ขอบฟ้าจรดขอบน้ำ บทที่ 42 : ดาวทอแสง

ขอบฟ้าจรดขอบน้ำ บทที่ 42 : ดาวทอแสง

โดย : กฤษณา อโศกสิน

ขอบฟ้าจรดขอบน้ำ บทสรุปของความรักที่ดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้ของสมุทรไทและบนฟ้า นวนิยายยอดนิยมในอ่านเอา จากปลายปากกาของกฤษณา อโศกสิน ศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ นิยายออนไลน์ ที่ อ่านเอา อยากให้คุณ อ่านออนไลน์

***************************

– 42 –

คลิกซื้อ E-Book ‘ในสวนอักษร’ ที่นี่

ยาเยียเป็นผู้บงการให้แม่บ้านและผู้ช่วยยกย้ายโต๊ะเก้าอี้ทั้งยาวและสั้นมาตั้งสลับสับหว่างกันด้วยมุมที่มองดูแล้วค่อนข้างกลมกลืนแกมแปลกตา ด้วยว่าหยักเยื้องไปมา หากก็พอที่แขกทั้ง 10 รวมเจ้าของบ้านอีก 3 จะสามารถสนทนากันได้โดยไม่มีใครไกลใครเกินควร

แคเทอริ่งหรือผู้รับจัดอาหารเตรียมมาทั้งผ้าปูโต๊ะจานชามแก้ว ทั้งแก้วแชมเปญ แก้วไวน์ และแก้วน้ำ ช้อนส้อมมีดพร้อมสรรพ เสร็จสิ้นแล้วก็แลดูประหนึ่งคือโต๊ะอาหารต้อนรับแขกผู้สูงศักดิ์มิผิดไป

“โอ้โฮ” ยงยุทธผู้เพิ่งอาบน้ำแต่งตัวลงมาถึงห้องอาหารอันเป็นโถงใหญ่กลางบ้าน มีห้องรับแขกเป็นส่วนสัดลึกเข้าไปทางขวา ห้องนั่งเล่นอยู่ริมประตูทางเข้า แลเห็นลูกสาวกำลังยืนคุยกับบริกรที่ร้านอาหารมีฝีมือส่งมาสองนาย จึงถามไถ่ชมเชย “ซอยหายากไหมน้อง แล้วนี่สองคนจัดเองหรือไง”

“ครับผม…จัดเองครับ”

“อาหาร เครื่องดื่มอยู่ในครัวเรียบร้อยแล้วพ่อ…” ลูกสาวรายงานพลางถามถึงพี่ชาย

“ได้ยินเสียงคุยโทรศัพท์กับปรายแว่วๆ” ยงยุทธบอกพลางเดินออกไปยังห้องด้านหน้า เตรียมต้อนรับผู้ที่จะมาร่วมอาหารค่ำทั้งสิบ รวมเขากับลูกเป็นสิบสาม อย่างเตรียมสำราญล่วงหน้า ขณะอารมณ์ดีพอที่จะเอ่ยชม “ผ้าปูโต๊ะนี่สวยมากเลยนะ”

“นายให้คัดเอาอย่างเยี่ยมมาให้ครับผม” บริกรบอกกล่าวขณะยืนค้อมตัว

ผ้าปูโต๊ะสีขาวมีผ้าแพรปูรองผ้าลูกไม้สีเดียวกัน แม้โต๊ะจะยักเยื้องก็เลื่อนไหลไปได้โดยไม่กระด้าง คลุมแล้วทำให้โต๊ะที่นำมาต่อกันงดงามขึ้นฉับพลัน

โยธีลงจากข้างบนก็ยังอุทาน

“โอ้โฮ…นี่น้องทำยังไงมันถึงอลังการขนาดนี้”

“น้องไม่ได้ทำ…คนจัดโต๊ะเขาจัดให้จ้ะ…บอกแล้วเห็นไหมว่าเดี๋ยวนี้พวกเขาเก่ง ดูผ้าเช็ดปากบนจานนั่นก็ได้” น้องสาวพยักพเยิดไปยังจานสิบสามที่ที่มีผ้าเช็ดปากขาวขลิบลูกไม้พับเป็นรูปนกกางปีกที่วางอยู่บนแต่ละจาน ช่วยให้โต๊ะอาหารเลิศขึ้นอีก “ถ้าเป็นน้อง ก็คงได้แค่วางกระดาษเช็ดมือ…ฮิฮิ…”

