าส่งเสียงใสขึ้นมา ขณะปู่มองพลางทำเสียงหึหึ…เหมือนจะเอ่ย…ทำมั้ย แกถึงไม่รู้ฤทธิ์ย่า

“ตกลงหนูขอพี่ไทกับปู่ย่าไปก่อนดีกว่า…ถ้าอยากเจอกัน…เดี๋ยวขอเดินสงบๆซักชั่วโมงค่อยมาพบกันตรงนี้” ขณะพูด เจ้าตัวก็หาได้หันไปสบตายาเยียไม่…ด้วยว่าชังน้ำหน้าจนเกินกว่าจะสะกดใจ

แต่อีกฝ่ายไม่ยอมจบ

“ถ้างั้น…พี่ไทขา…น้องขอไปด้วยได้ไหมคะ จะไปดูว่าพี่บนจะซื้อกระเป๋ากี่แสน”

“เยีย” ยงยุทธก็เลยทำเสียงเหมือนเอ็ด “เรื่องของพี่เขาน่า”

“น้องอยากดูภาพเดอะลาสต์ ซับเปอร์ไม่ใช่หรือ” ปรายก็เลยเหนี่ยวแขนเด็กสาวเข้ามา ต่อหน้าพ่อและพี่ชายของหล่อน “น้องชอบเลโอนาร์โด ดาวินซี พรุ่งนี้ค่อยไปดู จริงไหมโย”

“จริงด้วยพี่ปราย ต่างคนต่างรสนิยม” อีกฝ่ายก็เลยยินยอมเพราะได้แนมเหน็บให้อีกฝ่ายเจ็บจี้ด

บนฟ้าฟังแล้วเลือดฉีดแรง

สมุทรไทแลเห็นก็เลยลดเสียงต่ำ

“ไปกันเลยแล้วกันน้อง อยากดูอะไรซื้ออะไรจะได้ไม่เสียเวลา” เขาเองก็ชักจะวางตัวไม่ถูกเหมือนกัน

ปรายก็เลยโบกมือ

“ไปซะ…ไท…มึงไป…พาน้องบนกับปู่ย่าไปเดินเล่น เย็นสบายขนาดนี้หาได้ที่ไหน เดี๋ยวกลับถึงกรุงเทพฯแล้ว อย่ามาบ่นเสียดายนะเฟ้ย” พลางก็หลิ่วตากับเพื่อนวับหนึ่ง

สมุทรไทก็เลยหันมาทางปู่ย่า

“เราเดินกันไปเรื่อยๆ…นึกซะว่ามาดูไฟก็แล้วกันนะฮะ ถ้าคุณปู่เมื่อยก็มีร้านให้เข้าไปนั่งเยอะแยะ”

ประธานพยักหน้า…ระอาฝีปากของยาเยียไม่หาย…แต่ใจก็ชื้นขึ้นเมื่อไม่มีวี่แววว่าหลานของตนเองจะสะทกสะเทือน

ท้ายที่สุดก็พูดเรื่องอื่น

นั่นก็คือบนฟ้าชวนเข้าร้านขายเครื่องสำอางที่มีหลายแบรนด์ให้เลือก

“ย่าขา…ย่าอยากได้สบู่ไหมคะ”

“อยากซีลูก…อยากได้สบู่”

“หนูจะได้เลือกไปฝากน้าสุนทรีด้วยไงพี่ไท” หล่อนหันไปบอกเขา

ชายหนุ่มก็เลยห้ามเพราะเกรงใจ

“น้องก็ซื้อกระเป๋าถือไปฝากแล้วไม่ใช่หรือฮะ ฝากแค่นั้นก็พอแล้ว”

“สบู่กับลิพสติคอีกนิดหน่อยดีกว่าพี่จ๋าจะได้ครบเครื่องเรื่องผู้หญิง”

เขาก็เลยนิ่งนึก

“ถ้างั้นก็ตามใจน้อง…หรือว่าแค่สบู่อย่างเดียว เพราะสีทาปากนี่ก็…ไม่ทราบว่าน้าแกใช้หรือเปล่า”

“ยังไงๆก็ต้องใช้ค่ะพี่ ลิพกลอสก็ได้กันปากแห้ง”

“ถ้างั้นพี่ก็ไม่ค่อยจะรู้แล้วละ” เขาก็เลยยอมจำนน “ตามใจน้องแล้วกัน”

“ย่าอยากได้ลิพสติกสีอะไรคะ สบู่น่ะรู้ละ ว่าไงๆก็ต้องลาเวนเดอร์” พึมพำพลางหันไปหารือ “พี่ไทคะ น้าชอบลาเวนเดอร์ไหมคะ”

