ขอบฟ้าจรดขอบน้ำ บทที่ 6 : เหนือฟ้ามียาเยีย

ขอบฟ้าจรดขอบน้ำ บทที่ 6 : เหนือฟ้ามียาเยีย

โดย : กฤษณา อโศกสิน

ขอบฟ้าจรดขอบน้ำ บทสรุปของความรักที่ดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้ของสมุทรไทและบนฟ้า นวนิยายยอดนิยมในอ่านเอา จากปลายปากกาของกฤษณา อโศกสิน ศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ นิยายออนไลน์ ที่ อ่านเอา อยากให้คุณ อ่านออนไลน์

***************************

– 6 –

แต่ปรายก็ใช่ย่อยเสียเมื่อไหร่ เขาก็เลยร้องพลางหัวเราะพลาง

“เอาเลยน้อง…พี่ให้เยียปรึกษาได้ทั้งการเรียนการรัก”

“ถ้างั้นการเรียนต้องมาก่อน” อีกฝ่ายสวนได้ทันควันดังเช่นคนรู้วิธี ‘เปลี่ยนลุค’

ปู่ได้แต่ยิ้มๆอยู่ในหน้า…น้องของโยธีมิใช่โง่

“ดีเลย” ปรายเห็นด้วย “ถ้างั้นน้องว่าไป”

“คือน้องชักจะไม่อยากเรียนอะไรที่เต็มรูปแบบอย่างที่เพิ่งสอบเข้าไปได้น่ะพี่” ว่าแล้วหล่อนจึงเอ่ยชื่อสาขาและมหาวิทยาลัยซึ่งตั้งอยู่ไกลจากบ้านค่อนข้างมาก “ตั้งสี่ปีก็เลยไม่อยากรอ อยากเรียนลัดมากกว่า…เรียนอย่างที่มีเวลาหาประสบการณ์นอกระบบให้ได้มากที่สุดน่ะค่ะ ยกตัวอย่าง เรียนไปรับจ้างไป เปลี่ยนงานไปจนกว่าจะพบที่ที่เราชอบจริงๆ”

ผู้กำลังฟังต่างก็นิ่งฟัง..จะเอายังไงกันนะเด็กคนนี้

แต่ปรายผู้มีความคิดใหม่ทุกคืน ตื่นขึ้นเช้าก็เข้าไปป้อนพี่ชาย แม้จะเห็นด้วยหรือไม่ก็มิได้แปลกประหลาดอันใด วางไว้ก่อนจนกว่าจะต้อนเข้าสู่เครื่องกรองอีกหนว่าผลจะออกมาเช่นไร หากต้องทำตามนั้นจะทำได้หรือไม่ ถ้าทำได้จะทำได้เพียงไหน ถึงอย่างไรก็มีให้เลือกสองทาง คือทนทำกับทำทน

ดังนั้น จึงเข้าใจความอลหม่านของความคิด

“แล้วน้องจะเอายังไง”

“คือน้องอยากทำงานไปเรียนไปอ่ะพี่ เรียนจากการสอนทางไกลน่ะค้าบบ…ก็น้องเรียนดีอยู่แล้วนี่คะ เพียงแต่พลาดไป เลยเผลอไปเลือกมหาลัยตามเพื่อนฝูง…ซึ่งเขาก็สอนดี อาจารย์ก็เก่ง แต่มันเหนื่อยอ่ะ”

น้องบนฟังแล้วต้องบวกลบคูณหารความมันเขี้ยวหมั่นไส้อยู่ในทีในท่า เพราะถึงอย่างไร ในฐานะเจ้าของบ้านก็จำเป็นต้องอดเอาเบาสู้กับอาการไร้เดียงสาผสมเพทุบายนานาของรุ่นน้องผู้คอยจ้องงาบ ‘น่านน้ำ’ หรือมิฉะนั้นก็ ‘พี่ชาย’

ยังมีคนหนุ่มล่ำๆเหลืออยู่อีก รวมแล้วถึงสี่คน แม้ไม่ถึงกับหล่อเลิศ ก็นับได้ว่าหล่อประเสริฐกว่าหล่ออื่น

ปันกับปุญกำลังเลือกหญิงดีมีระดับมาเคียงคู่ นัยว่าไม่ต้องหรูมากถึงขนาด สวย รวย ดี เก่ง เฮง…ขอเพียงแค่ ‘เจ๋ง’ หน่อยเท่านั้น

‘อย่างน้องบนน่ะไม่เอา’ พวกพี่ๆรวมหัวกันปรามาส

น้องสาวก็เลยประกาศพร้อมกันไปกับโศกา

‘คอยดูไปละกัน’