“นี่ก็หมายความว่า…” โยธีทำเสียงมีนัย “วันนี้มีชายแปลกหน้ามาเข้าตาข่ายน้องสามคนใช่ไหม…เว้นนายปรายซะคน อย่างน้อยก็สนิทกันแล้ว แล้วก็แน่ใจนะว่าไม่เอา”

“แน่ใจ”

โยธีก็เลยนิ่งไป คร้านจะย้อนกลับไปให้น้องสาวกรี๊ด

‘แต่มันก็คงไม่เอาน้องเหมือนกันละ ดูท่ามันก็รู้”

ทันใดนั้น รถคันแรกก็โผล่เข้ามา เป็นรถตู้สีขาวคันที่เคยเห็น

ยงยุทธกับลูกชายหญิงจึงรีบกุลีกุจอก้าวลงบันไดยืนรอจนประตูรถเปิด

“กราบสวัสดีคุณปู่ครับ” โยธีเดินเข้าไปจนชิด กราบลงที่แขนผู้อาวุโส ขณะที่คนด้านในก้าวตามกันลงมา มีปราย บนฟ้าและสมุทรไท

ส่วนคันสีดำที่ตามมาจอดเทียบด้านข้าง มีปัน ปุญ ดร.สุดหล้า บริบูรณ์และเฟื่องฟ้า

เจ้าของบ้านทั้งสามจึงเชื้อเชิญให้ทุกคนขึ้นบันไดหินไปนั่งในห้องนั่งเล่นด้านหน้าชั่วคราว เพื่อสนทนาเรื่องเบาๆพร้อมจิบแชมเปญเป็นการต้อนรับ

บริกรผู้มากับอาหารถือถาดพร้อมแก้วและขวดแชมเปญมาวางตรงกลางโต๊ะรับแขกที่แยกออกเป็นกลุ่มด้วยเก้าอี้แบบหลุยส์ที่เขียนขอบทองเส้นเล็ก บุผ้าทอลายของฝรั่งเศส

ปรายก็เลยเป็นผู้แนะนำเจ้าของบ้านให้รู้จักกับผู้ได้รับเชิญ จนกระทั่งหันมาทางดร.สุดหล้าผู้กำลังลอบเพ่งพิศฝ่ายหญิงที่มีเพียงสองสาวสดสวยน่าสนใจ แต่ต่างสไตล์ต่างลุค

เย็นย่ำวันนี้ น้องสาวที่มีเพียงหนึ่งเดียวของพี่ชายสามคน งดงามอยู่ในชุดลำลองสีไข่มุกบางเบา ดอกในตัวสีเดียวกัน แขนซ้อนสองชั้นบานขยาย ขับขึ้นกับดวงหน้าริมฝีปากสีทับทิม กระโปรงสั้นเหนือเข่า

ฝ่ายเจ้าของบ้านรุ่นสาวอยู่ในกางเกงดำขาสั้นกุด เปิดเนื้อโคนขาขาวนวลเกลี้ยงเกลา สวมเสื้อแดงไม่มีแขนติดลูกไม้เล็กๆปิดคอ เอวลอย จึงดูแปลกไปกว่าที่เคยเห็นทุกครั้ง

“น้องเยียสวยจังวันนี้” ปรายทักทายเสียงดัง สายตามองไล่จากบนลงล่าง “หวังว่าจะไม่หนาวท้องนะน้องนะ”

บนฟ้าก็เลยยิ้มนิดๆ…เหลือบเห็นดร.สุดหล้ามองแล้วมองซ้ำ ขณะที่เจ้าของบ้านช่วยกันเชื้อเชิญแขกให้นั่งลงบนเก้าอี้ที่มีทั้งโซฟาและที่นั่งเดี่ยวทั้งสามหมู่