“ก็คงต้องชอบอยู่แล้วน้อง…ใครๆก็ต้องลงเลยที่กลิ่นนี้ทุกคน ซื้อกลิ่นนี้ให้ใครละก็ไม่ค่อยพลาด แต่กลิ่นอื่นไม่แน่ใจ” ชายหนุ่มตอบตามประสบการณ์

“พี่ไทคงซื้อให้ใครหลายคนแล้วละซี”

สมุทรไทก็เลยยิ้มๆเชิงรับว่าใช่

ก็เขาเองเคยมีคนรู้ใจมาแล้วนี่นะ เพียงแต่อาจจะเป็นใจที่รู้ยังไม่จริงเท่านั้น

เมื่อยังไม่จริง ก็จำต้องลาจากกันไป

“พี่เคยซื้อกลิ่นไหนมั่งแล้วล่ะคะ”

แต่นิ้วย่ายื่นมาสะกิดเชิงให้หยุดถาม เนื่องด้วยมิอยากให้หลานลามปามไปถึงเรื่องราวเก่าก่อนอันเป็นส่วนตนของเขา

ดังนั้น หญิงสาวก็เลยชะงัก

แต่ชายหนุ่มเอ่ยต่อ

“ที่จริง พี่ก็ว่าหอมทุกกลิ่นน่ะแหละนะฮะ…แล้วแต่ใจชอบมากกว่า อย่างกลิ่นการ์ดิเนียที่อาจจะฉุนหน่อย แต่คนชอบก็ชอบมาก วิสทีเรียก็เหมือนกัน”

“พี่เคยใช้หรือคะ”

“เคยลองใช้สักก้อนสองก้อนแล้วก็ไม่ได้ใช้อีกฮะ…ส่วนใหญ่จะยืนพื้นลาเวนเดอร์”

ย่าก็เลยเอ่ย

“นึกว่าไทติดเจล”

ปู่ได้แต่ยืนมองร้านที่ตกแต่งอย่างเก๋ พลางพึมพำ

“ที่จริง กรุงเทพฯเราก็ไม่แพ้เขาหรอกนะไท”

“ครับ…ไม่แพ้…แต่ของอาจจะมีไม่ตรงกัน…ใช่ไหมน้อง”

“ค่ะ…เขาก็มีแบบของเขา ถ้าเราไม่ได้นำเข้าก็ไม่มีที่บ้านเรา” บนฟ้ารู้สึกเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับเขาเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะเมื่อคืนและคืนนี้

ถึงอย่างไรหล่อนก็จะต้องเริ่มเรียนรู้นิสัยและอารมณ์ผสมรสนิยมของเขาอีกหลากหลาย ล้วนเป็นรายการละเอียดอ่อน เนื่องด้วยเขาไม่เหมือนพี่ชายผู้สามารถเข้าใจได้ทันที แต่นี่ บางครั้งก็ดูราวเขาง่ายๆ หากหลายคราวมักดูยาก เนื่องจากเป็นผู้เก็บงำความในใจตลอดมา

“เจลโซมีโน จัสมินนี่หอมไหมพี่” ว่าพลางหล่อนก็ยื่นก้อนที่มีตัวอักษรระบุว่า เป็นสบู่กลิ่นมะลิไปจ่อที่จมูกเขา

คราวนี้สมุทรไทอึ้งไปทันที พร้อมกันนั้น สีหน้าก็ผิดไป

‘กลิ่นจัสมิน’ ในอดีตแล่นเข้ามา

“อย่าเลยน้อง…มัน…เอ้อ…ไม่หอมเลย อาจจะเหม็นสำหรับบางคนด้วยซ้ำ” ชายหนุ่มย้ำนิดๆ “ไม่เหมือนมะลิไทย”

“มีด้วยหรือพี่ สบู่เหม็น”

“มี”

“พี่ล่ะคะ เคยใช้ไหม”

ทันใดนั้นย่าก็ขัดขึ้น

“ไม่หอมก็ไม่ต้องซื้อ น้องบนจะได้ซื้ออย่างอื่นมั่งไงลูก แต่กระเป๋าน่ะไม่ต้องซื้อแล้วนะ มีเต็มห้องแล้ว”

“ย่าขา-า-า” อีกฝ่ายก็เลยหันมาลากเสียง “ย่าพูดแบบนี้ พี่ไทมิตกใจตายเหรอย่า”

นั่นเอง เขาก็เลยยิ้มออกมาได้ พลางก็เอ่ย “พี่น่ะไม่ตกใจ…แต่เป็นห่วงเวลาเดินทาง…คนมันจะคอยปล้นกระเป๋า”

Don`t copy text!