ครั้นแล้วในวันนี้…กาลเวลาก็ชักนำสาวและหนุ่มมารวมกลุ่มกันอยู่

แต่ปู่กับย่าไม่นึกรำคาญ…ตรงกันข้าม กลับเบิกบานในใจที่ลูกหลาน ‘เจนวาย’ ไม่ปิดบัง ชวนบุพการีเข้ามานั่งฟังความคิดแปลกใหม่ของพวกเขา พาหนุ่มเหน้าสาวงามมาอยู่ในสายตา

บนฟ้าก็เลยหาเรื่อง

“แล้วนี่เมื่อไหร่พี่โยมา”

“เลิกงานก็ว่าจะแวะมานะคะ เห็นว่ายังงั้น”

“ขาดพี่โยไปคนก็เลยไม่ครบรส”

สมุทรไทได้แต่ยิ้มในหน้า…เขาน่ะหรือจะตกหลุมมายาของหล่อน

ดังนั้นจึงรีบเสริม

“ถ้างั้นเดี๋ยวพี่โทร.ให้…มันจะได้รีบมา จะได้รู้ว่า ต่อไปนี้จะเถลไถลไม่ได้ เลิกงานต้องตรงมานี่…มีคนอยากพบ”

ปู่เห็นท่าไม่ดี เพราะฟังเสียงแล้วคล้ายเสียดสีกันไปมา เกินกว่าคำว่ายั่วเย้า จึงรีบไกล่เกลี่ย

“คนเขามีงาน หมดเวลาแล้วเขาก็คงอยากกลับบ้าน…” ผู้อาวุโสเอ่ยเรียบๆ “อย่าเรียกมาเลยไท…ให้เขาได้พักดีกว่า อาจจะยังง่วงอยู่ก็ได้”

ประธานเกือบหลุดปากออกมาแล้วว่า

‘นี่ตาปู่ก็แทบจะปิดอยู่รอมร่อ”

“ถ้าคุณปู่ไม่ว่า ผมก็ขออนุญาตกลับไปนอนก่อนได้ไหมฮะ” สมุทรไทก็เลยขยับตัว

ยาเยียได้ทีจึงถาม

“พี่ขับรถมาหรือเปล่าล่ะคะ ถ้ายังไงน้องไปส่งพี่ถึงบ้านก็ได้”

สมุทรไทก็เลยสบตาเพื่อน เชิงหารือ

แต่ปรายก็ถือตัวว่ารู้ใจ รู้ทั้งใจเพื่อนทั้งใจตน

ใจเพื่อนก็คือ คนอย่างสมุทรไทรู้จักและเข้าใจตนเองเป็นอย่างดี

ดังนั้น เขาจึงพยักหน้า

“น้องเขาอาสา ก็ไปซี”

นั่นเอง ชายหนุ่มจึงหันไปทางปู่ย่าและหลานสาว พลางบอกอย่างสุภาพ

“ถ้างั้น…ผมก็ขอกราบลาไปก่อนดีกว่าครับ คุณปู่คุณย่าน้องบน…พรุ่งนี้ ตื่นเช้าจะรีบโทร.มานะฮะ” ชายหนุ่มทำท่าเรียบๆหากก็เยียบเย็นในที

ย่าก็เลยพลอยใจคอไม่ดีไปด้วยขณะรับไหว้ชายหนุ่ม

หากน้องบนบัดนี้ น้ำชุ่มนัยน์ตา รวมทั้งไม่ยอมลุกขึ้นเดินไปกับปราย ไปส่งเขากับยาเยีย

เพียงแต่ทั้งสามร่างลับไป หล่อนก็ปล่อยสะอื้นออกมา ร่ำให้ปิ่มว่าจะขาดใจ

ปู่ได้แต่กะพริบตา ย่าโอบไหล่เข้ามากอด หากก็สุดจะถอดใจจากเพื่อนของหลาน จึงเพียงแต่ติงนิดๆเชิงรำคาญ

“ก็เรานี่นา ไม่น่าหาเรื่องแหย่เขาแบบนั้น”

“ดีไหมล่ะ อยากเริ่มรวนเขาก่อน” ปู่ก็เลยสำทับซ้อนเข้ามา “ผู้หญิงเดี๋ยวนี้มีสารพัด เขาจะเอาใครก็ได้”

เท่านั้นเอง หลานก็ยิ่งร้องดัง

“น้องบน ถ้าเขามาเห็นหนูเป็นทารกแบบนี้ เขาก็ยิ่งจะไม่เล่นด้วยนะ บอกให้รู้” ย่าอ่อนใจจนต้องขู่เสียงเขียว “โตแล้วไม่รู้จักเป็นผู้ใหญ่ ใครคนไหนเขาจะมาเอาไปอยู่ด้วยให้หนักใจ…ใช้เงินก็เปลือง…เขาเป็นพ่อเป็นแม่เราหรือ  ถึงจะมาบำรุงบำเรอไร้สาระ…”