“เชิญคุณปู่คุณย่าตามสบายนะครับ” ยงยุทธเอ่ยกล่าวเมื่อเห็นย่าแหงนมองโคมระย้าแก้วเจียระไนที่ห้อยจากเพดาน ทอแสงสว่างจ้า “เราก็อยู่กันไปตามมีตามเกิด แค่สามพ่อลูกกับแม่บ้านลูกมืออีกสามคนน่ะฮะ พอผมเกษียณแล้วก็เลยค่อนข้างเวลาเหลือ เผื่อคุณปู่คุณย่าคุณพ่อคุณแม่อยากให้ผมช่วยรับใช้งานอะไร ก็บอกมาเลยนะฮะ ไม่ต้องเกรงใจ”

“เพิ่งได้ยินคุณยงยุทธพูดยาววันนี้” ปู่ประธานก็เลยเอ่ยยิ้มๆ พลางหันไปทางบริบูรณ์ “เดินทางไปด้วยกันไม่นานก็สนิทกันเหมือนญาติ”

ขณะที่ยาเยียหย่อนตัวลงบนเก้าอี้เล็กข้างปัน

ถามเขาว่า

“พี่ปันชอบไวน์ขาว ไวน์แดงหรือวิสกี้คะ พี่ปุญกับอาจารย์ล่ะคะ” หล่อนมองตรงนัยน์ตาดร.สุดหล้าเลยทีเดียว

ดร.หนุ่มผมบาง หน้าผากสูง จึงดูคล้ายคนมีวัยมากกว่าทั้งๆก็แค่ 31 อ่อนกว่าปัน 1 ปี

โยธีมองคนทั้งหมดจากที่นั่งข้างประตูที่เป็นเก้าอี้หมู่เล็ก มีเพียงสมุทรไทกับบนฟ้า นั่งติดกันไม่ยอมห่าง จึงแลเห็นภาพตรงกลางที่มีน้องของเขาเป็นนางเอกวัยรุ่น ท่ามกลางหมู่ชายโสดสี่คน โดยพ่อของน้องผู้บัดนี้ค่อนข้างโล่งอก

เมื่อคืน พ่อยังบอกเขาว่า

‘น้องเยียมันคงหยิ่งพอนะ…ในเมื่อเขาก็เปิดตัวจะจะขนาดนี้แล้ว’

แต่ทั้งเขาและพ่อก็ดูเหมือนจะยังไม่แน่ใจ

บริกรเปิดจุกขวดแชมเปญดังนิดหนึ่ง ครู่ต่อมาทุกคนก็มีแก้วแชมเปญอยู่ในมือ

ยงยุทธเป็นผู้ชวนเชิญชูแก้วกระทบกัน

คืนนี้ ลูกสาวเขาก็เลยกลายเป็นคนสำคัญโดดเด่นราวดวงดาวทอแสงภายใต้โคมไฟระย้า

ท่อนขาเรียวนวลที่โผล่พ้นกางเกงดำขาสั้น ตัดกับสีแดงจากเสื้อเอวลอย แวบให้เห็นท้องน้อยเพียงไวๆ ไม่ทำให้ดูโป๊เกินควร แค่ชวนให้มองแล้วมองซ้ำ

“ขอให้คุณปู่คุณย่าอายุยืนแข็งแรงสุขภาพดีนะครับ” เจ้าของบ้านเอ่ย “น้องเยียจัดวันนี้ตั้งใจจัดให้ท่านทั้งสองที่เราสามคนเคารพอย่างยิ่งครับ”

ยงยุทธกลับกลายเป็นผู้ใหญ่ช่างเจรจาไปในนาทีสำคัญ ผู้ชายที่มักนั่งเงียบๆไม่ค่อยออกความเห็นขณะนั่งไปในรถ หลบหายไปหมดสิ้น เหลือเพียงผู้เคยมีตำแหน่งสูงในการงานที่เพิ่งผ่านพ้นไป

“ขอบคุณมากคุณยงยุทธ” ปู่ประธานจึงสนองตอบ “เราทุกคนก็ยินดีมากที่ได้มาเยี่ยมบ้านคุณยงยุทธคราวนี้”