ครั้นย่าเอ่ยถึงตรงนี้ เสียงร้องก็ยิ่งทวีความดัง ปู่จึงหันมาเอ็ดย่า

“หยุดทีได้ไหม แม่บุญ พูดยังกะว่ามันมาเอาไปแล้วงั้นละ…ก็เมื่อมันยังไม่มาเอา ก็ไม่ต้องมา”

ปู่ก็คือย่า ย่าก็คือปู่ ต่างก็ผลัดกันเข้าข้างหลาน

ตัวเองดุได้ว่าได้ แต่คนอื่นอย่ามาเกี่ยว

เกี่ยวเมื่อไร โมโหเมื่อนั้น

ครั้นปรายเข้ามา แลเห็นน้องสาวยังโศกาอาดูรไม่จบ ก็เลยสมทบปลอบ

“น่า…น้องน่า…เราก็ดาราคนหนึ่งนี่น้องก้อ จะต้องไปหวั่นไหวใจเสาะเรื่องอะไร” ปรายได้แต่มองอีกฝ่ายอย่างเอ็นดู “โอ้โยไอ้ไทสองคนนี่ มันก็เพื่อนพี่ สนิทเท่ากัน น้องมันก็เหมือนน้องนี่ละนะ…เพียงแต่มันเข็ดฟันกว่า…เข็ดก็เข็ดไป…น้องไม่จำเป็นต้องเหมือนใครนี่ จริงไหม…แล้วอีกอย่าง…น้องไม่ชอบเหรอที่มีหนูเยียเข้ามา เรา…พี่กับน้อง ปู่กับย่าจะได้รู้กันไปว่าไทมันจริงใจจริงจังกับน้องหรือเปล่า”

แค่ที่นึกว่า ‘ไม่จริง’ เท่านั้น ปู่กับย่าก็ใจหายวาบแล้ว

“มีผู้ชายอีกตั้งหมื่นตั้งแสนคน” ย่าว่า ตั้งใจแต่จะปลอบประโลม ทั้งๆตนเองก็เกือบจะโทมนัสทันทีที่สมมุติ…สมมุติว่า สมุทรไทแปรพักตร์ไปพอใจยาเยีย

ก็ดูซินั่น…เด็กอะไร้ อายุแค่สิบเก้ารู้จักหาทางไปใหม่ๆในการเรียนรู้ สู้กับยุคดิจิทัลที่กำลังปูลาดแพลตฟอร์มไปทั่วปฐพี ใคร่เรียนตรงเรียนลัดเท่านั้นเท่านี้เนื่องต้องใช้งานเร็ว ขณะบรรยายก็แลเห็นเปลวแสงแห่งความคิดระริกระรัวทั่วหน้าต่างหัวใจ ไม่มีเลยเรื่องงอแงร่ำไห้เหมือนน้องบน

ปรูดไปปราดมาราวกับร่างกายมีสปริง

ก็ชักจะไม่ค่อยแน่เสียแล้วว่าสมุทรไทจะไม่ลองคบหา

“หมื่นแสนคนแล้วไง” ปู่แหวแว้ด อารมณ์ที่เมื่อครู่ดีงามเริ่มขุ่นมัวตามกันมา เพราะนึกไม่ถึงว่าจะเกิดเรื่องในไม่กี่นาทีที่มีรุ่นสาวคนใหม่เข้าร่วมวง “มันคนดีหรือเปล่า…หมื่นแสนนั่นมันคนชั่วตั้งครึ่งค่อน เอามาพูดหาอะไร…ก็ไม่ต้องดูอื่นไกล…ดูนายสามก็ได้ เผลอเป็นเข้าบ่อน…ขืนเอามันมาอยู่ด้วย…ก็ปันนั่นแหละจะต้องเฉดหัวมันไป”

เมื่อเห็นปู่เริ่มเสียงดัง ย่าก็เลยไม่ต่อความ

บนฟ้าปาดน้ำตาขณะที่ลุกขึ้น เดินคอตรงหน้าเชิดขึ้นบันไดไปห้องนอน

ปล่อยให้อีกสามคนถอนหายใจ

“ช่างมันปู่” ในที่สุดปรายก็เอ่ย “ดูมันไป…ไม่ใช่เรื่องที่ปรายหรือใครจะไปคาดคั้นให้มันรักไม่รัก เลือกไม่เลือก”

Don`t copy text!