“ขอบพระคุณสำหรับไวน์ขาวไวน์แดงแชมเปญที่คุณปู่นำมาฝากด้วยครับ” โยธีต่อความ

“ที่จริงก็ตั้งใจจะซื้อโดรนให้หนูเยียเหมือนกัน” ย่าว่า “แต่ต้องรอพาหนูไปเลือกเอง”

“หวังว่าคงไม่เลือกอย่างเป็นแสนหรอกนะหนู” ปรายก็เลยขัดขึ้นเมื่อได้จังหวะ “ว่าแต่ว่า แล้วหนูจะเอาโดรนบินไปสอดแนมบ้านใคร…ฮ่าฮ่าฮ่า…”

ยงยุทธกับโยธีก็เลยพลอยขำ

ขณะที่ปัน ปุญ ดร.สุดหล้าชวนกันเพ่งพิศหน้าตาเกลี้ยงเกลาไร้เครื่องสำอาง มีเพียงสีชมพูระเรื่อที่ช่วยให้ริมฝีปากดูนุ่มขึ้นของเด็กสาวตรงหน้า

หล่อนดูเป็นคนรุ่น AI หรือปัญญาประดิษฐ์เต็มร้อย

ตรงข้ามกับหญิงสาวสวยพริ้งอีกหนึ่งนางผู้นั่งเงียบอยู่เคียงข้างชายของหล่อน…ดร.สุดหล้าทอดถอนหายใจกับตนเอง

เหตุไฉนเขาจะมิรู้ความหมายของชายผู้เพื่อน

‘เออนี่…มาคราวนี้ มึงก็จะได้รู้จักกะน้องกู…ทุกคน’ เขาเติมคำว่าทุกคนที่เผลอเว้น…ได้ทัน

ฉับพลันที่ตาพบตา…เขาติดใจใน ‘น้องบน’ มิชักช้า…ด้วยว่าสวยมาก…

หากถ้าไม่มีชายคนหนึ่งที่เขาแอบเห็นสายตาซาบซึ้งของหญิงสาวทอดไปหา เขาก็คงจะใช้คืนนี้ผูกไมตรีไว้วันหน้า

แต่นี่…ดูซินั่น…หล่อนกับ…เพื่อนของพี่ชายคนที่สามผู้ดูเหมือนจะเป็น ‘สุดหล่อ’ เก๋เลิศ ณ ที่นี้ วางทีท่าสบายๆมิได้ปรุงแต่ง แม้ปันจะร่างใหญ่ดูผึ่งผายก็ยังข่มเขาผู้เคียงอยู่ข้างกาย น้องสุดท้องหาได้ไม่

ดร.สุดหล้ามองแล้วจึงหมดใจจะต่อกร

แต่ปันก็เอ่ยขึ้น

“คืนนี้อบอุ่นดีมากเลยนะฮะ…นานๆผมถึงจะได้ออกงานที่เป็นกันเองแบบนี้สักที…ใช่ไหมปู่…ย่าล่ะครับ…ป๊ากับแม่ก็เหมือนกัน ถึงไม่เคยพบน้องเยียกับคุณลุงแล้วก็โย แต่ก็อยากมา…ใช่ไหมแม่”

เฟื่องฟ้าพยักหน้ายิ้มๆก่อนเอ่ยกับยงยุทธ

“หนูเยียน่ารักมาก…แล้วนี่คุณพ่อก็มีลูกสาวแค่คนเดียวหรือคะ”

“มีสองคนครับ แต่อีกคนแต่งงานไปแล้ว” ยงยุทธยิ้มพราย ขณะมองดูหนุ่มๆที่รายล้อม…ปัน ปุญ ปราย สุดหล้า…แค่มีมาให้ลูกเลือกถึงสี่คน ก็นับเป็นลาภอันประเสริฐยิ่งนักแล้ว “ผมก็เลยยกให้เป็นแม่ทัพใหญ่”

แต่ปู่กับย่าไม่เสริมความ เท่าที่ได้คนคุณภาพตามที่ปรายอยากได้ รวมทั้งตนเองก็รักสนิทติดใจมาไว้เป็นคู่ชีวิตของหลานผู้อ่อนหัด ต้องการการจัดระเบียบก็แสนจะเพียบพร้อมที่สุดแล้ว

 

Don`t copy text!